SeaYouTomorrow Camp บทเรียนหน้าบ้าน ของเยาวชนเกาะพีพี และผู้นำสิงห์ เอสเตท - National Geographic Thailand

SeaYouTomorrow Camp บทเรียนหน้าบ้าน ของเยาวชนเกาะพีพี และผู้นำสิงห์ เอสเตท

บ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว บ้านที่เป็นพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว และบ้านที่เป็นหัวใจของระบบนิเวศ

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยทัศนียภาพพร้อมกับความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งบนดินและใต้ทะเลที่ตรึงตาตรึงใจนักท่องเที่ยว

หากแต่หน้าที่ของการปกปักรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เป็นเพียงแค่คนในพื้นที่หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จำเป็นจะต้องสร้างระบบนิเวศของจิตสำนึกและการตระหนักถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ช่วยถนอมโลกใบนี้ให้มากขึ้น

นี่จึงเป็นที่มาที่สิงห์ เอสเตท ตัวแทนเจ้าภาพโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์​ วิลเลจ ได้รวบรวมผู้นำระดับหัวหน้างาน 15 ท่าน พร้อมกับตัวแทนนักเรียนในพื้นที่เกาะพีพี มาปลูกองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ร่วมกันผ่านค่าย “SeaYouTomorrow Camp Fighting Climate Crisis แคมป์ผู้นำ และเยาวชน รวมพลังต้านวิกฤติโลกร้อน”

 

Change Agent ผู้กำหนดโลก

เด็กคือ Change Agent ผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลกในวันข้างหน้า และด้วยช่วงวัยที่พร้อมเปิดรับกับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ทำให้ อเล็กซ์ เรนเดล จัดตั้ง EEC THAILAND (Environment Education Centre) ผ่านการทำค่ายที่มอบประสบการณ์การเรียนรู้และการลงมือทำให้กับเด็กมาเกือบ 7 ปีแล้ว ควบตำแหน่งทูตสันถวไมตรีประจำประเทศไทย จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เขาจึงกลายมาเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการจัดกิจกรรมแคมป์ในครั้งนี้

แต่จะอาศัยเพียงกำลังของเด็ก เพื่อรอการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเห็นจะไม่เพียงพอ เพราะเมื่อตระหนักถึงปัญหาแล้ว การเข้าช่วยเหลือและแก้ไขให้ทันท่วงทีก็เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่วันนี้เช่นเดียวกัน

ผู้นำระดับหัวหน้างานที่สิงห์ เอสเตท ชักชวนมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นระดับหัวหน้างาน ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ บทบาทของ Change Agent อีกหน่วยหนึ่งทำสำคัญ จึงเป็นของผู้ใหญ่ผู้นำ ผู้กำหนดทิศทางและนำพาองค์กรไปสู่ปลายทางที่ความยั่งยืนเช่นเดียวกัน

“ปีนี้เป็นปีที่สามที่ สิงห์ เอสเตท ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกหุ้นยั่งยืนของ Dow Jones Sustainability Index (DJSI)” คุณศิริธร ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน บมจ.สิงห์ เอสเตท เท้าความให้เราฟัง

“เพราะฉะนั้นคนสุดท้ายที่จะตัดสินใจ จะต้องเล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม ทำอย่างไรให้มีสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ เพราะฉะนั้นค่ายนี้เราก็อยากจะสร้างผู้นำที่เป็น Change Agent เช่นเดียวกัน”

 

ค่ายของเด็ก ผู้ใหญ่ และปฏิสัมพันธ์กับท้องถิ่น

นอกจากผู้นำระดับหัวหน้าของานของ สิงห์ เอสเตท จำนวน 15 ท่าน ที่เข้าร่วมแคมป์ในครั้งนี้แล้ว ยังมีการชักชวนนักเรียนผู้นำในพื้นที่อีก 10 คน มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำความเข้าใจบ้านที่ตัวเองอยู่อาศัยและใช้ชีวิตในทุกวัน

นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ถูกคัดเลือกผ่านการเขียนเรียงความในหัวเรื่อง ‘อยากให้ผู้ใหญ่ทำอะไร?’ คำตอบที่ได้แม้จะหลากหลาย แต่เดินทางไปในเส้นทางเดียวกันคือ ‘อยากให้เก็บสิ่งที่ผู้ใหญ่เคยเห็นตอนห้าขวบ ให้เขาได้เห็นเหมือนกัน’ สิ่งนี้ยิ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในการปลูกฝังเยาวชนผู้นำ เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการบอกเล่าความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากค่าย ถ่ายทอดไปยังโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ให้เห็นถึงคุณค่าในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

‘Edutainment’ คือเครื่องมือที่อเล็กซ์เลือกใช้ในการจัดค่ายทุกครั้งของเขา “วิธีการเปลี่ยนความคิดคนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเด็กประสบการณ์ชีวิตไม่เยอะ เราจึงต้องค่อยๆ ให้เขาได้ซึมซับข้อมูลสิ่งแวดล้อม เข้าใจในประเด็นง่ายๆ และได้เห็นได้สัมผัสด้วยตัวเอง แต่ถ้าจะเล่าเรื่องหรือให้ลงมือทำอย่างเดียวก็ไม่พอ จะต้องมีเพลงหรือการเชื่อมต่อเรื่องราวที่ดึงความสนใจ และช่วยสร้างความรู้สึกร่วมกับกิจกรรมไปด้วยกัน”

ความท้าทายในการทำแคมป์ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องของกิจกรรมที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างกรอบความเข้าใจเดียวกันในเรื่องความเชื่อมโยงของระบบนิเวศในภาพกว้าง และผลกระทบจากทรัพยากรที่สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยได้รับความช่วยเหลือด้านเนื้อหาเชิงลึกสำหรับผู้ใหญ่โดย น.สพ.ดร. บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ นักวิชาการ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว

“ค่ายที่มีผู้ใหญ่ เลยออกแบบให้สบายๆ มากที่สุด ไม่ต้องหนักมาก แต่ต้องตรงตามประเด็น ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องกับคนในพื้นที่ เพื่อช่วยสร้างข้างในให้พี่ๆ ทุกคนได้มองเห็นภาพกว้างมากขึ้น เน้นเรื่องความยั่งยืน สภาวการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก และความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการทำรีเสิร์ช และเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง เผื่อจะจุดประกายไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งเราก็เลือกทีมทำงานที่มีประสบการณ์กับผู้ใหญ่มาร่วมในแคมป์นี้”

 

สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน

นอกจากประเด็นหลักของแคมป์ครั้งนี้เปิดให้เห็นมุมมองในเรื่องความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญคือ บริบทของชุมชนที่อยู่รายรอบ

สิ่งที่ผู้เข้าร่วมแคมป์ครั้งนี้ได้เรียนรู้ นอกจากการออกไปมีประสบการณ์จริงผ่านเรื่องราวและบทเรียนทางธรรมชาติที่อาจจะหาโอกาสทำแบบนี้ได้ยาก อย่างการวัดความสูงของรากโกงกาง การออกไปเดินพูดคุยกับผู้คนในชุมชน หรือการออกเรือดำน้ำด้วยเรือหางยาวของชาวบ้านในท้องที่

“แทนที่เราจะไปหาเรือข้างนอก เราก็ใช้เรือหางยาวของคนในพื้นที่เป็นเรือท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับผู้คนในชุมชนผ่านการท่องเที่ยวที่ผู้คนมาเยือนไม่ขาดสาย” ตลอดการเดินทางด้วยเรือหางยาว เราจึงได้รับคำบอกเล่าเรื่องราวอินไซต์ของแต่ละจุดท่องเที่ยว คำแนะนำการลงดำน้ำสำหรับคนเริ่มต้น พร้อมมิตรจิตมิตรใจและความช่วยเหลือที่แสนอบอุ่นแบบฉบับคนในพื้นที่

นอกจากการออกไปดำน้ำ ชมปะการัง สังเกตการณ์พันธุ์ปลา ตามจุดหัวใจสำคัญต่างๆ แล้ว ภายในโรงแรมเองก็ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวให้เข้าใจอุทยานฯ แห่งนี้ได้ดีขึ้น

