บ้านแม่เหาะ การท่องเที่ยวชุมชนที่ใช้อัตลักษณ์ของชุมชนปกาเกอะญอเป็นวัตุดิบ

บ้านแม่เหาะ เสน่ห์การท่องเที่ยวชุมชนปกาเกอะญอ

ชาวปกาเกอะญอใน บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดการท่องเที่ยวด้วยการชูเอกลักษณ์ของชุมชน

08.00 น. บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

แสงแดดยามเช้าในเดือนพฤศจิกายนแทงทะลุผ่านทุ่งดอกบัวตอง นำความอบอุ่นและสดชื่นมาในคราวเดียวกัน สำนึกที่เคยร่ำเรียนวิชานิเวศวิทยาก็พลันแล่นเข้ามาในความคิดว่า บัวตองเป็นพืชต่างถิ่นและเป็นผู้รุกราน แต่ถ้าในแง่ของความอภิรมย์ ภาพตรงหน้านับได้ว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิต

จากการระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยตรง หลายฝ่ายจึงกลับมามองย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยเบ่งบาน กลับหายวับไปในชั่วพริบตาเดียว หลายคนพูดถึงคำว่า “ยั่งยืน” เช่น รายได้ที่ยั่งยืน การประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน และอีกมากมายที่ลงท้ายด้วยคำว่ายั่งยืน

ดอกบัวตอง, บ้านแม่เหาะ, แม่ฮ่องสอน, เที่ยวแม่ฮ่องสอน, แม่สะเรียง
(บนและล่าง) ต้นบัวตองเป็นพืชที่ดอกบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว และมักขึ้นอยู่ตามดอยสูง บางพื้นที่ สีเหลืองของบัวตองยึดครองทั่วทั้งผืน มองเห็นเป็นทุ่งสีเหลืองทอง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

แต่พวกเราเข้าใจคำว่า “ยั่งยืน” อย่างไร

หลังจากสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทยมีความผ่อนคลายมากขึ้น ประชาชนในประเทศต่างถวิลหาการเดินทางอีกครั้ง ทั้งด้วยนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ยิ่งผลักให้ผู้คนในประเทศมองว่า เป็นช่วงเวลาอันดีที่จะออกไปปลดปล่อยอารมณ์ที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งปี

อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อกดาวน์ได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ให้เราได้เรียนรู้ นั่นคือการฟื้นตัวของสถานที่ทางธรรมชาติ ทุกคนเห็นตรงกันว่า “เราควรเริ่มหันมามองการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ซึ่งหมายความรวมไปถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน

เราจึงมองหาสถานที่ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราว “ความยั่งยืน” และ “การท่องเที่ยว” ให้กับเราได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บริษัท Local Alike บริษัทนำเที่ยวชุมชน ติดต่อเราเข้ามาเพื่อไปเยี่ยมชมชุมชนแม่เหาะ ชุมชนที่บริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และสามารถสร้างความยั่งยืนได้จากการร่วมมือกันของคนในพื้นที่

รถกระบะของชาวบ้านนำนักท่องเที่ยวขึ้นมาส่งที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยหัวสิงห์

เดินขึ้นดอยตามเส้นทางชุมชน

บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นทางผ่านของนักเดินทางมากหน้าหลายตา แต่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวแวะเที่ยวค้างคืนที่นี่สักเท่าไร การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นความตั้งใจที่อยากมาเห็นการท่องเที่ยวที่บริหารจัดการโดยชุมชน และการทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคเอกชน และหน่วยงานรัฐบาล

“ที่นี่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาค้างคืนสักเท่าไรค่ะ ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่มาเดินป่า” กุ๊ก-ศิริพร พะเงาะ ไกด์ท้องถิ่นของเราในครั้งนี้ กล่าวด้วยสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์ และเสริมว่า “คนไทยส่วนใหญ่ก็จะมุ่งหน้าไปยังอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน หรือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่อื่นค่ะ

