มหานครกัมปนาท : ภัยดังที่ฟังแต่ไม่ได้ยิน - National Geographic Thailand

มหานครกัมปนาท : ภัยดังที่ฟังแต่ไม่ได้ยิน

เราทุกคนรู้กันดีว่า เสียงดัง นั้นเป็นอันตรายต่อหู แต่ในความเป็นจริงการใช้ชีวิตท่ามกลางเสียงดังที่เข้าขั้นเป็นมลพิษส่งผลกระทบมากกว่านั้น เสียงและการสั่นสะเทือนมีผลต่อระบบการไหลเวียนของเลือดและการทำงานของต่อมไร้ท่อต่างๆ ทั้งยังก่อให้เกิดความหงุดหงิด ความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลต่อการนอนหลับ, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจและปัญหาทางสุขภาพจิตตามมา

เมื่อร่างกายรับเสียงดังเข้ามา ระบบประสาทจะถูกกระตุ้น หัวใจเราจะเต้นเร็วขึ้น ซึ่งเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติ เมื่อร่างกายรู้สึกว่ากำลังเผชิญกับสถานการณ์อันตราย ลองจินตนาการถึงโลกในยุคดึกดำบรรพ์ บรรพบรุษของเราคงไม่สามารถเอาชีวิตรอดหากได้ยินเสียงของฝูงสัตว์กำลังพุ่งตรงเข้ามา แต่พวกเขายังคงนิ่งเฉยไม่สนใจ

มหาวิทยาลัยเท็กซัส ดัลลัส เคยทำการวิจัยถึงผลกระทบของเสียงดังที่มีผลต่อสมอง พวกเขาตรวจการทำงานของระบบประสาททางการได้ยินของหนูสองกลุ่ม ด้วยการนำพวกมันไปอยู่ในที่ที่มีเสียงดังระดับ 115 เดซิเบล (ส่งผลกระทบต่อการได้ยินในระดับปานกลาง) และ 124 เดซิเบล (ส่งผลกระทบต่อการได้ยินในระดับรุนแรง) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง หลังการทดลองพวกเขาตรวจระบบประสาทของหูหนูอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 เดือน พบว่าสำหรับหนูกลุ่มที่เผชิญกับระดับเสียงที่มีความดังรุนแรง จากหนูจำนวนทั้งหมดมีหนูน้อยกว่า 1 ใน 3 ที่ระบบประสาทยังคงเป็นปกติ นอกนั้นการตอบสนองล้วนเชื่องช้าลง ส่วนในหนูอีกกลุ่มการตอบสนองทางระบบประสาทไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก เว้นแต่กับคลื่นเสียงความถี่สูงที่ช้าลงกว่าปกติ

นั่นคือการทดลองกับหนูเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นอยู่กับพวกมันไปชั่วชีวิต

เสียงดัง
การสวมใส่หูฟังระหว่างการเดินทางไม่สามารถป้องกันเสียงภายนอกได้ทั้งหมด ตรงกันข้ามหากเสียงภายนอกมีความดัง ผู้ใช้ก็ยิ่งจำเป็นต้องเพิ่มระดับเสียงของหูฟังให้ดังมากขึ้นตาม

ตัวผมเองเป็นคนหนึ่งที่เผชิญปัญหาจากเสียงรบกวน เริ่มจากเสียงของบ้านข้างๆ ที่กำลังต่อเติมไม่หยุด แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ ตามมาด้วยเสียงปั๊มน้ำเจ้าปัญหาของเพื่อนบ้านอีกหลัง และล่าสุดผมเพิ่งค้นพบว่าตัวเองหงุดหงิดจากเสียงที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปทำงานด้วยเช่นกัน เฉลี่ยระยะเวลาการเดินทางจากบ้านไปยังบริษัท ผมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยทั่วไปผู้โดยสารที่นั่งรถเมล์จำต้องเผชิญกับเสียงการจราจรรอบนอกอยู่แล้ว แต่ต่อให้ขึ้นรถเมล์ปรับอากาศ หากต้องเจอกับคันที่เสียงเครื่องยนต์เก่าคร่ำคร่าดังสนั่น หรือมีเสียงปิดเปิดของประตูปึงปัง ก็นับว่าหนีมลพิษทางเสียงไม่พ้นอยู่ดี