“เราเห็นว่าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นหัวใจของเกาะพีพี แต่คนเข้ามาที่นี่โดยไม่มีแหล่งเรียนรู้ เราเลยจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ขึ้นในโรงแรม ให้นักท่องเที่ยวได้มองเห็นระบบนิเวศของพื้นที่ที่เราเข้ามาเที่ยวและใช้ชีวิต พร้อมกับซึมซับความเข้าใจความสำคัญของธรรมชาติได้ที่นี่”

 

บทสรุปของค่ายครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดเพียงแค่การได้พบกับธรรมชาติผ่านประสบการณ์ที่หลากหลายเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการมองเห็นคุณค่าผ่านแว่นตาที่แตกต่างทั้งเรื่องราวระหว่างวัย ระหว่างคนใน-นอกพื้นที่ เพื่อปลายทางที่การแสดงให้เห็นความสำคัญของทุกความคิดเห็น ทุกการกระทำ และทุกสิ่งในโลกล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด

และที่สำคัญคือ การเป็นผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงของโลกที่จะต้องทำงานร่วมกัน ทั้งผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจในวันนี้ และเด็กจะที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสำคัญในวันข้างหน้า พร้อมกับส่งต่อคุณค่าเหล่านี้ ไปถึงผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโลกใบนี้ที่ยั่งยืนและเป็นสุขยาวนานต่อไป

 

เรื่อง ณัฐนิช ชัยดี


อ่านเพิ่มเติม Crossroads Maldives by Singha Estate ครบรอบสองปี ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเพิ่มเป็นสองเท่า

เรื่องแนะนำ

เลียบหัวเมืองชายทะเลจีน

เลียบเลาะริมฝั่ง สำรวจชีวิตชาวจีนบริเวณหัวเมืองชายทะเลของจีน ดินแดนที่ได้รับอิทธิพลจากชาติตะวันตกมาตลอด นับจากสงครามฝิ่นเมื่อปีพ.ศ. 1843 ราวร้อยปีที่แล้วเป็นต้นมา เมืองท่าเหล่านี้ที่เป็นต้นทางของคลื่นชาวจีนอพยพที่ออกมาเผชิญโชค เป็นบรรพบุรุษผู้ตั้งรกรากในดินแดนทั่วโลก รวมถึงชาวไทยเชื้อสายจีน ดับเบิลยู. โรเบิร์ตมัวร์ บันทึกไว้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1934 ถนนในฮ่องกงมีขึ้นและมีลง ร้านรวงและถนนสร้างเกาะไปตามความลาดชันของเนินใหญ่น้อยในฮ่องกง ถนนบางสายจึงเปิดให้เฉพาะผู้คนและเกี้ยวสัญจร ข้ามอ่าวไปก็จะเป็นมาเก๊า หญิงขายหนังสือพิมพ์ไม่ร้องขายแจ้งพาดหัว แต่จะคลี่พาดหัวให้ผู้ซื้อเลือกอ่านเอง ระบุยศไว้ที่หมวก เครื่องแต่งกายอันประกอบด้วยหมวกทรงพุ่ม กระดุมยศเยี่ยงนี้ล้าสมัยเสียแล้ว แต่ที่มองโกเลีย ข้าราชการยังสวมใส่เป็นเรื่องปกติ ชายหนุ่มผู้นี้เป็นเชื้อพระวงศ์มองโกเลียตะวันออก นอนหลับแทบเท้าเจ้า ร่มเงาในศาลเจ้าที่กวางตุ้งกลายเป็นที่แสนสบายเหมาะแก่การนอน หรือเอกเขนกอ่านหนังสือ พระนางฉือซีไท่โฮ่ว (ซูสีไทเฮา) นำงบประมาณที่จัดไว้เพื่อซื้อเรือรบมาสร้างพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ ระเบียงยาวหนึ่งไมล์นี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน ถนนเมืองไป่ปิง ถนนสายนี้ตัดตรงจากพระราชวังต้องห้าม พระแมนจูรอขบวนงานศพ หลังจากพวกแมนจูลงจากอำนาจ พระราชพิธีต่างๆก็คลายความยิ่งใหญ่ลงไป แผงปลาที่มาเก๊า พ่อค้าอวดปลาเค็มไว้เป็นแผง ปลานี้เป็นกับข้าวสำคัญของชาวจีน ส่วนปลาสดตามตลาดนั้น เขาก็ใส่กะละมังไว้ให้คนซื้อเลือกไปทุบหัวให้กันสดๆ ม้าสวมหมวกในโอกาสพิเศษ ดูเหมือนม้าจะไม่เดือดร้อนรำคาญทั้งหมวกและตาซ้ายที่พาดอยู่เลย ม้าสวมเครื่องประดับสำหรับเข้าขบวนแห่ในพิธีแต่งงาน กระต่ายวันไหว้พระจันทร์ วันไหว้พระจันทร์เป็นวันสำคัญตามปฏิทินแบบจีน เนื่องจากชาวจีนมองว่าบนพระจันทร์นั้นมีกระต่าย จึงทำตุ๊กตาเช่นนี้ไว้ให้เด็กๆในวันไหว้พระจันทร์

