ถ้ำหลวง ในเวียดนามที่แสนลึกล้ำยากหยั่งถึง - National Geographic Thailand

ถ้ำหลวงในเวียดนามที่แสนลึกล้ำยากหยั่งถึง

ถ้ำหลวง
ไข่มุกถ้ำหายากซึ่งตามปกติแล้วมีขนาดเท่ากับเหรียญสลึง เรียงรายอยู่ในแอ่งน้ำลดหลั่นเป็นชั้นๆที่น้ำแห้งเหือดไปแล้วใกล้กับ “สวนอีแดม” ในถ้ำฮังซึนดึง ก้อนหินทรงกลมที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติเหล่านี้ก่อตัวขึ้นทีละหยดๆ ผ่านกาลเวลาหลายร้อยปี เมื่อผลึกแคลไซต์ที่หลงเหลืออยู่หลังจากน้ำแห้งเกาะตัวเคลือบเม็ดทรายเป็นชั้นๆ

ในวันที่สองของการปีน หลังจากตั้งค่ายค้างแรมชั่วคราวที่ฐานกำแพง สวีนีก็กลับขึ้นไปยังจุดเดิมที่เขาปีนได้เมื่อวานโดยมีคลาร์กผูกเชือกเข้ากับตัวเองอีกครั้ง ไม่ช้าเสียงสว่านก็ดังกระหึ่มท่ามกลางความมืดมิด สวีนีอยู่สูงจนเราเห็นเพียงแสงสลัวจากไฟฉายคาดศีรษะของเขา พอถึงเวลาบ่าย สองโมงในถ้ำอันมืดมิดชั่วนาตาปีนี้ หลังจากเจาะรูและปีนป่ายขึ้นไปร่วม 20 ชั่วโมง สวีนีก็หายตัวไปหลังกำแพง  สองสามนาทีต่อมาเราก็ได้ยินเสียงดังว่า “โว้ววววววว!!”

คลาร์กไต่เชือกตามขึ้นไป แล้วตะโกนลงมาถามผม “ว่าไง นายจะขึ้นมารึเปล่า!” บนยอด “กำแพงเมืองเวียดนาม” เราเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จริงๆ และพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ คณะสำรวจที่เหลือเล่าให้เราฟังในภายหลังว่า พวกเขาได้ยินเสียงร้องโหวกเหวกของพวกเราไกลออกไปกว่าหนึ่งกิโลเมตรในถ้ำ การวัดจากยอดกำแพงในเวลาต่อมาเผยให้ทราบว่าระยะจากพื้นของพัสเชนเดลถึงเพดานถ้ำนั้นมีความสูงเกือบ 200 เมตร และตอนนี้ก็มีเพียงเราสามคนเท่านั้นที่กำลังสำรวจอยู่ ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนย่างกรายมาถึงที่นี่มาก่อน เราโรยตัวลงทางด้านหลังของกำแพง และเริ่มไต่ขึ้นไปตามขั้นบันไดหินมุ่งหน้าสู่ทางออก

ถ้ำหลวง
ในฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน นักสำรวจถ้ำสามารถสำรวจถ้ำฮังเเคนที่มีสระน้ำไม่ลึกนักได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุม แม่น้ำใต้ดินจะเอ่อท้นท่วมทางเดินจนไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้

“มาดูอะไรนี่สิ!” คลาร์กร้องเรียกเสียงดังลั่นขณะคุกเข่าอยู่ข้างๆ สระน้ำที่แห้งผาก สวีนีกับผมตามเข้าไปสมทบ สิ่งที่เรืองรองอยู่ในสระด้วยแสงจากไฟฉายคาดศีรษะของเราคือไข่มุกถ้ำ (cave pearl) นั่นเอง

