Notpla สตาร์ตอัปที่สร้างบรรจุภัณฑ์กินได้ เพื่อโลกใหม่แห่งเดลิเวอรี่ไร้ขยะพลาสติก

Notpla สตาร์ตอัปที่สร้างบรรจุภัณฑ์กินได้ เพื่อโลกใหม่แห่งเดลิเวอรี่ไร้ขยะพลาสติก

Notpla สตาร์ตอัปจากลอนดอนกับการสร้างบรรจุภัณฑ์จากสาหร่ายทะเล ที่มนุษย์กินได้ ย่อยสลายได้เองโดยธรรมชาติ และแก้ปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก

รู้ไหม มากกว่าครึ่งของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดบนโลก ถูกใช้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ก่อนจะถูกโยนทิ้งกลายเป็นขยะ

Notpla คือสตาร์ตอัปจากลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่คินค้นและพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากวัตถุดิบอย่างสาหร่ายและพืช ที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 4-6 สัปดาห์ ไม่สร้างขยะอายุหลายร้อยปีอย่างบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ย้อนกลับไปในปี 2014 Notpla เริ่มต้นขึ้นด้วยโปรดักต์ชิ้นแรกของพวกเขา “Ooho” ซึ่งเป็นหยดน้ำที่สามารถกินได้ ในตอนนั้นการผลิตของ Ooho ถูกทำขึ้นด้วยมือ ในช่วงระหว่าง 6 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้สร้างเทคโนโลยีเพื่อผลิตหยดน้ำเหล่านี้ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้คิดค้นสารเคลือบและฟิล์มที่ย่อยสลายได้ที่บ้าน

สิ่งที่สตาร์ทอัป Notpla ทำอยู่คือคำตอบให้กับยุคโควิด-19 ที่การสั่งอาหารแบบ Take-Away และบรรจุภัณฑ์พลาสติกกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนส่วนใหญ่ในโลกไปแล้ว


Ooho หยดน้ำกินได้ ผลงานชิ้นแรกของ Notpla

Ooho เป็นโปรดักต์ชิ้นแรกของ Notpla มันคือบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำดื่มที่ยืดหยุ่นได้ Ooho สามารถผลิตได้หลายขนาดตั้งแต่ 10 มล. – 100 มล. มันถูกสร้างจากสารสกัดของสาหร่ายทะเลและพืชซึ่งทั้งหมดสามารถกินได้ หรือถ้าคุณไม่อยากจะกินมันคุณก็แค่ทิ้งมันไปในขยะอาหาร หรือ ขยะทั่วไป และหากในกรณีที่เลวร้ายที่สุด Ooho ไปตกท่ามกลางสิ่งแวดล้อม มันก็จะใช้เวลาในการย่อยสลายไปเองภายใน 6 สัปดาห์ไม่ทิ้งขยะเอาไว้ นอกจากนี้มันยังถูกแต่งเติมสี กลิ่น หรือ รสชาติได้ตามใจชอบ

Notpla ได้ร่วมมือกับ Lucozade ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อให้พลังงานและดับกระหายนักกีฬาอย่างยั่งยืนในการแข่งขันกีฬา ลดทั้งปริมาณพลาสติกและปริมาณขยะ ด้วยการเอาน้ำดื่ม หรือ เครื่องดื่มชูกำลังมาใส่ใน Ooho แท

Ooho เป็นสิ่งทดแทนการใช้แก้วพลาสติกหรือขวดพลาสติกในการแข่งขันวิ่งมาราธอน หรือ กีฬาชนิดอื่นๆ พวกเขาได้เอาพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งเพียงครั้งเดียวออกไป และพวกเขาทำสำเร็จมาแล้วในงาน Virgin Money London Marathon ที่พวกเขาได้แจกจ่าย Ooho ให้กับนักกีฬาระหว่างวิ่ง

ต่อยอดความสำเร็จจาก Ooho

เมื่อไม่นานมานี้ Notpla ได้ร่วมมือกับบริการจัดส่งอาหารเดลิเวอรี่ Just Eat ในการสร้างภาชนะที่ทำจากสาหร่าย และ Notpla Box เป็นผลผลิตที่สร้างออกมาจากการร่วมคือครั้งนี้ มันคือภาชนะที่จะมาทดแทนพลาสติกจากกล่องอาหารแบบกลับบ้านทั่วๆไป

“ใช้งานได้เหมือนพลาสติก… ย่อยสลายได้เหมือนผลไม้”

กล่องพวกนี้จะสามารถย่อยสลายได้เหมือนกับผลไม้ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษส่วนใหญ่มักจะมีสารเคมีสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็นสารกันน้ำและน้ำมัน เราได้หากระดาษแข็งมาเป็นพิเศษเพื่อให้กล่องของเราปลอดจากวัสดุเหล่านี้ และ เพื่อให้กล่องของเรากันไขมันและกันน้ำ เราได้พัฒนาสารเคลือบที่ทำจากสาหร่ายและพืช 100% อีกทั้งยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติในไม่กี่สัปดาห์

