เพลิดเพลินไปกับการดื่มด่ำธรรมชาติพร้อมกับปรากฏการณ์ การเรืองแสงทางชีวภาพ

การเรืองแสงทางชีวภาพ : ปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่ง

หากพูดถึงในเรื่องของเวทมนตร์แล้ว คงไม่มีเหตุการณ์ไหนใกล้เคียงกับคำว่าเวทมนตร์ไปกว่า การเรืองแสงทางชีวภาพ อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสหิ่งห้อยตัวเป็นๆ หรือการเดินเล่นริมชายหาดในตอนกลางคืนพร้อมกับเห็นรอยเท้าของตัวเองที่เรืองแสงท่ามกลางหาดทรายเป็นจำนวนล้านๆ เม็ด

การเรืองแสงทางชีวภาพ เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สวยงาม อีกทั้งยังทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกดั่งตนเองได้สัมผัสอยู่ในโลกของเทพนิยาย ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายออกมาได้เป็นคำพูดง่ายๆ คือสิ่งมีชีวิตหรือพืชนั้นสามารถสร้างแสงขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง โดยปัจจุบัน การศึกษาเกี่ยวกับโมเลกุลของการเรืองแสงทางชีวภาพนั้นมีบทบาทกับการศึกษาวิจัยโรคร้ายในมนุษย์ อย่างโรคมะเร็ง โรคไวรัสภูมิคุ้มกันเสื่อมในคน ตลอดจนไข้มาลาเรีย

และถึงแม้ว่าทุกวันนี้ เราอาจจะหาคำตอบได้แล้วว่าสาเหตุของ การเรืองแสงทางชีวภาพ นั้นเกิดขึ้นจากสารลูซิเฟอร์ริน (Luciferin) ไปรวมกับออกซิเจนในอากาศ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงต้องหาศึกษากันต่อไปถึงเหตุผลของการเกิดปรากฏการณ์เรืองแสงนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราอาจจะยังหาคำตอบให้กับปรากฏการณ์ชวนเหลือเชื่อนั้นไม่ได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปรากฏการณ์การเรืองแสงทางชีวภาพนั้นเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่อยู่ใน baskets list ของใครหลายๆ คน

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างให้ความสนใจกับปรากฏการณ์นี้มากขึ้น วันนี้ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จะพาไปทำความรู้จักกับ 8 สถานที่ที่จะทำให้ผู้อ่านเพลิดเพลินไปกับการจ้องมองการเรืองแสงของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นจากพืชหรือจากสัตว์ จนแทบจะลืมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือถือ หรือว่าคอมพิวเตอร์กันไปเลย

การเรืองแสงทางชีวภาพ
ถ้ำไวโตโมเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว ผู้มีความสนใจในเรื่องการเรืองแสงทางชีวภาพ

หิ่งห้อยและการเดินทอดน่องเหนือยอดไม้, แอฟริกาใต้

ทุกๆ ฤดูร้อน บรรดาเหล่าหิ่งห้อยเป็นจะบินมาจับคู่ผสมพันธ์ส่องแสงเป็นประกายแวววาวในสวน Kirstenbosch National Botanical Garden ที่มีพื้นที่กว้างขวาง 5 ตารางกิโลเมตร การไปเที่ยวชมแสงระยิบระยับของหิ่งห้อยครั้งนี้เปรียบเสมือนกับการเดินทางไปดูแสงเหนือที่ประเทศไอซ์แลนด์กันเลยทีเดียว สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการไปชมการเรืองแสงชีวภาพครั้งนี้ คือภายในเดือนตุลาคม นอกจากนี้แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถรับชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้ที่ Table Mountain อีกด้วย

จอมปลวกที่เปล่งแสงได้, บราซิล

ดักลาส เตร็นต์ นักนิเวศวิทยาชาวอเมริกัน ใช้เวลากว่า 38 ปีในการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ท้องถิ่น รวมไปถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นอกจากนี้ บริษัทของเขาก็ยังมีโปรแกรมการเดินป่าระยะสั้นอีกด้วย โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ Emas National Park โดยทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า เป็นดินแดนที่มหัศจรรย์เป็นอย่างมาก และยังไม่มีการรบกวนจากภายนอกมากนัก อีกทั้งยังได้รับการอนุรักษ์และปกป้องโดยองค์กร UNESCO อีกด้วย

Emas เป็นบ้านของเหล่าสัตว์ป่าทั้งหลายอย่าง หมาป่าเคราขาว กวางปัมปัส งูอนาคอนดา ตัวกินมดยักษ์ และนกอีกกว่า 200 ชนิด หากมาเที่ยวชมในช่วงปลายฝนต้นหนาว นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้เห็นจอมปลวกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหิ่งห้อยชนิด Pyrearinus termitilluminans ที่อาศัยอยู่ในซอกหลืบของจอมปลวก เปล่งแสงระยิบระยับคล้ายไฟประดับต้นคริสต์มาส ส่งให้จอมปลวกธรรมดาๆ เรืองแสงสวยงาม