ในแต่ละวันผมจะต้องเผชิญกับเสียงรบกวนโสตประสาทเหล่านี้เป็นเวลาราวสองชั่วโมงต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วันคิดเป็น 52 x 10 ตกปีละ 520 ชั่วโมง หรือ 21.7 วันเต็ม ที่ผมต้องเผชิญกับมลพิษทางเสียงตลอดเวลาในฐานะผู้โดยสาร แล้วบรรดามนุษย์กรุงเทพคนอื่นๆที่ต้องเดินทางไปทำงานด้วยระบบขนส่งที่ทุลักทุเลและดังลั่นกว่าผมอย่างเรือด่วนล่ะ

ผมได้พูดคุยกับกระเป๋าเรือคลองแสนแสบและผู้โดยสารขาประจำของเรือ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเดินทางด้วยเรือนั้นหนวกหู แต่จำต้องทนต่อไปเนื่องจากไม่มีทางเลือก เพราะเรือคลองแสนแสบเป็นการเดินทางที่รวดเร็วที่สุด ถ้าอยากหนีรถติด

แม้ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะยอมทนกับเสียงรบกวน แต่ผมกลับสงสัยว่าพาหนะใดในระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานครที่ดังรบกวนเข้าขั้นจัดเป็นมลพิษทางเสียงบ้าง เสียงรบกวนที่ว่านี้หมายรวมตั้งแต่เสียงของเครื่องยนต์ เสียงของผู้โดยสาร ไปจนถึงเสียงของบรรยากาศรอบๆทั้งหมด “The Perspective” จึงทดลองขึ้นรถลงเรือตามระบบขนส่งยอดนิยมของชาวเมือง เพื่อหาคำตอบ

บรรดาพนักงานที่ทำงานบนเรือโดยสารซึ่งมีค่าเฉลี่ยเสียงเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ ล้วนมีความเสี่ยงที่ระบบประสาททางการได้ยินของพวกเขาจะเสื่อมถอยลง

กดฟังตัวอย่างเสียงของหลากหลายยานพาหนะของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหาครได้ที่นี่

  1. เสียงบันทึกของรถเมล์สาย 1 จากหัวลำโพงไปยังบางรัก

2. เสียงบันทึกของรถเมล์ปรับอากาศสาย 113 จากรามคำแหงไปยังประตูน้ำ

3. เสียงบันทึกของรถสองแถว วัดดอกไม้ – ถนนจันทน์

4. เสียงบันทึกของเรือคลองแสนแสบ จากท่าเรือประตูน้ำไปยังท่าเรือรามคำแหง 53

5. เสียงบันทึกของเรือด่วนเจ้าพระยา จากท่าช้างไปยังท่าสะพานพุทธ

6. เสียงบันทึกของรถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีสะพานตากสินไปยังสถานีสยาม

7. เสียงบันทึกของรถไฟฟ้าเอมอาร์ที จากสถานีสุขุมวิทไปยังสถานีหัวลำโพง

 

 

เรื่องแนะนำ

เรือนยอดของต้นไม้ ช่วยป้องกันโรคระบาดในพืช

เรือนยอดของต้นไม้ ในป่าล้วนรักษาระยะห่างจนเกิดเป็นช่องว่าง เรียกว่า เรือนยอดไม่บดบังกัน (crown  shyness) ซึ่งช่วยให้ต้นไม้สามารถแบ่งปันทรัพยากร และควบคุมการระบาดของโรค เดือนมีนาคม ค.ศ. 1982 ในวันที่อากาศอบอุ่น ฟรานซิส “แจ็ก” พุตซ์ (Francis “Jack” Putz) นักชีววิทยา เดินทางเข้าไปในป่าต้นโกงกางที่มี เรือนยอดของต้นไม้ เพื่อหลบหลีกจากความร้อนในช่วงบ่าย ด้วยความง่วงจากอาหารมื้อเที่ยง และการทำงานภาคสนามในอุทยานแห่งชาติ กัวนากัสเต ประเทศคอสตาริกา อย่างหนัก พุตซ์จึงตัดสินใจงีบหลับระหว่างวัน ขณะที่เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายลมพัดยอดโกงกางที่อยู่เหนือเขาไหวเอนไปมา ทำให้กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงก่ายเข้าหากัน ใบไม้และกิ่งไม้ที่อยู่ขอบนอกสุดของเรือนยอดหักลง พุตซ์สังเกตเห็นว่าการตัดแต่งกิ่งซึ่งกันและกันนี้ทิ้งร่องรอยของพื้นที่ว่างบนเรือนยอด เครือข่ายของยอดไม้ที่เรียกว่า Crown Shyness ได้รับการบันทึกไว้ในป่าทั่วโลก จากป่าโกงกางของคอสตาริกาไปจนถึงต้นการบูรบอร์เนียวที่สูงตระหง่านของมาเลเซีย มีช่องว่างระหว่างพุ่มไม้เขียวขจี แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เหตุใดยอดไม้จึงไม่ยอมให้เกิดการบดบังกัน พุตซ์ให้เหตุผลว่า ต้นไม้ต้องการพื้นที่ว่างซึ่งกันและกัน เพื่อใช้ในแผ่กิ่งก้าน และดูเหมือนว่าลมจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ต้นไม้จำนวนมากรักษาระยะห่างระหว่างกันได้ การแบ่งแยกพื้นที่ว่างระหว่างกิ่งก้านของแต่ละต้น อาจช่วยเพิ่มการเข้าถึงทรัพยากรของพืช เช่น แสง อีกทั้งช่วยขัดขวางการแพร่กระจายของแมลงที่กัดกินใบ เถาวัลย์ กาฝาก หรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ เม็ก […]