และแน่นอน สิ่งที่จะมาพร้อมๆกับกล่องอาหารแบบรับกลับบ้านมักจะเป็นซองใส่ซอสแบบพลาสติก Notpla เลยได้ทำการสร้องซองใส่ซอสจาก Notpla ขึ้นมาเอง มันเป็นทางออกสำหรับซองพลาสติกที่ถูกใช้แล้วทิ้งอย่างสิ้นเปลือง

“เราสามารถใช้ Notpla ใส่ซอส น้ำสลัด และเครื่องปรุงรสได้หลากหลาย ซองของเราผลิตจาก Notpla ที่มีขนาดตั้งแต่ 10-60 มล. มันถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงอุตสาหกรรมแบบ Take-away และสามารถนำไปทิ้งรวมกับเศษอาหารที่เหลือของคุณ”

“ซองพวกนี้ไม่รั่วไหล และมันยังทนทานความร้อนได้ถึง 140 °C มันสามารถเอาไปใส่พร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์และยังถูกจัดส่งได้ในสภาพที่เพอร์เฟค” โรบิน คลาร์ก (Robin Clark) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการร้านอาหารระดับโลกและความยั่งยืนที่ Just Eat กล่าว

การใช้งานจริง

ผู้บริโภคส่วนใหญ่พอใจกับบรรจุภัณฑ์ที่กินได้เหล่านี้ เนื่องจากความกังวลต่อสิ่งแวดล้อมที่มีเพิ่มมากขึ้น

Just Eat ระบุว่า 91 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าพบว่าซองซอสจากสาหร่ายมันใช้งานง่าย หรือ ง่ายกว่าการใช้ซองซอสแบบธรรมดาเสียอีก มากไปกว่านั้น 92 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าต้องการให้มีสิ่งนี้เพิ่มขึ้น

ฮอลลี่ กราวด์ (Holly Grounds) นักศึกษาด้านการออกแบบของสหราชอาณาจักร ผู้ที่ได้สร้างบรรจุภัณฑ์ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินได้ จากฟิล์มที่ทำจากแป้งมันฝรั่งที่ละลายน้ำได้ เล่าว่า เธอได้รับ “ข้อความเชิงบวกเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับโครงการนี้ ทำให้ฉันหวังว่าผู้บริโภคจะเข้าร่วม”

บรรจุภัณฑ์ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินได้ กำจัดความต้องการใช้ซองพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง นอกจากนี้ ฟิล์มยังมีเครื่องเทศและเครื่องปรุง ซึ่งละลายเมื่อสัมผัสกับน้ำเดือด เติมน้ำ มันจะปรุงบะหมี่ให้มีรสชาติมากขึ้น

“ยังมีผู้คนบางส่วนที่สงสัยเกี่ยวกับคอนเซปต์นี้ เพราะมันยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับการทำและรับประทานอาหาร ยังไงก็ตาม ฉันเชื่อว่าในการต่อสู้กับมลภาวะพลาสติกนี้ เราต้องเปิดใจให้กับนวัตกรรมใหม่ๆในอนาคต เพราะบางครั้งไอเดียที่ดูหลุดโลกที่สุด มักจะสร้างผลกระทบได้มากที่สุด” กราวด์ กล่าว

ทำไมถึงต้องเป็นสาหร่าย

สาหร่ายเป็นวัสดุที่ยอดเยี่ยมเพราะมันยั่งยืน และ เติบโตได้อย่างรวดเร็ว การใช้วัสดุจากธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักในการผลิตมันสามารถทำให้เราทำคาร์บอนรีไซเคิลได้ (Carbon Recycle) แทนที่จะใช้พลาสติก ซึ่งแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับน้ำมันที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้

“พวกเรารักสาหร่ายทะเลเพราะมันเติบโตในมหาสมุทร สาหร่ายไม่ต้องไปแข่งขันกับพืชบนดินเพื่อแย่งเนื้อที่ อีกทั้งมันยังไม่ต้องพึ่งน้ำจืดในการเติบโต ไม่เหมือนกับ PLAs และพลาสติกชีวภาพที่ใช้ข้าวโพดหรือพืชผลอื่นๆ”

“การเติบโตของสาหร่ายทะเลมันยังช่วยชำระล้างมหาสมุทร เราหวังที่จะเห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของฟาร์มสาหร่ายตามแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน เราเพิ่งเข้าร่วม Seaweed Europe Coalition เพื่อสนับสนุนในเรื่องนี้”

Notpla ในอนาคต

“เราหวังว่าจะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น! ปีต่อไปของเราจะเน้นด้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเราอย่างเต็มที่ เราได้ทำการทดลองและเป็นหุ้นส่วนกับแบรนด์ต่างๆ เช่น Lucozade และ Just Eat แต่ตอนนี้พวกเราวางแผนที่จะจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของเราในเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เข้าถึงคนมากขึ้น”

“พวกเรากำลังมองหาผู้ผลิตที่จะมาเป็นหุ้นส่วนในการผลิตโปรดักต์ทั้งหมดของเรา ไม่ว่าจะเป็นซองใส่ซอส สารเคลือบกล่องกระดาษ และ ฟิล์มที่ยืดหยุ่นได้ เมื่อพวกเราได้สร้างหุ้นส่วนแล้ว ยอดการขายของเราน่าจะเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเราได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ค้าปลีกทั่วยุโรป และ เราหวังว่าจะมีคนสนใจที่สหรัฐอเมริกา ด้วยเช่นกัน”

