โอกาสการระบาดใหญ่ระลอกสองของ COVID-19 - National Geographic Thailand

โอกาสการแพร่ระบาดใหญ่ระลอกสองของ COVID-19

อิสตันบูล ตุรกี พนักงานทำความสะอาดฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ COVID-19 ตามท้องถนนในเขต Beyoglu ซึ่งวันนี้ กลายเป็นเขตที่ไร้นักท่องเที่ยว ภาพถ่ายโดย EMIN OZMEN, MAGNUM PHOTOS


เพราะยังมีอีกหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้จาก COVID-19 ดังนั้น การเฝ้าระมัดระวังจึงเป็นสิ่งจำเป็น

รัฐบาลในหลายประเทศที่เริ่มมีการคลายมาตรการปิดเมือง (Lockdown) กำลังพบเจอกับความท้าทายที่ว่า “จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสอีกครั้งได้อย่างไร” โดยองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า เพราะยังมีสิ่งที่โลกไม่รู้เกี่ยวกับโควิด-19 อีกมาก การเฝ้าระวัง และวิธีการจัดการกับไวรัสอย่างชาญฉลาดคือสิ่งที่ต้องทำในช่วงเวลาที่กำลังจะมาถึง

“การปิดเมืองที่ผ่านมาช่วยระงับการแพร่กระจายของไวรัสโดยการป้องกันไม่ให้ไวรัสสามารถหาเหยื่อรายใหม่ได้” ไมเคิล เจ. ไรอัน ประธานบริหารของโครงการสุขภาพฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก กล่าวและเสริมว่า “เพื่อที่จะทำเช่นนั้น เราต้องกดดันไม่ให้ไวรัสมีความสามารถในการดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมคิดว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลถ้ามีการยกเลิกมาตรการนี้เร็วเกินไป ไวรัสก็อาจจะกลับมาระบาดอีกได้”

การระบาดระลอกสอง (Second Wave) คืออะไร

โรคระบาดต่างๆ นั้นเกิดจากเชื้อก่อโรค (Pathogens) ชนิดใหม่ๆ ที่ประชากรมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งสิ่งนี้ก่อให้เกิดการระบาดของไวรัสไปทั่วโลก สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นคือไวรัสจะแพร่กระจายไปทั่วโลกก่อนที่จะลดการแพร่กระจายลง ก่อนที่ในอีกไม่กี่เดือนต่อมาจะกลับมาแพร่บาดทั่วโลกอีกครั้ง

COVID-19, มาเลเซีย, กัวลาสัมเปอร์, ห้างสรรพสินค้า
กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย พนักงานร้านซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นในกัวลาลัมเปอร์ สวมหน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ และถุงมือ เพื่อป้องกันเชื้อไวรัส น้ำยาล้างมือถูกตั้งไว้ในจุดต่างๆ สำหรับการทำความสะอาดที่จับรถเข็นให้สะอาดอยู่เสมอ ภาพถ่าย เอียน เตห์

การระบาดระลอกแรกที่บรรเทาลงอาจจะมีปัจจัยจากการเปลี่ยนฤดูกาล การแพร่ระบาดของไวรัสที่ย้ายจากภูมิภาคหนึ่งสู่อีกภูมิภาคหนึ่งของโลก หรือแม้กระทั่งปัจจัยการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ที่เกิดจากคนส่วนใหญ่ในสังคมได้การรับเชื้อไวรัสและสามารถรักษาจนหาย และร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อมีผู้ที่มีภูมิคุ้มกันเช่นนี้เป็นส่วนใหญ่ โอกาสที่จะเชื้อโรคจะแพร่กระจายไปยังคนอื่นๆ ในสังคมก็ลดลง นอกจากนี้ ในกรณีของโควิด –19 ยังมีปัจจัยการปิดเมืองหรือจำกัดการเดินทาง รวมไปถึงการส่งเสริมให้ผู้คนสร้างระยะห่างระหว่างกัน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้การระบาดของไวรัสระลอกแรกลดลง

ทว่าการระบาดระลอกสองสามารถเกิดขึ้นได้ เช่นการกลับมาระบาดในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อไวรัสโคโรนา หรือแม้กระทั่งการกลายพันธุ์ของเชื้อที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของมนุษย์ที่เคยมีไม่สามารถป้องกันได้ รวมไปถึงการแพร่ไปยังประชากรที่ยังไม่เคยมีประวัติการติดเชื้อและยังไม่มีภูมิคุ้มกันหมู่ โดยจากการเปรียบกรณีของระบาดระลอกสองของไข้หวัดสเปนในปี 1918 ซี่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 50 ล้านคน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เป็นตัวอย่างของการแพร่ระบาดระลอกสองที่รุนแรงกว่าการระบาดรอบแรก

ร้านขายเนื้อ, อิตาลี
ฟลอเรนซ์ อิตาลี เลโอนาร์โด ปาโยนี เป็นพ่อค้าขายเนื้อในฟลอเรนซ์ เนื่องจากคิวยาวเหยียดในร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ผู้คนจึงหันมาซื้อของจากร้านผู้ค้าร้ายย่อย ภาพถ่าย กราบริเอล กาลิมเบร์ติ

ตัวอย่างประเทศที่กำลังประสบภาวการณ์ระบาดละลอกสองที่เด่นชัดได้แก่ประเทศสิงคโปร์ ที่เคยได้รับคำชมเรื่องการรับมือและบริหารจัดการปัญหาผู้ติดเชื้อได้อย่างรวดเร็วจากระบบการติดตามอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม การระบาดกลับเกิดขึ้นอีกครั้งในพื้นที่หอพักแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่อย่างแออัดนับพันคน ซึ่งมีสุขลักษณะที่ไม่เพียงพอรวมไปถึงโรงอาหารที่ต้องใช้ร่วมกัน

ส่วนในประเทศจีน แม้เมืองอู่ฮั่นซึ่งถือเป็นต้นกำหนดของไวรัสจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ก็แต่ก็รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากทางเมืองตอนเหนือ รวมไปถึงการตรวจพบเชื้อจากผู้ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศอีกครั้ง

เนื่องจากมนุษย์ยังไม่มีภูมิคุ้มกันธรรมชาติ และไวรัสเองก็สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว มากกว่าร้อยละ 70 ของประชากรสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันก่อนที่การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะหายไปโดยธรรมชาติ ซึ่งนั่นหมายความว่าไวรัสจะระบาดไปอีกราว 18-24 เดือน ก่อนที่มันจะกลายเป็นโรคเฉพาะถิ่น (endemic)

ยังมีสิ่งที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับไวรัสอีกมาก การคาดการณ์ถึงทางออกที่ดีที่สุดจึงเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ยังมองว่าควรหลีกเลี่ยงการรวมตัวกันของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่

พนักงานส่งอาหาร, เซาเปาโล, บราซิล
เซาเปาโล บราซิล พนักงานส่งอาหารกำลังรออาหารจากร้านอาหารในตลาดเล็กๆ จากย่านโกปัน ซึ่งเป็นอาคารพี่พักอาศัยที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา ภาพถ่าย โจเอา ปินา

นอกจากนี้ ยังมีคำถามที่ว่าเมื่อไหร่ที่บรรดาแรงงานจะสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ หรือภาคธุรกิจใดที่ควรจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ตอบได้ยาก และเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านการสาธารณสุขต่างก็กังวลในกรณีที่ที่เกิดความไม่พอใจจากผู้คนที่มีต่อมาตรการปิดเมือง และต้องการให้ธุรกิจต่างๆ กลับมาเปิดทำการอีกครั้งโดยด่วน เช่นการเรียกร้องให้ยกเลิกการปิดเมืองที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกก็กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “เราไม่แน่ใจว่ามาตรการใดจะเป็นทางออกที่ได้ผล”

อย่างไรก็ตาม มาตรการการผ่อนคลายหลังการปิดเมืองควรทำภายใต้การปฏิบัติมาตรการด้านสุขอนามัย การสร้างระยะห่างทางร่างกาย รวมไปถึงความร่วมมือจากผู้คน ในส่วนของเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข การเฝ้าระวัง การตามหาและตามรอยผู้ติดเชื้อ และการกักกันผู้ป่วยก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น

“บรรดารัฐและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ควรมีแผนสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งรวมไปถึงการที่ไม่มีวัคซีนหรือภูมิคุ้มกันหมู่ด้วย” เป็นคำเตือนจากรายงานที่เขียนโดยศูนย์การวิจัยและนโยบายโรคติดต่อ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา

“การสื่อสารเรื่องความเสี่ยงจากรัฐบาลควรจะเป็นไปในลักษณะที่โรคระบาดจะยังไม่จบลงในเร็วๆ นี้ เพื่อที่ผู้คนจะได้เตรียมตัวถึงความเป็นไปได้ของระยะเวลาการแพร่ระบาดครั้งใหม่อีกรอบ” ผู้เขียนรายงานกล่าวเสริม

แหล่งข้อมูล

‘The second wave is in our hands’- WHO COVID-19 briefing

Coronavirus may last 2 years, study warns. And its second wave could be worse.

Will there be a second wave of coronavirus?

Why a Second Wave of Covid-19 Is Already a Worry

เรื่องแนะนำ

ประสิทธิภาพของวัคซีน ประเมินจากอะไร

เมื่อการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยระลอกที่สามทวีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา การจัดหาวัคซีนเพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชนจึงกลายมาเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะสามารถกอบกู้สถานการณ์ครั้งนี้ไว้ได้ ความเชื่อมั่นในรัฐบาลเรื่องการจัดหาวัคซีนถูกนำเสนอออกมาผ่านสื่อต่างๆ ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ หนึ่งในนั้นคือเรื่องความไม่มั่นใจใน ประสิทธิภาพของวัคซีน ยี่ห้อ “ซิโนแวค” ที่รัฐบาลกำลังเร่งกระจายฉีดให้ประชาชนทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ และในอนาคต รัฐบาลกำลังจะแจกจ่ายวัคซีนยี่ห้อ “แอสตราเซเนกา” ที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งคาดว่าจะประชาชนจะได้รับในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม นี้ อย่างไรก็ตาม กระแสความกังวลต่อผลข้างเคียงของวัคซีนทั้งสองยี่ห้อ ยังคงพบเห็นได้ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีทั้งข่าวจริงและเท็จ ในจุดนี้ รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องประสิทธิภาพวัคซีน อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อหวังจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทยได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (CDC) หน่วยงานภายใต้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อธิบายถึงประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ในปัจจุบัน เนื่องจาก ไม่เฉพาะประชาชนชาวไทยเท่านั้นที่กำลังวิตกกังวลเรื่องการฉีดวัคซีน แต่ประชาชนในประเทศอื่นๆ แสดงความกังวลต่อประเด็นนี้เช่นกัน โดยทาง CDC รายงาน ประโยชน์ของการได้รับวัคซีนโควิด-19 สรุปได้ดังนี้ (ข้อมูลเพิ่มเติม Benefits of Getting a COVID-19 Vaccine) การฉีดวัคซีนจะช่วยลดอัตราการติดเชื้อโควิด-19 วัคซีนทั้งหมดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน […]

การสร้าง เซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก

กระบวนการสร้าง เซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการปฏิสนธิในพืชดอก สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรพืช กลุ่มของพืชดอกจัดเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์สูงมาก ตามรายงานของสวนพฤกษศาสตร์คิว สหราชอาณาจักร รายงานว่า ในโลกนี้ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบและจัดจำแนกพืชดอกไปแล้วประมาณ  369,000 ชนิด ในแต่ละปี นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบพืชชนิดใหม่ประมาณ 2,000 ชนิด แต่ในทางกลับกัน หลายชนิดพันธุ์ก็อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ จากการประมาณของนักวิทยาศาตร์ คาดว่าประชากรพืชราวร้อยละ 21 หรือ 1 ใน 5 กำลังอยู่ในกลุ่มที่ใกล้สูญพันธุ์ ตามธรรมชาติ กระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชจะเกิดขึ้นที่ดอกไม้ โดยมีเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ และเมื่อการปฏิสนธิสิ้นสุดลง จากดอกไม้ก็จะกลายเป็นเมล็ดพืชที่พร้อมเจริญเป็นต้นไม้ต่อไป การสร้างเซลล์สิบพันธุ์ของพืชดอก กระบวนการสร้าง เซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก เกิดขึ้นในเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย เซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก มี 2 ชนิด คือ เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เซลล์สืบพันธุ์ทั้งสองมีขั้นตอนในการแบ่งเซลล์ เพื่อลดจำนวนโครโมโซมลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อเกิดการปฏิสนธิ จำนวนโครโมโซมจะมีจำนวนเท่าเดิมอีกครั้ง เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ (male gamete) เกิดขึ้นภายในอับเรณู (anther) โดยมีไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์ […]

