Fjallraven Thailand Trail 2019 วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

เส้นทางเดินป่าวันที่ 3 (บางส่วน) – 4 

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

เส้นทางวันที่ 3 จากดอยธงสู่หมื่อหะคี 19 กิโลเมตร 

        จากดอยธงสู่หมื่อหะคี หมู่บ้านไกลปืนเที่ยงที่แสนกันดาร เป็นเส้นทางที่เราเดินเท้าไกลที่สุดในโปรแกรมนี้ มีระยะทางถึง 19 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 930 เมตรจากระดับทะเล ที่ “หมื่อหะคี” มีจุดชมดวงอาทิตย์ตกดินที่สวยงามไม่แพ้สองจุดที่เดินผ่านมา ซึ่งในภาษากะเหรี่ยง แปลว่า “ดินแดนแห่งอาทิตย์อัสดง” ไกด์ท้องถิ่นบอกเราขำๆว่านี่อาจไม่ใช่ดินแดนที่ดวงอาทิตย์ตกดินสวยที่สุด แต่เป็นเพราะว่ากว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ดวงอาทิตย์ก็ตกดินไปนานมากแล้ว ที่นี่ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างกลมกลืน ที่สำคัญยังมีกาแฟรสชาติดีให้ชิมอีกด้วย

ผู้ร่วมเดินทางท่านหนึ่งยืนพักบนเส้นทางสู่หมื่อหะคี เพื่อชมทิวทัศน์ของขุนเขาที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า
จุดชมวิวโรงเรียนบ้านแม่หาด

เส้นทางวันที่ 4 จากหมื่อหะคีสู่สบโขง 13 กิโลเมตร

          จากหมื่อหะคีเราจะเดินผ่านป่าและนาบนดอยของชาวบ้านลดระดับความสูงสู่หมู่บ้านริมน้ำที่สบโขง ซึ่งเป็นภาษาเหนือ “สบ” แปลว่า มาพบประสบกัน พอมาใช้กับแม่น้ำจึงหมายถึงแม่น้ำโขงมาพบกับแม่น้ำสายอื่น หรือการเป็นจุดสิ้นสุดของแม่น้ำโขงและเป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำเงานั่นเอง

ผ่านจากหมู่บ้านของชาวเขาออกมา พวกเราก็เดินลัดเลาะทางน้ำ และผ่านผื่นป่าเขียวชอุ่ม

ถือเป็นเส้นชัยของการเดินป่าในครั้งนี้ ตลอดเส้นทางเดินจะเห็นร่องน้ำที่ไหลผ่านตามซอกเขา เห็นลำธารเล็กๆ จนใหญ่ขึ้นกลายเป็นแม่น้ำเงาที่ใสเป็นกระจก เป็นแหล่งรวมอาหารและความอุดมสมบูรณ์ของทุกสรรพสิ่ง เรามาแวะพักที่จุดสิ้นสุดการเดินป่าที่โรงเรียนชื่อ “ล่องแพวิทยา” ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วยังไม่มีถนนตัดมาถึงหมู่บ้านนี้ ถนนที่ใกล้ที่สุดคือหมู่บ้านอุ้มโล๊ะซึ่งอยู่ห่างจากสบโขงไป 12 กิโลเมตร จะสัญจรได้ก็เฉพาะหน้าแล้งเท่านั้น เวลาที่ครูมาสอนเด็กๆในหมู่บ้านต้องเดินเท้ามาจากหมู่บ้านอุ้มโล๊ะ เวลาสอนเสร็จก็ต่อแพล่องกลับไปตามแม่น้ำเงา ที่จุดนี้เราจึงมีโอกาสได้ลองนั่งแพล่องแก่งไปตามลำน้ำ บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นเร้าใจดีจริงๆครับ

หลังเดินป่าจนจบครบทุกสถานีแล้ว ผมก็ได้เรียนรู้ว่า “จริงๆแล้วเราไม่ได้พิชิตอะไรเลย” เพราะเส้นทางนี้ชาวบ้านก็ใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ภูเขาก็ยังอยู่อย่างนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจคือการได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาให้เกิดการเดินป่าอย่างยั่งยืนและอยากให้หลายคนทำตาม การอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ใช่การห้ามไม่ให้คนมาสัมผัสธรรมชาติ แต่เป็นการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน การที่ชาวบ้านได้ผลตอบแทนเป็นเงินจากป่าที่พวกเขาใช้ประโยชน์และอยู่อาศัยร่วมกันมาช้านาน ก็จะยิ่งทำให้พวกเขาตั้งใจดูแลรักษาป่าไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาชื่นชมความงามต่อไป

ขยะทุกชิ้นที่เรานำติดตัวไปก่อนเดินทาง ทุกคนต้องรับผิดชอบโดยการนำออกมาทิ้งยังจุดสุดท้ายที่มีการจัดเตรียมไว้

การเดินป่าในครั้งนี้ไม่มีการแข่งขันเอาชนะกัน ไม่มีการจับเวลา แต่เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจแก่มนุษย์ในเรื่องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน ที่สำคัญคือการได้เอาชนะใจตัวเอง สำหรับผมแล้วนี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์และควาทรงจำดีๆที่ผมจะไม่มีวันลืมเลยครับ สำหรับผู้สนใจอยากเดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตแบบนี้บ้าง เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา

และสำหรับคนที่มีความพร้อมทั้งอุปกรณ์และร่างกายสามารถไปเดินต่อได้ที่งาน Fjallraven classic ซึ่งจะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สามารถเข้าไปรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://classic.fjallraven.com/ แต่ถ้าใกล้บ้านเราที่สุดจะมีจัดขึ้นที่ HONGKONG ในเดือนตุลาคมนี้

ภาพถ่ายโดย Samsung Galaxy S9

เรื่อง: ไตรรัตน์ ทรงเผ่า

ภาพ: ณัฐวัฒน์ ส่องแสง,ไตรรัตน์ ทรงเผ่า

ขอขอบคุณ Fjallraven Thailand Trail, Thailand outdoor และมูลนิธิธรรมชาติไม่จำกัด

เรื่องแนะนำ

ดอยหลวงเชียงดาว ขุนเขาแห่งสรวงสวรรค์

ดอยหลวงเชียงดาว ยอดเขาที่ไม่ต้องการผู้พิชิต ดอยหลวงเชียงดาว เป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวสายผจญภัยอยากไปเยี่ยมชมมากแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทัศนียภาพยามเช้าที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอก คือรางวัลที่ขุนเขายิ่งใหญ่แห่งนี้มอบให้แก่ผู้มาเยือน ดอยหลวงเชียงดาวมีความสูงราว ๆ 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้เดินเท้าขึ้นไปสัมผัสความสวยงามของยอดเขาแห่งนี้ ซึ่งตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ป่านานาพรรณ บางชนิดพันธุ์เป็นพืชที่พบได้เฉพาะบนดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น นอกจากพันธุ์พืชที่น่าสนใจแล้ว ยังมีพันธุ์สัตว์ป่าที่หาชมได้ยาก เช่น เลียงผา และนกเฉพาะถิ่นนานาชนิด บนยอดดอยสามารถมองเห็นวิวของทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอลังการสุดๆ เหมือนกับว่าเรายืนอยู่บนสายหมอกเลยทีเดียว เทศกาลท่องเที่ยวดอยหลวงเชียงดาว 2561-2562 อยู่ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 หลังจากนั้นจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว โทรศัพท์ 0-5345-6623 หรือ 08 1111 6203 และเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากดอยหลวงเชียงดาวที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์แล้ว ยังมีสถานทีอื่นที่น่าสนใจ อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับการพักเหนื่อย หลังจากลงมาจากยอดดอย หรือชมความงามของวิถีชีวิต และผู้คนในอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ วัดถ้ำเชียงดาว ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาเที่ยวชมเมื่อมาถึงอำเภอเชียงดาว ด้วยภายในวัดเป็นที่ตั้งของถ้ำเชียงดาว ซึ่งประกอบไปด้วยถ้ำต่าง […]

วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

เส้นทางเดินป่าวันที่ 3 (บางส่วน) – 4  เส้นทางวันที่ 3 จากดอยธงสู่หมื่อหะคี 19 กิโลเมตร          จากดอยธงสู่หมื่อหะคี หมู่บ้านไกลปืนเที่ยงที่แสนกันดาร เป็นเส้นทางที่เราเดินเท้าไกลที่สุดในโปรแกรมนี้ มีระยะทางถึง 19 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 930 เมตรจากระดับทะเล ที่ “หมื่อหะคี” มีจุดชมดวงอาทิตย์ตกดินที่สวยงามไม่แพ้สองจุดที่เดินผ่านมา ซึ่งในภาษากะเหรี่ยง แปลว่า “ดินแดนแห่งอาทิตย์อัสดง” ไกด์ท้องถิ่นบอกเราขำๆว่านี่อาจไม่ใช่ดินแดนที่ดวงอาทิตย์ตกดินสวยที่สุด แต่เป็นเพราะว่ากว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ดวงอาทิตย์ก็ตกดินไปนานมากแล้ว ที่นี่ทำให้เราได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างกลมกลืน ที่สำคัญยังมีกาแฟรสชาติดีให้ชิมอีกด้วย เส้นทางวันที่ 4 จากหมื่อหะคีสู่สบโขง 13 กิโลเมตร           จากหมื่อหะคีเราจะเดินผ่านป่าและนาบนดอยของชาวบ้านลดระดับความสูงสู่หมู่บ้านริมน้ำที่สบโขง ซึ่งเป็นภาษาเหนือ “สบ” แปลว่า มาพบประสบกัน พอมาใช้กับแม่น้ำจึงหมายถึงแม่น้ำโขงมาพบกับแม่น้ำสายอื่น หรือการเป็นจุดสิ้นสุดของแม่น้ำโขงและเป็นจุดเริ่มต้นของแม่น้ำเงานั่นเอง ถือเป็นเส้นชัยของการเดินป่าในครั้งนี้ ตลอดเส้นทางเดินจะเห็นร่องน้ำที่ไหลผ่านตามซอกเขา เห็นลำธารเล็กๆ จนใหญ่ขึ้นกลายเป็นแม่น้ำเงาที่ใสเป็นกระจก เป็นแหล่งรวมอาหารและความอุดมสมบูรณ์ของทุกสรรพสิ่ง เรามาแวะพักที่จุดสิ้นสุดการเดินป่าที่โรงเรียนชื่อ “ล่องแพวิทยา” ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วยังไม่มีถนนตัดมาถึงหมู่บ้านนี้ ถนนที่ใกล้ที่สุดคือหมู่บ้านอุ้มโล๊ะซึ่งอยู่ห่างจากสบโขงไป […]

