ครีมกันแดด ทางเลือกใหม่เพื่อปะการัง ในการเที่ยวทะลอย่างไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ครีมกันแดดทางเลือกเพื่อปะการัง

ครีมกันแดดทางเลือกเพื่อปะการัง

แนวปะการังเกรทแบริเออร์รีฟคืออัญมณีที่แท้จริงแห่งมหาสมุทร นิคมปะการังหลากสีสันเหล่านี้ทำหน้าที่ดั่งองค์การเคหะให้ที่อยู่อาศัยแก่บรรดาสัตว์น้ำหลายล้านชีวิต ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่เย้ายวนผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกให้มาชมความสวยงามอันน่ามหัศจรรย์ของธรรมชาติ แต่ ครีมกันแดด ทั่วไปที่คุณใช้กำลังฆ่าพวกมัน

เพราะระบบนิเวศของปะการังนั้นอ่อนแอมากกว่าที่คิด ทุกวันนี้อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นและสารเคมีต่างๆ ที่ปนเปื้อนลงสู่ทะเลกำลังทำให้ปะการังเกิดภาวะฟอกขาว ซึ่งเกิดขึ้นกับแนวปะการังหลายแห่งทั่วโลกไม่ใช่แค่ในเกรทแบริเออร์รีฟ และหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้นมาจากผิวของมนุษย์เอง

เมื่อคุณว่ายน้ำทะเลในขณะที่บนผิวมีครีมกันแดดเคลือบอยู่ สารเคมีอย่าง oxybenzone จะหลุดปนเปื้อนลงในน้ำทะเล และเมื่อปะการังดูดซับสารเคมีเหล่านี้เข้าไป สารเคมีจะทำลายวงจรการสืบพันธุ์ตลอดจนการเติบโตของปะการัง และในที่สุดพวกมันจะกลายสภาพเป็นปะการังฟอกขาว

แต่อย่าคิดว่าคงไม่เป็นไรถ้าแค่นอนอาบแดดอยู่บนหาด เพราะหลังจากที่คุณอาบน้ำชำระล้างครีมกันแดดออกจากผิว สารเคมีเหล่านี้ก็จะไหลลงสู่ท่อระบายน้ำและลงเอยสู่มหาสมุทรเช่นกัน ซึ่งในแต่ละปีมีครีมกันแดดปริมาณมากถึง 14,000 ตัน ไหลลงสู่ระบบนิเวศในทะเล

เราจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราทิ้งลงสู่ทะเลโดยไม่ตั้งใจกันอย่างไร? เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2018 นักกฎหมายในฮาวายผ่านร่างกฎหมายแบนการจำหน่ายครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสาร oxybenzone และ octinoxate สารเคมีอีกชนิดหนึ่งที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน โดยฮาวายเป็นรัฐแรกในสหรัฐอเมริกาที่ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว และอาจมีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 1 มกราคม 2021

(ขยะในทะเลส่งผลกระทบต่อสัตว์มากกว่าที่คิดและนี่คือ ตัวอย่าง)

 

ชีวิตบนความเสี่ยงของปะการัง

สถานะของปะการังทั่วโลกกำลังน่าเป็นห่วง พวกมันได้รับผลกระทบโดยตรงจากมลพิษที่เกิดขึ้น และในบางพื้นที่ที่กำลังเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งที่จะเกิดภาวะฟอกขาว ในจำนวนนี้ได้แก่แนวปะการังบางส่วนของเกรทแบร์ริเออร์รีฟ, แนวปะการังของฮาวาย, เกาะเวอร์จิน ของสหรัฐฯ และในอิสราเอล

ยกตัวอย่างความงดงามแนวปะการังของอ่าว Hanauma บนเกาะโอวาฮู ในหมู่เกาะฮาวาย สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสำหรับการเล่นเซิร์ฟและดำน้ำดูปะการัง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปมากถึงหนึ่งล้านคนต่อปี อ่าวแห่งนี้ยังเป็นบ้านของปลาอีกกว่า 450 สายพันธุ์ และมีแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดของเกาะโอวาฮู ซึ่งหากเราสูญเสียระบบนิเวศเหล่านี้ไปไม่เพียงแต่รายได้จากการท่องเที่ยวเท่านั้นที่จะกระทบ แต่ยังรวมถึงเรากำลังสูญเสียความหลากหลายของสายพันธุ์สัตว์ทะเลไปอีกด้วย

ครีมกันแดด
ชายคนหนึ่งวางมือบนปะการังที่ตายแล้วในอ่าว Hanauma ของฮาวาย
ภาพถ่ายโดย Caleb Jones, AP Photo

 

