นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของ เปอร์โตริโก เชฟโฮเซ อันเดรสการันตี

นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของเปอร์โตริโก เชฟโฮเซ อันเดรสการันตี

นี่คือร้านอาหารที่ดีที่สุดของเปอร์โตริโก เชฟโฮเซ อันเดรสการันตี

เมื่อพายุเฮอร์ริเคนมารีอาได้สร้างความเสียหายให้กับ เปอร์โตริโก ในเดือนกันยายน 2017 ผมรู้ถึงความร้ายแรง และรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ผมเคยเห็นสิ่งที่พายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ทำในฮิวสตันเมื่อเดือนก่อนหน้า และรับรู้ถึงความเสียหายที่พายุเฮอร์ริเคนเออร์มาทิ้งร่องรอยเอาไว้  สิ่งที่เร่งด่วนคือช่วงหลังภัยพิบัติ เมื่อทุกคนต้องการอาหาร และต้องการคนที่มีทักษะในการทำอาหารเมื่อถึงสถานการณ์แบบนี้ อาหารที่ปรุงให้ผู้ประสบภัยต้องผลิตได้เร็วและมีปริมาณมาก ดังนั้นผมเลยเรียกเพื่อนร่วมอาชีพเชฟของผมที่มีอยู่จำนวนไม่มากให้มาร่วมด้วยช่วยกัน

นี่ไม่ใช่เรื่องราวของผม แต่คือเรื่องราวของคนเปอร์โตริโกที่คอยเสริฟอาหารและช่วยเหลือคนเปอร์โตริโกด้วยกัน ทีม #ChefsForPuertoRico ที่มาทำงานร่วมกันเพื่อปรุงอาหารบนเกาะนี้ รวมถึงอาสาสมัครผู้ที่สนับสนุนการช่วยเหลือ และอีกหลายๆ คนผู้ที่ทำทุกอย่างเท่าที่พวกเขาสามารถทำได้ เพื่อช่วยเพื่อนบ้านของพวกเขาและชุมชนของพวกเขา เรียกได้ว่าที่นี่มีคนที่สุดยอดหลายๆ คนเลยทีเดียว

มีเด็กผู้หญิงสองคนที่คอยเสิร์ฟอาหารช่วยพวกเราอยู่ในเมือง Loíza พวกเธอชื่อ Rosela Angela และ Yolaidab โดยยืนกรานว่าจะไม่กินจนกว่าทุกคนจะได้อาหารครบ มีบาทหลวง Eliomar Santana ผู้ที่ข้ามเกาะมาจากเมือง Naguabo ที่ยอมสละโบสถ์และบริเวณใกล้ๆ ของเขาเป็นห้องครัวเพื่อใช้เป็นที่แจกจ่ายอาหารแก่ชุมชน เราไปเยี่ยมโบสถ์ของ Eliomar รวมตัวกันยืนเป็นวงกลมและอธิษฐาน นั่นคือช่วงเวลาที่เราจะไม่มีวันลืม

เปอร์โตริโก
เด็กผู้ชายถือจานข้าวที่ได้รับจากอาสาสมัครที่ทำงานกับองค์กรทางศาสนา Jesucristo Monte Moria Pentecostal ในเมือง Naguabo ของเปอร์เตอริโก ซึ่งเป็นอีกกลุ่มหนึ่งของทีมอาสามัครที่ทำงานกับร่วมอันเดรส
ภาพถ่ายโดย : ERIC ROJAS, THE NEW YORK TIMES/REDUX

นับจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบจะปีแล้ว เปอร์โตริโกเรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีมากสำหรับการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนเกาะนี้ และช่วยฟื้นฟูหลังภัยพิบัติด้วยวิธีที่ไม่ยากเกินไป ธุรกิจขนาดเล็กหลายที่ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ, อาหารเคลื่อนที่ และร้านค้าท้องถิ่นก่อตั้งขึ้น และพวกเขามีความสุขกับการพบปะนักท่องเที่ยว ราวกับว่าพวกเขาอยากจะมาทำงานกันอย่างต่อเนื่องในทุกวัน

