ท่องเที่ยวชุมชน : สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริง

ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

ท่องเที่ยวชุมชน สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น กินกาแฟ ดูลิง และชมเรือกสวน ในบรรยากาศชุมชนแดนใต้

หลังจากผ่านการนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถตู้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากกรุงเทพถึงชุมพร แดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วผิวกายทันทีที่เราก้าวลงจากรถ “ฝนพึ่งหยุดตกเมื่อวันนี้เอง” เสียงจากพี่คม – คม ศรีราช เจ้าของที่พัก เอ่ยต้อนรับเมื่อพบกับเรา บรรยากาศสวนมะพร้าว สวนปาล์ม และสวนผลไม้ รายล้อมพื้นที่โรงแรมวิลล่า วาริช โรงแรมขนาด 14 ห้องพักในรูปแบบบ้านในสวน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เราเลือกมาพักที่นี่จากความนิยมของคะแนนรีวิวที่สูงลิ่วในเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง ฉันยังแอบถามตัวเองในใจว่า “โรงแรมเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบท ได้รับคะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไร” และอีกหนึ่งเหตุผลคือมาดูรูปแบบการจัดการ ท่องเที่ยวชุมชน

ท่องเที่ยวชุมชน, การท่องเที่ยว, เที่ยวชุมพร, บ้านบางหมาก, วิลล่า วาริช
แดดยามบ่ายสาดกระจายอาบถนนทางเข้าวิลล่า วาริช ที่พักที่มีจุดประสงค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีประสบการณ์ร่วมกับคนในชุมชน

ก่อนหน้านี้ทั้งพี่คมและพี่แตง – นพรัตน์ ศรีราช ภรรยาของพี่คม เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพ และเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่มองเห็นช่องทางในการกลับบ้านเกิด จึงเกิดแนวความคิดในการสร้างที่พักขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นที่พักสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น (Local experiences)

“ในช่วงแรก พี่เสนอแนวคิดที่พักแบบนี้กับคนในครอบครัว แต่ไม่มีใครสนับสนุนเราเลย” พี่คมเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ทุกคนถามว่า ใครจะเข้ามาพักในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้” แต่จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศหลายเมือง พี่คมจึงตั้งกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเป็นกลุ่มลูกค้าชาวยุโรป ที่มีความชื่นชอบประสบการณ์แบบเรียบง่าย ชอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสวิถีชีวิต และได้เรียนรู้ความเป็นอยู่ของคนพื้นถิ่น

วิลล่า วาริช, ท่องเที่ยวชุมชน
ห้องพักจำนวน 14 ห้อง กระจายอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นสวนรกร้างมาก่อน

พี่คมและพี่แตงจึงวางแผนทำการประชาสัมพันธ์ออนไลน์เป็นหลัก นำโรงแรมเข้าสู่ระบบการจองที่พักออนไลน์กับเว็บไซต์ที่มีฐานผู้ชมเป็นชาวต่างชาติ และในช่วงเวลาที่โรมแรมเปิดบริการได้ไม่นาน ลูกค้ากลุ่มแรกที่เข้ามาพักก็เป็นกลุ่มเป้าหมายที่พี่คมตั้งใจไว้ กว่าร้อยละ 70 เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่เดินทางเข้ามาพักในวิลล่า วาริช พี่คมนำเสนอประสบการณ์ท้องถิ่นด้วยการแนะนำสถานที่โดยรอบบ้านบางหมาก ทั้งวัด ร้านอาหารท้องถิ่น สถานที่ฝึกลิง บ้านขนมไทย และแปลงเกษตรอินทรีย์