เมื่อวันหนึ่ง… ฉันออกไป เดินป่าที่ออสเตรเลีย

Time Flies… คำ ๆ นี้จริงเสียยิ่งกว่าจริง ตุลาคม 2563 แล้วนี่คือเรื่องจริงใช่มั้ยทำไมเร็วจัง ปีแห่งเทศกาลเก็บตัว ปีแห่งมหกรรมเก็บตุน บันทึกการ เดินป่าที่ออสเตรเลีย สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ดึงเวลาของเราให้ผ่านไปไวเหมือนโกหก เร็วจนต้องหันกลับมาถามตัวเองว่า ปีนี้เราเติมความสุขให้ตัวเองแล้วหรือยัง? คำถามนี้ติดตรึงอยู่ในสมองของ “สตางค์” เด็กไทยในต่างแดนใต้ผืนฟ้านครซิดนีย์ (ออสเตรเลีย) เธอคืออีกหนึ่งคนที่เชื่อ ว่า “ความสุขหาได้ไม่ยาก หากเรากล้าที่จะก้าวเข้าไปหามัน” แม้มีเวลาเพียงเล็กน้อย เธอก็พร้อมที่จะกระโดดใส่อย่างไม่ เกรงกลัว มันจะยากอะไร วันนี้ว่างนี่คะ เธอจึงไม่รอช้า “One Day Trip” ก็ไป อะไรก็ได้ อย่าไปคิดเยอะ หันหน้าเข้าป่า เดินออกกำลังกาย สลายเซลลูไลท์ สูดอากาศบริสุทธิ์ท่าจะดี แนวร่วมนั้นมีไม่มาก เพราะสถานที่ที่เธอและเพื่อนได้เสิร์ชหา ชื่อเสียงอาจดูไม่หวือหวามากสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลีย นั่นคือ “Blue Mountains” โดยมีจุดท่องเที่ยวสำคัญที่คนส่วนใหญ่รู้จักคือ Three Sisters แต่วันนี้การนัดหมายกับเพื่อน ๆ ของสตางค์และทางกลุ่ม พวกเขากลับขอมุ่งหน้าไปยังอีกจุดหมายหนึ่งที่น่าสนใจกว่า โดยมีชื่อเรียกว่า “Hanging Rock” จุดเริ่มต้นกิจรรม เดินป่าที่ออสเตรเลีย จึงเริ่มขึ้น ผู้ร่วมเดินครั้งนี้มีทั้งหมด 5 ชีวิต คือ สตางค์ (เธอขอเรียกตัวเองว่าตังค์) กับเพื่อน 2 คน และเพื่อนใหม่ผู้รักการกดชัตเตอร์ อีก […]

ท่องดินแดนน้ำแข็งแห่งเกาะกรีนแลนด์

ชมหมีขั้วโลก ปีนภูเขาน้ำแข็ง และสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นในเกาะที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง กรีนแลนด์ กรีนแลนด์ เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในภาษา Eskimo-Aleut อันเป็นภาษาของชาวกรีนแลนด์เอสกิโมผู้เป็นชาวพื้นถิ่นของเกาะแห่งนี้เรียกว่า Kalaallit Nunaat เป็นเกาะขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยความสวยงามทางธรรมชาติและการผจญภัยหลากหลายรูปแบบ เราสามารถเริ่มต้นสำรวจเกาะแห่งนี้ได้จากฟยอร์ดหลายแห่งในกรีนแลนด์ตะวันออก โดยการพายเรือคายัครอบภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งอาจได้มีโอกาสทอดสายตาไปยังหมีขั้วโลกเจ้าถิ่นที่คล่องแคล่วว่องไว เล่นไต่สกีลงมาในที่พื้นที่ลาดชันอันห่างไกล เดินไต่ธารน้ำแข็ง เรียนรู้การควบคุมสุนัขลากเลื่อน ขี่รถลากเลื่อนหิมะ จากนั้นไปยังชายฝั่งด้านใต้และตะวันตกเพื่อเดินตามเส้นทางเดินเขา ตกปลา หรือชมทิวทัศน์ในบริเวณที่ตั้งแคมป์ หรือท่องไปในที่มีผู้คนอยู่อาศัยอยู่มากอย่างเมือง Nuuk และ Sisimiut เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและอาหารของชาวเอสกิโม กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นไปได้ที่เกาะกรีนแลนด์ เรื่องโดย STARLIGHT WILLIAMS ภาพถ่ายโดย KEITH LADZINSKI อ่านเพิ่มเติม ดำสำรวจใต้ผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์