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทำให้เกาะเปอร์โตริโกในเขตทะเลแคริบเบียนมีความรุ่มรวยด้านอาหารอย่างมาก แม้ที่ตั้งจะอยู่บนผืนดินและผืนน้ำของสหรัฐอเมริกา ทว่าวัฒนธรรมของพวกเขาได้รับอิทธิพลจากสเปนบ้านเกิดผม พื้นฐานของหลายๆสูตรอาหารประกอบด้วยมะเขือเทศ-หัวหอม (sofrito) ที่ผมปลูกเองกับมือ แต่ปรุงรสด้วยส่วนผสมท้องถิ่นอย่าง ผักชี (culantro) และพริก ajídulce ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากชาว Taíno ชนพื้นเมืองของเปอร์โริโก ผสานกับเชลยชาวแอฟริกันที่ถูกส่งมาทำงานในโรงงานน้ำตาลและเหมืองแร่ ความโศกเศร้าและความยากลำบากของประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคมนี้ก่อกำเนิกการผสมผสานของวัฒนธรรมและอาหารที่หลากหลาย และสิ่งที่คุณจะลืมไม่ได้เมื่อมาที่นี่คือเหล้ารัมที่ถูกทำขึ้นในเปอร์โตริโกกว่าศตวรรษ และในทุกวันนี้เหล้ารัมกว่า 70% ที่เราดื่มในอเมริกาก็มาจากเกาะนี้

(มะเขือเทศถูกใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการปรุงอาหาร และยังถูกนำมาใช้ในช่วงเทศกาลปามะเขือเทศของเมืองบูโยล ประเทศสเปน)

ผมได้กินหนึ่งในไก่ที่เยี่ยมที่สุดในชีวิตจากร้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Maelo’s Chicken Fever  ในเมือง Morovis ตั้งอยู่ห่างจากกรุงซานฮวนประมาณ 50 กิโลเมตร มันคุ้มค่าที่จะขับไปที่นั่น และบางทีร้านก็สมควรได้รับมิชลินสตาร์ด้วยเช่นกัน

ถ้าคุณไม่เคยลองปูบก หรือ jueyes คุณสามารถไปหาพวกมันได้ที่ป่าโกงกาง Piñones นอกกรุงซานฮวน แล้วคุณจะได้สัมผัสรสชาติของ arroz con jueyes (ข้าวกับปู) ที่เยี่ยมยอด และยังมีเมนูอาหารที่เรียกว่า asopao de langosta ซึ่งเป็นซุปสตูว์ล็อบสเตอร์ที่อร่อยน่าเหลือเชื่อ อีกทั้งหอยนางรมชั้นเลิศในเมืองชายทะเล Boquerón ที่ปลูกขึ้นในพื้นที่ของอ่าวป่าชายเลน เมนูเนื้อสัตว์ที่มีชื่อเสียงมากบนเกาะนี้ และยังเป็นหนึ่งในจานโปรดของผมมีชื่อเรียกว่า lechón มันคือลูกหมูย่างซึ่งหาได้ที่เมือง Guavate แน่นอนว่าอร่อยจนต่อให้ต้องเดินทางครึ่งโลกก็ยอม

La Placita ตลาดพลาซ่าเก่าแก่ใน Santurce (เขตยอดนิยมในกรุงซานฮวน) จะแน่นมากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วยบรรดานักเต้นรำ ผมรักร้านอาหารสีชมพูที่โดดเด่นสะดุดตาของ Jose Enrique เพื่อนและคนที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทีม#ChefsForPuertoRico ครัวของเขารังสรรค์อาหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอเมริกา และช่วยทำให้ผู้ประสบภัยของเรากลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยการปรุงอาหาร เมื่อคุณอยู่ในซานฮวน คุณต้องลองเหล้ารัมรสเปรี้ยวที่ร้าน José Santaella’s place และอย่าลืมไปจองคิวร้านอาหาร Mario Pagán’s สุดท้ายนี้อย่าพลาดเมนู Peko Peko หรือเกี๊ยวสุดแสนอร่อย พร้อมกับลูกชิ้นที่อยู่รอบๆ เมือง ซึ่งหาได้ตามฟู้ดทรัค หรือจะไปที่ Miramar Food Truck Park ก็ได้