สำหรับผู้เข้าพัก พี่คมจัดเตรียมแผนที่และรถจักรยานไว้ให้บริการฟรี นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานไปตามถนนในหมู่บ้าน ลัดเลาะทิวสวน ชมวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น และหยุดพักตรงจุดใดก็ได้ ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาพักในวิลล่า วาริช “เรามีวัตถุดิบในท้องถิ่นของเราอยู่แล้ว เพียงแค่เราไม่ได้สื่อสารออกไป” พี่คมบอกและเสริมว่า “ผมเห็นวิถีชีวิตของคนบางหมากมาตั้งแต่เด็ก ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้แปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้” นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาจังหวัดชุมพร เพียงเพื่อเป็นทางผ่านไปสู่เกาะแก่งต่างๆ ในทะเลใต้ แต่พี่คมก็สามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวด้วยการนำเสนอสิ่งที่เป็นมาแต่เดิมอยู่แล้ว

ท่องเที่ยวชุมชน, วิลล่า วาริช, ชุมพร, บ้านบางหมาก
พื้นที่ในโรงแรมเป็นพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงสามารถหากินได้อย่างเสรี

“ถึงแม้จะไม่มีนักท่องเที่ยว วิถีชีวิตเหล่านี้ก็ยังดำเนินต่อไป ลิงยังขึ้นต้นมะพร้าว บ้านขนมไทยผลิตขนมส่งตลาดทุกวัน และแปลงเกษตรก็ส่งออกผลผลิตตามปกติ” พี่คมเล่าขณะพาเราเดินชมสวนเกษตรของพี่เขียว – มลิวัลย์ ชัยบุตร เจ้าของมะลิสปา และเกษตรกรผู้ทำการเกษตรอินทรีย์

ขณะเที่ยวชมจุดต่างๆ ในหมู่บ้าน ฉันรู้สึกถึงความเป็นชนบทที่ไร้การปรุงแต่ง แม้ที่ตั้งของหมู่บ้านจะอยู่ห่างจากเมืองเพียง 4 กิโลเมตร แต่ก็ยังซึมซับและรับรู้ได้ถึงวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น นักท่องเที่ยวไม่ได้เลือกมาพักที่โรงแรม เพราะตัวโรงแรม แต่เพราะพื้นที่โดยรอบมีเสน่ห์ มีเรื่องราวให้เขานำกลับไปเล่าขาน “ผมแทบไม่ได้ลงทุนในส่วนอื่นนอกจากการสร้างที่พักขึ้นมา” พี่คมพลางพูดพลางเดินอยู่ในสถานที่ฝึกลิง “ชาวบ้านเขาทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว พี่แค่แนะนำนักท่องเที่ยวว่า เรามีอะไรบ้าง”

เสียงจอแจของลิงกังตัวจ้อย กับภาพของชายหนุ่มวัยกลางคนรวมตัวกันทุกเย็นหลังเลิกงาน เพื่อฝึกฝนลิงของตนให้ขึ้นเก็บลูกมะพร้าว เป็นบรรยากาศที่หาชมได้ยาก ฉันเดินทางกลับมาที่พักเพื่อรอเวลาอาหารเย็น ระหว่างนั้น ฉันเลือกเดินไปเขียนความทรงจำครั้งนี้ที่ริมน้ำท่าตะเภา ซึ่งเป็นลำธารที่ไหลเลียบโรงแรม “เราไม่ได้เติบโตไปคนเดียว ชุมชนที่อยู่รอบๆ ก็โตไปพร้อมเราด้วย” ฉันนึกถึงคำของพี่คม “ตราบใดที่เรายังมีทรัพยากรเหล่านี้อยู่ พี่ก็เชื่อว่า บ้านบางหมากจะยังอยู่ได้ เพราะเราไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากภายนอก”

แม่น้ำท่าตะเภา, การท่องเที่ยวชุมชน
ริมฝั่งน้ำท่าตะเภาที่อยู่ติดกับโรงแรมวิลล่า วาริช

