NGT x SaySci Ep.7 “พลาสติก 101” - National Geographic Thailand

NGT x SaySci Ep.7 “พลาสติก 101”

NGT x SaySci Ep.7 “พลาสติก 101”

พลาสติกที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการมนุษย์แยกสารประกอบต่างๆ ออกจากวัตถุดิบธรรมชาติแล้วนำไปทำให้เกิดปฏิกิริยากลายเป็นปฏิกิริยาเคมีสายยาวๆ จนได้เป็นวัสดุที่เป็นพลาสติก ซึ่งสารประกอบของวัตถุดิบที่แตกต่างกันเมื่อนำมาทำปฏิกิริยาสังเคราะห์แล้ว จะได้พลาสติกที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน โดยพลาสติกจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

 

ประเภทแรก คือเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastics) เมื่อได้รับความร้อนจะอ่อนตัวลง แต่เมื่อได้รับความเย็นจะกลับมาแข็งตัวเหมือนเดิม สามารถหลอมเหลวได้ และเมื่อได้รับแรงดันสูงๆ ก็ยังคงโครงสร้างเดิม โดยพลาสติกตระกูลเทอร์โมพลาสติกสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น พอลิเอทิลีน (Polyethylene) จะนิยมใช้กันมากในอุตสาหกรรม อย่างเช่น ท่อน้ำ หรือขวดน้ำ และพอลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinylchloride) หรือพีวีซีที่เรารู้จักกัน

 

ประเภทที่สอง คือเทอร์โมเซตติงพลาสติก (Thermo-setting plastic) มีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถทนความร้อนสูง ไม่หลอมเหลวและไม่อ่อนตัวลงเมื่อได้รับความร้อน โดยมีโครงสร้างร่างแหของโมเลกุลที่จับกันแน่นมาก จึงทำให้ทนทานต่อความร้อน และปฎิกิริยาเคมีได้ นิยมนำมาใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารมากมายหลายชนิด โดยพลาสติกในตระกูลนี้สามารถแบ่งออกได้อีกหลายประเภท เช่น พอลิเอสเทอร์ (Polyester) ที่จะนำมาใช้เป็นวัสดุเคลือบผิวด หรือนำมาใช้เป็นเส้นใย และโพลียูรีเทน (Polyurethane) ที่นำมาผลิตน้ำมันขัดเงา หรือเป็นกาวก็ได้

 

ในปัจจุบัน พวกเราใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันกันอย่างมากมาย แต่พลาสติกใช้เวลาย่อยสลายนานหลายร้อยปี เพราะฉะนั้นการใช้พลาสติกที่เกินความจำเป็น จะทำให้เกิดปัญหาขยะล้นโลกได้ และทำให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งบนบกและในทะเลอีกด้วย ดังนั้นพวกเราจึงควรลดปริมาณการใช้พลาสติกและใช้พลาสติกเท่าที่จำเป็นเพื่อโลกอันสวยงามของเรา

 

อ่านเพิ่มเติม

NGT x SaySci Ep.6 “มหัศจรรย์ของความหนาแน่น”

เรื่องแนะนำ

สิ่งมีชีวิตนอกโลก : มีใครอยู่ข้างนอกนั่นไหม

สิ่งมีชีวิตนอกโลก : มีใครอยู่ข้างนอก (อีก) บ้างไหม : นักวิทยาศาสตร์บอกว่า เราควรเลิกถามได้แล้วว่า  มีชีวิตอยู่นอกโลกหรือไม่ เพราะเป็นไปได้มากว่ามีอยู่แน่ เราควรถามว่า จะหามันพบได้อย่างไรต่างหาก ต่อไปนี้คือบางวิธีที่เราค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก และพยายามหาทางติดต่อด้วย

ความรุนแรงของพายุ ที่เกิดขึ้นบนโลก

ความรุนแรงของพายุ สามารถจำแนกได้จากความเร็วลมใกล้จุดศูนย์กลาง พายุ (Storm) ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นทั้งบนภาคพื้นทวีปและในมหาสมุทร เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ที่สามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งมีชีวิต บนพื้นผิวโลก  นักพยากรณ์อากาศจะจัด ความรุนแรงของพายุ ตามมาตรวัดของสำนักงานหรือกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละภูมิภาคที่พายุเหล่านั้นก่อตัวขึ้น ในเบื้องต้น พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดประเภทตามหลักเกณฑ์พื้นฐาน คือ พายุดีเปรสชันเขตร้อน (Tropical Depression) มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางไม่เกิน 63 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุโซนร้อน (Tropical Storm) มีความเร็วลมสูงสุดไม่เกิน 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไต้ฝุ่น (Typhoon) หรือ เฮอร์ริเคน (Hurricane) มีความเร็วลมสูงสุดมากกว่า 118 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่เมื่อพายุหมุนเขตร้อนพัฒนาจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น ไซโคลน หรือ เฮอร์ริเคน จะมีการจัดระดับความรุนแรงภายในขึ้นอีกครั้ง โดยพายุหมุนเขตร้อนที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกหรือที่เรียกว่า “ไต้ฝุ่น” จะถูกจัดระดับความรุนแรงตามเกณฑ์ของคณะกรรมการไต้ฝุ่นและองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ESCAP/WMO) รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาของแต่ละประเทศในภูมิภาคดังกล่าว ระดับความรุนแรง ความเร็วลมสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) ญี่ปุ่น จีนและฮ่องกง ทวีปแอฟริกา ไต้ฝุ่น/ไซโคลน […]