โยคะ : ค้นพบความสงบในโลกอันวุ่นวาย

ในอินเดียอันเป็นต้นธาร โยคะเป็นทั้งการฝึกเพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และการเดินทางสู่ภายในเพื่อรู้จักตนเองและเจริญงอกงามทางจิตวิญญาณ แต่เมื่อศาสตร์ของโยคะเผยแพร่สู่โลกตะวันตก ความหมายทางจิตวิญญาณของโยคะกลับจางหาย บ่อยครั้งที่โยคะถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของการออกกำลังกาย และการฝึกท่วงท่าต่างๆ ที่เรียกว่า อาสนะ ทั้งที่จริงแล้ว โยคะมีความหมายลึกซึ้งและครอบคลุมกว่านั้นมาก

ย้อนมองประวัติศาสตร์ผ่านภาพสัตว์และมนุษย์ที่เคยเยือนอวกาศ

ริชาร์ด แบรนสันแห่งบริษัทเวอร์จิน กาแลกติก (Virgin Galactic) และเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบริษัทบลู ออริจิน (Blue Origin) ต่างพยายามเอาชนะกันในศึกแห่งการท่องอวกาศ แต่หารู้ไม่ว่ามีลิงสองตัวเอาชนะพวกเขาได้เมื่อ 62 ปีที่แล้ว เบเกอร์และเอเบิลคือสัตว์ที่ประสบความสำเร็จในการท่องอวกาศก่อนเบโซสและแบรนสัน ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 28 พฤษภาคม 1959 จรวดจูปิเตอร์ซึ่งมีลิงขนาดเล็กสองตัวนามว่าเบเกอร์และเอเบิลเป็นผู้โดยสารถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศจากฐานที่แหลมคะแนเวอรัล รัฐฟลอริดา หลังผ่านไป 16 นาทีลิงทั้งสองก็ได้ทะยานขึ้นไปในอวกาศเป็นระยะทางกว่า 2,700 กิโลเมตรและแตะระดับความสูงที่ประมาณ 579 กิโลเมตรเหนือพื้นผิวโลก ซึ่งถือว่าสูงกว่าระดับวงโคจรปัจจุบันของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล หลังจากที่อยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักระยะหนึ่ง ลิงทั้งคู่ก็ตกลงมายังพื้นโลกอีกครั้ง โดยเบเกอร์ถูกจับใส่ในแคปซูลที่มีขนาดใกล้เคียงกับแก้วเก็บอุณหภูมิขนาดใหญ่ขณะเดินทาง ลิงทั้งสองเผชิญกับแรงกระทำซึ่งรุนแรงกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกถึง 38 เท่าขณะที่จรวดดิ่งตัวลง เมื่อจรวดตกลงมายังทะเลในรัฐฟลอริดา เบเกอร์และเอเบิลก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่สหรัฐอเมริกา เนื่องจากอเมริกามีความพยายามที่จะส่งลิงขึ้นไปอวกาศและส่งกลับมาที่โลกอย่างปลอดภัยมาหลายทศวรรษแล้ว หากแต่ลิงที่ถูกเลือกนั้นมักจะเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติภารกิจหรือเสียชีวิตหลังกลับมาถึงโลกไม่กี่ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้เบเกอร์และเอเบิลซึ่งตกลงมาสู่โลกอย่างปลอดภัยจึงเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคู่แรกที่มีชีวิตรอดหลังการท่องอวกาศ อย่างไรก็ตาม เอเบิลเสียชีวิตขณะที่เข้ารับการรักษาหลังกลับถึงโลกได้เพียงไม่กี่วัน ในขณะที่เบเกอร์มีชีวิตอยู่จนถึงปี 1984 เมื่อ เบเกอร์สิ้นอายุขัย ร่างของมันถูกนำไปฝังไว้ที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ ฯ (U.S. Space and Rocket Center: USSRC) […]