วิษุวัต คืออะไร แล้วเหตุใดจึงเกิดขึ้น? - National Geographic Thailand

จุดราตรีเสมอภาคคืออะไร แล้วเหตุใดจึงเกิดขึ้น?

สโตนเฮนจ์เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการเยี่ยมชมปรากฏการณ์ วิษุวัต ซึ่งนำคนต่างศาสนามารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองความสมดุลของแสงแห่งกลางวันและความมืดในช่วงค่ำคืนบนโลก

ภาพถ่าย DONALD SLACK / ALAMY STOCK PHOTO

จุดราตรีเสมอภาคคืออะไร แล้วเหตุใดจึงเกิดขึ้น?

เมื่อทิวาและราตรีบรรจบกัน ปรากฏการณ์วิษุวัตจึงบังเกิดขึ้นโดยฉับพลัน

วิษุวัต เป็นปรากฏการณ์ที่โลกมีช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทุกๆ 6 เดือน โดยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม และครั้งที่สองเกิดขึ้นในเดือนกันยายน

วิษุวัต
ดวงอาทิตย์ขึ้นโดดเด่นกลางเจดีย์แห่งนครวัดในเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งเผยให้เห็นปรากฏการณ์วิษุวัต ภาพถ่ายโดย AFP/GETTY IMAGES

ในวันที่ 20 มีนาคม ธรรมชาติจะนำพาให้เรามาพบกับช่วง วสันตวิษุวัต (vernal equinox) อีกครั้ง โดยช่วงเวลาดังกล่าวคือช่วงเริ่มต้นของฤดูร้อนในซีกโลกเหนือและฤดูหนาวในซีกโลกใต้ จากนั้น เมื่อถึงวันที่ 23 กันยายนของทุกปี ซึ่งตรงกับฤดูใบไม้ร่วง ศารทวิษุวัต (autumnal equinox) จะเป็นสัญญาณแห่งการมาเยือนของฤดูหนาวในเขตซีกโลกเหนือและเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูร้อนในเขตซีกโลกใต้

วิษุวัต
พีระมิดเอลกัสติโยแห่งนครโบราณชีเซนอิตซา ประเทศเม็กซิโก ต้องแสงจากดวงอาทิตย์ โดยแสงแดดบางเบานั้นได้สร้างเงาที่มีลักษณะคล้ายงูเลื้อยบนบันไดพีระมิด ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนนับพันได้ ภาพถ่ายโดย DONALD MIRALLE/GETTY IMAGES

 

เพราะเหตุใดวิษุวัตจึงเกิดขึ้น?

ปรากฏการณ์วิษุวัตนั้นเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง โดยในหนึ่งรอบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ความเอียงของแกนโลกจะเลื่อนมาอยู่ในระนาบที่ตั้งฉากกับตำแหน่งดวงอาทิตย์พอดี และเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกอีกด้วย โดยเส้นแบ่งระหว่างด้านกลางวัน-กลางคืนของดาวมีชื่อเรียกว่า ตำเเหน่งเทอร์มิเนเตอร์ (Terminator)

วิษุวัต
ปราสาท Hovenweep ในอนุสรณ์สถานแห่งชาติ Hovenweep ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐยูทาห์สร้างขึ้นโดยอนาซาซี ในช่วงระหว่างปี 1200 และ 1300 ซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของผู้คนจำนวนมากกว่า 2,500 คน โดยภายในปราสาทมีห้องที่นักโบราณคดีตั้งทฤษฎีว่าอาจใช้เป็นปฏิทินสุริยคติ ภาพถ่ายโดย KATIE FALKENBERG/LOS ANGELES TIMES VIA GETTY IMAGES

 

บันทึกช่วงเวลาแห่งการเกิดวิษุวัต

วัฒนธรรมโบราณได้ติดตามปรากฏการณ์วิษุวัตในรูปแบบที่แตกต่างกันมาเป็นระยะเวลากว่าพันปี อย่างการสังเกตการณ์จากอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้น เช่น พีระมิด จนไปถึงหินสลักที่ทำหน้าที่เป็นปฏิทินบ่งบอกช่วงเวลา หรือแม้แต่อารยธรรมต่างๆ ที่บอกถึงการพาดผ่านของดวงอาทิตย์และฤดูกาลด้วยความแม่นยำสูง

วิษุวัต
ณ วัด Mnajdra ในสาธารณรัฐมอลตา ดวงอาทิตย์ส่องแสงลงมาตามทางเดินในช่วงระหว่างวัน วสันตวิษุวัต ภาพถ่ายโดย CM DIXON/PRINT COLLECTOR/GETTY IMAGES

ในบางวัฒนธรรมนั้นยังคงร่วมเฉลิมฉลองปรากฏการณ์วิษุวัตมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น ชนเผ่าลาโกต้า (Lakota) ทางตะวันตกตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้เชื่อมโลกและท้องฟ้าเข้าด้วยกันโดยการสร้างยาสูบจากต้นเรดวิลโลว์ (Red Willow Tree) ซึ่งต้นดังกล่าวสัมพันธ์กับกลุ่มดาว Dried Willow เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ขึ้นในช่วงวสันตวิษุวัต และพวกเขาจะสูบยาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ในพิธีเพื่อบันทึกถึงช่วงเวลาอันยาวนานที่มาบรรจบกันอีกครั้ง

และเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ปี 2018  ณ ประเทศอังกฤษ ก็ได้มีประชาชนส่วนหนึ่งมารวมตัวกันที่สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) เพื่อเข้าร่วมชุมนุมเป็นสักขีพยานในการชมดวงอาทิตย์ขึ้นเหนือก้อนหินโบราณ

 

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม

ดาว

ทุกอย่างเกี่ยวกับดวงดาวที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

เรื่องแนะนำ

ทุกอย่างเกี่ยวกับดวงดาวที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

นอกจากจะช่วยนักเดินทางสำรวจท้องทะเลในอดีตแล้ว ปัจจุบันดาวก็ยังมีหน้าที่ช่วยนักวิทยาศาสตร์หาคำตอบเกี่ยวกับจักรวาลอีกด้วย

บุหรี่มือสามมีจริงและอันตรายกว่าที่คิด

บุหรี่มือสาม คือร่องรอยที่ตกค้างจากผู้สูบบุหรี่ภายในตัวอาคารหรือบ้านเรือน สารพิษที่ตกค้างเหล่านี้จะยังคงอยู่ไปอีกหลายปี และทำลายสุขภาพแม้คุณจะไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม

วิวัฒนาการมนุษย์ผ่านศิลปะบนใบหน้า

วิวัฒนาการมนุษย์ ผ่านศิลปะบนใบหน้า Emma Allen ศิลปินสาวนึกใคร่ครวญถึงวิวัฒนาการของเราในอนาคต ท่ามกลางเทคโนโลยีมากมาย น่าสงสัยอย่างมากว่าในอีกหลายปีข้างหน้ามนุษย์เราจะมีลักษณะเป็นอย่างไร? เธอถ่ายทอดจินตนาการของตนเองออกมาผ่านศิลปะการแต่งแต้มสีสันบนใบหน้าซึ่งผนวกเข้ากับเทคนิคการตัดต่อวิดีโอ ไล่เรียงตั้งแต่สมัยบรรพยรุษของเรายังเป็นเพียงสัตว์เซลล์เดียว วิวัฒน์ขึ้นมาเรื่อยๆ สู่การใช้ชีวิตบนบก และพัฒนามาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและไพรเมตในที่สุด และในตอนท้ายวิดีโอ นี่อาจเป็นเราในอนาคตเมื่อหลอมรวมตัวตนเข้ากับเทคโนโลยีอย่างแท้จริง…   อ่านเพิ่มเติม บรรพบุรุษชาวอังกฤษมีผิวดำ, ผมหยิก และตาสีฟ้า

กลุ่มดาว บนท้องฟ้า (Constellations)

ความเชื่อและการศึกษาเรื่อง กลุ่มดาว นับตั้งแต่มนุษย์ดำรงอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ ปริศนาของวัตถุบนท้องฟ้าเป็นสิ่งที่ถูกให้ความสำคัญตลอดมา ผู้คนเฝ้ามองผืนฟ้าอันกว้างใหญ่ ทำการจดจำและบันทึกการปรากฏขึ้นของ กลุ่มดาว และใช้แสงสว่างเล็กๆ เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนเวลา และนาฬิกาที่บ่งบอกการผันเปลี่ยนของฤดูกาล ใช้เป็นเข็มทิศนำทาง รวมถึงการนำโลกของดวงดาวมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ตำนาน และนิทานพื้นบ้านในหลากหลายวัฒนธรรม มนุษย์ทำการรวบรวมดวงดาวที่ส่องสว่างเหล่านี้เข้ามาไว้ด้วยกันตามความคิด จินตนาการและความเชื่อ จนกลายเป็นต้นกำเนิดของ  “กลุ่มดาว” มากมายที่เรารู้จักในปัจจุบันนี้ กลุ่มดาว (Constellations) คือ กลุ่มของดาวฤกษ์ที่ถูกกำหนดขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อกันเป็นรูปร่างต่างๆ ตามจินตนาการในอวกาศสามมิติ ซึ่งในอดีตมนุษย์เราเชื่อว่าดวงดาวแต่ละดวงถูกตรึงไว้บนผิวของทรงกลมขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ทรงกลมท้องฟ้า” (Celestial sphere) โดยอยู่ห่างจากโลก ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางในระยะทางที่เท่ากัน จึงได้รวบรวมดวงดาวที่อยู่ใกล้เคียงกันเป็นกลุ่มตามจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือเทพเจ้าในตำนาน เรียกรวมกันเป็นกลุ่มดาว อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การกำเนิดดาวฤกษ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดวงดาวแต่ละดวงอยู่ห่างไกลกันมากในห้วงอวกาศ รวมถึงมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง เช่น สี ขนาด รูปร่างและความสว่างของดาวแต่ละดวง แต่จากการที่ดวงดาวเหล่านี้ อยู่ห่างไกลจากโลกมากนัก มนุษย์จึงเห็นดวงดาวหยุดนิ่งอยู่กับที่ ทั้งๆ ที่ดาวฤกษ์ทุกดวงในจักรวาล มีการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและทิศทางที่แตกต่างกันออกไปอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้กลุ่มดาวที่เราสังเกตเห็นในอดีตเมื่อหลายหมื่นปีก่อน มีระยะห่างระหว่างดาวแต่ละดวงหรือรูปร่างแตกต่างออกไปจากกลุ่มดาวที่เราพบเห็นในปัจจุบัน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตหลายหมื่นปีข้างหน้าอีกด้วย ปัจจุบัน มีกลุ่มดาวที่มนุษย์ศึกษามีทั้งหมด […]