ไข่มุกถ้ำก่อตัวขึ้นเมื่อน้ำที่หยดลงมาจากเพดานกระทบกับพื้นหินปูน ทำให้เศษหินชิ้นเล็กๆกระเด็นขึ้นมา เศษหินเล็กกระจิริดนั้นจะกลิ้งกลอกไปมาในร่องหินทุกครั้งที่น้ำหยดลงมากระทบ หลายพันปีต่อมา ไข่มุกจากแร่แคลไซต์ที่มีรูปร่างเกือบกลมเกลี้ยงก็ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

ไข่มุกถ้ำเป็นของหายาก และในถ้ำส่วนใหญ่มักมีขนาดไม่เกินลูกหิน แต่ไข่มุกถ้ำที่นี่มีขนาดเท่ากับลูกเบสบอล   ใหญ่กว่าที่นักสำรวจถ้ำเคยเห็นมาทั้งหมด (ขนาดใหญ่โตผิดธรรมชาติของพวกมันอาจเกิดจากระยะทางยาวไกลที่หยดน้ำตกลงมาจากเพดาน)

ถ้ำหลวง
หมวดหินส่องประกายอยู่ใต้ช่องแสงภายในถ้ำฮังซึนดึงราวกับปราสาทบนเนินเขา พายุเพิ่งจะเติมน้ำจนเต็มสระส่งสัญญาณว่าฤดูแห่งการสำรวจกำลังจะสิ้นสุดลง

“ข้าพเจ้าขอขนานนามทางเดินแห่งนี้ว่า เพิร์ลฮาร์เบอร์” คลาร์กประกาศก้องยี่สิบกว่านาทีต่อมา พวกเราก็ตะเกียกตะกายขึ้นมา

และออกจากถ้ำ ผืนป่ากำลังชุ่มฉ่ำจากสายฝนที่โปรยปรายลงมา เราบุกป่าฝ่าดงออกมาไกลจนเห็นเส้นขอบฟ้า และพบว่านี่ไม่ใช่ช่องแสงอีกช่องหนึ่ง แต่เราค้นพบสุดปลายถ้ำฮังซึนดึงเข้าแล้ว สวีนีกับคลาร์กถ่อมตัวเกินกว่าจะอวดอ้างว่าพวกเราเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการสำรวจทางเดินในถ้ำที่น่าจะได้ชื่อว่าเป็นถ้ำใหญ่ที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

เรื่อง มาร์ก เจนกินส์

ภาพถ่าย คาร์สเทน ปีเตอร์

 

อ่านเพิ่มเติม

สำรวจถ้ำในอาณาจักรศิลาแดนมังกร

เรื่องแนะนำ

สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภายในป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ผลจากการค้นพบที่ผ่านมา นักวิจัยรายงานว่าพวกเขาค้นพบสปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชทุกวัน โดยเฉลี่ย นั่นคือข้อสรุปจากการทำงานตลอด 2 ปีทีผ่านมาของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในบราซิล WWF ติดตามรายงานการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ จากป่าแอมะซอน ในปี 2014 และปี 2015 จากรายงานทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 381 ชนิด โดยเป็น พืช 216 ชนิด ปลา 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 32 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานอีก 19 ชนิด และนกอีก 1 ชนิด อย่างไรก็ตามการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จากป่าแอมะซอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 4 ล้านตารางไมล์ แอมะซอนคือบ้านของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่คิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมดของโลก แต่ความประหลาดใจคือการที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่บางชนิดนั้น สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้จนมาถึงปัจจุบันต่างหาก คำบอกกล่าวจากพาโบล […]

