SCG ROUTE TO NET ZERO - เอสซีจี เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

SCG ROUTE TO NET ZERO – เอสซีจี เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

เอสซีจี ดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วยกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืน มานับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยมีโครงการต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2016 เอสซีจีได้ริเริ่มแนวคิด Circular Way หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน ในชื่อ SCG Circular Way ซึ่งเป็นแนวทางธุรกิจที่เอสซีจีนำมาใช้ทั้งกับภายในองค์กรเอง และกับการทำงานกับคู่ค้า รวมถึงลูกค้าผู้บริโภคของเรา โดยเอสซีจี นับเป็นหน่วยงานเอกชนเจ้าแรกๆ ของเมืองไทยที่ขับเคลื่อนแนวทางนี้อย่างเป็นรูปธรรม

แนวทางของ SCG Circular Way เป็นแนวทางธุรกิจใหม่โดยการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรธรรมชาติในห่วงโซ่การผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการใช้ทรัพยากรต้นทางให้เกิดประโยชน์สูงสุด และหมุนเวียนของเสียทั้งรูปแบบวัตถุดิบและพลังงานกลับมาเป็นทรัพยากรในกระบวนการผลิตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแนวทางธุรกิจนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ไขออกสู่ประตูแห่งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และขับเคลื่อนการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้ไปในแนวทางของการถนอมรักษาและลดการพึ่งพาทรัพยากร

การเดินทางของเอสซีจี สู่เส้นทางการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050

จากภาคปฏิบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเอง นำมาซึ่งองค์ความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และการมองเห็นปัญหาระหว่างทาง จนนำมาสู่การแก้ไขและป้องกันปัญหาในภาคปฏิบัติให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

เส้นทางของ SCG Circular Way ผลิดอกออกผล ปลูกเป็นจิตสำนึกของคนภายในองค์กรเอง ผ่านกิจวัตรเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างการคิดก่อนใช้ การแยกขยะ และการคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ซึ่งจากจุดเริ่มต้นในมือของพวกเราทุกคน ร่วมประสานกลายเป็นพลังที่ใหญ่กว่า และขยายสู่ Roadmap ไปสู่ปลายทางที่ Net Zero 2050 อนาคตการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิต้องเป็นศูนย์

ขยายกระบวนการหมุนเวียนและยั่งยืน สู่เส้นทางการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050

เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เป็นส่วนหนึ่งของรากฐานที่จะนำประเทศไทยและโลกก้าวไปสู่ปลายทางที่ทุกคนหวังไว้ ปลายทางที่การสร้างระบบนิเวศและความเข้าใจในการใช้ทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และปลายทางที่อนาคตของโลกยังคงสวยงามสดใส ส่งต่อถึงรุ่นลูกหลานต่อไป

จากปี 2016 จนถึงภาพใหญ่ภาพใหม่ในปี 2022 เส้นทางสู่ Future is Zero ของเอสซีจี ในฐานะผู้ผลิตสินค้าและบริการเพื่อที่อยู่อาศัยและการ จึงประสานพลังของความตระหนักและสำนึกรักษ์โลก ผ่านทางแนวคิดและวิธีการตลอดสายพานการผลิต จนส่งต่อถึงการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อชวนคุณร่วมสร้างสรรค์และปกปักรักษาโลกใบนี้ไปด้วยกัน

เรื่องแนะนำ

จับมือพาร์ทเนอร์ธุรกิจ สร้าง Net Zero Supply Chain มุ่งสู่ Net Zero 2050 ไปด้วยกัน

เพราะเป้าหมาย Net Zero ต้องมาจากการผลักดันในหลายภาคส่วนของสังคม เอสซีจี ในฐานะองค์กรแห่งความยั่งยืน จึงมุ่งสร้างพันธมิตรทั้งภาคธุรกิจ – ภาคการวิจัยและเครือข่ายการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายสังคมไร้คาร์บอนอย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกรวน กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ตัวการสำคัญคือ Green House Gas (GHG) หรือ ก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้อุณหภูมิโลกยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงได้อย่างง่ายๆ ดังนั้นในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 เมื่อปี 2021 จึงมีมติให้ทั่วโลกเปลี่ยนแปลงจากมาตรการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่นโยบาย “Net Zero” หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นภูมิอากาศให้ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ จากมติดังกล่าว ประเทศไทยตั้งเป้าบรรลุการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) หรือการปล่อยคาร์บอนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศให้เท่ากับปริมาณคาร์บอนที่ถูกดูดซับกลับคืนมาภายในปี 2593 (ค.ศ. 2050) และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายในปี 2608 (ค.ศ. 2065) เพื่อให้เป้าหมาย ‘เพื่อโลก’ ดังกล่าวนี้ประสบความสำเร็จภายในช่วงเวลาไม่ถึง […]

การเมืองเรื่องน้ำ: ปัญหาการจัดการน้ำในเมืองไทย

ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมมานานหลายทศวรรษ แผนการแก้ปัญหาต่างๆ ที่ผุดขึ้นดูเหมือนไม่ช่วยแก้ไขให้เป็นอย่างเป็นรูปธรรม เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