สีผิวที่แตกต่าง

เชื้อชาติคืออะไรกันแน่? วิทยาศาสตร์บอกเราว่าแนวคิดนี้ไม่มีพื้นฐานทางพันธุกรรมหรือวิทยาศาสตร์รองรับเลย ถึงอย่างนั้นเชื้อชาติกลับเป็นเหมือนตราหรือฉลากที่เราสร้างขึ้นเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนิยามและแบ่งแยกพวกเรากันเอง

TOHOKU เป็นอยู่อย่างเป็นสุข ทริปท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและหัวใจ

โทโฮคุ (Tohoku) ภูมิภาคแห่งความอิ่มใจที่รอให้ผู้คนเข้าไปค้นพบ สัมผัส และซึมซับคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติแบบรอบด้าน ถ้ายังจำกันได้ ช่วงที่การเดินทางข้ามประเทศยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พาพวกเราก้าวข้ามออกจากชีวิตแสนจำเจไปสู่โลกใบใหม่  ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของคนไทย และเทรนด์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็เติบโตไปพร้อมกับแนวโน้มที่ว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มมองหาสถานที่นอกแผนที่ท่องเที่ยว ที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ ทั้งจากสถานที่สวยงามแปลกตา ค้นหาแหล่งต้นกำเนิดวัตถุดิบเลอค่า หรือทำความเข้าใจการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งมากขึ้นกว่าที่เคย ระหว่างทางจากโตเกียวมุ่งหน้าขึ้นสู่ฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นที่ตั้งของโทโฮคุ ภูมิภาคแห่งวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนกับกิจวัตรที่ยังคงความสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่รายล้อมในทุกมิติของชีวิต มนต์ขลังแห่งความสงบและงดงามนี่เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เข้าไปเปิดแผนที่เที่ยวชม จนทำให้ปี 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปยังโทโฮคุเพิ่มขึ้นถึง 48% จากปีก่อนหน้า ใบไม้เปลี่ยนสี อนเซ็นส่วนตัว ซัปบอร์ดกับฉากหลังตื่นตา ฟาร์มสเตย์ของเกษตรกร และอีกเรื่องราวอีกมากมายของโทโฮคุล้วนเกี่ยวพันกับธรรมชาติทั้งสิ้น และเราเชื่อว่าธรรมชาติ จะเป็นสื่อกลางที่สร้างความหมายบทใหม่ให้กับชีวิตผ่านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่เกื้อกูลกับทั้งคน สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม   ทัศนียภาพ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจภูมิประเทศของภูมิภาคโทโฮคุกันก่อน โทโฮคุแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนเหนือ – อาโอโมริ (Aomori) อาคิตะ (Akita) อิวาเตะ (Iwate) และส่วนใต้ – ยามากาตะ (Yamagata) มิยากิ (Miyagi) ฟุกุชิมะ (Fukushima) กินพื้นที่ถึง […]