เวิร์คช็อประบบนิเวศชายฝั่งแบบใหม่จาก Nat Geo เรียนรู้เล่าเรื่องด้วยศิลปะดิจิทัล - National Geographic Thailand

เวิร์คช็อประบบนิเวศชายฝั่งแบบใหม่จาก Nat Geo เรียนรู้เล่าเรื่องด้วยศิลปะดิจิทัล

ครั้งแรกของเวิร์คช็อปเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพชายฝั่งผ่านศิลปะดิจิทัล โดย National Geographic ที่ได้วิทยากรระดับนานาชาติมารวมตัวกัน ทั้งช่างภาพและนักชีววิทยาชาวไทยที่ได้รับเลือกเป็นนักสำรวจของ National Geographic (National Geographic Explorer) ตัวแทนกลุ่ม Emerging Islands องค์กรศิลปะจากฟิลิปปินส์

และศิลปินภาพประกอบดิจิทัลมือรางวัล โดยมีกลุ่มนักศึกษาสาขา Communication Design วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) สมัครเข้ามาร่วมเวิร์คช็อป ที่ชวนให้เข้าใจความหลากหลายทางชีวภาพชายฝั่งตั้งแต่ในมหาสมุทรถึงชุมชนชายฝั่งด้วยการทำภาพประกอบดิจิทัล ที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ผลกระทบที่เกิดจากมนุษย์ และหนทางที่เราเลือกที่จะทำเพื่อปกป้องมหาสมุทรและชายฝั่งได้

ขอเล่าให้ฟังก่อนว่าปีนี้ National Geographic มาร่วมกิจกรรมใน Sustainability Expo 2022 แบบครบวงจร คือมีทั้ง เวทีเสวนา Postcards from Planet Possible, Impact Storytelling เวิร์คช็อป และการฉายภาพยนตร์สารคดี ซึ่งล้วนมาแนวคิดเชื่อมโยงกัน

สำหรับเวิร์คช็อปที่ชื่อว่า Once Upon A Time Coastline นี้ ผ่านการเตรียมงานมาร่วมเดือน เหล่าวิทยากรซึ่งประกอบด้วย เดวิด โลรัน, นิโคลา เซบาสเตียน และซาแมนธา ซารันดิน ผู้ร่วมก่อตั้ง Emerging Islands องค์กรศิลปะจากฟิลิปปินส์ ร่วมด้วย ดร.วัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ท้องทะเล ดีกรีชีววิทยาทางทะเล ก็มาเตรียมทำเวิร์คช็อปที่ได้ โจนาธาน เจย์ ลี ฮ่องกง ศิลปินที่ทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย พวกเขาประชุมออนไลน์กันบ่อยครั้ง หลายครั้งก็ดึกดื่น

เพื่อออกแบบเวิร์คช็อป Once Upon A Time Coastline ให้นักศึกษาเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่ชายฝั่ง ด้วยวิธีใหม่ ที่ไม่เหมือนเปิดตำราเรียน ถ่ายทอดเรื่องราวเข้มข้นเป็นลำดับขั้นให้เข้าใจง่ายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เริ่มจากการปูพื้นความรู้เรื่องระบบนิเวศชายฝั่งเบื้องต้นโดยนักชีววิทยา ต่อด้วยวิธีคิดในการหลอมรวมความรู้ แล้วจึงเข้าสู่การใช้โปรแกรมวาดภาพดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจ แล้วให้นักศึกษาออกมานำเสนอผลงานเล่าแนวคิดของพวกเขาเองว่าทำไมสิ่งต่างๆ จึงเป็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงลำดับเวลา ความสัมพันธ์ผลกระทบที่มีต่อกัน ผ่านเทคนิคไทม์แลป ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน และในที่สุดก็ได้วิธีคิดติดตัวกลับบ้าน

