เทคนิคพาลูกหลานเที่ยวให้สนุกในช่วงวันหยุด - National Geographic Thailand

เทคนิคพาลูกหลานเที่ยวให้สนุกในช่วงวันหยุด

เมื่อเราเริ่มมีครอบครัวและสมาชิกตัวน้อยเพิ่มเข้ามาในบ้าน การเดินทางท่องเที่ยวกันทั้งครอบครัวเป็นเรื่องที่เราต้องวางแผนมากขึ้น

การผจญภัยของคุณจะไม่หยุดเพียงแค่คุณมีลูก หลายคนอาจคิดว่าการเดินทางท่องเที่ยวของตัวเองจบลงเมื่อมีลูก นั่นไม่ถูกต้องนัก คุณรู้ไหมว่า การเดินทางกับเด็กนอกจากจะเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ให้พวกเขาแล้ว เรายังได้เรียนรู้ชีวิตและความสุขจากพวกเขาแบบไม่รู้ตัวด้วย ลองสละตารางงานอันยุ่งเหยิงมาทำให้ครอบครัวมีช่วงเวลาแห่งความสุขด้วยกันเถอะ ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของเด็ก ๆ ลองมาดูเทคนิคการวางแผนท่องเที่ยวแบบที่ทั้งคุณและลูกหลานต่างก็รู้สึกสนุกไปด้วยกันครับ

หาสถานที่ที่เหมาะสมกับครอบครัวเรา

อย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้งในการหาสถานที่ และไม่ต้องจำกัดจุดหมายปลายทางที่มีไว้เฉพาะเด็กเท่านั้น ไม่ว่าจะไปที่ไหนขอให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานที่นั้นมีกิจกรรมให้เด็กทำมากพอ และอยู่ในความสนใจของพวกเขา เริ่มจากความสนใจสูงสุดในครอบครัวว่าต้องการเดินทางไปเที่ยวในที่แบบไหน เช่น ทะเล ป่าเขา แคมปิ้ง แล้วใช้ตรงนั้นเป็นจุดศูนย์กลางในการวางแผนการเดินทางและงบประมาณ อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือสภาพดินฟ้าอากาศ เพราะเกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวรับมือ หากนี่เป็นทริปแรกของคุณและครอบครัว อาจเริ่มจากสถานที่ใกล้บ้านคุณก่อนก็ได้

หาข้อมูลจากเด็กๆ

หากบุตรหลานของคุณอยู่ในช่วงวัยประถมปลาย นั่นหมายความว่าพวกเขาเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง ลองถามดูว่าเขาต้องการทำกิจกรรมอะไรเป็นพิเศษ ถามความชอบและไม่ชอบ ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการวางแผน โดยอาจสมมติให้การท่องเที่ยวครั้งนี้คือภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ เด็กๆ จะตื่นเต้นมากเหมือนได้ทำภารกิจร่วมกับคุณ เชื่อว่าพวกเขาจะมีความสุขและคุณเองก็สนุกกับการเดินทางมากขึ้น

หาขนมขบเคี้ยวและความสะดวกสบายระหว่างเดินทาง

บางครั้งการที่เด็กๆ นั่งรถนานๆ อาจสร้างความหงุดหงิดและปวดหัวให้คุณได้ เพราะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กเบื่อและเริ่มรู้สึกหิว ควรเตรียมขนมขบเคี้ยวไว้ให้เด็กๆ รองท้อง หากิจกรรมระหว่างเดินทางให้ทำแก้เบื่อ อาจเป็นการเล่นเกมทายคำใบ้ หรือหาเกมที่เด็กๆ ชื่นชอบ ก็จะทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้น

หลีกเลี่ยงการเดินทางไกลๆ สำหรับกิจกรรมสั้นๆ

การเดินทางไกลทำให้คุณเหนื่อยล้าและเด็กๆ ก็เบื่อ พลอยทำให้แผนที่วางมารวนและหมดสนุก ดังนั้นการขับรถท่องเที่ยวในระยะทางสั้นๆ แต่เน้นการทำกิจกรรมที่จุดหมายปลายทางนานๆ ก็ถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่คุ้มค่า