พื้นที่ชุ่มน้ำ…ในชีวิตและความทรงจำ

“พื้นที่ชุ่มน้ำ” อาจเป็นคำที่ดี แต่ก็จับต้องได้ยาก  เพราะครอบคลุมทุกอย่างที่มีน้ำ  ความกว้างขวางของมันอาจทำให้ถ้อยคำสูญเสียความหมาย  ในขณะที่นักวิชาการบอกแต่เพียงว่าพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญ จำเป็นต้องอนุรักษ์ แต่วิถีชีวิตของคนเมืองส่วนใหญ่ในปัจจุบันกลับถูกตัดขาดจากธรรมชาติ ไม่อนุญาตให้เราเข้าถึงและทำความเข้าใจพื้นที่ชุ่มน้ำได้ง่ายดายนัก

วัตถุที่มนุษย์สร้างมีน้ำหนักเท่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกแล้ว

น้ำหนักของคอนกรีต ยางมะตอย เหล็ก และพลาสติกบนโลกกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปีนี้อาจจะเป็นจุดที่ วัตถุที่มนุษย์สร้าง กำลังมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งมีชีวิต ในขณะที่มวลของสิ่งชีวิตบนโลกอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านเมตริกตัน และไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่เรียกว่ามวลที่เกิดจากมนุษย์ (anthropogenic mass) หรือ วัตถุที่มนุษย์สร้าง กำลังเติบโตอย่างพุ่งทะยาน มวลที่มนุษย์เป็นผู้สร้าง ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าคอนกรีต ตึกสูงที่เต็มไปด้วยเหล็กและกระจก รวมไปถึงขวดพลาสติก เสื้อผ้า คอมพิวเตอร์ ตอนนี้มีจำนวนเท่ากับน้ำหนักของสิ่งมีชีวิตบนโลก และอาจมีน้ำหนักมากกว่าในปีนี้ ตามงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature ผลการสำรวจได้สนับสนุนข้อเสนอที่ว่า โลกได้เข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Anthropocene หรือจุดช่วงเวลาทางธรณีวิทยาที่มนุษย์เป็นฝ่ายสร้างแรงที่ครอบงำการก่อตัวของโลก Ron Milo นักวิจัยอาวุโสผู้เขียนบทความ แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ Weizmann Institute of Science ประเทศอิสราเอล กล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านทางวัตถุ (material transition) ที่ “ไมเพียงแค่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเรา แต่เป็นในยุคสมัย (era) ของเราเลย” การระเบิดของมวลที่มนุษย์สร้างขึ้น Milo และทีมงานของเขาได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับการเผยแพร่เกี่ยวกับจำนวนของวัสดุสังเคราะห์และสิ่งมีชีวิตว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรนับตั้งแต่ปี 1900 มาจนถึงปัจจุบัน โดยข้อมูลในรอบ […]

การจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธีอาจเป็นสาเหตุของการตายของคนนับล้านในแต่ละปี

รายงานชิ้นใหม่เปิดเผยว่าในแต่ละปี ผู้คนกว่า400,000 ถึง 1,000,000 คนในประเทศด้อยพัฒนาอาจเสียชีวิต เนื่องจากการจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธี