ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ เขาวงกตที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเมืองที่เต็มไปด้วยความเชื่อปรัมปรา

สำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ออกเดินทางเพื่อเอาชนะเส้นทางใน ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ บังกลาเทศ

จากทางเหนือของ ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ มีลักษณะคล้ายเขาวงกตที่มีสีของเนื้อดินละเอียดสวยงาม ท้องฟ้าใสของอ่าวเบงกอลกำลังคืบคลานเข้าไปในน่านน้ำมืดสลัวของแม่น้ำที่ไหลสลับไปมาเรียงรายไปด้วยใบไม้สีเขียวมรกต

“การล่องไปตามแม่น้ำสักสองสามวันก็เปรียบเสมือนการหนีไปในโลกที่แตกต่าง” ซาบีน โรเออร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ท่องเที่ยว ชิลลี่ ไรเซน กล่าว

พื้นที่กว้างใหญ่อันเขียวชอุ่มในอินเดียและบังกลาเทศนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อปรัมปรา ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวบ้านได้สักการะเทพนารีบอนบิบิ หรือ “อิสตรีแห่งป่า” จากเรื่องราวหนึ่งเล่าว่า บอนบิบิ เป็นลูกสาวของ ซุลฟี ฟาร์เคีย นำพาเธอมาจากซาอุดิอาระเบียสู่ป่าแห่งเอเชียใต้ เธอได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าให้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ด็องคิง ไร เป็นเสือที่จ้องจะทำร้ายชาวบ้าน เธอเลือกที่จะไม่ฆ่า ด็องคิง ไร แต่บอนบิบิ กลับต่อรองกลับไปว่า ด็องคิง ไร ไม่สามารถทำร้ายใครที่บูชาเธอได้

ทุกวันนี้ชาวบ้านบางคนยังคงสวดอ้อนวอน ขอให้เทพนารี บอนบิบิ คุ้มครองก่อนเข้าไปในป่า

ซุนดาบันส์, บังกลาเทศ, อินเดีย, ป่าชายเลน, เสือเบงกอล
เสือเบงกอลถือเป็นสัญลักษณ์ประจำบังกลาเทศ จากการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้มีเสือเบงกอลหลงเหลืออยู่ประมาณ 106 ตัว

ซ้ำยังมีเสือเบงกอล – ชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของป่าชายเลน – ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าหลากหลายรวมถึงสายพันธุ์หายาก เช่น งูเหลือมอินเดียและโลมาอิรวดี เนื่องจากสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของซุนดาบันส์ ทางองค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2530

อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยของสัตว์ยังคงอยู่ภายใต้การคุกคามทางธรรมชาติ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกำลังกลืนกินพื้นที่ในป่าและความเค็มของน้ำที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอันตรายต่อพืชและสิ่งมีชีวิตในทะเล – สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ใหญ่ในระยะยาว ภายใต้ความเครียดจากการสูญเสียที่ดิน ผู้คนยังรุกล้ำที่อยู่อาศัยของสัตว์ โดยการตัดต้นไม้ เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับทำเกษตรซ้ำยังบุกรุกเข้าไปล่าสัตว์ การสำรวจสำมะโนประชากรปี 2004 มีราวๆ 440 คน จำนวนเสือใน ซุนดาบันส์ และจำนวนประชากรลดลงเรื่อยๆ จากการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ ในบังกลาเทศ คาดว่ามีเสือหลงเหลืออยู่ประมาณ 106 ตัว

นักอนุรักษ์รวมไปถึงรัฐบาลกำลังดำเนินการ เพื่อการอนุรักษ์ซุนดาบันส์และสัตว์ป่า “เราต้องทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้เพื่อช่วยประชากรที่เหลืออยู่และช่วยให้ผู้คนและเสืออยู่ร่วมกันได้” ราคีบู อามิน ผู้อำนวยการของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติของบังกลาเทศ กล่าวว่า “เสือเบงกอลถือเป็นสัญลักษณ์ประจำบังกลาเทศ”