สืบค้นและเรียบเรียง ปรมินทร์ แสงไกรรุ่งโรจน์

(โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : Pavegen นวัตกรรมแผ่นปูถนน ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าจากย่างก้าวของมนุษย์

เรื่องแนะนำ

SeaYouTomorrow Camp บทเรียนหน้าบ้าน ของเยาวชนเกาะพีพี และผู้นำสิงห์ เอสเตท

บ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว บ้านที่เป็นพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว และบ้านที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยทัศนียภาพพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ทะเลที่ตรึงตาตรึงใจนักท่องเที่ยว หากแต่หน้าที่ของการปกปักรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนในพื้นที่หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จำเป็นจะต้องสร้างระบบนิเวศของจิตสำนึกและการตระหนักถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ช่วยถนอมโลกใบนี้ให้มากขึ้น นี่จึงเป็นที่มาที่สิงห์ เอสเตท ตัวแทนเจ้าภาพโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์​ วิลเลจ ได้รวบรวมผู้นำระดับหัวหน้างาน 15 ท่าน พร้อมกับตัวแทนนักเรียนในพื้นที่เกาะพีพี มาปลูกองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ร่วมกันผ่านค่าย “SeaYouTomorrow Camp Fighting Climate Crisis แคมป์ผู้นำ และเยาวชน รวมพลังต้านวิกฤติโลกร้อน”   Change Agent ผู้กำหนดโลก เด็กคือ Change Agent ผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกในวันข้างหน้า และด้วยช่วงวัยที่พร้อมเปิดรับกับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทำให้ อเล็กซ์ เรนเดล จัดตั้ง EEC THAILAND (Environment Education Centre) ผ่านการทำค่ายที่มอบประสบการณ์การเรียนรู้และการลงมือทำให้กับเด็กมาเกือบ 7 ปีแล้ว ควบตำแหน่งทูตสันถวไมตรีประจำประเทศไทย จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เขาจึงกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการจัดกิจกรรมแคมป์ในครั้งนี้ แต่จะอาศัยเพียงกำลังของเด็ก เพื่อรอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเห็นจะไม่เพียงพอ […]

คนในเมืองสามารถช่วยลดโลกร้อนได้ – แค่ซื้อของให้น้อยลง

(ภาพปก) นักปั่นจักรยานเหล่ากำลังปั่นจักรยานผ่าน แบตเตอรรี พาร์ค (Battery Park) ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ภาพถ่ายโดย SERGI REBOREDO, REDUX สิ่งที่เราซื้อ รับประทาน และใช้งาน ล้วนมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพอากาศ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะบริโภคสิ่งต่างๆ ให้น้อยลง มีรายงานการศึกษาล่าสุดระบุว่า บรรดาเมืองใหญ่ มีบทบาทสำคัญระดับโลกในเรื่องของการยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยประชากรในเมืองลดการบริโภคและการใช้สิ่งของให้น้อยลงได้ เมืองที่มีแนวคิดพัฒนาต่างหาวิธีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ในเมือง แต่วิธีการเหล่านั้นอาจเป็นการประเมินปัญหาที่ผิด เช่น นโยบายการเก็บค่าปล่อยคาร์บอนกับการใช้รถหรือโรงงานที่มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกินมาตรฐาน เป็นต้น ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ มักมาจากสิ่งที่ชาวเมืองส่วนใหญ่รับประทาน ใช้งาน หรือซื้อมาจากแหล่งผลิตที่ไกลจากเมืองออกไป นับตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ เพื่อให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นไปในทางที่ถูกต้อง บรรดาเมืองทั้งหลายควรพุ่งเป้าหมายไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ร้อยละ 50 ภายใน 11 ปีข้างหน้า และร้อยละ 80 ในปี 2050 ซึ่งบรรดานักวิจัยต่างพบว่า จำนวนการปล่อยก๊าซส่วนใหญ่นั้นมาจากการบริโภคสินค้า อาหาร และพลังงานที่ผลิตจากนอกเมือง และสิ่งที่เมืองควรทำอย่างมากที่สุดคือ หาวิธีการช่วยประชากรในเมืองลดการบริโภคสินค้าเหล่านี้ มูลค่าที่แท้จริงจากการบริโภค ในทุกวันนี้ ประชากรโลกกว่าร้อยละ […]

เมื่อคลื่นลมพัดพาขยะขึ้นฝั่ง ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น

ชุมชนมดตะนอยเคยมีปัญหาเรื่องขยะ SCG จึงเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ ทำหน้าที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยแนะนำแนวทางการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน

“ต้นไม้” วิธีที่ง่ายและยั่งยืนที่สุดในการลดปัญหาฝุ่นควัน

ล่าสุดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาประกาศมาตรการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แล้ว หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวสาธารณะให้มากขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นพื้นที่ใดบ้าง