Robo-Dog หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำลึก

Robo-Dog หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำลึก Marcello Calisti นักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เป็นหัวหน้าโครงการ SILVER (Seabed-Interaction Legged Vehicle for Exploration and Research) โครงการสำรวจใต้น้ำใหม่ที่ใช้หุ่นยนต์แทนนักประดาน้ำ โดยฟุตเทจที่คุณผู้อ่านจะได้ชมนี้ เป็นซากของเรืออับปางบริเวณเกาะ Elba ของอิตาลี ที่หุ่ยนต์สำรวจเป็นผู้ถ่ายไว้ ด้วยขาทั้งสี่ข้างที่เลียนแบบมาจากการเคลื่อนไหวของสัตว์ หุ่นสำรวจ SILVER สามารถเดินท่องไปบนพื้นของมหาสมุทรทั้งยังสามารถเปลี่ยนรูปแบบจากการเดินเป็นการคลาน และยังสามารถกระโดดได้อีกด้วย เมื่อต้องสำรวจในสภาพแวดล้อมต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่นี้ใช้พลังงานน้อยกว่าการสำรวจด้วยเรือดำน้ำหรือโดรน ทั้งยังปลอดภัยสำหรับนักประดาน้ำในการสำรวจพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึง นอกจากนั้นทีมนักวิจัยคาดหวังว่าในอนาคตพวกเขาจะใช่ SILVER ในการสำรวจประชากรสัตว์น้ำ หรือเก็บตัวอย่างจากก้นทะเล   อ่านเพิ่มเติม 5 ตัวอย่างที่โดรนใต้น้ำกำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา

ความรู้ประจำวัน : กรุงไคโร เมืองแห่งขยะ

คำว่า “Zabbaleen” ในภาษาอียิปต์มีความหมายว่ามนุษย์ขยะ คำนี้ใช้เรียกขานผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตสลัมของกรุงไคโร ในอียิปต์ เพราะพวกเขามีอาชีพเก็บขยะขาย ผู้คนเหล่านี้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองหลังไม่สามารถทำการเกษตรในพื้นที่ทำกินเดิมได้ ในแต่ละวันขยะปริมาณ 9,000 ตันจะผ่านมือพวกเขา (น้ำหนักมากขนาดนี้เทียบเท่ากับน้ำหนักของหอไอเฟล) หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวที่อียิปต์ ลองหาโอกาสแวะเวียนไปยังชุมชนนอกกรุงไคโร คุณจะเห็นภาพของผู้หญิงและเด็กมากมายกำลังแยกขยะ เศษอาหารจะถูกนำไปรวมกันเพื่อเลี้ยงสัตว์ พลาสติกถูกแยกออกมาเพื่อนำไปขายต่อ รู้หรือไม่ว่าขยะจำนวน 85% ในเมืองถูกรีไซเคิลก็เพราะคนกลุ่มนี้ หากปราศจากชาวเมืองเหล่านี้ กรุงไคโรคงท่วมไปด้วยขยะมากมาย   อ่านเพิ่มเติม : ช้อนกินได้ ทางเลือกใหม่ลดขยะพลาสติก, มหาสมุทรกำลังเต็มไปด้วยขยะพลาสติกขนาดเล็ก

สเปิร์มปะการังช่วยมหาสมุทร

สเปิร์มปะการัง ช่วยมหาสมุทร ที่สมาคมอนุรักษ์ Taronga สถานที่แห่งนี้นอกจากจะมีหน้าที่ดูแลสัตว์ในสวนสัตว์แล้ว ยังเป็นธนาคารสเปิร์มของปะการังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของปะการัง นักวิทยาศาสตร์จากสมาคม แห่งนี้สามารถเก็บรวบรวมสเปิร์มได้มากถึง 171,000,000,000 ล้านสเปิร์มเลยทีเดียว จากแนวปะการังเพียงแค่ 31 แห่ง สเปิร์มเหล่านี้จะถูกแช่แข็งและเก็บเตรียมไว้ ด้วยความหวังที่ว่าในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จะใช้สเปิร์มเหล่านี้ช่วยในการก่อร้างสร้างแนวปะการังใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากในปัจจุบันมีแนวปะการังจำนวนมากที่กำลังถูกคุกคามจากมนุษย์และอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไป   อ่านเพิ่มเติม : จะช่วยมหาสมุทรต้องเลิกใช้กากเพชร?, ความรู้ประจำวัน : การเดินทางของไมโครพลาสติก

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.