วิธีเดินทาง

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าชมป่าชายเลนได้จากทั้งฝั่งบังกลาเทศและอินเดีย การเยี่ยมชมจากฝั่งบังกลาเทศนั้นยากกว่าแต่คุ้มค่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากบินไปยังเจสโซเร และขึ้นรถบัสสายการบินหนึ่งไปยังคูลนา เมืองที่เจริญรุ่งเรือง ซึ่งตั้งอยู่เหนือประตูทางเข้าซุนดาบันส์ มีบริการรถไฟและรถบัสวิ่งไปมาตลอดทั้งคืนจากธากาไปยัง คูลนา โดยในอินเดียทัวร์จะออกเดินทางจากโกลกาตา

ซุนดาบันส์, ป่าชายเลน, บังกลาเทศ
ป่าชายเลนซุนดาบันส์ สามารถเข้าชมได้จากทั้งฝั่งบังกลาเทศอินเดีย

วิธีเข้าชม

“การเดินทางข้ามคืนเป็นการเปิดโอกาสให้สัมผัสกับการเส้นทางและเพลิดเพลินไปกับความสงบของซุนดาบันส์” ดิดารุล อับซาห์ ผู้ก่อตั้ง บังกลาเทศ อีโค ทัวร์ กล่าว

ซุนดาบันส์ มีทั้งเดินทางแบบหลายวันและเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ โดยเริ่มเดินทางจากโกลกาตา การเดินทางจากเมืองคูลนา มีตัวเลือกน้อยแต่จำนวนผู้ใช้บริการมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทัวร์ที่รวมบริการทุกอย่างส่วนใหญ่ทัวร์จะพาแขกล่องเรือ เดินป่า และเริ่มทัวร์ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เพื่อชมสัตว์ป่า นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมทัวร์บางส่วน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบังกลาเทศพร้อมบริการขนส่งจาก ธากา

การเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับ มีบริการจากเมืองโกลกาตาอินเดีย และเมืองมงลาบังกลาเทศ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งใกล้เมืองคูลนา ที่นี่เป็นแหล่งยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวบังกลาเทศ ในท้องถิ่น อับซาห์ เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญในซุนดาบันส์ เพื่อปกป้องระบบนิเวศอันเปราะบางและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรเลือกใช้บริการจาก บริษัท ทัวร์ที่จ้างคนในท้องถิ่น พวกเขาควรเคารพสิทธิของสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม: อย่าทิ้งขยะ และจงระวังมลภาวะทางเสียงรวมถึงห้ามรบกวนสัตว์

ช่วงเวลาที่เหมาะสม

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางไปคือในช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศเย็น ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากเดือนกุมภาพันธ์อุณหภูมิจะร้อนขึ้น คนท้องถิ่นบางคนชอบไปเที่ยวระหว่างเดือนมิถุนายนและเดือนสิงหาคม ช่วงเกิดมรสุมฝนป่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำนวนมากจะปิดทัวร์ในฤดูกาลนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมและพายุไซโคลน

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม: หมีขาว กับช่างภาพ และช็อตเด็ดที่เกือบหลุดมือไป

