อาจักรฟังไจ กลุ่มสิ่งมีชีวิตจำพวกเห็ดรา

อาณาจักรฟังไจ (Kingdom of Fungi) คือ หนึ่งใน 5 อาณาจักรหลักของสิ่งมีชีวิตบนโลกตามการจัดจำแนกทางอนุกรมวิธานวิทยา (Taxonomy)

สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใน อาณาจักรฟังไจ ได้แก่ กลุ่มของรา เห็ด และยีสต์ ซึ่งสามารถเจริญเติบโตอยู่ทั่วทุกหนแห่งบนโลก ไม่ว่าจะดำรงชีวิตอยู่ตามพื้นดิน ในแหล่งน้ำ ร่องลอยอยู่ในอากาศ หรือแม้แต่อาศัยอยู่ตามร่างกายของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โดยที่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการย่อยสลายสสารและการหมุนเวียนธาตุอาหารในระบบนิเวศของโลก

อาณาจักรฟังไจ, เห็ดรา, เห็ด

ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ 

ฟังไจเป็นทั้งสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่างยีสต์ (Yeast) และสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ซึ่งมีองค์ประกอบของเส้นใยขนาดเล็กที่เรียกว่า “ไฮฟา” (Hypha) ที่รวมกันเป็นกลุ่มเส้นใยที่เรียกว่า “ขยุ้มรา” (Mycelium) อย่างเช่น รา (Mold) และเห็ดราทั้งหลาย (Mushroom) ซึ่งลักษณะของเส้นใยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • เส้นใยมีผนังกั้น (Septate Hypha) ที่แบ่งเซลล์ออกเป็นห้อง ๆ
  • เส้นใยไม่มีผนังกั้น (Non-Septate Hypha) ที่ทำให้เซลล์มีลักษณะคล้ายท่อยาวที่ทะลุถึงกัน

นอกจากนี้ เส้นใยเหล่านี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงแปลงรูปร่างเพื่อทำหน้าที่พิเศษ เช่น ดูดอาหารจากเซลล์เจ้าบ้าน (Host) ยึดติดและดูดซึมสารอาหารจากสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

  • มีเซลล์แบบยูคาลิโอต (Eucaryote) ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียสเช่นเดียวกับพืชและสัตว์
  • มีผนังเซลล์เป็นสารจำพวกไคติน (Chitin) และเซลลูโลส (Cellulose) เช่นเดียวกับพืชชั้นสูง
  • ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงดำรงชีวิตอยู่ด้วยการพึ่งพาอาศัยสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น (Mutualism) หรืออยู่ในภาวะปรสิต (Parasitism) และยังเป็นผู้ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต (Saprophyte) ที่สำคัญของระบบนิเวศ
  • มีทั้งการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศที่อาศัยการรวมตัวกันของเซลล์สืบพันธุ์และนิวเคลียส (Conjugation) และแบบไม่อาศัยเพศ เช่น การแบ่งตัว (Fission) การแตกหน่อ (Budding) การหักหรือขาดออกเป็นท่อน (Fragmentation) และการสร้างสปอร์ (Sporulation)
อาณาจักรฟังไจ, เห็ดรา, เห็ด
ภาพการปล่อยสปอร์ของเห็ด

อาณาจักรฟังไจสามารถจำแนกออกเป็น 4 ไฟลัม (Phylum) ดังนี้

1. ไคทริดิโอไมโคตา (Chytridiomycota) คือ กลุ่มของราชั้นต่ำที่มีอายุยาวนานที่สุดหรือที่เรียกว่า “ไคทริดส์” (Chytrids) อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำจืดและตามพื้นดิน เป็นปรสิตทั้งในโพรทิสต์ พืช และสัตว์ รวมถึงเป็นผู้ย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและมีเส้นใยขนาดเล็ก มีการสืบพันธุ์ทั้งแบบอาศัยเพศ และไม่อาศัยเพศ โดยการสร้างสปอร์ที่มีแฟลเจลลา (Flagellum) ช่วยในการเคลื่อนที่

2. ไซโกไมโคตา (Zygomycota) คือ กลุ่มราที่เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว มีเส้นใยชนิดแบบไม่มีผนังกั้น และบางชนิดอาจมีโครงสร้างที่เรียกว่า “ไรซอยด์” (Rhizoid) ใช้ในการยึดเกาะกับแหล่งอาหาร ราส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนบก หรือบนอินทรียวัตถุที่กำลังย่อยสลาย เช่น ราดำบนขนมปัง ต้องการความชื้นในการดำรงชีวิต จึงเป็นทั้งปรสิตและผู้ย่อยสลาย กลุ่มราในไฟลัมนี้มีทั้งกลุ่มราที่ใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อผลิตกรดฟูมาริก อย่างเช่น Rhizopus nigricans และผลิตแอลกอฮอล์หรือสุราอย่างเช่น Rhizopus oryzae

