อุทยานแห่งชาติ เมื่อครั้งวันวาน - National Geographic Thailand

อุทยานแห่งชาติเมื่อครั้งวันวาน

แกรนด์แคนยอน, 1899

อุทยานแห่งชาติ
ภาพถ่ายของแกรนด์แคนยอนในรัฐอริโซนา สถานที่แห่งนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1919 นอกจากนั้นยังถูกกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนด้วย ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมแกรนด์แคนยอนปีละไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน
ภาพถ่ายโดย H.G. Peabody, Boston, Library of Congress

แกรนด์แคนยอน, 1925

อุทยานแห่งชาติ
หญิงคนหนึ่งก้มลงมองวิวเบื้องล่าง ณ ริมหน้าผา ท่ามกลางหิมะในแกรนด์แคนยอน ลักษณะของภาพถ่ายแบบนี้เมื่อมองผ่านเครื่องมองภาพจะปรากฏเป็นภาพสามมิติ
ภาพถ่ายโดย Keystone View Company, Library of Congress

แกรนด์แคนยอน, 1913

อุทยานแห่งชาติ
นักผจญภัยในยุคแรกๆ เดินไต่กำแพงหินของแกรนด์แคนยอน ในอริโซนา แม้ว่าบางจุดจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและแออัดไปด้วยผู้คนมากมาย แต่พื้นที่กว่า 4,931 ตารางกิโลเมตรของอุทยานยังคงเป็นธรรมชาติอันเงียบสงบ และนั่นเย้ายวนบรรดานักผจญภัยมากมายให้มาลิ้มลอง
ภาพถ่ายโดย Kolb Bros., Library of Congress

แกรนด์แคนยอน, 1906

อุทยานแห่งชาติ
ล่อเดินไปตามเส้นทางของแกรนด์แคนยอน ทุกวันนี้การขี่ล่อชมวิวก็ยังคงเป็นกิจกรรมยอดนิยมอยู่
ภาพถ่ายโดย H.C. White Co., Library of Congress

Crater lake, 1912

อุทยานแห่งชาติ
นักท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างสบายใจในทะเลสาบ Crater ใกล้กับเกาะ Wizard เนื่องจากรูปทรงของมันมีลักษณะคล้ายกับหมวกของพ่อมด ทะเลสาบที่ตั้งอยู่บนปล่องภูเขาไฟนี้มีความลึกมากจนน้ำกลายเป็นสีน้ำเงิน (580 เมตร) ตั้งอยู่บนภูเขา Mazama ในเมือง Cascades
ภาพถ่ายโดย Kunselman-Gerking, Library of Congress

หมีดำ, เยลโลว์สโตน, 1905

อุทยานแห่งชาติ
เจ้าหมีดำคุ้ยขยะที่ตั้งอยู่บนเกวียนในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน หมีดำและหมีกริซลีเป็นสัตว์ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ภายในอุทยานแห่งนี้ สามารถพบได้ในช่วงเดือนมีนาคมและพฤศจิกายน
ภาพถ่ายโดย Ingersoil View Company, Library of Congress

ต้นซีคัวญา, โยเซมิตี, 1920

อุทยานแห่งชาติ
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ภายในอุโมงค์ต้นไม้ Wawona ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี ต้นซีคัวญ่ายักษ์ต้นนี้ถูกตัดเมื่อปี 1881 อุโมงค์เล็กๆ แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายพันคนให้ขับรถผ่าน และในปี 1969 น้ำหนักจากพายุหิมะที่เกิดขึ้นส่งผลให้ต้นไม้ทรุดตัวลง
ภาพถ่ายโดย Courtesy Library of Congress

Balcony House, เมซาเวอร์เด, 1918

อุทยานแห่งชาติ
ภาพถ่ายของ Balcony House แบบพาโนรามา หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของอุทยานแห่งชาติเมซาเวอร์เด ในรัฐโคโลราโด ที่พักที่ถูกสร้างเป็นห้องๆ จำนวน 40 ห้องนี่สร้างขึ้นโดยชาว Anasazi ชนพื้นเมืองที่เป็นบรรพบรุษของชาวปัวโบลน เชื่อกันว่าบ้านโบราณแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีคริสต์ศักราชที่ 1200
ภาพถ่ายโดย Haines Photo Co., Library of Congress

เม้าเรเนียร์, 1911 – 1920

อุทยานแห่งชาติ
นักท่องเที่ยวขี่ม้าภายในสวน Van Trump ส่วนหนึ่งของอุทยานเม้าเรเนียร์ ในรัฐวอชิงตัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1899 โดยได้ชื่อนี้มาจากการที่อุทยานมีศูนย์กลางคือภูเขาเม้าเรเนียร์ หนึ่งในภูเขาไฟที่สูงที่สุดของโลก
ภาพถ่ายโดย Curtis & Miller, Library of Congress