หมีขาว

เรื่องแนะนำ

เดินป่าขึ้น เขากำแพง จังหวัดกาญจนบุรี

เดินขึ้น เขากำแพง ในวันที่แรงยังมี ที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ จุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ มาจากความโหยหาการเดินป่าปีนเขา แต่หลาย ๆ สถานที่ส่วนใหญ่มักอยู่ไกลและต้องใช้เวลานาน เลยคิดว่าจะมีสักที่ไหมที่ไม่ต้องเดินทางไกล ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มง่าย ๆ เพียง 2-3 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงมากนัก เส้นทางมีทั้งยากและง่ายปะปนกัน ใช้เวลาเดินขึ้นเขาไม่มาก หรือไม่เกิน 5 ชั่วโมง จนได้ทราบจากเพื่อนผู้ใช้ชีวิตอยู่ที่กาญจนบุรี แนะนำและชักชวนให้มาสัมผัสอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ เพราะตรงกับโจทย์ที่ต้องการทุกอย่าง เราไม่แปลกใจถึงที่แห่งนี้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะสวยหรือไม่ จึงยังอิดออดจนถึงวันที่หมดฝนกลางเดือนพฤศจิกายน อากาศปลายฝนต้นหนาวกำลังเย็นสบาย เหมาะอย่างยิ่งกับการออกไปท่องเที่ยว โดยมีจุดหมายปลายทางคือ “เขากำแพง” ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไปถึงอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ไม่เกิน 3 ชั่วโมง กับระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร เมื่อมาถึงที่ทำการอุทยานฯ เราจัดแจงขนสัมภาระเข้าไปยังที่พักของทางอุทยานฯ ซึ่งจองไว้ล่วงหน้า ก่อนจะเตรียมออกไปเดินเล่นบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อมุ่งหน้าไปยังถ้ำธารลอดน้อย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ เมื่อมาถึงบรรยากาศภายในถ้ำเราจะได้พบกับความสวยงามของบรรดาหินงอกหินย้อยที่สวยงามราวกับอยู่โลกในจินตนาการ รวมถึงยังมีฝูงค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่ด้านใน จนมีกลิ่นมูลค้างคาวโชยแรงออกมาแตะจมูก ถ้าใครไม่ชอบก็คงจะทำใจลำบากสักหน่อย แต่ถ้าเทียบกับความงามตรงหน้าแล้วละก็ เรียกว่าคุณจะลืมเรื่องกลิ่นที่ว่านั้นไปได้เลย จากถ้ำธารลอดน้อยนี้ เราสามารถเดินต่อไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติจนถึงถ้ำธารลอดใหญ่ในระยะทางสั้น […]

TOHOKU เป็นอยู่อย่างเป็นสุข ทริปท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและหัวใจ

โทโฮคุ (Tohoku) ภูมิภาคแห่งความอิ่มใจที่รอให้ผู้คนเข้าไปค้นพบ สัมผัส และซึมซับคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติแบบรอบด้าน ถ้ายังจำกันได้ ช่วงที่การเดินทางข้ามประเทศยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พาพวกเราก้าวข้ามออกจากชีวิตแสนจำเจไปสู่โลกใบใหม่  ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของคนไทย และเทรนด์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็เติบโตไปพร้อมกับแนวโน้มที่ว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มมองหาสถานที่นอกแผนที่ท่องเที่ยว ที่มอบประสบการณ์แปลกใหม่ ทั้งจากสถานที่สวยงามแปลกตา ค้นหาแหล่งต้นกำเนิดวัตถุดิบเลอค่า หรือทำความเข้าใจการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งมากขึ้นกว่าที่เคย ระหว่างทางจากโตเกียวมุ่งหน้าขึ้นสู่ฮอกไกโด (Hokkaido) เป็นที่ตั้งของโทโฮคุ ภูมิภาคแห่งวิถีความเป็นอยู่ของผู้คนกับกิจวัตรที่ยังคงความสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่รายล้อมในทุกมิติของชีวิต มนต์ขลังแห่งความสงบและงดงามนี่เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เข้าไปเปิดแผนที่เที่ยวชม จนทำให้ปี 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปยังโทโฮคุเพิ่มขึ้นถึง 48% จากปีก่อนหน้า ใบไม้เปลี่ยนสี อนเซ็นส่วนตัว ซัปบอร์ดกับฉากหลังตื่นตา ฟาร์มสเตย์ของเกษตรกร และอีกเรื่องราวอีกมากมายของโทโฮคุล้วนเกี่ยวพันกับธรรมชาติทั้งสิ้น และเราเชื่อว่าธรรมชาติ จะเป็นสื่อกลางที่สร้างความหมายบทใหม่ให้กับชีวิตผ่านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่เกื้อกูลกับทั้งคน สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม   ทัศนียภาพ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจภูมิประเทศของภูมิภาคโทโฮคุกันก่อน โทโฮคุแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนเหนือ – อาโอโมริ (Aomori) อาคิตะ (Akita) อิวาเตะ (Iwate) และส่วนใต้ – ยามากาตะ (Yamagata) มิยากิ (Miyagi) ฟุกุชิมะ (Fukushima) กินพื้นที่ถึง […]