การเรืองแสงทางชีวภาพ
สำหรับใครที่อยากจะถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก เพียงแค่ขาตั้งกล้องพร้อมกับการถ่ายภาพโดยเปิดความเร็วชัตเตอร์ค้างไว้เป็นเวลานานก็เพียงพอต่อการเก็บภาพเหล่านี้เอาไว้อยู่ในความทรงจำแล้ว

ดินแดนที่ทุกสิ่งเปล่งประกาย, ญี่ปุ่น

“ดินแดนที่ทุกสิ่งเปล่งประกาย” ชื่อนี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ในประเทศญี่ปุ่น การเรืองแสงทางธรรมชาตินั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นกิ้งกือ เห็ด หรือแม้กระทั่งโขดหิน (เรียกได้อีกชื่อว่า ก้อนหินสะอื้น) ต่างก็เรืองแสงได้ทั้งหมด อีกทั้งญี่ปุ่นเองได้ปล่อยหิ่งห้อยเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูร้อน ทำให้ผู้พบเห็นต่างรู้สึกเหมือนอยู่ในพิธีแต่งงานกันอยู่ตลอดเวลา ว่ากันว่ามีหิ่งห้อยกว่า 50 สายพันธ์กระจายพันธุ์อยู่ในญี่ปุ่น โดยสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการรับชมแสงจากหิ้งห้อยนั้นอยู่ที่ peaceful wetland boardwalk ในจังหวัดฮอกไกโด โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกรกฎาคม

พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในทางตอนเหนือของจังหวัดโทยามะ ได้ยกพื้นที่ทั้งหมดเพื่อการจัดแสดง โฮตารุอิกิ หรือหมึกหิ่งห้อย ลักษณะพิเศษของหมึกชนิดนี้อยู่ที่การพรางตัวหลบหนีจากการล่าของฉลามและวาฬ โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้ลักษณะทางกายภาพของหมึกหิ่งห้อยได้อย่างทะลุปรุโปร่ง อีกทั้งยังสามารถเอามือจุ่มลงไปในสระน้ำที่มีตัวหมึกหิ่งห้อยได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้เพียง 200-250 บาทต่อ 1 ท่านเท่านั้น

ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ทางพิพิธภัณฑ์จัดโปรแกรมท่องเที่ยวชมอ่าวโทยามะ สถานที่ซึ่งชาวประมงท้องถิ่นทำการจับหมึกหิ่งห้อยจากทะเล แนะนำว่าให้นักท่องเที่ยวพักที่ Oyado Nono Hotel เพื่อที่จะได้สิทธิพิเศษกินราเมงฟรีเป็นมื้ออาหารเย็น และยังได้โอกาสแช่ออนเซนอีกด้วย

ชายหาดเรืองแสง, สหราชอาณาจักร

Jersey Walk Adventures มีโปรแกรมเที่ยวชมการเรืองแสงทางชีวภาพอยู่ตลอดทั้งปี ทางเจ้าของทัวร์แนะนำว่า หากอยากได้ประสบการณ์ที่เต็มที่และดีที่สุด ควรจะมาในช่วงฤดูร้อนในวันที่พระจันทร์ดับ เพราะจะได้เห็นทางช้างเผือกส่องสว่างได้อย่างชัดเจน ผนวกกับพื้นผิวน้ำที่มีการเรืองแสงทางชีวภาพส่องสว่าง ให้ความสวยงามไม่แพ้กันเลย

หิ่งห้อยเริงระบำ, มาเลเซีย

ใช่แล้วอ่านไม่ผิด หิ่งห้อยเริงระบำ หรือหิ่งห้อยที่บินอย่างเป็นจังหวะ ปรากฏการณ์แปลกประหลาดเช่นนี้หาชมได้ที่แม่น้ำซรังงอ (Selangor River) ในทางตอนเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

การชมหิ่งห้อยส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้เรือไฟฟ้าหรือเรือพายกัน เพราะว่าจะได้อนุรักษ์ธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุด โดยการเลือกใช้เรือประเภทนี้จะช่วยลดมลภาวะทางน้ำหรือทางเสียงได้เป็นอย่างมาก โดยทางรัฐบาลยังขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวอีกว่า ให้ลดการใช้เครื่องมืออุปกรณ์สื่อสาร กล้องถ่ายภาพ ทั้งนี้เพื่อไม่เป็นการรบกวนการผสมพันธ์ุของหิ่งห้อยนั่นเอง

การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ แพลงก์ตอน และหวีวุ้น, ฟลอริดา

ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงการเรืองแสงของเห็ด หนอนถ้ำ ปลาไฟฉาย และผลงานประติมากรรมเรืองแสงของ Sharon Barebichez ทั้งหมดนี้ต่างเปิดให้รับชมพร้อมกับเสียงเพลงซิมโฟนีคลอเป็นเสียงพื้นหลัง ให้ความรู้สึกที่สงบสบาย ขึ้นไปทางตอนเหนือ BK Adventure ได้จัดทัวร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ Merritt Island Wildlife Refuge ที่นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายักพร้อมกับชมแพลงก์ตอนเรืองแสงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถรับชมพะยูนและหวีวุ้นเรืองแสงอีกด้วย

ชีวิตในทะเลที่ส่องประกาย, เกาะเคย์แมน

นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมเกาะเคย์แมนสามารถรับชมการเรืองแสงทางชีวภาพได้ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยมีโปรแกรมให้เลือกชมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการ ดำน้ำดูประการัง หรือการพายเรือคายัก ความโดเด่นของเกาะนี้คงหนีไม่พ้นการรับชมการเรืองแสงของแพลงก์ตอนพืชนั้นเอง อีกทั้งยังมีกุ้งดิสโก้หรือที่เราเรียกกันว่า “กุ้งเริงระบำ” ออกมาแหวกว่ายพร้อมปล่อยของเหลวเรืองแสงสีฟ้าออกมา ทั้งนี้เหตุผลเชิงพฤติกรรมของกุ้งเริงระบำ เพื่อเป็นการเกี้ยวพาราสีระหว่างการผสมพันธุ์นั่นเอง

หนอนเรืองแสง, ออสเตรเลีย

ช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม เหล่าหนอนเรืองแสงจำนวนมากจะออกมาล่าเหยื่อจับแมลงในถ้ำ Springbrook National Park  โดยหนอนเรืองแสง (แท้จริงแล้วไม่ใช่หนอนอย่างไส้เดือน แต่เป็นตัวอ่อนของแมลงเท่านั้น) เหล่านี้พบได้ภายในบริเวณประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์เท่านั้น

การเรืองแสงโดยชีวภาพ
จุดประสงค์ของการเรืองแสงของหนอนเหล่านี้คือ ล่อให้เหยื่อมาติดกับดักนั่นเอง

การถ่ายรูปโดยใช้แฟลช สูบบุหรี่ การสำรวจถ้ำ การใช้สเปรย์ป้องกันแมลง การว่ายน้ำ และการส่องไฟฉาย (โดยเฉพาะการส่องไปที่ตัวหนอนเรืองแสงโดยตรง) ต่างเป็นข้อห้ามทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ได้รับคือการไม่เสียค่าเข้าชม พร้อมมีเจ้าหน้าที่มากประสบการณ์นำทางภายในถ้ำ

***แปลและเรียบเรียงโดย รชตะ ปิวาวัฒนพานิช
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

ดอกไม้ เรืองแสง

 

เรื่องแนะนำ

ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

นักปีนเขาใจกล้าเดินข้ามยอดเขาระยะทาง 20 เมตร ในเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการยืนบนเชือกเพียงเส้นเดียวที่มีความกว้างเพียง 2.5 เซนติเมตร

มรดกโลกอิหร่านที่อาจสูญเสียในความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ

เนื่องจากความตึงเครียดที่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน แหล่ง มรดกโลกอิหร่าน ของวัฒนธรรมจักรวรรดิเปอร์เซียที่ขึ้นชื่อเหล่านี้อาจถูกทำลายไปด้วย จากพระราชวังเปอร์เซียที่แผ่ขยายไพศาลไปจนถึงศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมละเอียดอ่อนโดดเด่น อิหร่านเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกถึง 22 แห่ง รวมถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญระดับโลกนับร้อยแห่ง ซากเมืองหลวงเก่าปาซาร์กาดีและเปอร์เซโปลิส (Pasargadae and Persepolis) ยังคงแสดงออกถึงอำนาจจากหลากเชื้อชาติของมหาจักรวรรดิที่เป็นผู้สร้าง และนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานทำให้เมืองกลางทะเลทรายของประเทศยังคงมีน้ำใช้จนถึงทุกวันนี้ ผู้แสวงบุญนับล้านคนยังคงหลั่งไหลไปเยือนอนุสาวรีย์ของศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ และยังมีเมืองของอิหร่านอีกมากมายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนด้านความสำคัญทางประวัติศาสตร์ขององค์การยูเนสโก นั่นเป็นเหตุผลว่า การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความลงบัญชีทวิตเตอร์เตือนว่าสหรัฐฯจะพุ่งเป้าการโจมตีไปที่แหล่งมรดกโลกของอิหร่าน จึงได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง มรดกโลกทางวัฒนธรรมได้รับการปกป้องตามอนุสัญญาปี 1954 เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินวัฒนธรรมในกรณีการขัดแย้งกันด้วยอาวุธ (1954 Hague Convention for the Protection of Cultural Property in the Event of Armed Conflict) และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติปี 1972 (1972 Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) […]

สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017

คืนหนึ่งของเดือนธันวาคมในปี 2015 เซรกิโอ ตาปิโร คว้าถุงนอน, กล้อง และขาตั้งออกมาวางท่ามกลางท้องฟ้ากระจ่างไร้มวลเมฆ ห่างจากเขาออกไป 8 ไมล์คือภูเขาไฟโคลิมาที่ปะทุเถ้าถ่านออกมา ท่ามกลางสายฟ้าฟาด ครั้งแรกของการปะทุ ตาปิโรเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาเปิดรูรับแสงนาน 8 วินาทีเพื่อบันทึกภาพของไฟและหินที่ถูกส่งออกมาจากใต้พื้นโลกเอาไว้ และทันใดนั้นเองก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เมื่อสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าลงมาจากหมู่มวลเมฆของเถ้าถ่าน “ภาพถ่ายนี้คือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้แก่ผมครับ” เขากล่าว “ตอนที่ผมเช็ครูปถ่ายจากจอกล้องถ่ายภาพ ผมอึ้งไปเลย แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง” ภาพถ่ายนี้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายท่องเที่ยวประจำปี 2017 “ช่วงเวลาอันทรงพลัง ถูกบันทึกไว้อย่างงดงาม ภาพถ่ายของเซรกิโอจัดอยู่ในภาพถ่ายธรรมชาติชั้นนำ ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์” มอลลี่ โรเบิร์ต บรรณาธิการภาพอาวุโส หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินครั้งนี้กล่าว “เซรกิโอ มุ่งมั่นถ่ายภาพภูเขาไฟมา 15 ปี สมาธิอันเยี่ยมยอดของเขาปรากฏให้เห็นผ่านภาพการปะทุของภูเขาไฟอันน่ามหัศจรรย์” ตาปิโรเริ่มต้นถ่ายภาพภูเขาไฟในปี 2002 งานของเขาต้องใช้ความพยายามอย่างสูง รวมถึงความอดทนและอารมณ์ขัน “ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังสนทนากับญาติของตัวเอง คล้ายๆ ลุงของผม” เขาอธิบาย “บางครั้งผมคิดว่าถูเขาไฟเองก็เล่นตลก หลังคุณอยู่ที่ตรงนั้นมาแล้ว 16 ชั่วโมง ในที่สุดคุณตัดสินใจเก็บอุปกรณ์กลับ ในขณะที่คุณกำลังขับรถกลับบ้าน คุณกลับเห็นภูเขาไฟปะทุขึ้น ผ่านกระจกมองหลัง” ความอดทนและการมองโลกในแง่ดีของเขา […]

รวมงานเที่ยวประเพณี ลอยกระทง ประจำปี 2561 ทั่วไทย

ลอยกระทง ประเพณีไทยที่แสดงความสัมพันธ์ของชีวิตกับสายน้ำ งานประเพณี ลอยกระทง อยู่คู่กับวัฒนธรรมประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เป็นประเพณีที่แสดงถึงความผูกพันของวิถีชีวิตคนไทยกับสายน้ำ ที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิต และเป็นยังเป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมไทยต่างๆ มากมาย ในทุกๆ ปี จึงมีการจัดงานประเพณีลอยกระทงขึ้น เพื่อประชาชนจะได้รำลึกถึงพระคุณของสายน้ำที่ได้ใช้อุปโภคและบริโภคมาตลอดทั้งปี และทำให้บ้านเมืองพัฒนามาได้ถึงทุกวันนี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขอแนะนำสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทงทั่วประเทศ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 นี้ ภาคเหนือ งานประเพณีเดือนยี่เป็ง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2561 บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประตูท่าแพ และคูเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นประเพณีลอยกระทง และปล่อยโคมลอย ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักเที่ยวทั่วโลก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสงานประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ และดื่มด่ำกับบรยากาศสุดแสนอบอุ่นในคืนเดือนหงาย พร้อมกับร่วมชมการแสดงมากมายที่ตระเตรียมไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมงานประเพณีเป็นจำนวนมาก ในปีนี้ ทางคณะผู้จัดงานฯ ขอความร่วมมืองดปล่อยโคมลอยนอกพื้นที่ที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น นักท่องเที่ยวสามารถปล่อยโคมลอยในสถานที่ที่จัดไว้เท่านั้น   งานนมัสการพระธาตุดอยกองมู จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2561 ณ วัดพระธาตุดอยกองมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นงานบุญสุดยิ่งใหญ่ประจำปีของวัดพระธาตุดอยกองมู […]