ราดำที่ขึ้นอยู่บนขนมปัง

3. แอสโคไมโคตา (Ascomycota) คือ กลุ่มราชั้นสูงที่มีลักษณะคล้ายถ้วย (Cup Fungi) จากการสร้างสปอร์ อาศัยอยู่ทั้งในแหล่งน้ำจืด แหล่งน้ำเค็ม และบนบก มีทั้งสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว อย่างเช่น ยีสต์ชนิดต่าง ๆ และสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่เป็นกลุ่มเส้นใย เช่น เห็ดโมเรล ทรัฟเฟิล และราแดง เป็นต้น กลุ่มราในไฟลัมนี้ถูกนำมาใช้ในการผลิตข้าวแดงและเต้าหู้ยี้ เป็นกลุ่มราที่สามารถก่อให้เกิดโรคทั้งในคนและสัตว์

เห็ดทรัฟเฟิล

4. เบสิดิโอไมโคตา (Basidiomycota) คือ กลุ่มเห็ดราที่มีรูปร่างคล้ายกระบอง (Club Fungi) และสีสันหลากหลาย มีเส้นใยผนังกั้นและรวมตัวอัดแน่นเป็นแท่งคล้ายลำต้น เช่น เห็ดโคน เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดหูหนู และเห็ดหอมที่สามารถนำมารับประทานได้ รวมไปถึงราสนิมและราเขม่าดำ ที่สามารถก่อโรคในคนและพืช ส่วนใหญ่ราในกลุ่มนี้จะดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับพืชในภาวะพึ่งพาอาศัยกัน สามารถดูดซึมสารอาหารจากรากไม้และย่อยสลายสารอินทรีย์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้มนุษย์นำเห็ดราเหล่านี้มาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย ทั้งในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและยา และการปรับปรุงดินเพื่อการเกษตร

อาณาจักรฟังไจ, เห็ดรา, เห็ด
เห็ดต่างๆ ที่มนุษย์นำมาบริโภค

สืบค้นและเรียบเรียง 
คัดคณัฐ ชื่นวงศ์อรุณ 


ข้อมูลอ้างอิง

โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล – http://www.satriwit3.ac.th/files/111006099215982_11111721212004.pdf 
University of California Museum of Paleontology – https://ucmp.berkeley.edu/fungi/fungisy.html#:~:text=Fungi%20are%20usually%20classified%20in,which%20the%20fungus%20reproduces%20sexually.
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ – https://biology.mwit.ac.th/Resource/BiodiverPDF/6_diver_fungi.pdf


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สารพัดประโยชน์ของเห็ด อาหารซูเปอร์ฟู้ด

เรื่องแนะนำ

ความหมายและความสำคัญของ พื้นที่ชุ่มน้ำ

พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) คือ พื้นที่ซึ่งมีน้ำเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดหรือควบคุมสภาพแวดล้อมและลักษณะการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยทั่วไปแล้ว พื้นที่ชุ่มน้ำ เกิดจากการที่ระดับน้ำใต้ดิน (Water Table) อยู่ใกล้กับผิวดินมาก ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาหรืออาจถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ดังนั้น ความหมายของพื้นที่ชุ่มน้ำจึงครอบคลุมถึงทุกพื้นที่ซึ่งมีลักษณะทางภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ชื้นแฉะ หรือเป็นแหล่งน้ำที่มีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา มีการไหลเวียนของน้ำตามฤดูกาล หรืออาจมีระดับน้ำขังคงที่ถาวร รวมไปถึงบริเวณริมชายฝั่งทะเลและพื้นที่ในทะเลบางส่วนที่มีความลึกหรือระดับน้ำไม่เกิน 6 เมตร เมื่อกระแสน้ำลดลงถึงจุดต่ำสุด จากลักษณะทางกายภาพที่กล่าวมา ส่งผลให้พื้นที่ชุ่มน้ำมีองค์ประกอบของพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่หลากหลาย เนื่องจากมีระบบนิเวศที่อยู่ทั้งในเขตน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม รวมถึงพื้นที่ชุ่มน้ำที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ เช่น  นาข้าว นากุ้ง และอ่างเก็บน้ำ เป็นต้น พื้นที่ชุ่มน้ำสามารถจำแนกออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้   พื้นที่ชุ่มน้ำทางทะเลและชายฝั่ง (Marine and Coastal Wetlands) หมายถึง บริเวณในทะเลและริมชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกระแสน้ำจากแม่น้ำ เช่น ทะเลสาบน้ำเค็ม (Lagoon) หาดทราย (Beach) และแนวปะการัง (Coral Reef) […]

‘ซูเปอร์คอมพิวเตอร์’ คาดการณ์ฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 3 วัน