ช่วยปกป้องปะการัง

แม้ว่ารัฐฮาวายมีแผนจะแบนครีมกันแดด แต่ก็ใช่ว่ามนุษย์ต้องลาขาดจากครีมกันแดดอย่างถาวร เพราะอย่าลืมว่าสารเคมีเหล่านี้มีส่วนช่วยปกป้องผิวของเราไม่ให้เกิดการไหม้ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดมะเร็งผิวหนังต่อมา ข่าวดีก็คือทุกวันนี้มีครีมกันแดดทางเลือกที่ดีต่อทั้งมนุษย์ และทั้งปะการังไปในตัว เนื่องจากมันไม่มีส่วนผสมของสาร oxybenzone

องค์กรวิทยาศาสตร์ไม่แสวงผลกำไร Haereticus Environmental Lab เผยแพร่รายชื่อของครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมออกมาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ด้าน Environmental Working Group เองก็ร่วมด้วยช่วยกันให้ข้อมูลการเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมและรักษ์โลกออกมา

ครีมกันแดดทางเลือกเหล่านี้ใช้ไทเทเนียมไดออกไซด์ (titanium dioxide) และสังกะสีแทนสาร oxybenzone และยังมีครีมกันแดดสูตร non-nano ที่ปราศจากอนุภาคนาโนที่ซึมเข้าสู่ผิวหนัง นั่นหมายความว่ามันจะไม่ถูกดูดซึมเข้าไปในปะการังเช่นกัน ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถตรวจเช็คข้อมูลของสินค้าเองได้ผ่านอินเตอร์เน็ตว่าครีมกันแดดที่กำลังคิดที่จะซื้อนั้นดีต่อสิ่งแวดล้อม และมีอนุภาคนาโนหรือไม่

ครีมกันแดด
สภาพของปะการังที่สมบูรณ์ในเกรทแบร์ริเออร์รีฟ
ภาพถ่ายโดย David Doubilet

บางบริษัททัวร์ก็ทำหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีในการรักษ์โลก เช่น Big Blue Unlimited บริษัททัวร์ที่มีชื่อเสียงในการดำน้ำและพายเรือพายัคบริเวณหมู่เกาะเติกส์และเคคอส พวกเขากำหนดชัดเจนว่าครีมกันแดดที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมจะไม่ถูกอนุญาตให้ใช้ตลอดทริปการท่องเที่ยว ในขณะที่หลายรีสอร์ทในฮาวายเองก็ช่วยกันกระจายความรู้และกำหนดเงื่อนไขให้ลูกค้าที่เข้าพักทราบล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ว่าครีมกันแดดใดที่สามารถใช้ได้

ด้านแพทย์ผิวหนังเองระบุว่าการสวมเสื้อผ้ามิดชิดมีคุณสมบัติในการป้องกันแสงยูวีเทียบเท่ากับการใช้ครีมกันแดด ซึ่งบางทีการเลือกสวมเสื้อผ้ามิดชิดบางส่วนนอกจากจะเป็นการประหยัดครีมกันแดดที่ต้องทาทั้งตัวแล้ว ยังเป็นการลดปริมาณสารเคมีจากครีมกันแดดที่จะถูกทิ้งลงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทุกวันนี้มีหลายบริษัทเองนำเสนอชุดว่ายน้ำแบบเต็มตัว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้คุณสามารถเลือกวิธีไปปรับใช้ได้เพื่อช่วยปะการังที่กำลังน่าเป็นห่วงทั่วโลก หรือเพียงแค่หยิบเสื้อข้างกายมาบังแดดแทนการทาครีม แค่นั้นก็ถือว่าช่วยระบบนิเวศได้มากแล้ว

เรื่อง Elaina Zachos

 

อ่านเพิ่มเติม

ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

เรื่องแนะนำ

โทรศัพท์มือถือจะช่วยผืนป่าได้อย่างไร?

โทรศัพท์มือถือจะช่วยผืนป่าได้อย่างไร? โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าๆ ของคุณจะไม่ใช่แค่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ไร้ค่าอีกต่อไป เพราะมันกำลังมีส่วนช่วยปกป้องผืนป่า ไม่ให้ถูกทำลาย ด้วยความพยายามของหน่วยงาน Rainforest Connection องค์กรสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงผลกำไร กับบริษัทซอฟท์แวร์ Timbe พวกเขาใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าติดตั้งในต้นไม้หลายต้นของผืนป่าแอมะซอน โทรศัพท์เหล่านี้ใช้แบตเตอร์รี่จากพลังงานแสงอาทิตย์ และถูกติดตั้งโปรแกรมพิเศษโดยเฉพาะเพื่อบันทึก และดักฟังเสียงของเลื่อยตัดต้นไม้ จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยงานควบคุม ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทราบได้ว่าต้นไม้บริเวณใดที่กำลังเผชิญกับการคุกคาม ลองติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชนเผ่าที่ต้องการอนุรักษ์ผืนป่าไว้เช่นกัน ผ่านภาพยนตร์สั้น “Beneath The Canopy”   อ่านเพิ่มเติม โรงแรมแห่งนี้รักษาผืนป่าไว้

ความรู้ประจำวัน: การเดินทางของไมโครพลาสติก

ความรู้ประจำวัน: การเดินทางของ ไมโครพลาสติก ทุกครั้งที่คุณซักเสื้อโค้ทที่มีส่วนประกอบของผ้าฟลีซ โปรดจำไว้ว่ามีพลาสติดขนาดเล็กจำนวน 2,000 ชิ้นหลุดลอกออกไปด้วย ไมโครพลาสติกเหล่านี้ยากที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า พวกมันปะปนไปกับน้ำเสียก่อนจะเล็ดรอดออกสู่มหาสมุทร ทำไมพลาสติกจิ๋วเหล่านี้ถึงเป็นวาระสำคัญ ก็เพราะเม็ดพลาสติกเหล่านี้จะดูดซับสารเคมีเอาไว้ สิ่งมีชีวิตในทะเลจะกินไมโครพลาสติกเป็นอาหาร เพราะเข้าใจผิดว่าพวกมันคือแพลงก์ตอน ปลาขนาดเล็กที่กินพลาสติกเหล่านี้จะถูกปลาขนาดใหญ่กินต่อ และในที่สุดแล้วพลาสติกจะมาจบลงบนจานอาหารเย็นของคุณเอง หรือแม้กระทั่งในแก้วเบียร์ ไมโครพลาสติกเหล่านี้ยังกใช้เป็นส่วนประกอบในหลายผลิตภัณฑ์ เช่นในโฟมล้างหน้าและในยาสีฟัน (เม็ดสีฟ้าขนาดเล็กที่ถูกโฆษณาว่าช่วยในการขัดผิวหนังหรือฟันทั้งหลาย) ปัจจุบันในหลายประเทศ สินค้าที่ประกอบด้วยไมโครพลาสติกเหล่านี้ถูกแบนแล้ว นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2050 นี้ มหาสมุทรของเราจะมีขยะพลาสติกมากกว่าจำนวนปลา หากเราไม่ต้องการให้ลูกหลานในอนาคตต้องเผชิญกับวิกฤติดังกล่าว เริ่มต้นลดการใช้พลาสติกตั้งแต่วันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกประเภทที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่าง หลอดพลาสติก, แก้วน้ำ และช้อนส้อม   อ่านเพิ่มเติม พบถุงพลาสติกในส่วนลึกที่สุดของมหาสมุทร

ชาติจิ๋วแต่แจ๋ว เลี้ยงคนทั้งโลก

ในไร่มันฝรั่งแห่งหนึ่งใกล้ชายแดนระหว่างเนเธอร์แลนด์กับเบลเยียม ชาวไร่สัญชาติดัตช์ ยาคอบ ฟาน เดน บอร์นนั่งอยู่ใน “ห้องขับ” ของรถเก็บเกี่ยวคันมหึมา ตรงหน้ามีแผงควบคุมอุปกรณ์ที่ดูราวกับถอดแบบออกมาจากยานอวกาศ จากที่นั่งของเขาเหนือพื้นดิน 3 เมตร ฟาน เดน บอร์นกำลังติดตามการทำงานของโดรนสองเครื่อง ซึ่งจะให้ข้อมูลการอ่านค่าเคมีของดิน ปริมาณน้ำ สารอาหาร และการเจริญเติบโตของพืชอย่างละเอียด โดยวัดพัฒนาการของพืชเป็นรายต้นลงไปจนถึงมันฝรั่งแต่ละหัว ปริมาณผลิตผลของฟาน เดน บอร์นคือประจักษ์พยานถึงพลังของ “ระบบการเกษตรความแม่นยำสูง” (precision farming) ผลผลิตโดยเฉลี่ยของมันฝรั่งรวมทั่วโลกอยู่ที่ราว 20 ตันต่อไร่ ทว่าไร่ของฟาน เดน บอร์นผลิตได้มากกว่า 47 ตันต่อไร่ ปริมาณผลผลิตมหาศาลดังกล่าวยิ่งดูน่าทึ่งมากขึ้น นั่นคือ ทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิต (input) ที่ใส่เข้าไป ย้อนหลังไปเกือบ 20 ปีก่อน ชาวดัตช์ทั่วประเทศเห็นพ้องต้องกันที่จะยึดวิถีเกษตรยั่งยืน ภายใต้คำขวัญรณรงค์ว่า “ผลิตอาหารให้ได้เพิ่มขึ้นสองเท่า โดยใช้ทรัพยากรเพียงครึ่งเดียว” นับจากปี 2000 เป็นต้นมา ฟาน เดน บอร์น กับเกษตรกรร่วมอาชีพอีกจำนวนมาก ลดการพึ่งพาน้ำในการปลูกพืชไร่สำคัญหลายชนิดลงได้มากถึงร้อยละ 90 […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.