เวิร์คช็อป

เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทรและชายฝั่งที่มีส่วนสัมพันธ์กัน โดย วิน – ดร.วัชรพงษ์ หงส์จำรัสศิลป์ (ช้าย) อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และชิน – ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย (ขวา) ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ท้องทะเล ดีกรีชีววิทยาทางทะเล ทั้งคู่ได้รับเลือกเป็น National Geographic Explorer

หลังจากปูความรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ชายฝั่งและมหาสมุทรแล้ว เดวิด โลรัน (David Loughran) ภัณฑารักษ์ (Curator) และผู้ร่วมก่อตั้ง Emerging Islands องค์กรศิลปะจากฟิลิปปินส์ มาให้วิธีคิดที่จะเชื่อมความรู้เชิงธรรมชาติวิทยา เข้ากับการทำความความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและธรรมชาติ แล้วให้โจทย์เป็นปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามามีผลกระทบและทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป

จากนั้น โจนาธาน เจย์ ลี (Jonathan Jay Lee) อธิบายภาพประกอบที่เขาเตรียมมาให้กับนักศึกษาสาขา Communication Design วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) ที่มาร่วมเวิร์คช็อป เขาสอนไปถึงเทคนิคการใช้แอพ Procreate เลยทีเดียว

ระหว่างการเวิร์คช็อปก็มีวิทยากรประจำกลุ่มช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้ไปตลอด นิโคล่า เซบาสเตียน (Nicola Sebastian) (ซ้ายสุด) นักเขียน National Geographic Explorer และผู้ร่วมก่อตั้ง Emerging Island คอยให้คำปรึกษาระหว่างการทำงาน เธอแชร์ประสบการณ์ความผูกพันและความรู้ที่สะสมมาจากการศึกษาและเขียนบทความเรื่อง ‘ความเป็นเกาะ’ (Islandness) ให้กับสื่อระดับนานาชาติหลายสำนัก

ศิรชัย คอยให้ความรู้เรื่องสัตว์ทะเล พฤติกรรม ถิ่นที่อยู่ เช่น ปูม้าควรวางอยู่กับหญ้าทะเล เพราะเป็นแหล่งอาศัยและอาหาร มูลของปลานกแก้ว จะเพิ่มอาหารให้ปลาเล็กปลาน้อย และกลายเป็นทรายในที่สุด ปลานักล่าอย่างฉลามวาฬมักอาศัยอยู่ตรงไหน เป็นต้น พร้อมโยนคำถามให้นักศึกษาไปคิดต่อ และสร้างภาพของเกาะในฝันและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

วิทยากรให้นักศึกษาออกแบบเกาะที่ตัวเองอยากเห็นอยากให้เป็น โดยโจนาธานสอนวิธีการใช้ภาพประกอบที่เข้าออกแบบมา แยกเป็นแบคกราวนด์ที่มีทั้งมหาสมุทร พื้นที่ชายฝั่ง และเกาะ พร้อมกับไอเท็มสิ่งมีชีวิต ชุมชน เรือประมงเล็กใหญ่ และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ทั้งท่าเรือ ธุรกิจประมง ท่องเที่ยว อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หากนักศึกษาอยากเติมอย่างอื่นเข้าไปเองก็สามารถทำได้ โดยการออกแบบเกาะในฝันเริ่มจากธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยใสไม่มีมนุษย์ จนถึงการเข้ามาของชุมชนและธุรกิจต่างๆ จะสร้างผลกระทบและมลภาวะแบบไหน และท้ายที่สุด เมื่อเกาะอยู่ในสภาพเลวร้าย จะหาวิธีฟื้นฟูอย่างไร

ตัวอย่างผลงานของนักศึกษาในเวิร์คชอป เวอร์ชั่นธรรมชาติสมบูรณ์สวยใส ไร้การแตะต้องจากมนุษย์
ตัวอย่างผลงานของนักศึกษา แสดงภาพความเลวร้าย เมื่อมนุษย์เข้ามาตักตวงทรัพยากรธรรมชาติอย่างล้นเกิน
ตัวอย่างผลงานของนักศึกษา แสดงภาพหนทางในการฟื้นฟูเกาะ ต้องเริ่มที่นโยบายรัฐ ที่จะเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ ให้ชุมชนในพื้นที่ยังคงได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ในขณะที่ต้องมีพื้นที่สงวนไว้เพื่ออนุรักษ์ ประมงขนาดใหญ่พร้อมอวนลากทำลายล้างต้องถูกควบคุม บางอุตสาหกรรมต้องถูกจำกัด

หลังจากออกแบบผลงานเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาแต่ละกลุ่มก็นำผลงานขึ้นมาแสดง เล่าเรื่องราวด้วยวิธีคิดในมุมมองที่แตกต่างกัน นอกจากบอกเล่าในเวิร์คช็อปวันนี้แล้ว วิทยากรยังได้นำขึ้นเวที Youth Stage ในอีก 2 วันต่อมา เพื่ออธิบายวิธีคิดเบื้องหลังการทำเวิร์คช็อปนี้ ซึ่งนี่คือต้นแบบของการทำกิจกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างเครื่องมื่อการเรียนรู้ด้านระบบนิเวศ ที่ไม่จำกัดเพียงแค่พื้นที่ชายฝั่งเท่านั้น แต่สามารถหลอมรวมความเชี่ยวชาญของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ทำเวิร์คช็อปกับเยาวชนอีกกลุ่มหนึ่ง ต่อไปเรื่อยๆ ย่อมได้ผลลัพธ์ที่หลากหลายและน่าสนใจต่อไปเรื่อยๆ

ใครสนใจต่อยอดเวิร์คช็อปนี้สามารถหลังไมค์มาคุยกับพวกเรา Nat Geo Thai หรือติดต่อพวกเขาได้ที่ Emerging Islands


อ่านเพิ่มเติม

นักสำรวจที่เล่าเรื่องเพื่อเปลี่ยนโลก ใน National Geographic Talk ครั้งแรกที่ไทย

เรื่องแนะนำ

Kamikatsu เมือง Zero Waste ที่ผู้คนแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นอย่างยั่งยืน

Kamikatsu เมืองเล็กในชนบทญี่ปุ่น ที่ปลอดขยะอันดับต้นของโลกและเป็นต้นแบบการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน จากการแยกขยะ 45 ประเภทและรีไซเคิลขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นในเมือง คามิคัตสึ คือเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดโทคุชิมะ ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุทางตะวันตกที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม ด้วยจำนวนพลเมืองเพียง 1,700 คน ที่นี่จึงเป็นเมืองที่เล็กที่สุดบนเกาะ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนรักสิ่งแวดล้อมอยากมาเยือน ในฐานะเมืองปลอดขยะอันดับต้น ๆ ของโลกและต้นแบบการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ย้อนกลับไปในปี 2003 ในขณะที่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวเรื่องความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศและวิกฤติขยะพลาสติก ชาวเมืองคามิคัตสึเริ่มจัดการขยะทุกชิ้นในเมือง Reduce, Reuse และ Recycle ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อยุติการพึ่งพาเตาเผาและการฝังกลบขยะ รัฐบาลท้องถิ่นเริ่มผลักดันนโยบายจัดการขยะอย่างเข้มข้น พร้อมตั้ง Zero Waste Academy พื้นที่ให้พลเมืองและเยาวชนได้เรียนรู้รูปแบบการคัดแยกขยะที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งต้องแยกขยะอย่างละเอียดออกเป็น 45 ประเภท เพื่อให้ขยะถูกนำไปรีไซเคิลต่อได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีนโยบายลดขยะอีกหลายอย่าง ตั้งแต่การสนับสนุนให้ผู้คนนำของใช้มาแลกเปลี่ยนกัน ไปจนถึงการสร้างอาชีพนักอัพไซเคิล เพื่อผลิตสินค้าชิ้นใหม่อย่างสร้างสรรค์จากข้าวของเหลือใช้ในเมือง ตั้งแต่ปี 2003 พวกเขาตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2020 จะต้องเป็นเมืองปลอดขยะ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่นำขยะทุกชิ้นที่เกิดขึ้นมารีไซเคิลและใช้ใหม่ทั้งหมด […]

