5 แหล่งผจญภัยตามสไตล์ Game of Thrones - National Geographic Thailand

5 แหล่งผจญภัยตามสไตล์ Game of Thrones

บรรดาแฟนๆซีรี่ส์ Game of Thrones ล้วนเคยตื่นเต้นไปกับการต่อสู้บนป้อมน้ำแข็ง, การแล่นเรือผ่านเมืองอันตระการตาตลอดจนขบวนม้าข้ามทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา เราขอเสนอกิจกรรมที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าการนั่งดูซีรี่ส์ด้วยการออกผจญภัยในดินแดนเวสเทอรอสด้วยตัวคุณเอง

ลองเดินทางไปท่องเที่ยวยังหนึ่งในห้าสถานที่เหล่านี้ดู แล้วคุณจะรู้สึกราวกับว่าตัวเองได้โดดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอภิมหากาพย์ศึกชิงบัลลังก์ครั้งนี้!

 

พิชิตกำแพงน้ำแข็งทางตอนเหนือ

กำแพงน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักรทั้ง 7 มีขึ้นเพื่อปกป้องชาวเวสเทอรอสจากอิสรชนหรือบรรดาผู้คนที่อาศัยอยู่นอกกำแพง และกองทัพไวท์วอร์คเกอร์ มนุษย์น้ำแข็งที่มีเป้าหมายเข่นฆ่าทุกคนในกำแพงแต่ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องเข้าร่วมกับจอห์น สโนว์ หรืออิสรชนเพื่อเดินทางไปให้ถึงบนกำแพง

ที่รัฐแอลเบอร์ตา ของแคนาดา คุณผู้อ่านจะพบกับประสบการณ์การปีนกำแพงน้ำแข็งที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงฤดูหนาวนักปีนผาจะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อพิชิตทุ่งน้ำแข็ง ในทีนี้รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างอุทยานแห่งชาติ Banff และ Weeping Wall ด้วย คุณสามารถเดินทางขึ้นไปชมความงามของวิวทิวทัศน์ได้โดยปราศจากการตามล่าจากไวท์วอร์คเกอร์ ด้วยกองไฟและเบียร์อุ่นๆที่รออยู่ด้านบนของขุนเขา

 

นักท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงเย็น ที่แคมป์ข้างน้ำตก Skogafoss ทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์

ตั้งแคมป์ดั่งอิสรชน

แม้ว่าเมืองหลวงของเวสเทอรอส อย่างนครคิงส์แลนดิงจะร่ำรวยไปด้วยทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนในอาณาจักรทั้ง 7 ที่ปรารถนาชีวิตเช่นนั้น หลายตัวละครหลักในซีรี่ย์เรื่องนี้หลับนอนกลางป่า กินอาหารจากสิ่งที่พวกเขาล่าได้ เช่น แบรน สตาร์ก โฮดอร์ และมีร่า รีด พวกเขาหลับใหลใต้หมู่ดาวทุกคืน ระหว่างการเดินทางตามเส้นทางนอกกำแพง ในขณะที่จอห์น สโนว์ และยากริดคนรักเอง ก็เคยใช้ชีวิตเช่นนี้ก่อนจะเดินทางกลับไปยังปราสาทดำ ป้อมปราการที่กำแพง

หากอยากจะดื่มด่ำกับธรรมชาติเช่นพวกเขา คุณต้องเดินทางไปยังไอซ์แลนด์ ไม่ใช่แค่สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ส์เท่านั้น แต่ทางการท่องเที่ยวของประเทศเองสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวตั้งแคมป์พักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ ภายใต้กฎระเบียบ และข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัย แล้วคุณจะตกหลุมรักทุ่งหญ้าที่เกิดจากการไหลของลาวา และน้ำตกจากภูเขาหินที่สูงตระหง่าน

 

นักล่าเหยี่ยวขี่ม้าข้ามทุ่งหญ้ามองโกเลีย ประเพณีดั้งเดิมแบบชาวคาซัคนี้ถูกสืบทอดรักษาเอาไว้ทุกปี นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะเดินทางมาร่วมชมขบวนพาเหรด และการแข่งขันในเทศกาล Golden Eagle

ใช้ชีวิตบนหลังม้า

ร่วมขบวนไปกับชนเผ่าโดธรากี ผู้ให้นิยามใหม่ของชีวิต “Ride or Die” จากการควบม้าข้ามทุ่งหญ้าในมองโกเลีย ในนิยายต้นฉบับได้กล่าวถึงชนเผ่านี้ไว้ว่า พวกเขาเป็นชาตินักรบที่แข็งแกร่ง ใช้ชีวิตบนหลังม้า และหากคุณเข้าร่วมขบวนกับพวกเขา ทุกคนคือพี่น้องกันหากร่วมเดินทางผ่านทุ่งหญ้ามาด้วยกันแล้ว

มองโกเลีย ประเทศระหว่างรัสเซียและจีน ประกอบด้วยเทือกเขาสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือ ทะเลทรายโกบีทางตอนใต้ และทุ่งหญ้าบนที่ราบสูงกระจายในอีก 2 ทิศ หากสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวขอแนะนำให้เลือกบริษัททัวร์ที่เปิดการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ คุณจะได้รับประสบการณ์ฝึกขี่ม้า ตลอดจนใช้ชีวิตแบบเดียวกันกับคนพื้นเมือง

 

นักเล่นพาราไกลด์ดิ้งทะยานตัวผ่านปุยเมฆ เหนือเทือกเขา Ben Lomond ในควีนส์ทาวน์ ของนิวซีแลนด์

ทะยานท้องฟ้าแบบเดียวกันกับราชินีมังกร

ชั่วชีวิตนี้คุณอาจไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสปุยเมฆขณะนั่งอยู่บนหลังมังกร แต่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ฝันของคุณเป็นจริงได้ด้วยพาราไกลด์ดิ้ง ในซีรี่ย์ แดเนริส เจ้าของฉายามารดาแห่งมังกร ได้ขี่ลูกชายของเธอหนีออกจากการสู้รบที่ดุเดือด ไปยังทุ่งหญ้าเขียวขจี

ดื่มด่ำทิวทัศน์อันน่ามหัศจรรย์ด้วยการเล่นพาราไกลด์ดิ้งเหนือเทือกเขาในนิวซีแลนด์ เหาะเหินตัวลอยอยู่เหนือเทือกเขาหิมะในควีนส์ทาวน์ และชมความงามของทะเลสาบวาคาตีปู

 

เรือข้ามฟากแล่นเรือผ่านท่าเรือหิน บริเวณอ่าวในมอลตา สถานที่ถ่ายทำซีซั่นแรกของซีรี่ยส์ Game of Thrones

แล่นเรือผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แรงบันดาลใจจากเส้นทางของแดเนริส

ฤดูร้อนในกรีซเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเยือน แต่แดเนริสไม่เสียเวลากับการกินลมชมวิวในทะเล เพราะเธอต้องรีบเดินทางไปยังแผ่นดินเวสเทอรอส เพื่อพิชิตอาณาจักรทั้ง 7

ลองเดินทางด้วยเรือผ่านอ่าวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จะด้วยเรือใบ เรือส่วนตัว หรือเรือเช่าหมาลำก็ดี ระหว่างเส้นทางคุณจะพบกับความงดงามของสิ่งก่อสร้างจากหินของจักรวรรดิออตโตมันโบราณ หรือดำน้ำในมอลตา หมู่เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสถานที่ถ่ายทำซีซั่นแรกของซีรี่ส์

เรื่อง ลินด์เซ่ เอ็น. สมิท

 

อ่านเพิ่มเติม : 15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณท่องโลกไปกับภาพถ่ายแสนงดงาม

เรื่องแนะนำ

เปริโตโมเรโน ธารน้ำแข็งแห่งอาร์เจนตินา

ธารน้ำแข็ง เปริโตโมเรโน เรื่องและภาพ : ชลธิชา สุขุมาลจันทร์ ปาตาโกเนีย ดินแดนธรรมชาติมหัศจรรย์ ธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโลสกลาซิอาเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดซานตาครูซ ประเทศอาร์เจนตินา นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “ปาตาโกเนีย”ดินแดนอันสวยงามที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ที่นอกเหนือจากธารน้ำแข็งแล้ว ยังมีทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และทะเลทราย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของประเทศอาร์เจนตินาและชิลี หากคุณมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวมายังแถบปาตาโกเนีย ไม่ควรพลาดการแวะชมธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน เพราะเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เดินทางเข้าถึงง่าย เริ่มต้นจากเมืองเอลกาลาฟาเต เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณสองชั่วโมง และความพิเศษอย่างหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิดได้ด้วยการ ”เดินบนธารน้ำแข็ง” เปริโตโมเรโนเริ่มต้นอย่างไรดี การเดินเท้าบนธารน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าไปเดินเองได้ จำเป็นต้องมีบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าชมพื้นที่ และควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน (ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ถ้ายิ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว อาจต้องจองล่วงหน้านานมากกว่านั้น) โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านทางที่พัก หรือบริษัททัวร์โดยตรง ปกติแล้ว การเดินบนธารน้ำแข็งมีตัวเลือก 2 ระยะทาง คือ Mini-Trekking ใช้เวลาเดินชมประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และระยะทาง Big Ice ซึ่งจะใช้เวลาเดินเท้าบนธารน้ำแข็งราวๆ ห้าชั่วโมง ชมคลิปวิดีโอธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ได้ที่นี่ สำหรับครั้งนี้ เราเลือกเดินแบบ Mini-Trekking โดยค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายให้บริษัททัวร์เป็นราคาที่ไม่รวมค่าเข้าอุทยานฯ และอาหารกลางวัน […]

ปริศนาอันยืนยงของเอเวอเรสต์

เมื่อเกือบร้อยปีก่อน แอนดรูว์ “แซนดี” เออร์ไวน์ กับคู่หูปีนเขา จอร์จ มัลลอรี หายตัวไปขณะลงจากสันเขาด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมานต์เอเวอเรสต์ นับตั้งแต่นั้น โลกก็กังขาว่าพวกเขาทั้งคู่หรือคนใดคนหนึ่งอาจพิชิตยอดเขาได้ในวันนั้น หรือ 29 ปีก่อนที่เอดมันด์ ฮิลลารี กับเทนซิง นอร์เกย์ จะได้ชื่อว่าเป็นสองคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เชื่อกันว่าเออร์ไวน์พกกล้องโกดัก รุ่นเวสต์พ็อกเก็ตไปด้วย ถ้าพบกล้องตัวนั้น และถ้ากล้องบันทึกภาพยอดเขาไว้ได้ นั่นจะเป็น การเขียนประวัติศาสตร์ของยอดเขาสูงที่สุดในโลกขึ้นใหม่  ผมได้ยินทฤษฎีที่ว่า มัลลอรีกับเออร์ไวน์อาจเป็นคนแรกที่พิชิตเอเวอเรสต์ได้มานานแล้ว แต่ผมเริ่มรู้สึกกระตือรือร้นอยากออกค้นหาเออร์ไวน์เมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง หลังฟังบรรยายของทอม พอลลาร์ด เพื่อนผู้มีประสบการณ์ปีนเอเวอเรสต์มาแล้วอย่างโชกโชน พอลลาร์ดเป็นช่างภาพเคลื่อนไหวในโครงการวิจัยเชิงสำรวจมัลลอรีและเออร์ไวน์ (Mallory and Irvine Research Expedition) เมื่อปี 1999 ซึ่งในระหว่างนั้น นักปีนเทือกเขาชาวอเมริกัน คอนราด แองเคอร์ พบศพของจอร์จ มัลลอรี ในพื้นที่ส่วนนี้ของเอเวอเรสต์ฝั่งเหนือ ซึ่งนักปีนเขาเพียงไม่กี่คนเคยมาเยือน แผ่นหลังทั้งหมดของมัลลอรีเปิดโล่ง ผิวหนังที่อยู่ในสภาพดีดูสะอาดและขาวจนคล้ายรูปปั้นหินอ่อน เชือกที่ขาดมัดรอบเอวของเขาแน่นจนทิ้งรอยไว้กลางลำตัว ซึ่งให้เบาะแสว่า ณ จุดหนึ่ง มัลลอรีน่าจะร่วงตกลงมาอย่างแรง ขาซ้ายของเขาพาดทับขาขวาที่หักเหนือหน้าแข้ง ราวกับมัลลอรีกำลังปกป้องขาข้างที่บาดเจ็บของเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น […]

สุดยอดภาพถ่ายที่จะทำให้คุณอยากเที่ยวอียิปต์

ภาพถ่ายที่น่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้ คือข้อพิสูจน์ว่าอดีตอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ยังคงเป็นหมุดหมายของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศไปอีกนาน

นั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ สู่พื้นที่ชนบท

นั่งบนเส้นทาง รถไฟเกาหลีเหนือ ในชนบท ที่น้อยคนสามารถเข้าถึง ช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อครั้งมาร์ก โดแรนยังเป็นเด็กชายชาวอังกฤษ เขารู้สึกตื่นตากับหัวรถจักรไอน้ำ ในปี 1978 เขาเดินทางไปยังเยอรมนีตะวันออก เพื่อไล่ตามรถจักรไอน้ำใน ‘ดินแดนต้องห้าม’ ของยุคสมัยนั้น กว่า 40 ปีให้หลัง แรงบันดาลใจนี้ได้พาเขามาที่เกาหลีเหนือ เพื่อนั่ง รถไฟเกาหลีเหนือ โดยในปี 2016 เขานั่งรถไฟสายมอสโก-อูลานบาตอร์-ปักกิ่ง ข้ามจากไซบีเรียและมองโกเลียสู่กรุงเปียงยาง และในเดือนกันยายน 2018 เขากับกลุ่มทัวร์ได้เดินทางจากกรุงเปียงยางไปยังเมืองราซ็อน ที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซียที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทมากมาย โดยปกติแล้ว ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกกรุงเปียงยาง แต่ด้วยบริการจากบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากทางการเกาหลีเหนือ ทริปการท่องเที่ยวชนบทด้วยรถไฟเกาหลีเหนือจึงเกิดขึ้นได้ ที่สถานีราซ็อนนี้ ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังรัสเซียหรือข้ามไปที่ประเทศจีนได้ เรื่อง SOO YOUN ภาพถ่าย DAVIDE MONTELEONE อ่านเพิ่มเติม ภาพชีวิตที่แทบไม่ต่างในเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้