สุดยอดกระเป๋ากล้องสำหรับนักเดินทาง

เมื่อวิศวกรด้านการถ่ายภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รับโจทย์ให้ทดสอบและรีวิวกระเป๋ากล้องกว่า 40 รุ่นจาก 15 แบรนด์ ต่อไปนี้คือกระเป๋ากล้องที่เขาคัดเลือกมาฝากคุณผู้อ่าน

ความงาม… ใต้โลกน้ำแข็ง ที่น้อยคนได้สัมผัส

การสำรวจชีวิตใต้ทวีปนํ้าแข็งซึ่งแทบไม่เคยมีใครทำมาก่อน เผยให้เห็นโลกหลากสีสันและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ที่ซึ่งเพนกวิน แมวน้ำ และสิ่งมีชีวิตแปลกตาอีกหลายชนิด เจริญงอกงามภายใน ใต้โลกน้ำแข็ง ในตอนเช้า เมื่อเราเดินเท้าจากดูมงดูร์วีล ซึ่งเป็นสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของฝรั่งเศสบนชายฝั่งอะเดลีในแอนตาร์กติกาตะวันออก มาถึงจุดหมาย เราต้องกะเทาะชั้นนํ้าแข็งบางๆ ที่ก่อตัวขึ้นปิดปากหลุมที่เราเจาะไว้ เมื่อวันก่อน หลุมดังกล่าวเจาะลงไปจนทะลุชั้นแพนํ้าแข็งหนาสามเมตร กว้างพอให้คนคนหนึ่งสอดตัวลงไปได้เท่านั้น และเบื้องล่างคือทะเลเย็นเยียบ เราไม่เคยลองดำนํ้าลงทางปากหลุมแคบขนาดนี้มาก่อน และผมลงไป ใต้โลกน้ำแข็ง เป็นคนแรก ผมแทรกตัวลงไปตามหลุมอย่างทุลักทุเล และเมื่อลงไปสู่ท้องนํ้าเบื้องล่างได้ในที่สุด ผมก็หันกลับไปเห็นภาพที่ชวนให้ขนหัวลุก เมื่อปากหลุมเริ่มปิดตัวลงด้านหลังผม พื้นผิวที่อยู่ใต้นํ้าของนํ้าแข็งทะเลมีลักษณะเป็นนํ้าผสมเกล็ดนํ้าแข็งข้นหนา และการทิ้งตัวลงไปของผมก็ทำให้มันเคลื่อนตัวและไหลไปรวมกันที่ปากหลุม กว่าผมจะสอดแขนข้างหนึ่งเข้าไปในนํ้าแข็งเหลวข้นนี้ได้ มันก็ ไหลมารวมกันจนหนาเกือบหนึ่งเมตรแล้ว ผมคว้าเชือกนิรภัยและดึงตัวเองขึ้นไปทีละเซนติเมตร ในที่สุดมือของใครคนหนึ่งก็คว้ามือผมไว้ แล้วดึงผมขึ้นไปจนพ้นปากหลุม การดำนํ้าวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว แต่นั่นเป็นเพียง หนึ่งในการดำ 32 เที่ยวเท่านั้น ผมมาที่นี่พร้อมแวงซอง มูนีเยร์ ช่างภาพอีกคนหนึ่ง ตามคำเชื้อเชิญของลุก ชักเก นักสร้างภาพยนตร์ซึ่งกำลังถ่ายทำภาคต่อของภาพยนตร์สารคดีที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเมื่อปี2005 เรื่อง เพนกวิน หัวใจจักรพรรดิ (March of the Penguins) ระหว่างที่ชักเกบันทึกเรื่องราวของเหล่าเพนกวินจักรพรรดิลงบนแผ่นฟิล์ม และมูนีเยร์ถ่ายภาพนิ่งของพวกมัน ทีมของผมจะบันทึกภาพชีวิตใต้นํ้าแข็งทะเลเอาไว้ ในช่วงฤดูหนาว นํ้าแข็งจะแผ่ขยายออกไปในทะเลบริเวณนี้ไกลถึง 100 กิโลเมตร […]