บางจุดของเส้นทางมีช่องว่างระหว่างพุ่มไม้ให้ทุกคนแวะชมวิวจากมุมสูงได้

เรากำลังเดินอยู่ในป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชุมชนที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้านแม่เหาะ เส้นทางที่เราใช้เดินอยู่ตอนนี้ คือเส้นทางเดียวกับที่ชาวบ้านขึ้นมาหาของป่า ทางเดินจึงไม่ใช่ทางปูนหรือมีราวจับระหว่างทาง นักท่องเที่ยวต้องใช้ทักษะการเดินป่าที่ดีในระดับหนึ่ง และเตรียมรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินป่า ไม่เช่นนั้นอาจลื่นล้มระหว่างเดินไปตามทางชัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าพึงพอใจเท่าไร

ระหว่างทางเราได้เห็นร่องรอยการใช้ประโยชน์จากป่า เช่น ร่องรอยการหาหน่อไม้ รอยถากต้นสนเพื่อนำยางสนไปทำเชื้อเพลิงก่อไฟ และร่องรอยของพืชสมุนไพรที่ขึ้นอยู่ริมทาง “ชาวบ้านแม่เหาะมักนำวัวขึ้นมาปล่อยไว้บนนี้ด้วยค่ะ เพื่อให้วัวหากินเอง แล้วจึงมาต้อนกลับลงไป” กุ๊กเล่าให้เราฟังถึงเรื่องการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน “บางครั้งเด็กๆ ในหมู่บ้านก็เดินขึ้นมาเล่นบนนี้ เหมือนเป็นสนามเด็กเล่น

บ้านแม่เหาะ, แม่ฮ่องสอน, เที่ยวแม่ฮ่องสอน, แม่สะเรียง
กุ๊ก-ศิริพร พะเงาะ ไกด์ท้องถิ่น ชาวปกาเกอะญอ กำลังอธิบายเรื่องการใช้ประโยชน์จากเปลือกไม้ชนิดหนึ่งในป่าที่ชาวบ้านมักขึ้นมาใช้ปะโยชน์
พี่แพค-ธนวุฒิ ศรีพนามีชัย แต่งกายในชุดประจำเผ่า กำลังบอกเล่าเรื่องราวการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

ส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวเริ่มขึ้นจากแนวความคิดที่ว่า ชุมชนอยากมีรายได้เสริมจากการทำเกษตรกรรม ผู้นำหมู่บ้านจึงเล็งเห็นการพัฒนาเส้นทางหาของป่าบน “ดอยหัวสิงห์” ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ และมีไกด์ท้องถิ่นเป็นผู้ให้บริการ “ในเรื่องการท่องเที่ยว เราได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ จัดทำป้ายสื่อความหมายและข้อมูลของสถานที่ และบริษัท Local Alike ที่ให้ความรู้เรื่องการบริหารจัดการท่องเที่ยวในชุมชน” พี่แพค-ธนวุฒิ ศรีพนามีชัย ประธานกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนแม่เหาะ กล่าว

ตลอดเส้นทางเดิน เราไม่พบสิ่งแปลกปลอมที่เป็นสิ่งปลูกสร้างถาวร เช่น ป้ายเช็กอิน ป้ายบอกเส้นทาง ที่นั่งพักระหว่างทาง หรือเสารั้วกันนักท่องเที่ยวเดินตกเขา เพราะชาวบ้านมองว่า สิ่งเหล่านั้นควรอยู่แค่ในหมู่บ้าน ไม่ควรขึ้นมาอยู่บนนี้ และเมื่อเรามีไกด์ท้องถิ่นที่ชำนาญเส้นทางแล้ว โครงสร้างเหล่านั้นก็ไม่มีความจำเป็นเลย

เส้นทางเดินป่าดอยหัวสิงห์ แทบไม่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเยือน ทั้งกุ๊กและพี่แพคบอกว่า พวกเราเป็นชาวไทยกลุ่มแรกๆ ที่เดินขึ้นมาบนนี้ ในช่วงเที่ยงวัน เรานั่งพักรับประทานอาหารเที่ยงกันบนสันเขา ข้าวที่ห่อมาในใบตองมัดด้วยตอก พร้อมกับข้าวแบบง่ายๆ ส่งผลให้มื้อนั้นมีอรรถรสที่ดียิ่งขึ้น ทุกคนพลางกินข้าวพลางยิ้ม และหัวเราะร่วนไปกับเรื่องเล่าของพี่แพค

