ทำอย่างไรถึงจะได้เจอ ยูเอฟโอ

ทำอย่างไรถึงจะได้เจอ ยูเอฟโอ

“ ยูเอฟโอ ” นักดาราศาสตร์พยายามมองหา “ยานอวกาศของเอเลี่ยน” ใกล้โลกบนท้องฟ้า แต่พวกเขาทำได้อย่างไร? 

เนื่องจากการค้นหาอารยธรรมนอกโลกด้วยคลื่นความถี่วิทยุที่ใช้มานานกว่า 60 ปีที่ ยังไม่พบอะไรเลย ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องคิดหาวิธีใหม่ในการตรวจสอบวัตถุบินที่ไม่ปรากฏชื่อ หรือ ยูเอฟโอ (UFO ; Unidentified Flying Objects) 

ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญพยายามผลักดันให้เปลี่ยนไปเรียกว่า ‘ปรากฎการณ์ทางอากาศที่ไม่ปรากฎชื่อ’ หรือ ยูเอพี (UAP ; Unidentified Aerial Phenomena) เนื่องจากสิ่งที่พบนั้นอาจไม่ใช้วัตถุ แต่อาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ 

มนุษยชาติปัจจุบันได้กลับมาให้ความสนใจเกี่ยวกับความลึกลับนี้มากขึ้น นับตั้งแต่มีรายงานจากเพนตากอน (ที่ทำการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา) ออกมาในปี 2021 ซึ่งมีคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นปรากฎการณ์ที่อธิบายไม่ได้ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน 

ทำให้กระแสเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง จนนาซา (NASA) และองค์กรต่าง ๆ ต้องตั้งหน่วยงานของตัวเองเพื่อตรวจสอบ

รวมถึงมีอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองได้ออกมาให้คำสาบานต่อหน้ารัฐสภาครองเกรส พร้อมเปิดเผยเรื่องราวที่ว่าเขาได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับยานอวกาศที่มาจากนอกโลก และสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ จนทำให้ใครหลายคนตื่นเต้น 

แม้ผู้เชื่อในวิทยาศาสตร์จะมองว่าเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อถือ แต่หากวิทยาศาสตร์ที่แท้จริงไม่ตอบสนองอะไรในเรื่องนี้ ก็อาจมีข้อมูลที่ผิดพลาดกระจายไปในวงกว้างและสร้างความเสียหายให้กับชุมชนวิทยาศาสตร์ได้

เนื่องจากหากเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สู่จักรวาลที่กว้างใหญ่ แค่กาแล็กซีทางช้างเผือกของเราเองก็ประเมินกันว่ามีดาวเคราะห์ขนาดเท่าโลกถึง 40,000 ล้านดวงที่น่าจะอยู่อาศัยได้ 

และเมื่อพิจารณาถึงความรู้ของมนุษย์ที่ส่งยานไปสำรวจดาวดวงอื่น ๆ ได้ แล้วทำไมอารยธรรมอื่น ๆ จะทำไม่ได้บ้าง ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ทุกกรณี และในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์อะไรได้ วิทยาศาสตร์ที่แท้จริงต้องทำหน้าที่กรองข้อมูลให้กับสังคม

“หากมนุษย์สามารถส่งยานสำรวจไปยังดาวดวงอื่นได้ ทำไมอารยธรรมอื่นถึงไม่สามารถส่งยานสำรวจมายังระบบสุริยะของเราได้ ยานสำรวจเหล่านั้นอาจสามารถเดินทางไปยังแถบดาวเคราะห์น้อย และแฝงตัวอยู่ที่นั่น” เบทริซ์ วิลลาร์โรเอล (Beatriz Villarroel) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยสต็อกโฮล์ม เขียนผ่านเว็บไซต์ The Conversation 

“หรือหากมันสามารถมายังโลกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของเราได้ หากสังเกตก็จะถูกตีความว่าเป็น ‘ยูเอฟโอ’ อารยธรรมที่สามารถผลิตและส่งยานสำรวจ สามารถส่งยานนับหลายล้านลำไปปฎิบัติภารกิจสำรวจทั่วกาแล็กซีของเรา” เธอเสริม 

แต่นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีไหนในการมองหา? การวิเคราะห์ตัวอย่างวัสดุจากยานที่พังเสียหาย (ไม่ว่าจะจากเหตุการณ์ใดก็ตาม) อาจเป็นข้อพิสูจน์ที่หักล้างไม่ได้ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง และเท่าที่ทราบ ก็ยังไม่มีใครพบหรือนำตัวอย่างนั้นมาแสดงได้ 

