ธรรมชาติกลาง ความขัดแย้งของเกาหลี - National Geographic Thailand

ธรรมชาติกลางความขัดแย้งของสองเกาหลี

ธรรมชาติกลาง ความขัดแย้งของเกาหลี

ข้อตกลงสงบศึกสงครามในปี 1953 ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้หาได้ยุติความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ทุกวันนี้แม้ทั้งสองประเทศจะไม่ได้ยิงสู้รบกัน แต่พลทหารจากทั้งสองกองทัพยังคงเผชิญหน้าตรึงกำลังกันอยู่ในเขตปลอดทหาร หรือดีเอ็มซี ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดเส้นสมมุติที่แบ่งอาณาเขตของทั้งสองประเทศขึ้นตรงกลางระหว่างเขตกันชน และใครก็ตามที่ข้ามเขตนี้ไปโดยไม่ได้รับอนุญาตสามารถถูกยิงได้ทุกเมื่อ

ระยะเวลากว่า 60 ปีของความขัดแย้งได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางสิ่งแวดล้อมขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ทุกวันนี้ผืนป่าขนาด 2,500 กิโลเมตรได้รับการอนุรักษ์ไว้บนประเทศหนึ่งที่มีการตั้งถิ่นฐานหนาแน่นที่สุด พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่นี้ยังคงห้ามคนทั่วไปเข้า แต่หากนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมความงดงามของธรรมชาติสามารถทำเรื่องขอนุญาตเข้าชมได้

มาชมภาพของธรรมชาติที่ได้รับการปกป้องอย่างไม่ตั้งใจจากความขัดแย้งของมนุษย์กัน

ภาพถ่ายโดย Jong Woo Park

ความขัดแย้ง
Jong Woo Park เริ่มต้นบันทึกสารคดีเกี่ยวกับเขตดีเอ็มซีตั้งแต่ปี 2009 โดยเป็นส่วนหนึ่งของงานจากกระทรวงกลาโหมเกาหลี ตัวเขาเป็นบุคคลทั่วไปคนแรกที่มีโอกาสได้เข้าไปยังเขตดีเอ็มซี นับตั้งแต่เกิดข้อตกลงในปี 1953
ความขัดแย้ง
ฝูงนกกระเรียนมงกุฎแดงบินผ่านไร่นาในจังหวัดคังวอน ทางตอนใต้ของเขตดีเอ็มซี ภายในเขตควบคุมพลเรือนหรือ CCZ เขตกันขนของฝั่งเกาหลีใต้ซึ่งกำหนดกิจกรรมที่พลเรือนทำได้ต่อปีเช่น การทำนาข้าวเป็นต้น รายงานจากมูลนิธินกกระเรียนสากลทุกวันนี้ภายในป่าเหลือนกกระเรียนสายพันธุ์ดังกล่าวไม่ถึง 2,000 ตัว
ความขัดแย้ง
นกกระเต็นหัวดำ (Halcyon pileata) เกาะอยู่บนรั้วลวดหนามทางตอนใต้ของเขตดีเอ็มซี
ความขัดแย้ง
บรรยากาศของเขตดีเอ็มซีฝั่งเกาหลีใต้ในช่วงฤดูหนาว ซึ่งปกติแล้วหิมะจะตกลงมาหนามากกว่า 1 เมตรในทุกๆ ปี
ความขัดแย้ง
ในพื้นที่ของเขตดีเอ็มซีฝั่งเกาหลีใต้ยังคงพบทุ่นระเบิดถูกฝังอยู่ สถานที่แห่งนี้เป็นที่พำนักของนกกระเรียนมงกุฎแดงที่อพยพหนีความหนาวจากไซบีเรียมาทุกเดือนพฤศจิกายน
ความขัดแย้ง
แนวธรรมชาติยาว 210 เมตรในภาพนี้คือพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกของเกาหลีที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการโดย Ramsar Convention of Wetlands
ความขัดแย้ง
กวางผาเหล่านี้อาศัยอยู่ในภูมิประเทศที่เป็นทิวเขา ตั้งแต่ภาคตะวันออกของรัสเซีย, ตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ไปจนถึงเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ พวกมันเป็นสัตว์ที่มีสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ จากการจัดอันดับโดย IUCN
ความขัดแย้ง
แร้งดำหิมาลัยบินมาจากมองโกเลียในช่วงฤดูหนาว เพื่อพำนักในบริเวณคาบสมุทรเกาหลี บรรดาร้านอาหาร, ร้านขายเนื้อและฟาร์มปศุสัตว์ในเมืองที่ใกล้กับเขตดีเอ็มซีรู้ดีว่าพวกเขาต้องทิ้งซากสัตว์เอาไว้ให้นกเหล่านี้ ปัจจุบันพวกมันมีสถานะถูกคุกคาม ประมาณกันว่าในทวีปยุโรปและเอเชียมีแร้งดำหิมาลัยตามถิ่นอาศัยธรรมชาติราว 10,000 คู่
ความขัดแย้ง
ฝนในฤดูร้อนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในเขตดีเอ็มซี น้ำเหล่านี้จะระบายลงสู่แม่น้ำ Bukhan และไปสู่ทะเลเหลืองในที่สุด
ความขัดแย้ง
บรรยากาศยามค่ำคืนของพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ แสงไฟสว่างตลอดแนวรั้วความยาว 248 กิโลเมตร จากตะวันตกของเขตดีเอ็มซีไปจนสุดตะวันออก

 

อ่านเพิ่มเติม

10 เรื่องน่ารู้ความสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้

เรื่องแนะนำ

ปลาพลวง ถั่วฝักยาว หรือ เสือโคร่งแห่งสายน้ำ

ปลาพลวง อาจจะเป็นปลาที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักเพียงว่าเป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามน้ำตก รอคอยกินถั่วฝักยาวหรืออาหารปลาที่นักท่องเที่ยวโยนลงไปให้ แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ด้านปลาน้ำจืดทั่วโลก ปลาพลวง เป็นมากกว่านั้น พวกมันมีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้ปลาแซลมอน และบางพื้นที่ถึงกับเรียกปลาพลวงว่า “เสือโคร่งแห่งสายน้ำ” เลยทีเดียว รอบกองไฟที่อบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นริมน้ำเงา ผมเอ่ยถามจูลี คลัสเสน นักวิจัยเรื่องปลาจากมูลนิธิอนุรักษ์ปลา (Fisheries Conservation Foundation) ว่า “ทำไมต้องเป็นมาห์เซียร์ครับ ทำไมไม่เป็นปลาอื่นอย่างปลาคัง ปลาสวาย หรือปลาอะไรที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจกว่านี้ครับ” มาห์เซียร์คือชื่อภาษาฮินดีที่ใช้เรียกปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่กระจายพันธุ์อยู่มากทางตอนเหนือของอินเดีย ปลาชนิดนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาในฐานะปลาเกมชั้นดีเมื่อนักตกปลาชาวอังกฤษได้สำรวจเจอ ปลาชนิดนี้อยู่ในสกุล Tor ต่อมาก็ได้มีการใช้คำว่ามาห์เซียร์กับปลาในสกุล Neolissochilus ไปด้วย ในเมืองไทยเรามีปลาในกลุ่มมาห์เซียร์ อยู่ 2 ชนิดคือ ปลาพลวง (Neolissochilus) และปลาเวียน (Tor) ใช่ครับ ปลาที่คนส่วนใหญ่เคยเห็นตามน้ำตกเมื่อมีคนให้อาหาร หรือว่ายมากินถั่วฝักยาวจากมือนั่นละครับ จูลีอธิบายให้ฟังว่า วงการนักวิทยาศาสตร์ทางด้านปลาให้ความสนใจมาห์เซียร์ เป็นเพราะสามเหตุผลคือ มาห์เซียร์นั้นเป็นอาหารที่สำคัญของผู้คนที่อาศัยอยู่กับสายน้ำ มาห์เซียร์เป็นปลาที่มีคุณค่าในทางกีฬาตกปลาที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนและประเทศ และที่สำคัญที่สุด มาห์เซียร์เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในลำน้ำใสสะอาดและมีการย้ายถิ่นตลอดลำน้ำ ขึ้นไปวางไข่ที่ต้นน้ำเหมือนปลาแซลมอน ทำให้การอนุรักษ์ปลามาห์เซียร์ส่งผลไปถึงการอนุรักษ์ระบบนิเวศทั้งลำน้ำ “แม่น้ำเงาเป็นแม่น้ำสายเดียวของลุ่มน้ำสาละวินที่ยังคงใสสะอาด” ดร.อภินันท์ สุวรรณรักษ์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ซึ่งทุ่มเทให้กับการวิจัยและการอนุรักษ์ปลาน้ำจืดในภาคเหนือ บอก […]