 

สนุกกับชีวิต

ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมอะไร เด็กๆ ควรมีส่วนร่วมกับคุณได้ทุกอย่าง ไม่ใช่พอถึงที่หมายต่างคนต่างใช้ชีวิต คุณและลูกหลานสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินทาง รสชาติของอาหารต่างถิ่น เวลาในการเดินทาง มีเหตุการณ์อะไรที่ประทับใจ เราจะได้ฟังมุมมองใหม่ๆ นอกจากนี้ เด็กก็จะรู้สึกได้ถึงความเท่าเทียมกับคุณ เชื่อเถอะว่าคุณจะสนุกกับความคิดเห็นของพวกเขา

หาเพื่อนเล่น

เด็กๆ ถือเป็นทูตที่ธรรมชาติสร้างขึ้น พวกเขาไม่ต้องใช้เวลามากนักในการเชื่อมความสัมพันธ์กับเด็กคนอื่นๆ ในสถานที่ใหม่ๆ อย่างน้อยเมื่อคุณถึงที่หมาย ลองปล่อยให้บุตรหลานของคุณได้มีเพื่อนเล่นพูดคุยกัน โดยมีเรายืนมองห่างๆ หรือเดินเข้าไปสมทบด้วยก็ได้ ดีเสียอีกเป็นการเปิดโลกให้ผู้ใหญ่ได้พูดคุยทำความรู้จักและเป็นมิตรกัน

ข้อมูลอ้างอิง WWW.REI.CO


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: เกาะร้างกลางเขื่อน 

เรื่องแนะนำ

ดูดาว ที่ริมน้ำ และล่าช้างบนเนินช้างศึก

แสงดาราระยิบพรายที่กาญจนบุรี ดูดาว แสงแดดกำลังส่องแสงอย่างเต็มกำลังในช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย ใบไม้กำลังปลิดปลิวและร่วงโรยตามวงรอบของมันที่เวียนมาอีกรอบในปีนี้ ที่สังขละบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเรียลดระดับลงมาก เผยให้เห็นโครงสร้างเดิมและซากไม้ยืนต้นตายโผล่พ้นผิวน้ำ วิถีชีวิตในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวที่นี่ซบเซาไม่ต่างจากสถานที่อื่นๆ ดูดาว นักเดินทางและคนในท้องถิ่นหลายคนกล่าวว่า “อำเภอสังขละบุรีเป็นเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม เมืองแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่าอันอุดม” ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นความงดงามอย่างหนึ่งที่ทำให้สังขละบุรีเป็นเมืองที่หลายคนอยากมาเยี่ยมชม ครั้งนี้ เราออกเดินทางมาถึงสังขละตอนบ่ายคล้อย เที่ยวชมวัดวาที่ผสานเอกลักษณ์ของคนท้องถิ่นพร้อมเรื่องราวของคนมอญ และเดินตลาดชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในช่วงที่นักท่องเที่ยวยังมีจำนวนน้อย สิ่งที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีพยายามนำเสนอคือ เรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่เราได้เห็นผ่านอาหาร การแต่งกาย และภาษาพูด แต่หมุดหมายสำคัญของการเดินทางของเราครั้งนี้คือ การดูดาวยามค่ำคืนบนวัดจมน้ำ หรือวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ในอดีต วัดวังก์วิเวการาม (เดิม) เป็นศาสนสถานที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพ ชาวกะเหรี่ยง และมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ใน พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว […]

