เกาะฮิลตันเฮด เกาะที่เชิญชวนให้คุณไปสัมผัสกับความงดงามทางธรรมชาติอันสมบูรณ์

วันที่สมบูรณ์แบบบน เกาะฮิลตันเฮด

กระดานโต้คลื่น หาดทราย และน้ำทะเล ล้วนเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บนเกาะที่มีความยาว 19 กิโลเมตร นอกชายฝั่งเซาท์แคโรไลนา

เกาะฮิลตันเฮด เป็นเกาะที่ดึงดูดใจให้คุณได้ลองไปสัมผัสกับความรู้สึกผ่อนคลายริมชายหาด ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำกับโลมาหรือเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเลของฮิลตันเฮด มาพบความสนุกอันยิ่งใหญ่สำหรับนักเดินทางทุกวัยที่เกาะแห่งนี้

ยามเช้า

เมื่อคุณเดินทางมาถึงในยามรุ่งอรุณให้คุณมุ่งหน้าไปที่ชายหาด เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแผ่นน้ำ คุณจะเห็นท้องฟ้าและผืนทะเลที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีส้ม ช่วงเช้าถือเป็นช่วงเวลาสงบสุขที่สุด เหมาะสำหรับเดินเล่นด้วยความเพลิดเพลินไปบนชายหาด เพราะคนไม่พลุกพล่านมากนัก

ในช่วงน้ำลงคุณสามารถเดินเล่นริมชายหาด และอาจได้พบกับสัตว์ทะเลที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของเกาะฮิลตันเฮด คือ อีแปะทะเล (Sand dollars) สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งและหาดทราย และถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายหากคุณจับมันกลับไปโดยไม่ได้รับอนุญาต

กิจกรรมที่เหมาะสำหรับช่วงแสงเรืองรองยามพระอาทิตย์ขึ้นของฮิลตันเฮด คือ การลองชิมอาหารพื้นเมืองยอดนิยมของร้าน Southern Coney มีแพนเค้กที่ดีที่สุดบนเกาะและทางร้านไม่เคยทำให้ผิดหวัง!

เกาะฮิลตันเฮด
การออกกำลังกาย บนทางปั่นจักรยานที่ยาวถึง 97 กิโลเมตร บนเกาะฮิลตันเฮด ขอขอบคุณรูปภาพจาก: https://www.visittheusa.com/destination/hilton-head-island

ยามบ่าย

การออกกำลังกายยามบ่าย ด้วยการปั่นจักรยานตามเส้นทางยาวกว่า 96 กิโลเมตร ถือเป็นตัวเลือกที่ดี นอกจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐาน 24 แห่งกระจายอยู่ทั่วเกาะ อย่างไรก็ตาม การผจญภัยบนบกอาจน่าตื่นเต้นไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ทางน้ำ โดยระบบนิเวศที่หลากหลายของเกาะ ซึ่งขยายจากแอ่งน้ำสู่มหาสมุทร มีโลมาอาศัยอยู่มากกว่า 150 ตัว  ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่กับโลมาในท้องถิ่นมากกว่าผู้คน และจากประสบการณ์ฉันสามารถยืนยันถึงความเป็นมิตรของโลมาเหล่านี้ได้

การล่องเรือท่องเที่ยวเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการชมโลมา ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ โลมาจะแสดงพฤติกรรมที่คุณไม่เคยพบในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ มีเพียงสองสถานที่ในโลกที่จะได้เห็นการล่าอาหารของโลมาอย่างใกล้ชิด แน่นอนว่าเกาะฮิลตันเฮดคือหนึ่งในนั้น

การหาอาหารบริเวณชายฝั่งเป็นพฤติกรรมการล่าสัตว์ของโลมาที่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อสร้างคลื่นและดันฝูงปลาขึ้นสู่ชายฝั่ง พวกมันจะกินปลาในขณะเกยตื้นและกลับลงสู่ทะเล หากคุณกำลังมองหาวิธีแปลกใหม่และการศึกษาความรู้เกี่ยวกับโลมาในพื้นที่ คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ Mermaid Encounter ทั้งนี้ยังมีวิธีสนุกๆ ในการพบปะกับปลาโลมาคือ การขี่เจ็ทสกี กีฬาทางน้ำของ Sea Monkey หากคุณพร้อมสำหรับการผจญภัยนี่เป็นกิจกรรมอันโปรดปรานของเหล่านักท่องเที่ยวบนเกาะ

ยามเย็น

เกาะฮิลตันเฮด มีร้านอาหารประมาณ 250 แห่งบนเกาะ ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากสำหรับการเลือกร้านอาหาร อย่างไรก็ตามการเดินทางไปยังเกาะฮิลตันเฮด จะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้ไปลิ้มลองรสชาติของอาหารร้าน Hudson’s Seafood บริเวณท่าเรือ ร้านนี้ยังมีบริการอาหารเมนูสุดพิเศษพร้อมกับเยี่ยมชมบรรยากาศแบบพื้นเมืองบริเวณริมแม่น้ำ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ดูโลมาว่ายน้ำ ในขณะที่คุณกำลังรับประทานอาหารอาหารชั้นเลิศและดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนงดงามไปพร้อมๆ กัน

เกาะฮิลตันเฮด, เกาะ, ทะเล, ร้านอาหาร
ร้านอาหาร Hudson’s Seafood และบรรยากาศยามเย็นบริเวณท่าเรือ ขอขอบคุณรูปภาพจาก: http://www.hudsonsonthedocks.com/

เมื่อรับประทานอาหารเย็นแล้ว ให้คุณข้ามไปทางด้านทิศใต้ของเกาะเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นที่ Harbour Town ซึ่งตั้งอยู่ใน Sea Pines Resort นอกจากนี้ยังมีประภาคารฮิลตันเฮด ที่สวยเหนือคำบรรยาย นอกเหนือจากภูมิทัศน์ของประภาคารที่โดดเด่นคือ ท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดินที่ทำให้เกิดฉากหลังอันแสนงดงาม อย่าลืมมองหาตัวเลือกมากมายสำหรับการช็อปปิงและรับประทานอาหารพร้อมฟังดนตรีสดสบายๆ ยามค่ำคืนในช่วงฤดูร้อน

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม: สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

แกรนด์แคนยอน, อุทยานแห่งชาติ, สหรัฐอเมริกา

เรื่องแนะนำ

ท่องโลกไปกับภาพถ่ายแสนงดงาม

สำรวจภูมิทัศน์ตระการตา วัฒนธรรมอันรุ่มรวย และส่ำสัตว์ที่สวยงาม จากโครงการประกวดช่างภาพท่องเที่ยวของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ประจำปี 2017 ภาพถ่ายเหล่านี้คือภาพที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งดึงดูดสายตาเรา และนำพาเราไปยังสถานที่บางแห่งที่น่าสนใจที่สุดในโลก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15   อ่านเพิ่มเติม : ความงามใต้โลกน้ำแข็ง, ความงามอันพรั่นพรึงแห่งอสุนีบาต, เยือนมัสยิดอันงดงามที่สุดในโลก

การขี่ม้า ร่องรอยทางวัฒนธรรมที่เหลืออยู่บนเกาะสวรรค์

พบกับ คนเลี้ยงม้ารุ่นสุดท้าย แห่งดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่ยังคงรักษา การขี่ม้า ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานให้คงอยู่บนเกาะที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน เป็นเวลากว่าศตวรรษ ที่ชาวมาร์เคซันได้รักษามรดกทางธรรมชาติของพวกเขาเอาไว้ รวมไปถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง การขี่ม้า เกาะมาร์เคซัสเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่นี่ คุณจะไม่พบบังกะโลที่สร้างอยู่เหนือผิวน้ำ หรือลากูนสีเทอร์ควอยส์ อยู่บนเกาะทั้ง 12 เกาะ หกเกาะจากทั้งหมดยังไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย ภาพภูเขาสีเขียวครึ้มตัดกับสีน้ำทะเลเป็นทัศนีภาพอันโดดเด่นของเกาะมาร์เคซัส นอกจากมรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าแล้ว ชาวมาร์เคซันยังคงรัษาประเพณีท้องถิ่นไว้อย่างดี ทั้งเรื่องการสักลาย การเต้นรำ ภาษา และการขี่ม้า ม้าได้ถูกนำเข้ามายังเกาะอัวฮูกาในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า เป็นของขวัญจากพลเรือเอก Abel Dupetit-Thouars ชาวฝรั่งเศส ที่นำม้ามาจากชิลี ชาวเกาะได้ดูแลเลี้ยงม้าเป็นอย่างดี และใช้ม้าเป็นยานพาหนะเดินทางบนเกาะ ม้ายังช่วยส่งเสริมการล่าสัตว์ป่าของชาวเกาะให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งหารล่าแพะและหมูป่า ซึ่งพวกเขานำมาปรุงเป็นอาหารด้วยกรมมวิธีท้องถิ่นที่ทำให้เนื้อสัตว์สุกอย่างช้าๆ ด้วยการอบร้อนในเตาที่ฝังไว้ใต้ดิน หรือที่เรียกว่า อูมู (ชมภาพการปรุงอาหารแบบท้องถิ่นได้ ที่นี่) นอกจากเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ ชาวเกาะยังมีอาหารประเภทอื่นให้เลือกสรรทั้งผลไม้ อย่างมะพร้าว มะม่วง และผลไม้เขตร้อนชนิดต่างๆ รวมถึงวัตถุดิบจากท้องทะเล ชาวมาร์เคซัน “มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาแผ่นดินใหญ่” Julien Girardot ช่างภาพ เล่าและเสริมว่า ทุกวันนี้ ด้วยการพัฒนาของถนนและการเข้ามาของรถยนต์ “ชาวมาร์เคซันส่วนใหญ่ขับรถกระบะสัญชาติญี่ปุ่นไปจ่ายตลาด […]

อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ : ปีนมือเปล่าโลกตะลึง

นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังภาพยนตร์สารคดีเรื่อง FREE SOLO ที่เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนต์สารคดียอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ล่าสุด... อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ ชายผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปีนหน้าผาขนาดมหึมาด้วยสองมือเปล่า ปราศจากเชือก และยังคงมีชีวิตรอดมาเล่าถึงประสบการณ์ในครั้งนั้น

โต๋เต๋ ทะเลมัลดีฟส์ ออกไปฟรีไดฟ์สัมผัสโลกใต้ทะเล

ผมชอบดำน้ำครับ ก็ดำไปเรื่อยตั้งแต่ดำเล่นๆ จนมาเป็นผู้ฝึกสอน ถ้านับรวมเวลาก็ประมาณ 25 ปีแล้ว ปกติคนทั่วไปรู้จักกิจกรรมดำน้ำในรูปแบบใช้ถัง หรือสกูบา (Scuba diving) กับการดำน้ำแบบลอยเท้งเต้งอยู่บนผิวน้ำพร้อมชูชีพ หรือสนอร์เกิล (Snorkeling diving) ตอนนี้ มีการดำน้ำรูปแบบใหม่ที่พัฒนาจากกีฬา ด้วยการกลั้นหายใจใต้น้ำ เสริมเทคนิคต่างๆให้อยู่ในน้ำได้นานขึ้น ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า ฟรีไดฟ์ (Free diving) มัลดีฟส์เป็นจุดหมายยอดฮิตสำหรับนักดำน้ำ และเป็นสถานที่สุดโปรดของเหล่าฟรีไดฟ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า แต่ละจุดดำน้ำมีทัศนียภาพแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องลงลึกเท่ากับสกูบา และไม่ได้ลอยอยู่บนผิวน้ำแบบสนอร์เกิล  เรียกว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ยากไม่ง่าย การมองหาสัตว์ทะเลอย่างฉลามวาฬก็ทำได้ง่าย เมื่อเราพบตัวอะไรก็สามารถพุ่งเข้าไปด้วยฟิน (ตีนกบ) ถ้ากลั้นหายใจได้นานก็สามารถเข้าใกล้สัตว์ทะเลได้ใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งเต่าทะเลและปลาเก๋า นับเป็นเสน่ห์ของฟรีไดฟ์ที่หลายคนหลงใหล การเดินทางไปมัลดีฟส์ควรพิจารณาเรื่องที่พักด้วยนะครับ เพราะในประเทศนี้มีเกาะเป็นร้อยแห่ง บางแห่งที่พักสวยและราคาถูก ซึ่งเราอาจพบฝูงปลามากมาย หรือเดินทางไปช่วงตั๋วเครื่องบินราคาถูก เราอาจไม่เจอกระเบนราหูก็ได้ นอนรีสอร์ตหรูก็ใช่ว่าจะเจอพี่จุด (ฉลามวาฬ) ที่ผมพยายามสื่อคือ อย่าไปเลือกที่พักเพราะราคาหรือแค่ความสวยงาม ถ้าคุณตั้งใจไปฟรีไดฟ์ ลองถามคนเคยไปฟรีไดฟ์มาแล้วดีกว่า ที่มัลดีฟส์มีรีสอร์ตหลายแห่งที่เปิดบริการสำหรับนักฟรีไดฟ์โดยเฉพาะ นึกตามง่ายๆคือ คุณตื่นขึ้นจากเตียง แล้วสามารถกระโดดลงทะเลจากหน้าที่พักของคุณได้เลย หรืออย่างน้อยก็นั่งเรือออกจากที่พักเพียงไม่กี่นาทีก็ลงดำน้ำได้แล้ว […]