เปอร์โตริโก
ย่านซานฮวนเก่า ก่อขึ้นโดยกำแพงหินและป้อมปราการ ที่มีอายุราวกว่า 400 ปี และตอนนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ชาติ
ภาพถ่ายโดย : LOLA DEL MARCO

เปอร์โตริโกมีความสวยงามอย่างผสมผสานระหว่างมรดกจากเสปน และอัตลักษณ์ความเป็นอเมริกา มันคือสถานที่ที่ผมรู้สึกมีความสุข สถานที่ที่ชุมชนใจดีและต้อนรับผมด้วยความจริงใจ หลังจากที่ได้ใช้เวลาอยู่ที่นั่นช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความรักของผมที่มีต่อเกาะแห่งนี้ได้เพิ่มมากขึ้น เพราะผู้คนที่ผมพบนั้นไม่เห็นแก่ตัวและมีน้ำใจมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เปอร์โตริโกมีความเป็นอเมริกามาก (เปอร์โตริโก คือหนึ่งในเขตการปกครองของสหรัฐอเมริกา) และมีความเป็นมิตรกับคนที่มาเยือนมากด้วยเช่นกัน

โฮเซ อันเดรส เชฟ และนักมนุษยธรรม วอชิงตัน ดีซี  เขียนหนังสือเล่มใหม่เรื่อง We Fed an Island: The True Story of Rebuilding Puerto Rico, One Meal at a Time ซึ่งจะออกจำหน่ายในวันที่ 11 กันยายน คุณสามารถติดตามเขาได้ที่ @chefjoseandres

 

อ่านเพิ่มเติม

ท่องเที่ยวแบบ “ด้านมืด” ไปกับสถานที่โหดร้ายเหล่านี้

เรื่องแนะนำ

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก

สุสานหุ่นยนต์สุนัขอันเป็นที่รัก บริษัทโซนี่ของญี่ปุ่นเปิดตัว AIBO หุ่นยนต์สุนัขในปี 1999 เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้สามารถเคลื่อนไหวเลียนแบบสุนัขจริงๆ ได้ประมาณหนึ่ง และกลายเป็นของเล่นยอดนิยมในเวลาต่อมา ปี 2006 บริษัทโซนี่ยุติการผลิตหุ่นยนต์ AIBO และในปี 2014 ทางบริษัทก็หยุดการผลิตอะไหล่และแบตเตอร์รี่สำหรับหุ่นยนต์อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่เจ้าของที่ผูกพันกับพวกมันมาก และนั่นคือที่มาของสุสานหุ่นยนต์สุนัข ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท A-Fun บริษัทซ่อมแซมหุ่นยนต์ สุสานแห่งนี้มีไว้สำหรับบรรดาหุ่นยนต์ที่เสียอย่างถาวร ภายในมีการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาโดยพระสงฆ์ไม่ต่างจากพิธีศพจริงๆ เพื่อให้เกียรติแก่สัตว์เลี้ยงจักรกลเหล่านี้ ทั้งยังช่วยให้บรรดาเจ้าของได้รู้สึกสบายใจขึ้นอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ชุดภาพถ่ายความละมุนของสุนัขพิทบูล

วัฒนธรรมเดินไต่เชือกกลับมาอีกครั้ง ณ หุบเขาในรัสเซีย

ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังรัฐเดกาสถาน ประเทศรัสเซีย บรรดาผู้สูงอายุกำลังถ่ายทอดทักษะการเดินไต่เชือกให้แก่คนรุ่นหลัง เพื่อฟื้นวัฒนธรรมอันโดดเด่นนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

ค่านิยมลูกชายในวัฒนธรรมของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้พ่อแม่บางคนจับลูกสาวแต่งตัวแบบเด็กผู้ชาย ด้วยความหวังว่าวิธีนี้จะนำลูกชายจริงๆ มาให้

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.