ท่องเที่ยวป่าฮาลา-บาลา กับชุมชนจุฬาภรณ์พัฒนา 9

บรรยากาศป่าฝนที่มีไอน้ำลอยน้ำระไปกับยอดไม้ เป็นภาพอันโดดเด่นของผืนป่า ฮาลา-บาลา พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติสูงที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ชายขอบของผืนป่าอันทรงคุณค่าของภาคใต้ มีหมู่บ้านน้อยใหญ่ตั้งกระจายอยู่ หนึ่งในนั้นคือ ชุมชนจุฬาภรณ์พัฒนา 9 ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ฮาลา-บาลา ชุมชนจุฬาภรณ์พัฒนา 9 เป็นหมู่บ้านที่ทางรัฐบาลไทยจัดให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยหรือกลุ่มอดีตกองกำลังคอมมิวนิสต์มาลายา ได้พักอาศัยและมีพื้นที่ทำกินหลังการเซ็นสัญญาสงบศึกระหว่าง รัฐบาลไทย รัฐบาลมาเลเซีย และกลุ่มผู้นำกองกำลังคอมมิวนิสต์มาลายา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชาติชาวจีน  ในปัจจุบันหมู่บ้านอยู่ภายใต้ความดูแลของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สภาพโดยรอบหมู่บ้านยังเป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์มีพื้นที่ติดกับผืนป่าฮาลาบาลาซึ่งถือเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย และ เขื่อนบางลาง ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำแห่งแรกของภาคใต้ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามมาก  ชาวบ้านประกอบอาชีพปลูกยางพารา เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ทำสวนเกษตรผสมผสาน และยังเปิดรับทำการท่องเที่ยวโดยชุมชนมานานกว่า 20 ปีแล้ว  ภายในชุมชนมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวคอมมิวนิสต์มลายา จุดเด่นของบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 9 คือ มีเส้นทางเดินป่าติดกับชุมชน เดินไปประมาณ 3-4 กิโลเมตรรจะเจอน้ำตกฮาลาซะห์ น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงในระยะที่สายตามองเห็นเท่าตึก 28 ชั้น จริงๆ แล้วยังมีชั้นน้ำตกที่อยู่สูงขึ้นไปอีก  ซึ่งถือเป็นชุมชนที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติอยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ความร่วมมือก่อให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชนอันเป็นเอกลักษณ์  การจัดการท่องเที่ยวในชุมชนโดยชุมชน เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างชาวบ้านและโลเคิล อะไลค์ ที่ประกอบกิจการธุรกิจเพื่อสังคม ด้านการท่องเที่ยว รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ […]

(น้ำตก) หัวใจ… ปิตุ๊โกล

ออกเดินทางตามหา (น้ำตก) หัวใจที่… ปิตุ๊โกล หลังการปลดล็อกสถานการณ์โควิด – 19 เราเห็นภาพผู้คนแสวงหาสถานที่ผ่อนคลายความเครียด ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่หลายสถานที่เที่ยวมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด บางแห่งต้องจองผ่านแอพพลิเคชั่น ขาลุยแบบผมไม่ค่อยสันทัดสักเท่าไร พอนัดเพื่อนพ้องร่วมอุดมการณ์ได้ สถานที่แรกที่พวกเราขอไปเที่ยวปลดล็อกก็คือการไปตามหาหัวใจที่ “ปิตุ๊โกล” ปิตุ๊โกลตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่กลอง – ป่าอุ้มผาง และเป็นเขตป่าชุมชนบ้านกุยเลอตอ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของชุมชน ผมและทีมเดินทางจากกรุงเทพฯดั้นด้นไปไกลกว่าเจ็ดร้อยกิโลเมตร โดยเฉพาะเมื่อใช้เส้นทางจากตากมาอุ้มผาง ระหว่างทางเราเห็นวิวสวยงามตลอดทาง แต่อาจเพราะเดินทางในช่วงฤดูฝนและไม่ชินเส้นทาง จึงต้องขับรถกันอย่างช้าๆและมีสติ เผลอนิดเดียวอาจประสบอุบัติเหตุกันได้เลย เส้นทางเดินมีทุกรูปแบบ อย่างที่บอกไปว่านี่เป็นการเดินทางตามหาหัวใจ ซึ่งหัวใจที่ว่าก็คือ น้ำตกรูปหัวใจที่มีชื่อว่า “ปิตุ๊โกล” นั่นเอง จุดเริ่มเดินของเราอยู่ที่หมู่บ้านกุยเลอตอ โดยเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตรงจุดรวมพลเพื่อจ่ายค่าเข้าพื้นที่เสียไปคนละ 20 บาทเป็นค่าจัดการขยะ จากนั้นก็เดินกันยาวๆ 4.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็ถึงจุดพักกางเต็นท์ ซึ่งขอบอกว่าเป็นการกางเต็นท์ที่เปียกที่สุดในชีวิต เพราะมีฝนโปรยลงมาตลอดทาง แม้จะเปียกปอนไปตามๆกัน แต่มันก็ให้ความรู้สึกสดชื่นมากทีเดียว ขอเตือนอีกอย่างว่ามาเดินป่าดิบแบบนี้ ผมเจอบุ้งเยอะมากๆ ต้องเดินระวังกันหน่อย […]

แคมปิ้งกลางนา เดินป่ากับช้าง

หลังฤดูเก็บเกี่ยวเที่ยวได้ ช่วงฤดูหนาวหลายคนคงมีจุดหมายปลายทางอยากไปสัมผัสสายหมอกและอุณหภูมิเย็นฉ่ำ ณ ดงดอยสักแห่งทางภาคเหนือ พวกเราเองก็เช่นกัน แต่บางครั้งก็อาจตามมาด้วยภาพคลาคล่ำของนักท่องเที่ยวที่ต่างพากันมุ่งหน้ามาดื่มด่ำบรรยากาศกันอย่างแน่นขนัด จนอุทยานแห่งชาติฯ หรือสถานที่กางเต็นท์มีชื่อหลาย ๆ แห่งรองรับนักท่องเที่ยวไม่ไหว จะดีแค่ไหนหากลองมองหาสถานที่ท่องเที่ยวนอกกระแส หรือต่างช่วงเทศกาลดูบ้าง เพื่อให้เราได้เข้าใกล้ธรรมชาติ และใช้เวลาค่อย ๆ ซึมซับเรื่องราวระหว่างรายทางได้อย่างละเมียดละไม ปลายฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว หมู่บ้านห้วยบง “ห้วยบง Elephant Homestay” ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ต้อนรับเรา (ทีมงานเนชั่นแนลจีโอกราฟิค ฉบับภาษาไทย) ด้วยบรรยากาศของธรรมชาติอันแสนเงียบสงบ พร้อมลมที่หอบนำความเย็นมาปะทะผิว ช่วงที่เรามาเยือนนี้ ตรงกับต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเวลาชาวบ้านได้ลงมือเก็บเกี่ยวข้าวดอยไปจนหมดแล้ว จึงเหลือแต่ตอซังข้าวสีเหลืองบนแปลงนาที่ทอดยาวไปจนจรดตีนเขา โดยข้าวดอยนี้ชาวบ้านจะปลูกแค่ปีละครั้งเท่านั้น เพื่อเก็บไว้กินในครัวเรือน ยาวไปจนกว่าจะถึงฤดูกาลทำนาครั้งใหม่ในปีหน้า จากจุดประสงค์แรกของทีมงาน คือ การมาลงพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านห้วยบง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเลี้ยงช้างมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ในเรื่องการทำหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน แต่ด้วยงบประมาณที่มีค่อนข้างจำกัดทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างช้า ๆ ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถมาเที่ยวได้ ขณะที่ชาวบ้านและช้างยังต้องกินต้องใช้ ดังนั้นครั้งนี้พวกเราจึงขอเป็นนักท่องเที่ยวออกสำรวจศักยภาพชุมชน เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้พบเจอนั้นกลับไปบอกเล่าว่า นอกเหนือจากการเป็นหมู่บ้านช้างกลางหุบเขาแห่งแม่แจ่ม ที่นี่ยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวอะไรอีกที่น่าสนใจบ้าง ในที่สุดก็ได้พบว่าหลังจากฤดูเกี่ยวข้าวดอย เราสามารถเที่ยวได้เหมือนที่อื่น ๆ อย่างการแคมปิ้ง หรือกางเต็นท์นอนในนา ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยทำ […]