พบกับ ต้นไม้กินแมลง จอมเห็นแก่ตัว - National Geographic Thailand

พบกับต้นไม้กินแมลงจอมเห็นแก่ตัว

พบกับ ต้นไม้กินแมลง จอมเห็นแก่ตัว

การพบเห็นต้นหยาดน้ำค้างกินแมลงเป็นอาหารไม่ใช่เรื่องน่าอัศจรรย์อะไรนัก เป็นปกติของ ต้นไม้กินแมลง เหล่านี้ที่ใช้สารอาหารจากแมลงเป็นโภชนาการเพิ่มเติมนอกเหนือจากแร่ธาตุที่ได้รับจากดินซึ่งไม่เพียงพอสำหรับมัน

แต่เบื้องหลังเรื่องนี้มีพฤติกรรมที่ไม่ธรรมดา ในญี่ปุ่นมีหยาดน้ำค้างที่เรียนรู้ที่จะฉวยโอกาสขโมยแมลงจากพืชอื่นข้างเคียง รายงานจาก Kazuki Tagawa จากมหาวิทยาลัยคิวชู ในจังหวัดฟุกุโอกะ

พฤติกรรมทำนองนี้ดูเหมือนจะเข้าข่าย “kleptoparasitism” ซึ่งสามารถพบได้ในสัตว์บางชนิด เมื่อพวกมันคอยขโมยอาหารมาจากผู้ล่าที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น นกโจรสลัดที่มักชอบขโมยเหยื่อจากนกบูบีเท้าแดง

“เท่าที่เรารู้ กรณีนี้ไม่เคยถูกศึกษามาก่อน” Tagawa กล่าว รายงานการค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงใน Ecological Research แต่การขโมยในที่นี้ไม่ใช่การหยิบฉวยอย่างที่คิด ต้นไม้กินแมลงแค่รู้จักใช้ประโยชน์จากเพื่อนบ้านก็เท่านั้น

(ชมสุดยอดภูมิปัญญาของชาวอินเดีย เมื่อพวกเขาปลูกสะพานจากต้นไม้)

ต้นไม้กินแมลง
ภาพถ่ายระยะใกล้ของต้นหยาดน้ำค้าง น้ำเหนียวๆ ที่หลั่งออกมาจากต่อมหนวดจับบนใบของมันมีไว้สำหรับการดักจับแมลง
ภาพถ่ายโดย Joni Niemela
ต้นไม้กินแมลง
หยาดน้ำค้างสายพันธุ์ Drosera
ภาพถ่ายโดย Joni Niemela

 

ปัญหาจากการผสมเกสร

ทีมวิจัยของ Tagawa ทำการทดลองกับหยาดน้ำค้างสองสายพันธุ์ คือพันธุ์  Drosera makinoi และ Drosera toyoakensis เพื่อดูว่าดอกของมันมีบทบาทอย่างไร ตลอดจนมีความเชื่อมโยงใดกับต้นไม้อื่นๆ ที่ไม่ได้กินแมลงซึ่งอาศัยอยู่รอบๆ  รวมทั้งพวกเขายังเปรียบเทียบจำนวนแมลงที่หยาดน้ำค้างทั้งสองสายพันธุ์จับได้ เมื่อหนึ่งในดอกของแต่ละต้นถูกตัดออกไปอีกด้วย

ผลที่ได้นั่นช่างน่าประหลาดใจ ทีมวิจัยพบว่าจำนวนของแมลงที่พวกมันจับได้นั้นขึ้นอยู่กับว่ารอบๆ ของพวกมันมีพืชที่ไม่ได้กินแมลงออกดอกหรือไม่ ทีมนักวิจัยพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง หยาดน้ำค้างนั้นได้ประโยชน์เต็มๆ อยู่แล้วจากการฉวยเอาแมลงที่เข้ามาผสมเกสรให้พืชอื่นเป็นอาหาร แต่ทว่าพืชปกติเองได้ประโยชน์อันใดจากพืชกินแมลง เพราะแทนที่แมลงเหล่านี้จะเช้ามาช่วยขยายพันธุ์ให้พวกมัน แต่กลับต้องกลายไปเป็นเหยื่อของต้นหยาดน้ำค้างแทน

ต้นหยาดน้ำค้างไม่ใช่แค่กินแมลงเท่านั้น พืชกินแมลงเองก็ใช้แมลงเป็นตัวถ่ายระอองเรณูเช่นกัน พวกมันวิวัฒน์กลไกเป็นพิเศษเพื่อการนี้ เช่น ในพืชบางชนิดกลไกของกับดักกินแมลงจะไม่ทำงานจนกว่าพืชจะออกดอก และจากการเฝ้าสังเกตการณ์ Tagawa พบว่าดอกของหยาดน้ำค้างสามารถออกเมล็ดได้จากการผสมเกสรในตัวเอง

ตัวเขาและทีมงานมีแผนที่จะเฝ้าสังเกตการณ์ต่อไปว่า หากพวกมันยังคงฉกฉวยโอกาสเช่นนี้ต่อไปจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อพืชชนิดอื่นรอบๆ

Joni Cook จากมหาวิทยาลัย Loughborough ในสหราชอาณาจักร ผู้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินแมลงของต้นหยาดน้ำค้าง ตัวเธอสนใจว่าการกินแมลงของพวกมันจะส่งผลกระทบต่อพืชอื่นรอบๆ หรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะยิ่งรุนแรงขึ้นหากเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรืออุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ปริมาณแมลงลดลงตามไปด้วย