สำรวจสกุลเงินดิจิทัลและการขุดบิทคอยน์ แหล่งถลุงพลังงานมหาศาลของโลก

สำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมบนเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากเหรียญ สู่ธนบัตรกระดาษ จนถึงบัตรแทนเงินสดและเงินดิจิทัลในปัจจุบัน นาทีนี้ น้อยคนจะไม่รู้จักสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ซึ่งกำลังเติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ การทำงานของเงินดิจิทัล ตรงตัวมาจากชื่อของมันนั่นคือ Crypto ซึ่งแปลว่าเข้ารหัส เงินดิจิทัลทำงานอยู่บน ระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติที่มีการเข้ารหัสซับซ้อน ต่างจากเงินสดตรงที่มันไม่สามารถจับต้องได้ และการทำธุรกรรมทุกอย่าง ก็ดำเนินในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมดโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางอย่างธนาคารอย่างที่เคยเป็นมา เจ้าของเงินดิจิทัล ต้องเก็บรักษาเงินของตัวเองไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล หากต้องการโอนหรือจ่ายเงินให้คนอื่น ก็ต้องโอนเงินจากกระเป๋าเงินดิจิทัลของตัวเองไปที่ยังกระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้รับเท่านั้น และการทำธุรกรรมแต่ละครั้งก็เป็นแบบกระจายที่ไม่มีตัวกลางสามารถควบคุมการทำธุรกรรมได้เพียงผู้เดียว แต่ต้องได้รับการยินยอมและถูกตรวจสอบด้วยเครือข่ายทั่วโลกตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติไร้ตัวกลางและสถาบันการเงินนี้เอง ทำให้ทั่วโลกมองว่าสกุลเงินดิจิทัลคือตัวเปลี่ยนแปลงโลกการเงิน โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสทางธุรกรรมที่ ๆ ผ่านมาไม่สามรถตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามการประมวลผลสมการทางคณิตศาสตร์โดยคอมพิวเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนทั่วโลก เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมของเงินดิจิทัลนั้น ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาล ส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่นั่นเอง โลกหมุนไปพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เราชวนคุณสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมบนเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากเหรียญ สู่ธนบัตรกระดาษ จนถึงบัตรแทนเงินสดและเงินดิจิทัลในปัจจุบัน แต่ละประเภทส่งผลต่อความยั่งยืนของโลกอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าโลกการเงินและโลกที่เราอยู่อาศัย นั้นเป็นโลกใบเดียวกัน โลกของเหรียญและธนบัตร รู้ไหม ประเทศไทยมีเหรีญกษาปณ์หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจจากข้อมูลล่าสุดเดือนกุมภาพันธุ์ที่ผ่านมากว่า 3 หมื่นล้านเหรียญ […]

ReadRing นวัตกรรมเพื่อให้คนตาบอดเข้าถึงการอ่านได้ง่ายขึ้น

ReadRing คือนวัตกรรมที่ช่วยให้ ผู้พิการทางสายตา เข้าถึงข้อมูลได้เหมือนคนปกติทั่วไป และยังช่วยให้พวกเขาเติมเต็มประสิทธิภาพที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและมนุษย์อย่างยั่งยืน ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ในจังหวัดขอนแก่น สามีภรรยาคู่หนึ่งได้ก่อตั้งโรงเรียนเพื่อ ผู้พิการทางสายตา โดยได้รับเงินสนับสนุนจากมิชชันนารีชาวต่างชาติ ในขณะเดียวกัน ลูกชายของเขาได้เติบโตขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของการทำงานเพื่อผู้พิการทางสายตา และเห็นความม่งมั่นของคุณพ่อ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตา จากเด็กชายในวันนั้นกลายเป็น หนึ่ง – ทรงปกรณ์ ภูหนองโอง ผู้ประดิษฐ์คิดค้น ReadRing เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถอ่านข้อมูลทั่วไปได้ โดยเขามุ่งหวังให้ผู้พิการทางสายตาไม่เป็น “ภาระ” ของสังคม และเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาอย่างยั่งยืน แบบอย่างที่ชัดเจน กลายเป็นแรงบันดาลใจ ในวัยเด็ก ทรงปกรณ์เล่าว่า เขาเห็นภาพคุณพ่อ ซึ่งเป็นผู้พิการทางสาย ทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อให้ผู้พิการทางสายตามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยให้การศึกษาและความรู้ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ภาพเหล่านั้นกลายเป็นตัวอย่างที่ฝังอยู่ในความทรงจำของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว “ผลจากการทำงานของคุณพ่อและคุณแม่ ทำให้วันนี้เกิดโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา และขยายออกไป 13 สาขา ทั่วประเทศ” เขากล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ทางโทรศัพท์ เมื่อย่างเข้าสู่วัยที่สามารถช่วยเหลืองานในโรงเรียนได้ ทรงปกรณ์ได้รับผิดงานส่วนการจัดทำเอกสาร ประสานงานต่างประเทศ และติดต่อกับแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นงานที่ทำให้เขาเห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายมากขึ้น เขาพบว่า เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้นมีราคาสูงมาก และช่างซ่อมที่ชำนาญก็มีอยู่อย่างจำกัด […]

เจาะลึกระบบการศึกษาเยอรมันที่สอนให้เยาวชนเข้าใจ Climate Change ในทุกมิติ

เป็นเวลา 17 ปีมาแล้วที่การเรียนการสอนเกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” กลายมาเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของระบบการศึกษาเยอรมัน ระบบการศึกษาของประเทศเยอรมัน ไม่ได้มีหลักสูตรที่กำหนดโดยรัฐบาลกลางแบบที่กระทรวงศึกษาธิการบ้านเรากำหนด แต่ละ 16 รัฐของเยอรมนีกำหนดแนวทางการเรียนการสอนของตนขึ้นมา ในกรอบของการศึกษาแนวคิดแบบยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมที่ผนวกเข้ากับรายวิชาอื่นๆ และที่นี่เด็ก ๆ  ไม่ได้เรียนแค่ว่าภาวะโลกร้อนคืออะไร แต่พวกเขายังถูกกระตุ้นให้เรียนรู้กันลึกลงไปกว่านั้น ว่าจะร่วมกันรับผิดชอบแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เผชิญอยู่อย่างไร เรียนรู้ความเชื่อมโยงกันของธรรมชาติ เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ความสำคัญของการอยู่กับธรรมชาติกันตั้งแต่เล็ก รายงานจาก Petra Lewalder คุณครูวิชาภูมิศาสตร์จากโรงเรียน Clara Schumann Gymnasium ในเมืองบอนน์ เด็ก ๆ ชั้นอนุบาลจะได้เรียนรู้ว่าต้นไม้ และผืนป่ามีความสำคัญอย่างไร พวกเขาได้รู้จักชื่อของต้นไม้ผ่านการสังเกตใบ ดอก ผล พอปีต่อมาพวกเขาจะได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติเชื่อมโยง มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ต่อมาในเกรด 5 พวกเขาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และขยายองค์ความรู้ขึ้นเรื่อย ๆ ในชั้นที่สูงขึ้น ยกตัวอย่างโจทย์ในชั้นเรียนวิชาเคมีระดับมัธยม นักเรียนต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเอกสารเรียกร้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง ไบโอเอทานอล ท่ามกลางข้อถกเถียงที่ว่าอาจกำลังขัดขวางราคาข้าวโพดในประเทศที่กำลังพัฒนา เด็ก ๆ สวมบทบาทเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย, เกษตรกร, นักสิ่งแวดล้อม และตำแหน่งอื่น ๆ โต้แย้งกันด้วยข้อมูล […]