Fjallraven Thailand Trail 2019 วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

ระยะทางโดยประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าตั้งแต่ วันที่ 19 – 23 มกราคม 2561 รวมเวลาทั้งหมด 4 คืน 5 วัน

เส้นทางการเดินป่าวันที่ 1 – 3 (บางส่วน)

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

เส้นทางเดินวันที่ 1 จากแม่ปะสู่จอลือคี ระยะทาง 9 กิโลเมตร 

เริ่มต้นที่ระดับความสูง 900 เมตรจากระดับทะเล เส้นทางนี้จะพาเราขึ้นไปสู่ทุ่งหญ้าสีทอง ณ จุด Check Point ที่ 1 “จอลือคี” ที่ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับทะเล ซึ่งมองเห็นวิวทะเลหมอกได้360 องศา เราได้เห็นต้นน้ำที่ชายขอบตามซอกเขาที่ยังคงอุดมสมบูรณ์และหล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งทำให้ได้รู้ว่าแหล่งต้นน้ำนั้นถูกทำลายได้ง่ายเพียงใด นอกจากนี้ยังมีทะเลหมอกและจุดชมวิวชื่อว่า “ม่อนกองข้าว” ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่เงาให้ได้ชื่นชมและซึบซับความทรงจำที่น่าประทับใจ

บางช่วงของเส้นทางอาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยไปบ้าง แต่การ trekking ครั้งนี้ก็ได้การสนับสนุนที่ดีจากเพื่อนร่วมทาง

เส้นทางเดินวันที่ 2  จากจอลือคีสู่ดอยธง 8 กิโลเมตร

พาเราเดินไปตามสันเขาที่เป็นสันปันน้ำแบ่งน้ำฝนและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายสำคัญสองสาย คือ สำคัญสองสาย คือ แม่น้ำแม่เงาและแม่น้ำแม่ตื่น เราได้เห็นผืนป่าเล็กๆในหุบเขาและวิวแบบพาโนรามาที่ความสูง 1,650 เมตรจากระดับทะเล สัมผัสอากาศเย็นที่อุณหภูมิเลขตัวเดียวที่ “ดอยธง” ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเส้นทางและอากาศก็เย็นที่สุดด้วย

ผู้เข้าร่วมทริป เดินไต่สันเขาช่วงเส้นทางจากจอลือคีมุ่งหน้าสู่ดอยธง

เรื่องแนะนำ

การขี่ม้า ร่องรอยทางวัฒนธรรมที่เหลืออยู่บนเกาะสวรรค์

พบกับ คนเลี้ยงม้ารุ่นสุดท้าย แห่งดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่ยังคงรักษา การขี่ม้า ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานให้คงอยู่บนเกาะที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน เป็นเวลากว่าศตวรรษ ที่ชาวมาร์เคซันได้รักษามรดกทางธรรมชาติของพวกเขาเอาไว้ รวมไปถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง การขี่ม้า เกาะมาร์เคซัสเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนเฟรนช์โพลินีเซีย ที่นี่ คุณจะไม่พบบังกะโลที่สร้างอยู่เหนือผิวน้ำ หรือลากูนสีเทอร์ควอยส์ อยู่บนเกาะทั้ง 12 เกาะ หกเกาะจากทั้งหมดยังไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย ภาพภูเขาสีเขียวครึ้มตัดกับสีน้ำทะเลเป็นทัศนีภาพอันโดดเด่นของเกาะมาร์เคซัส นอกจากมรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าแล้ว ชาวมาร์เคซันยังคงรัษาประเพณีท้องถิ่นไว้อย่างดี ทั้งเรื่องการสักลาย การเต้นรำ ภาษา และการขี่ม้า ม้าได้ถูกนำเข้ามายังเกาะอัวฮูกาในช่วงกลางศตวรรษที่สิบเก้า เป็นของขวัญจากพลเรือเอก Abel Dupetit-Thouars ชาวฝรั่งเศส ที่นำม้ามาจากชิลี ชาวเกาะได้ดูแลเลี้ยงม้าเป็นอย่างดี และใช้ม้าเป็นยานพาหนะเดินทางบนเกาะ ม้ายังช่วยส่งเสริมการล่าสัตว์ป่าของชาวเกาะให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งหารล่าแพะและหมูป่า ซึ่งพวกเขานำมาปรุงเป็นอาหารด้วยกรมมวิธีท้องถิ่นที่ทำให้เนื้อสัตว์สุกอย่างช้าๆ ด้วยการอบร้อนในเตาที่ฝังไว้ใต้ดิน หรือที่เรียกว่า อูมู (ชมภาพการปรุงอาหารแบบท้องถิ่นได้ ที่นี่) นอกจากเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ ชาวเกาะยังมีอาหารประเภทอื่นให้เลือกสรรทั้งผลไม้ อย่างมะพร้าว มะม่วง และผลไม้เขตร้อนชนิดต่างๆ รวมถึงวัตถุดิบจากท้องทะเล ชาวมาร์เคซัน “มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีโดยไม่ต้องพึ่งพาแผ่นดินใหญ่” Julien Girardot ช่างภาพ เล่าและเสริมว่า ทุกวันนี้ ด้วยการพัฒนาของถนนและการเข้ามาของรถยนต์ “ชาวมาร์เคซันส่วนใหญ่ขับรถกระบะสัญชาติญี่ปุ่นไปจ่ายตลาด […]

ท่องเที่ยวแบบ “ด้านมืด” ไปกับสถานที่โหดร้ายเหล่านี้

ค่ายกักกันเอาชวิทซ์, คุกตวลสเลง และอนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาสถานที่น่ากลัวเหล่านี้อ้าแขนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้เข้ามาเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายที่มนุษย์จะกระทำต่อกันได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

อลังการถ้ำคริสทัล

นักสำรวจถ้ำในเม็กซิโกต้องเผชิญสภาพการณ์อันเลวร้ายที่อาจคร่าชีวิตพวกเขาได้ กว่าจะได้ยลความสวยอันตระการตาของ ถ้ำคริสทัล ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

อ่าวมาหยากับความงามที่เลือนหาย

นักท่องเที่ยวหลายคนที่วางแผนจะไปเยี่ยมชม " อ่าวมาหยา " คงต้องพับแผนเก็บไปก่อน เมื่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขยายระยะเวลาปิดการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.