ที่ริมฝั่ง ฉันนั่งมองผิวน้ำสีน้ำตาลเข้ม อันเป็นผลมาจากฝนที่ตกติดต่อกันหลายวัน และพลางนึกขึ้นได้ว่า สิ่งที่พี่คมทำคือการสร้างเครือข่ายที่แข็งแรงในชุมชน และอาศัยหลักความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ แนวคิดของพี่คมคือชูวัตถุดิบหลักในท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากดั้งเดิมของบ้านบางหมาก ส่งผลให้ชุมชนและธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

กาแฟสด, การท่องเที่ยวชุมชน, วิลล่า วาริช
พี่คม – คม ศรีราช เจ้าของวิลล่า วาริช และผู้อยู่เบื้องหลังกลิ่นกาแฟยามเช้า

เช้าวันถัดมา กลิ่นกาแฟคั่วสดหอมมาแต่ไกล ฉันรีบเดินออกจากห้องพักไปถึงต้นทางของกลิ่นนั้น และก็พบพี่คมกำลังลงมือชงกาแฟสดให้แก่ลูกค้าด้วยตัวเอง เมล็ดกาแฟที่นำมาใช้ พี่คมบอกว่า ได้มาจากสวนของเกษตรกรคนหนึ่งผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์บาริสต้าชาวไทย เขาสามารถสร้างกาแฟที่มีหลากหลายรสชาติ ตามรสนิยมของผู้บริโภค ฉันนั่งจิบกาแฟโรบัสต้าสีดำเข้ม แต่รสชาติกลับกลมกล่อมอย่างละมุน กลิ่นเบอร์รีอวลขึ้นจมูกหลังจากฉันกลืนกาแฟลงคอ สร้างอรรถรสในการดื่มกิน นี่คือหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่พี่คมสนับสนุนวัตถุดิบในท้องถิ่น และเป็นการสื่อสารให้คนภายนอกได้รับรู้ว่า คนไทยสามารถปลูกกาแฟรสชาติดีระดับโลกได้

เรื่อง: ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย: เอกรัตน์ ปัญญะธารา


ข้อมูลเพิ่มเติม:
เฟซบุ๊กแฟนเพจ วิลล่า วาริช
กลุ่มแปรรูปมะพร้าวสกัดเย็น มะลิสปา

ร่วมพบปะพูดคุยกับบุคคุลในเรื่องได้ที่งาน SB CHUMPHON ติตามรายละเอียดได้ที่  https://www.sustainablebrandsbkk.com/


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ขนำน้อย หอยใหญ่ กิยหอย นอนขนำ

หอยนางรม, ขนำน้อยหอยใหญ่

เรื่องแนะนำ

นักวิทยาศาสตร์พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ภายใน 60 วัน

บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ผลิตมาจากไม้ไผ่และ ชานอ้อย ซึ่งสามารถย่อยสลายได้ด้วยการฝังกลบ และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์ออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหาร ภายใต้แนวคิด “Green” ซึ่งผลิตมาจาก ชานอ้อย และไม้ไผ่ โดยลดการออกแบบเรื่องความสะดวกสบายของการใช้งาน หวังให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางเลือกแทนพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งรูปแบบต่างๆ ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้แตกต่างจากพลาสติกแบบดั้งเดิมหรือโพลีเมอร์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 450 ปีหรือต้องใช้อุณหภูมิสูง วัสดุที่ไม่เป็นพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนี้ ใช้เวลาเพียง 60 วันสำหรับการย่อยสลาย นอกจากนี้ยังสะอาดเพียงพอที่คุณจะนำไปใส่กาแฟร้อนแล้วหยิบออกจากบ้านก่อนไปทำงาน ผลงานการวิจัยฉบับนี้พิมพ์ลงในวารสาร Matter เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา “บอกตามตรงว่า ครั้งแรกที่ฉันมาสหรัฐอเมริกาในปี 2550 ฉันรู้สึกตกใจกับภาชนะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่มีอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต” Hongli (Julie) Zhu หนึ่งในทีมวิจัยจากจากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าวและเสริมว่า “มันทำให้ชีวิตของเราง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายในสิ่งแวดล้อมได้” ต่อมาเธอเห็นชามจานและช้อนส้อมพลาสติกจำนวนมากถูกโยนลงถังขยะในงานสัมมนาและงานปาร์ตี้และคิดว่า “เราจะใช้วัสดุที่ยั่งยืนกว่านี้ได้ไหม” เพื่อหาทางเลือกอื่นสำหรับภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากพลาสติก Zhu และคณะวิจัยของเธอ หันมาใช้ไม้ไผ่ และหนึ่งในผลิตภัณฑ์เหลือใช้จากอุตสาหกรรมอาหารที่ใหญ่ที่สุด ได้แก่ ชานอ้อย หรือที่เรียกว่า เยื่ออ้อย ด้วยคุณสมบัติของเส้นใยไม้ไผ่ที่ยาวและบาง เกี่ยวพันเข้ากับใยชานอ้อยที่สั้นและหนา จึงได้เนื้อวัสดุแน่นหนาจนสามารถนำมาขึ้นรูปเพื่อสร้างภาชนะจากวัสดุทั้งสองที่มีความเสถียรและย่อยสลายได้ทางชีวภาพ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารภายใต้แนวคิด “Green” […]