“เราได้จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ช้อนกินข้าว แก้วน้ำ และน้ำดื่ม ไว้ให้บริการ เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวนำขยะขึ้นมาบนดอย” พี่แพคอธิบายพร้อมเปิดเป้สัมภาระที่สะพายอยู่ประกอบการบรราย “ที่อื่นๆ นักท่องเที่ยวมักซื้ออาหารมากันเอง แล้วเราก็ต้องมาคิดเรื่องการจัดการขยะ แต่ที่นี่เราไม่ให้เอาขยะขึ้นมาบนดอย” ตอนเริ่มทำเรื่องการท่องเที่ยว ทีมงานจาก Local Alike ต้องทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากชุมชนในเรื่องนี้ เพราะชาวบ้านยังขาดองค์ความรู้เรื่องการจัดการขยะ แต่เมื่อชาวบ้านเห็นประโยชน์จึงสามารถร่วมมือกันทำได้อย่างดี

จากจุดนี้ เราเห็นกระบวนการจัดการอย่างเป็นระบบและรอบคอบ รวมถึงชาวบ้านได้เรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตัวเอง เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของพื้นที่เอาไว้ และทำให้การท่องเที่ยวชุมชนดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน รวมไปถึงชาวบ้านก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากป่าที่เป็นบ้านของพวกเขาได้เช่นเดิม

ดอยหัวสิงห์, บ้านแม่เหาะ, แม่สะเรียง, แม่ฮ่องสอน, เที่ยวแม่ฮ่องสอน
ดอยหัวสิงห์ หนึ่งในเส้นทางของชาวบ้านแม่เหาะ ที่มักใช้เดินขึ้นเขาเพื่อมาหาของป่า และนำปศุสัตว์ขึ้นมาเลี้ยง

เรียนรู้วิถีชีวิตผ่านการใช้ชีวิต

นอกจากเส้นทางเดินป่าดอยหัวสิงห์ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในชุมชน เช่น น้ำตกแม่สวรรค์น้อย จุดชมวิวหว่ากลึโจ๊ะ และโฮมสเตย์ในหมู่บ้านสำหรับให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืน

การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนในชุมชน โดยเฉพาะเรื่องการทำความเข้าใจให้เกิดแนวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ให้ชาวบ้านรู้จักหวงแหน และภาคภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน “กุ๊กมองว่าอันนี้เป็นจุดขายที่เราแทบไม่มีต้นทุนเลยค่ะ” ไกด์ของเรากล่าวและเสริมว่า “แม้ความเจริญจะย่างกรายเข้ามา แต่พวกเรายังภูมิใจในความเป็นปกาเกอะญอ และอยากบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติให้คนภายนอกได้รับรู้” กุ๊กเป็นหญิงสาวชาวเผ่า ที่เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงราย และกลับมาเป็นครูในหมู่บ้านของตนเอง เพื่อสอนให้เยาวชนรุ่นหลังรู้จักรับมือกับโลกแห่งความทันสมัยที่อยู่ในมือของพวกเขา

บ้านแม่เหาะ, แม่ฮ่องสอน, เที่ยวแม่ฮ่องสอน, แม่สะเรียง
(บนและล่าง) ในช่วงทางที่ลาดชัน ผู้นำเที่ยวจะนำเชือกขึ้นมาผูกกับหลัก เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เดินไต่ลงมาตามทาง

ในทุกวันนี้คงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธได้ยากที่จะไม่รับความทันสมัยเข้ามาปะปนกับวิถีชีวิตดั้งเดิม “แต่กุ๊กมองว่า การรับเข้ามาบางส่วน และคงวิถีชีวิตดั้งเดิมของเราไว้ หาจุดร่วมของทั้งสองสิ่งให้เกิดประโยชน์ ก็น่าจะเป็นการปรับตัวที่ดีค่ะ” เธอกล่าว

ชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่เหาะอพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งเมื่อใด ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แม้จะมีถนนหลวงตัดผ่านหมู่บ้าน แต่ชาวบ้านที่นี่ยังคงพูดภาษาประจำเผ่า และยังใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมตามบรรพบุรุษ ทั้งเรื่องการแต่งกาย อาหาร และการทำการเกษตร และนำสิ่งเหล่านี้เสนอเป็น “คอนเทนต์” ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมวิถีชีวิตของพวกเขา

นำตกแม่สวรรค์น้อย, บ้านแม่เหาะ, แม่ฮ่องสอน, เที่ยวแม่ฮ่องสอน, แม่สะเรียง
น้ำตกแม่สวรรค์น้อย หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนบ้านแม่เหาะ

จากความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งในชุมชน และการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ทำให้การท่องเที่ยวที่นี่ไม่ใช่แค่การไปถ่ายรูปเช็กอินกับป้ายชื่อสถานที่ขนาดใหญ่ ไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านจนรถติดเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และไม่เกิดการสร้างขยะจนยากแก่การควบคุม

ชาวบ้านยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างที่เคยเป็น ในขณะที่นักท่องเที่ยวเป็นแขกผู้มาเยือน ที่เดินปะปนไปในถนนของหมู่บ้าน ชาวบ้านกินอะไร นักท่องเที่ยวก็กินแบบนั้น ชาวบ้านนอนอย่างไร นักท่องเที่ยวก็ต้องนอนอย่างนั้น และต้องเคารพธรรมเนียมปฏิบัติของเผ่า เช่น ชายหญิงที่ยังไม่แต่งงานกันห้ามนอนด้วยกัน เป็นต้น

จากการใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้านเป็นเวลาสามวัน เราได้เรียนรู้ว่า เราเป็นเพียงผู้มาเยือน และเราต้องเคารพท้องถิ่น ซึ่งรวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติ ชุมชน สังคม และวิถีชีวิต ทำให้เราได้มานั่งพูดคุยกันและนึกย้อนไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในประเทศไทย ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปจำนวนมาก และความเป็นชุมชนท้องถิ่นค่อยๆ จางหายไปจนหมดเสน่ห์

การท่องเที่ยวชุมชนครั้งนี้ เราได้สัมผัสเสน่ห์ของชาวปกาเกอะญอ ความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ วิถีชีวิตที่ไม่เบียดเบียนแต่ดูแลรักษาให้ป่ายังคงเป็นแหล่งอาหารอย่างยั่งยืน ความเข้าใจชีวิตของชาวเผ่าที่เปิดรับคนจากภายนอก แต่ก็ไม่ได้สูญเสียความเป็นตัวเอง และโดยส่วนตัว เราได้สร้างความทรงจำที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมทาง เมื่อเรามองย้อนกลับไปทุกครั้ง เราจะยังยิ้มให้กับความทรงจำนั้นเสมอ

เรื่อง ณภัทรดนัย
ภาพถ่าย วิศรุต วีระโสภณ

สนใจการท่องเที่ยวชุมชนแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่อ่องสอน ติดต่อ https://localalike.com/


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ :ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

ทุกเย็น หลังจากเลิกงานประจำในเมือง ชาวบ้านบางหมากรวมกลุ่มกันเพื่อฝึกลิงวัยเยาว์ให้รู้จักทักษะการขึ้นต้นมะพร้าว