และถ้าหากโลกพบเจอมนุษย์ต่างดาวจริงๆ เพื่อเหตุผลด้านความมั่นคง นักวิทยาศาสตร์อาจต้องถูกขอและบังคับให้ปิดเป็นความลับ พวกเขาจึงหาวิธีที่ง่ายกว่านั่นคือ มองขึ้นไปท้องฟ้า ในโครงการวิจัยที่ชื่อว่า ‘ExoProbe’ เพื่อมองหาวัตถุอะไรบางอย่างที่ไม่ได้มาจากโลก แต่มาจากอวกาศ

“ในโครงการที่ฉันเป็นผู้นำ เรากำลังค้นหาวัตถุเทียม (ที่ถูกสร้างขึ้น) แต่ไม่ใช่ของมนุษย์ ด้วยการมองหาแสงวาบสั้น ๆ ในท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแสงวูบวาบสั้น ๆ จะเกิดขึ้นเมื่อพื้นผิวเรียบของวัตถุมีการสะท้อนแสงสูง เช่น กระจก อย่างไรก็ตามมันอาจเป็นผลมาจากวัตถุประดิษฐ์เปล่งแสงภายในตัวมันออกมาเองก็ได้” วิลลาร์โรเอล กล่าว

โดยทั่วไปแล้วแสงดังกล่าวจะกระพริบซ้ำ ๆ และเป็นไปตามเส้นตรง ลองจินตนาการถึงกระจกรถที่ขับอยู่สะท้อนแสงเข้าตาเรา มันจะมีอาการขยับไปมา ขณะเดียวกันก็เคลื่อนที่เป็นเส้นตรง 

สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี 1957 ซึ่งเป็นภาพที่มีการถ่ายก่อนการปล่อยดาวเทียมสปุตนิก 1 โดยภาพนั้นมีแหล่งกำเนิดแสง 9 จุดที่ปรากฎและหายไปภายใน 1 ชั่วโมง และยังไม่มีคำอธิบายทางดาราศาสตร์

และอีกภาพที่ถ่ายในวันที่ 19 กรกฎาคมปี 1952 (เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการพบ ‘ยูเอฟโอ’ อันโด่งดังที่วอชิงตัน) ซึ่งเผยให้เห็นจุดสว่าง 3 จุด และเมื่อถ่ายภาพบริเวณเดียวกันอีกครั้งในวันที่ 6 ตุลาคมปี 1991 จุดสว่างเหล่านั้นก็หายไปอย่างลึกลับ

โครงการ ExoProbe จึงพยายามตามหาความแปลกประหลาดเช่นนี้อีกครั้งด้วยการใช้กล้องโทรทรรศน์หลายตัวมองหาแสงแฟลชใด ๆ ก็ตามที่อาจมาจากวัตถุในระบบสุริยะชั้นใน และตรวจสอบข้อมูลของมันทั้งหมดเท่าที่ทำได้ จากนั้นก็ยืนยันด้วยกล้องโทรทรรศน์อีกตัวที่อยู่ห่างกันเกินหลายร้อยกิโลเมตร 

เป้าหมายสูงสุดก็คือการระบุว่าสิ่งนั้นเป็นวัตถุที่ถูกสร้างขึ้นหรือไม่? มันมาจากไหน? และมันใช่ของมนุษย์หรือไม่? 

การเพิ่มจำนวนกล้องโทรทรรศน์ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้นักวิทยาศาสตร์ระบุตำแหน่ง 3 มิติที่แท้จริงของวัตถุ  และหากเป็นไปได้ก็ให้นำมันกลับมายังโลกเพื่อศึกษาต่อไป 

บางคนเชื่อว่ายานอวกาศที่ไม่ใช่ของมนุษย์นั้นมีอยู่จริง ซึ่งจะการค้นพบนั้นขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม มนุษย์กำลังเริ่มต้นการสำรวจใหม่อีกครั้งเช่นเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่บรรพบุรุษโฮโม เซเปียนส์ของเรา 

“เราพบว่าตัวเองอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องสำรวจเส้นทางใหม่” วิลลาร์โรเอล บอก “ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความเคารพต่อความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่รู้จักพอของเราแน่นอน”

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา
.
https://theconversation.com/ufos-how-astronomers-are-searching-the-sky-for-alien-probes-near-earth-218658
.
https://www.iflscience.com/ufos-how-astronomers-are-searching-the-sky-for-alien-probes-near-earth-71917


อ่านเพิ่มเติม เปิดไทม์ไลน์ 76 ปีแห่งการสืบสวน ยูเอฟโอ (UFO)-โลกเคยพบมนุษย์ต่างดาวหรือไม่

ยูเอฟโอ

Recommend