Thailand Corporate Sustainability Symposium: แลกเปลี่ยนและเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนจากผู้นำ

แนวคิด "การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน" เป็นแนวคิดที่หลายองค์กรให้ความสนใจมากขึ้น แม้ว่าไอเดียเรื่องความยั่งยืนจะเกิดขึ้นมานานแล้ว

เจาะลึกระบบการศึกษาเยอรมันที่สอนให้เยาวชนเข้าใจ Climate Change ในทุกมิติ

เป็นเวลา 17 ปีมาแล้วที่การเรียนการสอนเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” กลายมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของระบบการศึกษาเยอรมัน ระบบการศึกษาของประเทศเยอรมัน ไม่ได้มีหลักสูตรที่กำหนดโดยรัฐบาลกลางแบบที่กระทรวงศึกษาธิการบ้านเรากำหนด แต่ละ 16 รัฐของเยอรมนีกำหนดแนวทางการเรียนการสอนของตนขึ้นมา ในกรอบของการศึกษาแนวคิดแบบยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมที่ผนวกเข้ากับรายวิชาอื่นๆ และที่นี่เด็ก ๆ  ไม่ได้เรียนแค่ว่าภาวะโลกร้อนคืออะไร แต่พวกเขายังถูกกระตุ้นให้เรียนรู้กันลึกลงไปกว่านั้น ว่าจะร่วมกันรับผิดชอบแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เผชิญอยู่อย่างไร เรียนรู้ความเชื่อมโยงกันของธรรมชาติ เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ความสำคัญของการอยู่กับธรรมชาติกันตั้งแต่เล็ก รายงานจาก Petra Lewalder คุณครูวิชาภูมิศาสตร์จากโรงเรียน Clara Schumann Gymnasium ในเมืองบอนน์ เด็ก ๆ ชั้นอนุบาลจะได้เรียนรู้ว่าต้นไม้ และผืนป่ามีความสำคัญอย่างไร พวกเขาได้รู้จักชื่อของต้นไม้ผ่านการสังเกตใบ ดอก ผล พอปีต่อมาพวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติเชื่อมโยง มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ต่อมาในเกรด 5 พวกเขาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และขยายองค์ความรู้ขึ้นเรื่อย ๆ ในชั้นที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างโจทย์ในชั้นเรียนวิชาเคมีระดับมัธยม นักเรียนต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเอกสารเรียกร้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง ไบโอเอทานอล ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ว่าอาจกำลังขัดขวางราคาข้าวโพดในประเทศที่กำลังพัฒนา เด็ก ๆ สวมบทบาทเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย, เกษตรกร, นักสิ่งแวดล้อม และตำแหน่งอื่น ๆ โต้แย้งกันด้วยข้อมูล […]