เรื่องแนะนำ

ขนำน้อยหอยใหญ่ กินหอย นอนขนำ

ขนำน้อยหอยใหญ่ : เราอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่ได้ ที่เกริ่นว่า ขนำน้อยหอยใหญ่ เพราะผมมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี “ขนำ” ในภาษาปักษ์ใต้ เป็นคำที่ชาวบ้านใช้เรียกกระท่อมชั่วคราว คือกระท่อมเฝ้าหอยนางรมที่อยู่กลางทะเล เหมือนกระท่อมปลายนาที่คนภาคกลางหรือภาคอื่นๆ คุ้นเคยกันนี่ล่ะครับ แต่ยกมาไว้กลางทะเล นอกจากนี้ ผมยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนเลี้ยงหอยนางรมบริเวณปากอ่าวคลองกระแดะแจะ ที่ตำบลท่าทองใหม่ แห่งนี้ด้วย เล่ามาถึงตรงนี้ ผมขอนำทุกท่านไปพูดคุยกับเจ้าของขนำ ที่ดัดแปลงและต่อเติมขนำเฝ้าหอยนางรมของตัวเอง ให้เป็นร้านอาหาร เสิร์ฟหอยนางรมที่เลี้ยงเองแบบไม่อั้น คุณสิริพล ใจงาม หรือพี่เชน เล่าให้ผมฟังว่า “เขาทำธุรกิจเลี้ยงหอยนางรมเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว” พี่เชนเป็นคนสุราษฎร์ธานีโดยกำเนิด แต่ก่อนจะมาประกอบอาชีพเลี้ยงหอยนางรม พี่เชนเคยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างมาก่อน ร้านขนำน้อยหอยใหญ่เกิดจากการชวนเพื่อนฝูงมาพักผ่อนสังสรรค์และตกปลากัน จนกลายเป็นที่กล่าวขานกันในกลุ่มเพื่อน และมีคนแสดงเจตจำนงค์มาเยี่ยมพี่เชนมากขึ้น จึงทำให้เกิดแนวคิดนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจ จากเดิมที่เลี้ยงหอยนางรม พี่เชนจึงขยายกิจการมาเปิดร้านอาหารด้วย “พื้นที่ทำฟาร์มหอยนางรม กลายมาเป็นจุดเด่นในเรื่องวัตถุดิบ เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งชุมชนดั้งเดิมที่ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงพื้นบ้าน” เพราะวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเสนอในร้านล้วนเป็นผลิตผลจากการประมงพื้นบ้านทั้งสิ้น เช่น ปลาที่ชาวบ้านจับมาได้จากธรรมชาติ พี่เชนมักไปจับจองและรับซื้อเอาไว้ ก่อนที่ชาวบ้านนำไปขายต่อกับพ่อค้าคนกลาง รวมถึงปูและหอยก็รับซื้อจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง นอกจากที่ชาวบ้านมีรายได้แล้ว ทางร้านยังสามารถรับรองเรื่องความสดของอาหารได้ด้วย ส่วนเรื่องของการปรุงอาหารเพื่อให้ได้รสมือของคนพื้นถิ่นอย่างแท้จริง […]

Kamitkatsu เมือง Zero Waste ที่ผู้คนแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นอย่างยั่งยืน

Kamitkatsu เมืองเล็กในชนบทญี่ปุ่น ที่ปลอดขยะอันดับต้นของโลกและเป็นต้นแบบการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน จากการแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นในเมือง คามิคัตสึ คือเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดโทคุชิมะ ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุทางตะวันตกที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม ด้วยจำนวนพลเมืองเพียง 1,700 คน ที่นี่จึงเป็นเมืองที่เล็กที่สุดบนเกาะ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนรักสิ่งแวดล้อมอยากมาเยือน ในฐานะเมืองปลอดขยะอันดับต้น ๆ ของโลกและต้นแบบการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ย้อนกลับไปในปี 2003 ในขณะที่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศและวิกฤติขยะพลาสติก ชาวเมืองคามิคัตสึเริ่มจัดการขยะทุกชิ้นในเมือง Reduce, Reuse และ Recycle ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อยุติการพึ่งพาเตาเผาและการฝังกลบขยะ รัฐบาลท้องถิ่นเริ่มผลักดันนโยบายจัดการขยะอย่างเข้มข้น พร้อมตั้ง Zero Waste Academy พื้นที่ให้พลเมืองและเยาวชนได้เรียนรู้รูปแบบการคัดแยกขยะที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งต้องแยกขยะอย่างละเอียดออกเป็น 45 ประเภท เพื่อให้ขยะถูกนำไปรีไซเคิลต่อได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีนโยบายลดขยะอีกหลายอย่าง ตั้งแต่การสนับสนุนให้ผู้คนนำของใช้มาแลกเปลี่ยนกัน ไปจนถึงการสร้างอาชีพนักอัพไซเคิล เพื่อผลิตสินค้าชิ้นใหม่อย่างสร้างสรรค์จากข้าวของเหลือใช้ในเมือง ตั้งแต่ปี 2003 พวกเขาตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2020 จะต้องเป็นเมืองปลอดขยะ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่นำขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นมารีไซเคิลและใช้ใหม่ทั้งหมด […]