คพ. ผนึก สวทช. ใช้ ‘ซูเปอร์คอมพิวเตอร์’ คาดการณ์ฝุ่น PM 2.5 รู้ล่วงหน้า 3 วัน กรมควบคุมมลพิษผนึกกำลังบุคลากรและเครื่องมือของ สวทช. โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง หรือ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) จากศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง หรือ ThaiSC พัฒนาการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เฉพาะทางด้านมลพิษทางอากาศ (WRF-chem) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้เร็วขึ้นถึง 15 เท่า ช่วยรองรับการคาดการณ์สถานการณ์ได้ล่วงหน้า 3 วัน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วยผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมแถลงข่าวผ่านระบบออนไลน์ ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการคาดการณ์คุณภาพอากาศ และระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง ระหว่างกรมควบคุมมลพิษกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษได้พัฒนาระบบการคาดการณ์คุณภาพอากาศสำหรับใช้ประเมินสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ และพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยรับการสนับสนุนการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ทำให้การคาดการณ์สถานการณ์ปัญหา PM 2.5 ของประเทศ มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจ และวางแผนบริหารจัดการเพื่อตอบโต้สถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศที่คาดว่าจะเกิดขึ้น […]

เคยเห็นลูกแมงกะพรุนไฟกันไหม?

เคยเห็น ลูกแมงกะพรุนไฟ กันไหม? เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่แหวกว่ายไปมาในน้ำเหล่านี้คือ ลูกแมงกะพรุนไฟ สัตว์แปลกที่ไม่มีกล้ามเนื้อ มันสมอง และหัวใจ โดยจากในวิดีโอเป็นตัวอ่อนในขั้นอีฟีราที่กำลังจะพัฒนาไปเป็นตัวเต็มวัยแล้วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเมื่อถึงเวลานั้นมันจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าที่เห็นถึง 700 เท่าเลยทีเดียว วงจรชีวิตของแมงกะพรุนนั้นก็แปลกพอๆ กับร่างกายของมัน เมื่อตัวอ่อนถือกำเนิดขึ้นจากไข่มันจะลอยไปหาที่ที่เหมาะสมและฝังตัวเป็น “พลานูลา” จากนั้นพลานูลาจะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีหน้าตาคล้ายกับดอกไม้ทะเลเล็กๆ เราเรียกขั้นนี้ว่า “โพลิป” จากนั้นเมื่อเติบโตขึ้นลูกแมงกะพรุนจิ๋วที่เรียกว่า “อีฟีรา” หรือ “เมดูซ่า” จะหลุดออกมาและล่องลอยไปตามกระแสน้ำ เติบโตเป็นแมงกะพรุนในที่สุด   อ่านเพิ่มเติม พบลูกสิงโตขาวในป่าแอฟริกาใต้

นักวิทยาศาสตร์พยายามหาข้อมูล การรักษาโควิด-19

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทราบและไม่ทราบเกี่ยวกับ การรักษาโควิด-19 บุคลากรชั้นนำทางการแพทย์หกท่านอธิบายว่า เรารู้ข้อมูลเพียงบางส่วนเกี่ยว การรักษาโควิด-19 ทั้งในโรงพยาบาลและการรักษาตัวที่บ้าน การศึกษาทางการแพทย์เกี่ยวกับโควิด-19 อยู่ในจุดที่สุ่มเสี่ยงมาก เพราะยังเกิดความสับสนเกี่ยวกับเรื่องพื้นฐาน เช่น วิธีการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาตัวที่บ้าน หรือผู้ป่วยที่หายแล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อเป็นแนวทางความรู้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้ติดต่อไปยังบุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัย ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เพื่อขอคำแนะนำสำหรับการดูแลตัวเองที่บ้าน รวมไปถึงข้อมูลทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับต่อสู้กับโรคระบาดนี้ เราจะต่อสู้กับโรคโควิด-19 อย่างไร เรื่องดีก็คือ ประมาณร้อยละ 80 ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 แสดงอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์แนะนำว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้ ให้แยกตัว ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรักษาตามอาการ สำหรับการดูแลคนไข้ที่มีอาการไข้ร่วมกับอาการอื่นๆ แพทย์แนะนำให้ใช้ยาอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) หรือที่รู้จักแพร่หลายในชื่อพาราเซตามอล (paracetamol) และหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ด้วยเหตุผลที่ว่า การใช้ยาในกลุ่มไอบูโพรเฟน คนไข้อาจได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น ไตวาย ระคายเคืองกระเพาะอาหาร และมีเลือดออกในทางเดินอาหาร อ่านเพิ่มเติม: ข้อเท็จจริงเกี่ยวโควิด-19  “ผมยังไม่ทราบสาเหตุว่า ทำไมไอบรูโพเฟนจึงกลายเป็นปัญหาสำหรับการรักษาโรคโควิด-19” สแตนลีย์ เพิร์ลแมน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโคโรนาไวรัส นักภูมิคุ้มกันวิทยา […]