มลภาวะทางเสียง เกิดขึ้นได้อย่างไร และมาจากแหล่งใดบ้าง

มลภาวะทางเสียง (Noise Pollution)

มลภาวะทางเสียง (Noise Pollution) คือ สภาวะแวดล้อมที่มีเสียงดังอันไม่พึงประสงค์หรือเสียงรบกวนที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนกลายเป็นภัยอันตรายต่อทั้งร่างกาย (เสียงที่มีความดังเกินกว่า 85 เดซิเบล)

สภาวะจิตใจและความเป็นอยู่ของมนุษย์ซึ่ง มลภาวะทางเสียง เหล่านี้ ยังสามารถก่อให้เกิดความตึงเครียดและความรำคาญที่รบกวนวงจรและการใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บนบก ในทะเล หรือตามแหล่งน้ำต่าง ๆ

มลพิษทางเสียงถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญที่เกิดขึ้นในมหานครและเมืองใหญ่ทั่วโลก ปัญหาที่เติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการอยู่อาศัยของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากการจราจร การก่อสร้าง การขุดเจาะถนน เสียงจากเครื่องยนต์นานาชนิดบนท้องถนน หรือแม้แต่เสียงจากอุปกรณ์สื่อสารตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ที่อยู่รวมกันอย่างหนาแน่น

แหล่งกำเนิดเสียงที่สามารถก่อให้เกิดการรบกวน

  • เสียงจากธรรมชาติ เช่น เสียงฟ้าร้อง ลมพายุ และเสียงการระเบิดของภูเขาไฟ
  • เสียงจากสัตว์ หรือ สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เช่น เสียงสุนัขเห่าหอน เสียงร้องของสัตว์ต่าง ๆ
  • เสียงจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น
    • เสียงเครื่องยนต์ในยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน
    • เสียงเครื่องกลหนักที่ใช้ในการก่อสร้าง เสียงเครื่องขุดเจาะถนน
    • เสียงจากเครื่องขยายเสียงบนรถโฆษณาเคลื่อนที่ เสียงตามสาย
    • เสียงดังจากสถานประกอบการ ทั้งเสียงจากโรงงานอุตสาหกรรม อู่ซ่อมรถยนต์ เสียงจากโรงมหรสพ หรือ สวนสนุก

ระดับเสียงที่มนุษย์สามารถได้ยินและมาตรฐานของระดับเสียงทั่วไป

ประเภทของเสียง ความดังของเสียง (หน่วย : เดซิเบล เอ หรือ dBA)
เสียงการสนทนาธรรมดา ~ 60
เสียงเครื่องตัดหญ้า ~ 70
เสียงรถยนต์ ~ 80
เสียงจากการจราจรทางน้ำ 80 – 110
เสียงรถบรรทุก 90 – 120
เสียงเครื่องขุดเจาะถนน 100 – 120
เสียงจากโรงงานอุตสาหกรรม 60 – 120
เสียงเครื่องบิน 100 – 140
มาตรฐานของระดับเสียงของกรมควบคุมมลพิษ ไม่เกิน 70 (เฉลี่ย 24 ชม.)
มาตรฐานระดับเสียงขององค์การอนามัยโลก ไม่เกิน 78 (เฉลี่ย 8 ชม.)

ผลกระทบจาก มลภาวะทางเสียง

มลภาวะทางเสียงส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติงานท่ามกลางเสียงดังรบกวนต่อเนื่องยาวนานในแต่ละวัน ซึ่งมลภาวะทางเสียงไม่เพียงก่อให้เกิดความหงุดหงิดรำคาญ แต่ยังสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ เช่น การสูญเสียการได้ยินอย่างช้า ๆ หรือ ภาวะประสาทหูเสื่อมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในกลุ่มคนทำงาน ซึ่งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังต่อเนื่องยาวนานเหล่านี้ (Noise Induced Hearing Loss : NIHL) นอกจากนี้ มลภาวะทางเสียงยังส่งผลต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น

  • ผลกระทบต่อร่างกาย : การสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร โรคความดันโลหิตสูง และภาวะการไหลเวียนโลหิตบกพร่อง ตลอดจนโรคหัวใจ
  • ผลกระทบต่อสุขภาพจิต : การนอนหลับไม่เพียงพอจากเสียงรบกวน ซึ่งก่อให้เกิดความเครียดและสภาวะตื่นตระหนกที่สามารถพัฒนาไปสู่อาการเจ็บป่วยทางจิตและภาวะซึมเศร้า
  • ผลกระทบต่อสมาธิ การเรียนรู้ และการทำงาน : โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียน ซึ่งเสียงรบกวนสามารถส่งผลต่อการจดจำ สมาธิ ความสนใจ หรือแม้แต่ทักษะในการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ เช่น การอ่าน การฟัง และการคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่

ไม่เพียงเฉพาะในสังคมของมนุษย์ มลภาวะทางเสียงยังส่งผลกระทบต่อวงจรและการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในระบบนิเวศ โดยเฉพาะสัตว์ป่าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งผลให้นกบลูเบิร์ด (Bluebird) วางไข่น้อยลงหรือการขัดขวางการสื่อสารและการกำหนดทิศทางของวาฬและโลมาในมหาสมุทร

เสียงดังเหล่านี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นบนบกหรือในทะเล ต่างส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ในหลากหลายด้าน เช่น การหลบภัยและการหลีกหนีจากสัตว์นักล่า การออกหาอาหาร หรือแม้แต่การออกหาคู่เพื่อผสมพันธุ์ มลภาวะทางเสียงทำให้สัตว์จำนวนมากดำเนินชีวิตอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น

สืบค้นและเรียบเรียง
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ


ข้อมูลอ้างอิง

National Geographic Society – https://www.nationalgeographic.org/encyclopedia/noise-pollution/

National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) – https://www.noaa.gov/education/resource-collections/ocean-coasts/ocean-currents

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน – http://www.rmuti.ac.th/user/thanyaphak/Web%20EMR/Web%20IS%20Environmen%20gr.4/Mola7.html

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน –  http://bio.flas.kps.ku.ac.th/courses/201/4.pdf


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หมอกควัน หรือ “หมอกพิษ” (Smog)

เรื่องแนะนำ

การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต (Bioluminescence)

การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต สามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตหลายชนิดบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นฟองน้ำ แมงกะพรุน หรือปลาน้ำลึกบางชนิด รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตบนบกจำพวกแบคทีเรีย เห็ด และเชื้อรา ขณะที่มนุษย์นำแสงสว่างมาใช้เป็นพลังงาน รวมถึงใช้เพื่อการนำทางในยามค่ำคืน แต่ การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต เหล่านี้ นำแสงสว่างภายในตัวเองมาปรับใช้ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อการดำรงชีวิตและเพื่อความอยู่รอด การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต (Bioluminescence) คือ การสร้างพลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมีภายในร่างกายที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปของ “แสงสว่าง” ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญทางธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ใจ เนื่องจากพลังงานหรือแสงสว่างส่วนใหญ่ที่มนุษย์เรารู้จักนั้น มักก่อให้เกิดความร้อนหรือรังสีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แต่การสร้างแสงในตนเองตามกลไกทางธรรมชาติของพืช เชื้อรา หรือ สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ คือ การสร้างพลังงานแสงที่เรียกว่า “แสงเย็น” (Cold Light) แสงที่ก่อให้เกิดรังสีหรือพลังงานความร้อนที่เป็นอันตรายในอัตราต่ำ กลไกของการเรืองแสงในสิ่งมีชีวิต การเรืองแสงในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด เกิดขึ้นภายใต้สภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นสีของแสง ตำแหน่งของแสง ช่วงและระยะเวลา หรือแม้แต่จังหวะของการเปล่งแสง อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตเรืองแสงส่วนใหญ่มีกลไกการผลิตแสงที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานเดียวกัน คือ การสร้างแสงสว่างจากปฏิกิริยาชีวเคมีทั้งหลายภายในเซลล์ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของสารเคมีที่เรียกว่า “เอนไซม์” (Enzyme) โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือสารลูซิเฟอริน (Luciferin) และเอนไซม์ลูซิเฟอเรส (Luciferase) หรือโฟโตโปรตีน […]

พัทน์ ภัทรนุธาพร เด็กไทยใน MIT Media Lab ศูนย์วิจัยนวัตกรรมเพื่อโลกอนาคต

MIT Media Lab คือห้องปฏิบัติการวิจัยของ Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พัฒนาเทคโนโลยีปฏิวัติวงการมาแล้วมากมาย MIT Media Lab เกิดขึ้นในยุคที่โลกกำลังจะก้าวสู่ดิจิทัล ในช่วงปี 1985 จากความคิดริเริ่มของ Prof. Nicholas Negroponte หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ซึ่งตั้งคำถามว่า ถ้าเราจะสร้างเทคโนโลยีสักอย่างที่เปลี่ยนโลก เราควรจะสร้างเทคโนโลยีอะไร และเค้าค้นพบว่าเราควรจะสร้างเทคโนโลยีหรือกระบวนการที่นำไปสู่การสร้างเทคโนโลยีที่มากขึ้น หรือการสร้างเทคโนโลยีที่สามารถทำให้คนสร้างเทคโนโลยีได้ไปอีกขั้นหนึ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของ MIT Media Lab สถาบันที่สร้างนวัตกรรมเเห่งอนาคต คำว่ามีเดีย (Media) ในที่นี้ไม่ใช่โทรทัศน์ วิทยุ หรือ สื่อโซเชียลมีเดียใด แต่คือตัวกลางที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าหากัน MIT Media Lab คือห้องปฏิบัติการที่รวมคนจากหลากหลายสาขาวิชา หลากหลายมิติ มาอยู่ด้วยกัน เพื่อที่พัฒนาสิ่งที่ยิ่งใหญ่และไกลกว่าการพัฒนาในแต่ละสาขาวิชา มันจะมีความต่อต้านการเรียนรู้แยกกันในแต่ละสาขาวิชาในรูปแบบเดิม ๆ หรือที่เรียกว่า Anti-Disciplinary แต่ในขณะเดียวกันมันจะมีการบูรณาการเข้าหากันจากหลาย ๆ ศาสตร์ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ […]

ความรู้ประจำวัน : ลงจอดยานบนดาวอังคารไม่ใช่เรื่องง่าย

จินตนาการว่าคุณมีโอกาสได้ไปสำรวจดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง คุณจะลงจอดตรงไหน? ที่ดาวอังคารหุ่นยนต์สำรวจช่วยเราไขคำตอบเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้มากมาย ว่าแต่ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์รู้ได้อย่างไร ว่าบริเวณไหนที่ควรสำรวจเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับดาวอังคารมากที่สุด Bethany Ehlmann นักธรณีวิทยาดาวเคราะห์ไขข้อข้องใจนี้ให้ฟังว่า เกณฑ์ในการพื้นที่ลงจอดประกอบไปด้วยความปลอดภัย, ข้อมูลประเภทไหนที่เราต้องการ และวิธีการลงจอด ยกตัวอย่างในการจะหาคำตอบว่าเหตุใดดาวอังคารทีเคยมีมหาสมุทรจึงกลายเป็นดาวเคราะห์แห้งเหือดเช่นในปัจจุบัน ทีมนักวิทยาศาสตร์อาจเลือกที่จะลงจอดยานสำรวจของพวกเขาลงในแอ่งทะเลสาบโบราณหรืออดีตภูเขาไฟ พื้นที่พิเศษเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาได้ข้อมูลที่มากขึ้น แน่นอนว่าไม่มีถูกมีผิดในงานวิทยาศาสตร์และทุกย่างก้าวของการสำรวจ ช่วยให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับดาวเคราะห์สีแดงนี้มากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : ความรู้ประจำวัน : มหาสมุทรบนดาวอังคารหายไปไหน?, สำรวจชีวิตบนดาวอังคารแบบ 360 องศา