แพลงก์ตอนในโลกที่ท่วมท้นไปด้วยไมโครพลาสติก

ใต้ผิวน้ำของมหาสมุทรมีโลกใบจิ๋วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาของบรรดาสิ่งมีชีวิตในทะเล ทว่าทุกวันนี้มีสมาชิกที่ไม่ได้รับเชิญเพิ่มเข้ามา มันคือ "ไมโครพลาสติก"

อัญมณีด้านสิ่งแวดล้อมในรัสเซีย

ประวัติศาสตร์ด้านมืดของสิ่งแวดล้อมในรัสเซียซุกซ่อนความน่าประหลาดใจเอาไว้ นั่นคือดินแดนพิสุทธิ์อันกว้างใหญ่ไพศาลเกือบ 350,000 ตารางกิโลเมตร ที่ได้รับการปกปักรักษาจากมนุษย์มานานนับร้อยปี

บรรดาสัตว์น้ำในท้องทะเลกำลังสูญพันธุ์เร็วกว่าที่คิด

ดูเหมือนว่า บรรดาสัตว์เลือดเย็นใต้ทะเลสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างขมขื่น   เพราะอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บรรดา สัตว์น้ำ จึงอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อกว่าสูญพันธุ์ยิ่งกว่าสัตว์ที่อยู่บนพื้นดิน นี่คือข้อสรุปจากการศึกษาสายพันธุ์สัตว์น้ำเลือดเย็นกว่า 400 ชนิด เนื่องจากบรรดา สัตว์น้ำ แทบไม่มีทางเลือกที่จะหลบหนีไปจากอุณหภูมิของน้ำที่กำลังสูงขึ้นมากนัก พวกมันจึงมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มากเป็นสองเท่า เมื่อเทียบกับสัตว์ที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน คือข้อสรุปจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature เมื่อวันพุธที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา การศึกษาครั้งนี้นำโดยเหล่านักวิจัยจากมหาวิทยาลัย New Jersey’s Rutgers ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีการเปรียบเทียบผลกระทบของอุณหภูมิของมหาสมุทรและพื้นดินที่สูงขึ้นกับบรรดาสัตว์เลือดอุ่นและสัตว์เลือดเย็น ตั้งแต่ปลา มอสลัสก์ (mollusks – สัตว์จำพวกไม่มีกระดูกสันหลัง มีลำตัวนิ่ม เช่น หอย ปลาหมึก) ไปจนถึงสัตว์เลื้อยคลานและแมลงปอ งานวิจัยก่อนหน้ากล่าวว่า สัตว์เลือดอุ่นนั้นสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าสัตว์เลือดเย็น แต่การศึกษานี้กลับเน้นไปที่ความเสี่ยงของบรรดาสัตว์ทะเล เนื่องจากมหาสมุทรนั้นดูดซึมความร้อนจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ เป็นเหตุให้น้ำอยู่ในจุดที่อุ่นที่สุดในรอบทศวรรษ “ตามประวัติศาสตร์ บรรดาสัตว์น้ำอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากขนาดนี้ ตอนนี้เหมือนกับสัตว์น้ำกำลังเดินผ่านตรงช่องแคบของภูเขาแล้วเจอกับอุณหภูมิหน้าผาที่พาให้มันร่วงหล่นไปยังอีกด้าน” มาลิน พินสกี นักนิเวศวิทยาและนักพัฒนาการชีวภาพ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยนี้ กล่าว ช่วงของอุณหภูมิที่ปลอดภัย (Thermal safety margins) นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณ ช่วงของอุณหภูมิที่ปลอดภัย […]