NGT x SaySci Ep.9 “กาแฟกระตุ้นให้เราตื่นได้อย่างไร?” - National Geographic Thailand

NGT x SaySci Ep.9 “กาแฟกระตุ้นให้เราตื่นได้อย่างไร?”

NGT x SaySci Ep.9 “กาแฟกระตุ้นให้เราตื่นได้อย่างไร?”

หลายคนคงรู้จัก “คาเฟอีน” ที่ผสมอยู่ในกาแฟว่ามีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นทำให้ร่างกายเราตื่นตัวได้ แต่เราเคยสงสัยกันหรือไม่ว่าคาเฟอีนมีกลไกการทำงานอย่างไร ตลอดจนมีผลดีผลเสียต่อร่างกายเราอย่างไร?

ในธรรมชาติ มีพืชประมาณ 60 ชนิดที่สามารถสร้างคาเฟอีนได้ โดยคาเฟอีนจะถูกเก็บสะสมในส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ใบ ยอด เมล็ด เช่น ต้นกาแฟสามารถเก็บคาเฟอีนได้ในเมล็ด เราจึงนำเมล็ดของมันมาทำเป็นกาแฟ ซึ่งสามารถแบ่งกาแฟออกมาได้ 2 ชนิด ได้แก่ อาราบิกา และโรบัสตา

พืชสร้างคาเฟอีนขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับศัตรูทางธรรมชาติ เช่น แมลง และเชื้อราต่างๆ แต่เมื่อมนุษย์นำมารับประทาน กลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่น จึงทำให้กาแฟได้รับความนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มในเวลาต่อมา ซึ่งหลักการทำงานของคาเฟอีน คือ ตัวโมเลกุลของคาเฟอีนมีลักษณะคล้ายกับสารตัวหนึ่งเรียกว่า “อะดีโนซีน” โดยในสมองของเรามีตัวรับอะดีโนซีนอยู่ เมื่อเรารับประทานคาเฟอีนเข้าไปแล้ว คาเฟอีนสามารถจับกับตัวรับของอะดีโนซีน จึงทำให้ร่างกายเรารู้สึกสดชื่น

อย่างไรก็ตาม ร่างกายของมนุษย์เราไม่ควรรับประทานคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานคาเฟอีนเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งหากคนเรารับประทานคาเฟอีนเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวันจะทำให้เกิดภาวะพิษคาเฟอีน เช่น ใจสั่น ปวดท้อง ปัสสาวะผิดปกติ รวมถึงมีอาการพูดจาวกไปวนมา

(เผยเบื้องหลังกาแฟขี้ชะมด กาแฟแพงที่สุดในโลก)

เคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในการดื่มกาแฟ เราควรจะแบ่งกาแฟเป็น 4 แก้วเล็กๆ แก้วละไม่เกิน 200 ซีซี หลังจากนั้นเราทานทีละแก้วให้ห่างกันแก้วละ 1-2 ชั่วโมง เพราะว่าคาเฟอีนจะออกฤทธิ์ให้เราสดชื่นประมาณ 4-6 ชั่วโมง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เรารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าไปได้ทั้งวันแล้ว

 

อ่านเพิ่มเติม

NGT x SaySci Ep.8 “การแยกขยะ”

เรื่องแนะนำ

จำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร

ชมบรรยากาศของการจำลองการใช้ชีวิตบนดาวอังคารในศูนย์ฝึกหลายแห่งทั่วโลก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งถื่นฐานยังดาวเคราะห์สีแดงในอนาคต

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

ในแต่ละปีมีเหตุฉลามทำร้ายมนุษย์ทั่วโลกไม่ถึง 100 ครั้ง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดบริเวณหน้าวัดเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าใจผิด ขณะที่นักอนุรักษ์ชี้ว่า ทุกปีมีฉลามถูกฆ่าถึง 100 ล้านตัวทั่วโลกจนประชากรฉลามลดลงถึงขั้นวิกฤติ และหลายชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม 10 “วิธีไล่ยุง” […]