เกลเชอร์, 1919

อุทยานแห่งชาติ
ภาพถ่ายของยอดเขา Stark Peak หรืออีกชื่อที่รู้จักในนาม Grinnell Point ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังน้ำตกในอุทยานแห่งชาติ Glacier ของรัฐมอนแทนา ก่อตั้งในปี 1910 อุทยานแห่งชาตินี้ครอบคลุมพื้นที่ร่วมกับอุทยาน Wateron Lakes ในเขตแคนาดา ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหน่วยงานจากทั้งสองประเทศให้ความร่วมมือกันอย่างดีในการดูแลสัตว์ป่า
ภาพถ่ายโดย Courtesy Library of Congress

คิงส์แคนยอน, 1911

อุทยานแห่งชาติ
ภาพถ่ายพาโนรามาของทะเลสาบ Bryanthus และภูเขา Rixford ในอุทยานแห่งชาติคิงส์แคนยอน ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งขึ้นในปี 1940 ส่วนอุทยานซีคัวญ่าอุทยานข้างเคียง ก่อตั้งขึ้นในปี 1890 ก่อนที่ทั้งสองอุทยานจะถูกรวมกันในปี 1943
ภาพถ่ายโดย Pacific Photo Co., Library of Congress

 

อ่านเพิ่มเติม

แอนตาร์กติกา ที่คุณไม่เคยเห็น: ภาพเก่าอายุร้อยปีของทวีปน้ำแข็ง

เรื่องแนะนำ

แค่แตะมูลค้างคาวอาจถึงตาย

ระหว่างการทำงานที่ได้รับมอบหมายในถ้ำที่เต็มไปด้วยค้างคาวและงู ช่างภาพคิดว่าเขารู้จักอันตรายทั้งหมด แต่ภัยคุกคามต่อชีวิตที่แท้จริงมาถึงเมื่อเขาก้าวออกจากถ้ำ

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา ย้อนหลังไปกว่าร้อยปีก่อน ขณะออกค้นหาเมืองหลวงที่สาบสูญของจักรวรรดิอินคา ไฮแรม บิงแฮม นักสำรวจชาวอเมริกันวัย 35 ปี อาศัยคนพื้นเมืองนำทางขึ้นไปสู่ยอดเขาแห่งหนึ่งในหุบเขาอูรูบัมบาของเปรู บริเวณที่เขาเข้าไปคล้ายกับป่าดิบชื้น แต่ไม่นานบิงแฮมก็เริ่มมองเห็นกำแพงและสิ่งก่อสร้าง ก้อนหินแกรนิตประกอบเข้าด้วยกันอย่างงดงามในรูปแบบสถาปัตยกรรมของชาวอินคาที่ประณีตที่สุด เขาเท้าความหลังในอีกสองปีต่อมาในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่า “ มาชูปิกชู อาจเป็นซากปรักขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดที่ค้นพบในอเมริกาใต้นับตั้งแต่ยุคที่ชาวสเปนเข้ามาพิชิต” ก่อนเดินทางออกจากหุบเขาและซากปรักที่ขุดพบซึ่งต่อมาจะทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดัง บิงแฮมใช้เวลาสี่ชั่วโมงบันทึกภาพมาชูปิกชูด้วยกล้องโกดักที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ แน่นอนว่า บิงแฮมไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบมาชูปิกชู เกษตรกรชาวเปรูในภูมิภาคนี้รู้จักและเข้ามาเยี่ยมชมซากปรักของจักรวรรดิอินคาบนยอดเขาเป็นเวลานานแล้ว แต่บิงแฮมน่าจะเป็นคนแรกที่บันทึกภาพแหล่งโบราณคดีแห่งนี้และทำให้โลกรู้จักมาชูปิกชู ความที่เชื่อว่าภาพถ่ายมีคุณค่าพอๆกับการจดบันทึกการวิจัย เขาจึงยืนกรานให้เพื่อนร่วมทีมสำรวจเรียนรู้วิธีถ่ายภาพและล้างฟิล์มก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ภาพถ่ายมาชูปิกชูของบิงแฮมจากการเดินทางสำรวจเปรูเมื่อปี 1911 จำนวน 244 ภาพ ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่อุทิศเนื้อที่่ทั้งเล่มให้สารคดีเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเมื่อปี 1913 ภาพถ่ายเหล่านี้ยังจัดแสดงที่สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วย เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย ไฮแรม บิงแฮม ชมคลิปสั้นทำความรู้จักกับมาชูปิกชูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ngthai.com/history/4563/machu-picchu/ ‎ อ่านเพิ่มเติม คืนใบหน้าให้แก่มัมมี่อายุ 1,600 ปี