Gastronomy : การท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ท่องไปในเส้นทางสายอาหารและการกินแห่งดินแดนอาเซียนผ่าน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การส่งผ่านวัฒนธรรมการกิน ถือเป็นเครื่องมือของการพัฒนาระบบอาหารท้องถิ่นของภูมิภาคและโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติ เพราะปฏิบัติการทางอาหารจะนำไปสู่การแสวงหาทางออกใหม่ให้กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยทำให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น และยังเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี ครั้งนี้ ประเทศไทยรับบทบาทเป็นผู้ประสานงานหลักในการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหารแห่งอาเซียน เพื่อทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนท้องถิ่น อันนำไปสู่การสร้างสรรค์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในแนวทางแห่งความยั่งยืนสืบไป Gastronomy tourism goes far beyond just what is “on the plate” การท่องเที่ยวเชิงอาหารคืออะไร ความหมายของการท่องเที่ยวเชิงอาหารมีคุณค่ามากกว่าแค่การดื่มกินอาหารเด็ดเมนูดังตามแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังครอบคลุมไปถึงการผลิต (เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เยี่ยมชมแหล่งผลิตแบบพื้นถิ่น) ไปจนถึงขั้นหลังการบริโภค (เช่น การผลิตสินค้าที่ระลึกเพิ่มมูลค่า หรือแม้แต่การจัดการเศษอาหารเหลือทิ้ง) ด้วยความต่อเนื่องนี้จะเป็นโอกาสอันดีให้นักท่องเที่ยวได้เติมเต็มประสบการณ์และสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวอันหลากหลายที่เกี่ยวเนื่องมาจากอาหาร ซึ่งจะยังประโยชน์ให้เกิดกับสังคมเศรษฐกิจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 4 เสาหลักของการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Farming System การเดินทางเริ่มต้นจากแหล่งกำเนิดอาหาร แปลงผัก สวนผลไม้ บ้านไร่ หรือท้องนา ในแนวทางเกษตรปลอดภัย สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอาหารต่อสุขภาพและการกินดีมีสุข Story of Food คุณค่าของเรื่องราวเบื้องหลังที่ทำให้คุณค่าของอาหารแต่ละจานโดดเด่นและเป็นที่จดจำ อาหารหนึ่งจานรวบรวมเรื่องราวมรดกภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมการกิน […]

เป็นคนใหม่ด้วยการจัดระเบียบบ้าน เพื่อลดขยะทุกประเภทในชีวิตแบบ มาริเอะ คนโดะ

ขณะที่ครอบครัวหนึ่งกำลัง “จัดระเบียบ” ภายในบ้าน พวกเขาพบว่ามีพลาสติกเหลือใช้จำนวนมาก ที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งจริงๆ แล้วกองพลาสติกเหล่านี้สามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้ Rachel Friend และครอบครัวของเธอ พบกับปัญหาในการจัดสิ่งของระเกะระกะในบ้าน ทั้งสามีและลูกทั้งสองถือเป็นสิ่งวิเศษในชีวิตของเธอ มีเพียงบางครั้งที่เธอรู้สึกว่ามันช่างดูวุ่นวายและหยุ่งเหยิงไปหมด เธอมองหาคนที่จะช่วยจัดการกับเรื่องการจัดระเบียบ ดูแลเด็กและทำงานบ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง มาริเอะ คนโดะ ซึ่งเรื่องราวชีวิตของเธอได้ถูกหยิบยกมาทำซีรีย์สารคดีการเดินทางของเธอ ที่ฉายบนรายการโทรทัศน์ ชื่อว่า “จัดบ้านเปลี่ยนชีวิตกับ มาริเอะ คนโดะ” (Tidying Up with Marie Kondo) ที่เผยแพร่ทางช่องทางอินเทอร์เน็ตเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สาวชาวญี่ปุ่น มาริเอะ คนโดะ ได้ช่วยคนทั่วโลกในเรื่องการกำจัดสิ่งของไม่จำเป็นออกจากบ้านและชีวิตของพวกเขา เมื่อปี 2014 หนังสือ ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้านด้วยการจัดบ้านเพียงครั้งเดียว (The life-changing magic of tidying up) ของเธอมียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านเล่ม และรายการทีวีของเธอมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ครอบครัวและเพื่อนของเธอที่อาศัยอยู่ในลอสแองเจลิส ได้เล่าเรื่องราวมากมายในชีวิตของพวกเขา “นี่คือประสบการณ์ของการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง สิ่งนี้ทำให้พวกเรามีสติมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในชีวิต” เธอกล่าว […]