นักวิจัยไทย คิดค้นโปรตีนทางเลือกจากขนไก่

อาหารแห่งอนาคต หรือ Future food เป็นแนวโน้มเรื่องการศึกษาวิจัยมาตลอดช่วงไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา บริษัทอาหารหลายแห่งกำลังเร่งศึกษานวัตกรรมด้านการผลิตอาหารเพื่ออนาคต เช่น โปรตีนทางเลือก เนื้อสัตว์ที่ปลูกจากห้องปฏิบัติการ และเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากพืช ภายในบรรยากาศสบายและอบอุ่นในร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันนี้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสพบกับ กัน-ศรวุฒิ กิตติบัณฑร นักศึกษาปริญญาโทด้าน Material Futures ที่สถาบัน Central Saint Martins กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผู้แปรรูปขนไก่ซึ่งเป็นขยะเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมอาหารและปศุสัตว์ ให้กลายมาเป็น โปรตีนทางเลือก หลังจากจบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ทำงานในบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสาขานี้ เขาค้นพบตัวเองว่า เขาคือคนหนึ่งที่ชอบสร้างชิ้นงานจากสิ่งเล็กๆ แล้วไปประกอบเป็นภาพใหญ่ และนี่คือจุดเปลี่ยนทางความคิดที่อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากสถาปนิกคนอื่นๆ ศรวุฒิสนใจการทำวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ จึงเลือกไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษที่เขาได้ศึกษาเรื่อง “การออกแบบวัสดุเพื่ออนาคต” จนมาพบขนไก่ซึ่งกลายเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานปศุสัตว์ และเป็นวัสดุที่กลายเป็นขยะมากที่สุดชนิดหนึ่งในลอนดอน ในช่วงแรก เขาตั้งใจนำขนไก่มาผลิตเป็นวัสดุเพื่อสร้างอาคาร ด้วยคุณสมบัติที่ขนไก่สามารถเก็บอุณหภูมิได้และมีความแข็งแรง แต่เนื่องจากมีงานวิจัยได้ศึกษาหัวข้อนี้ไปแล้วหลายฉบับ เขาจึงต้องเปลี่ยนหัวข้องานวิจัยไปในทิศทางอื่น “สาขาที่ผมเรียนเป็นการเรียนที่ประยุกต์หลายศาสตร์เข้าด้วยกันทั้งเรื่องการออกแบบ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” ศรวุฒิกล่าวและเสริมว่า “ดังนั้น การคิดหัวข้อวิจัยจึงต้องเกี่ยวโยงกับทั้งสามหัวข้อนี้ เพื่อให้เกิดเป็นผลงานขึ้นมา” […]

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งของ IKEA ที่ชวนทุกคนแก้ปัญหาวิกฤตผึ้งใกล้สูญพันธุ์

Bee Home โปรเจ็กต์สร้างบ้านผึ้งแบบ Open Source เปิดโอกาสให้เราเลือกออกแบบบ้านผึ้งในราคาที่จับต้องได้ เข้าถึงทุกคนและเป็นมิตรต่อเหล่าผึ้ง ในบรรดาพืช 100 ชนิดที่เป็นอาหารเลี้ยงประชากรโลก มี 70 ชนิด ที่ต้องการผึ้งเป็นตัวผสมเกสร เพื่อให้เจริญงอกงามเป็นพืชผลสำหรับเก็บเกี่ยว หากปราศจากผึ้ง การผสมเกสรจะไม่เกิด เท่ากับหายนะของพืชพันธุ์ และหายนะของมนุษยชาติ ผึ้งคือสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดของโลก แต่ปัจจุบันพวกมันกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ถึงขั้นอาจสูญพันธุ์ SPACE10 กลุ่มนักทดลองออกแบบของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ IKEA จึงสร้างโปรเจกต์ออกแบบที่ร่วมมือกับสตูดิโอออกแบบด้านเทคโนโลยี แบคเคน เบ็ค (Bakken & Bæck) และนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ทานิตา ไคลน์ (Tanita Klein) โดยใช้ชื่อโปรเจกต์ว่า “Bee Home” ออกมา ทานิตา กล่าวว่า เธอออกแบบ Bee Home จากแนวคิดที่อยากให้มนุษย์ออกแบบบ้านในฝันให้กับเหล่าผึ้ง เป็นสถานที่ที่สร้างสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบเหมาะสำหรับการเลี้ยงดูผึ้งรุ่นลูกหลาน ในขณะเดียวกันก็สร้างให้ Bee Home ง่ายต่อการออกแบบ ง่ายในการประกอบชิ้นส่วน และนำไปจัดวางได้ง่าย สิ่งสำคัญคือเธอตั้งใจให้การออกแบบบ้านสำหรับผึ้งนี้สร้างความพึงพอใจด้านสุนทรียภาพ ให้ความรู้สึกเหมือนใส่ประติมากรรมชิ้นหนึ่งเข้าไปในสวนหรือระเบียงบ้านของเราเอง […]