ในสายตาคนต่างแดน

ไม่ว่าคุณผู้อ่านเดินทางไปที่ไหนในกรุงเทพมหานคร มักจะได้พบกับชาวต่างชาติอย่างน้อยสักคนสองคนเสมอ อาจเป็นนักท่องเที่ยวหรือเป็นผู้อยู่อาศัย นั่นเป็นเพราะประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์สำหรับการท่องเที่ยวและโอกาสที่ดีในการทำงาน

ถึงแม้ว่าผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดสำหรับคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและอยู่อาศัยโดย HSBC เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเราจะไม่ติดในอันดับต้นๆ แต่น่าสนใจว่าชาวต่างชาติจำนวนมากที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ พวกเขามีความคิดเห็นต่อบ้านเราอย่างไร?

“ในสายตาคนต่างแดน” จะมีมุมมองอย่างไรบ้าง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทยได้ทดลองเดินเท้าไปตามย่านถนนสีลม เพื่อหาคำตอบ

ชาวต่างชาติ
Sanjay Kumar, ผู้จัดการด้านการสื่อสาร
นิวเดลี, อินเดีย

“ผมอยู่เมืองไทยมา 16 ปีแล้วครับ แต่งงานและมีครอบครัวที่นี่ ผมมีความสุขที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย คนไทยใจดี และสุภาพมาก แต่พวกเขาขี้อาย ไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกหรือความคิดในใจ ผมต้องบอกให้พวกเขาพยายามพูดมันออกมา อีกหนึ่งเรื่องก็คือคนไทยไม่บอกกันตรงๆ ว่าเขารู้สึกเกลียดใคร มันเหมือนกับระเบิดเวลาที่รอระเบิดทีเดียวในสถานการณ์คับขัน”

Balar, เจ้าหน้าที่ดูแลโต๊ะสนุกเกอร์
รัฐมอญ, เมียนมา

“อยู่เมืองไทยสนุกดี กรุงเทพฯมีแต่ตึกสูงๆ ห้างใหญ่ๆ ไม่เหมือนที่บ้านเรา ที่นี่รถเยอะมากๆ ชอบอาหารไทย ตัวเราชอบกินอาหารไทยมากกว่าอาหารเมียนมาอีก ทุกวันนี้สบายนะ เพราะอยู่เป็นแล้ว ช่วงแรกๆ ลำบากหน่อย เพราะยังไม่มีเอกสาร พอมีแล้วเราก็ไปเที่ยวได้หลายแห่งเลย ทะเลเมืองไทยสวยมาก ตั้งใจว่าคงอยู่ไทยไปอีกนานนะ ทุกวันนี้ไม่ได้กลับบ้านเลย ส่งเงินอย่างเดียว (หัวเราะ)”

Hayden Demes, นักออกแบบแฟชั่นและครูสอนภาษาอังกฤษ
เคปทาวน์, แอฟริกาใต้

“2 ปีในเมืองไทย ผมทำงานที่อุทัยธานีนาน 17 เดือน ก่อนจะย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เข้าเดือนที่ 7 แล้ว ผมไม่เคยคิดเลยว่ากรุงเทพฯ คนจะมากขนาดนี้ แล้วรถก็ติดมากๆ ด้วย วัฒนธรรมที่ผมประหลาดใจมากที่สุดคือการเคารพครูบาอาจารย์ ผมไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน ซึ่งมันดีมากๆ ในบ้านเกิดของผมความสัมพันธ์ของครูกับนักเรียนไม่ใช่แบบนี้ มีบางครั้งที่ครูถูกเด็กเกเรทำร้ายด้วยซ้ำ รองลงมาก็คงเป็นเรื่องวัฒนธรรมการเคารพผู้อาวุโสกว่า ซึ่งผมคิดว่าจะนำมันติดตัวกลับไปด้วย อีกหนึ่งสิ่งคือศาลพระภูมิ ผมมองว่ามันน่ารักมาก ที่คนไทยขอพรกับศาลพระภูมิ”

Ram Bhandari, พนักงานร้านตัดเสื้อ
รัฐกะฉิ่น, เมียนมา

“ผมทำงานที่นี่มา 4 ปีแล้ว คนไทยน่ารัก เมืองไทยแตกต่างจากบ้านเกิดของผมมากนะ สะอาดกว่า อาหารอร่อยกว่า ส่วนวัฒนธรรมผมว่าเราคล้ายคลึงกัน เพราะเป็นเมืองพุทธเหมือนกัน แต่ถ้าให้เลือกก็ชอบอยู่เมืองไทยมากกว่า อาหารเมืองไทยถูกปากผม”