“ต้นไม้เหล่านี้ต้องรู้จักปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง มิเช่นนั้นแล้วการปราศจากแมลงช่วยผสมเกสรจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของพืชท้องถิ่นในที่สุด” Cook กล่าว

ต้นไม้กินแมลง
ภาพถ่ายระยะใกล้ของปลายต่อมหนวดจับซึ่งหลั่งสารคัดหลั่งเหนียวออกมาไว้จับแมลง
ภาพถ่ายโดย Joni Niemela

 

เรื่องแนะนำ

การเกิดผลและเมล็ด : โครงสร้างของผลและเมล็ด

การเกิด ผลและเมล็ด เป็นกระบวนการของพืชสำหรับขยายพันธุ์เป็นต้นใหม่ต่อไป เมื่อสิ้นสุดกระบวนการปฏิสนธิของพืช กระบวนการต่อไปคือ การเกิด ผลและเมล็ด รังไข่ภายในเกสรตัวเมียจะเจริญกลายเป็นผล (fruit) ส่วนผนังรังไข่จะเปลี่ยนเป็นเพริคาร์ป (pericarp) ซึ่งมีลักษณะหรือรูปร่างแตกต่างกันไป เพอริคาร์ปประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ได้แก่ เอ็กโซคาร์ป (Exocarp) มีโซคาร์ป (Mesocarp) และเอนโดคาร์ป (Endocarp) เอ็กโซคาร์ป (exocarp) เป็นชั้นนอกสุดของผลที่มักเรียกว่าเปลือก โดยทั่วไปประกอบด้วยเนื้อเยื่อเอพิเดอร์มิส (Epidermis) เพียงชั้นเดียว แต่มีผลไม้บางชนิดที่เอกโซคาร์ประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลายชั้นและอาจมีปากใบด้วย เอกโซคาร์ปของพืชแต่ละชนิดอาจมีพื้นผิวที่มีความเฉพาะ เช่น เรียบเหนียวเป็นมัน ขรุขระ หรืออาจมีหนาม มีขน หรือต่อมน้ำมัน มีโซคาร์ป (mesocarp) เป็นชั้นกลางถัดจากเอกโซคาร์ปเข้ามา ผลบางชนิดนั้นมีโซคาร์ปหนา บางชนิดบางมาก มีโซคาร์ปของผลบางชนิดเป็นเนื้ออ่อนนุ่มใช้รับประทานได้ เอนโดคาร์ป (endocarp) เป็นชั้นในสุดของเพอริคาร์ป ประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่มีความหนาชั้นเดียวหรือหลายชั้นจนมีลักษณะหนามาก บางชนิดเป็นเนื้อนุ่มใช้รับประทานได้ ผลของพืชบางชนิดมีเพอริคาร์ปเชื่อมติดกันจนแยกไม่ออก เช่น ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วเหลือง บางชนิด ส่วนเอกโซคาร์ปและมีโซคาร์ปเชื่อมติดกันหรือแยกกันไม่เด่นชัด เช่น […]

พืชลำเลียงน้ำจากรากไปสู่ปลายยอดที่อยู่สูงกว่าได้อย่างไร

” การลำเลียงน้ำของพืช ” จากรากไปสู่ยอดที่อยู่สูงกว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารได้เองเรียกว่า “กระบวนการสังเคราะห์แสง” ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แสง และสารสีเขียวที่เรียกว่า คลอโรฟิลล์ การลำเลียงน้ำของพืช นอกจากพืชต้องการน้ำในการสร้างอาหารแล้ว พืชยังมีการ “คายน้ำ” ซึ่งเป็นกระบวนการที่พืชปล่อยน้ำออกสู่บรรยากาศ การคายน้ำสัมพันธ์กับการดูดน้ำและการลำเลียงน้ำ โดยพืชจะดูดน้ำและลำเลียงน้ำไปยังส่วนต่างๆ ของพืช เพื่อชดเชยน้ำที่คายออกไป นอกจากนี้ การคายน้ำยังช่วยพาความร้อนในต้นพืชออกไปสู่บรรยากาศ เพื่อรักษาอุณหภูมิในต้นไม้ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ในท่อลำเลียงน้ำและอาหารของพืชมักประกอบด้วยเซลล์ที่ไม่มีชีวิต จึงไม่สามารถบีบตัวได้เหมือนกับหลอดเลือดของมนุษย์ การลำเลียงน้ำจึงต้องอาศัยคุณสมบัติของน้ำเรื่อง การยึดติด (adhesion) และการเชื่อมแน่น (cohesion) เพื่อลำเลียงน้ำจากรากไปยังส่วนต่างๆ ที่อยู่สูงกว่า การยึดติด หรือ Adhesion คือแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ำกับผนังของท่อลำเลียงน้ำ (Xylem) ในต้นไม้ การเชื่อมแน่น หรือ Cohesion คือแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลน้ำกับโมเลกุลน้ำที่อยู่ใกล้เคียง ชมการลำเลียงน้ำของพืชแบบขยายใหญ่ อ่านเพิ่มเติม : ทำไมน้ำแข็งลอยน้ำได้..ความหนาแน่น คือคำตอบ