อ่านต่อคลิกที่นี่ 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ : ย้อนรอยสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทย ใน National Geographic

จากสตรีตฟู้ดถึงฟู้ดทรัก

เรื่องแนะนำ

“สตรี เพศสถานะและเพศวิถีศึกษา” หลักสูตรเรียนที่เปิดโลกความเสมอภาคทางเพศ

ปริญญาโท “สตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในอาเซียน เรียนเพื่อสร้างความเป็นมนุษย์และสร้างสะพานไปสู่สังคมในอุดมคติ ตลอดทั้งเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นบรรยากาศของ Pride Month ที่อบอวลไปทั่วทั้งอินเตอร์เน็ต สื่อหลัก สื่อรอง และบุคคลทรงอิทธิพลทั่วโลกพร้อมใจกันสื่อสารว่า สิทธิในการแสดงออกของบุคคลเพศหลากหลายมีความหมายเดียวกับสิทธิมนุษยชน แต่ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ในวันที่ความเข้าใจเรื่องความเท่าเทียมไม่ได้แพร่หลายเท่าวันนี้ มีความพยายามของนักวิชาการและอาจารย์กลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ต้องการผลักดันความรู้ความเข้าใจเรื่องดังกล่าว ก่อให้เกิดเป็นหลักสูตรสตรีศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ก่อนมีการปรับหลักสูตรเมื่อปี พ.ศ. 2556 จนกลายเป็น “หลักสูตรปริญญาโทสตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา” ที่ครอบคลุมประเด็นมากขึ้น เพื่อส่งท้ายเดือน Pride Month เราขอพาทุกคนย้อนกลับไปดูเรื่องราวพัฒนาการของทั้งหลักสูตรนี้ และบรรยากาศที่ห้อมล้อมประเด็นความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทย ผ่านบทสัมภาษณ์กับ อาจารย์ ดร. โกสุม โอมพรนุวัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และตัวแทนผู้เรียน 3 ท่านจากทางหลักสูตร ท่ามกลางสังคมที่ยังไม่เข้าใจประเด็นความลื่นไหลทางเพศ อ.โกสุม เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่หลักสูตรเพิ่งเริ่มก่อตั้งภายใต้ชื่อ “สตรีศึกษา” เรื่องสิทธิสตรีเป็นเรื่องที่ใหม่มากในสังคมไทย และได้รับความสนใจจากผู้เรียนทั้งในและนอกคณะ จนถึงขั้นมีผู้เรียนมาขอ Sit-in […]

ไฟไหม้เจดีย์ไม้สูงสุดในเอเชียจนเหลือแต่ฐาน

ชมภาพฟุตเทจเหตุเพลิงไหม้เจดีย์ไม้เก่าแก่ที่สูงที่ทุดในทวีปเอเชีย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมาในวัดจิ่วหลง เมืองเหมือนจู๋ ประเทศจีน เจดีย์เก่าแก่ความสูงเทียบเท่ากับตึก 15 ชั้นนี้ ถูกสร้างขึ้นในสมัยของราชวงศ์หมิง และเพิ่งจะได้รับการบูรณะใหม่ไปเมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา หลังเจดีย์หลังเดิมได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว ขณะนี้ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ชาวจีนเตรียมที่จะต้องบูรณะเจดีย์หลังงามนี้อีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ไฟลุกโหมกระหน่ำอยู่นาน 4 ชั่วโมงกว่าจะดับได้ และขณะนี้ยังคงไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว   อ่านเพิ่มเติม : เป็ปซี่บนก้ามกุ้งล็อบสเตอร์สะท้อนปัญหาใหญ่ในมหาสมุทร, อินเดียรถชนระนาว หมอกควันเป็นเหตุ

สำรวจความสุข : ผู้ลี้ภัย

จินตนาการว่าคุณต้องเดินทางออกจากบ้านเกิดเพื่อความปลอดภัยมาอาศัยอยู่ยังประเทศใหม่ที่แตกต่าง อะไรจะยังคงเป็นความสุขในชีวิต?