แกรนด์แคนยอน หนึ่งในอุทยานฯ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ที่มีกิจกรรมหลากหลาย

สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

ประหลาดใจกับธรรมชาติ

ภูมิทัศน์และความสูงของหุบเขา ทำให้มีพืชและสัตว์อย่างมากมายมหาศาล อุทยานแห่งนี้มีนก 355 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 89 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 56 ชนิด ในพื้นที่กว้างใหญ่คุณสามารถพบสัตว์เหล่านี้ได้ เช่น สิงโตภูเขา นกอินทรีหัวขาว นกฮูก เหยี่ยวเพเรกริน ปลาเทราท์ ปลาดุก ปลากะพง ค้างคาว สุนัขป่า บีเวอร์ กบต้นไม้แคนยอน คางคกด่างแดง คางคกภูเขา และแร้งคอนดอร์แคลิฟอร์เนีย ซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์ในปี 1930 แต่ในปัจจุบันถูกพบอีกครั้งในอุทยานฯ

แกรนด์แคนยอน, อุทยานแห่งชาติ, สหรัฐอเมริกา
นักวิทยาศาสตร์ติดแถบป้ายบอกข้อมูลค่าการบินของ นกคอนดอร์ ที่บินข้ามหุบเขา มาร์เบิล แคนยอน

พันธุ์พืชที่โดดเด่น เช่น ต้นเซกบรัช ต้นสเนควีท มันสำปะหลัง กล้วยและมันสำปะหลังยัคกา ต้นข้าวอินเดีย พุ่มไม้สีน้ำตาลแดง ต้นเบอเซจน์สีขาว ดอกบีทเทิลบรัช ต้นเวสเทิร์นฮันนี่เมสกีส สนสีฟ้า เฟอร์ดัคลาส เฟอร์สีขาว และมีพืชเกือบ 2,000 ชนิดเจริญเติบโตในอุทยานฯ แห่งนี้

จุดถ่ายภาพ

หอชมวิวนาฬิกาทราย สูง 70 ฟุต ที่ตั้งอยู่จุดสูงสุดทางของฝั่งทางใต้ ถูกออกแบบในปี 1932 ให้มีลักษณะคล้ายกับหอคอย pueblo และบริเวณหน้าผาถืออีกหนึ่งจุดที่ดีที่สุดในการชมทิวทัศน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนพระอาทิตย์ตก

วางแผนล่วงหน้า

ครอบครัวที่มีเด็กเล็กสามารถเดินเล่นระยะสั้นได้อย่างง่ายดาย จากทางเดินแหลม เคป รอยอล ฝั่งทางเหนือ คุณสามารถเดิน จากจุดเริ่มต้นไปยัง Angels Window จากนั้นเข้าสู่ เคป รอยอล ที่ซึ่งมีรูปปั้นและวัดหินที่ก่อขึ้นจากหุบเขา

อาการกระหายน้ำสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นดื่มของเหลวมากๆ กินอาหารรสเค็มอ่อนๆ และพกน้ำไปด้วย สำหรับการเดินทางกลับนั้นห้ามเดินทางไกลในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน

ถนน เฮอร์มีส เป็นถนนลาดยางและเข้าถึงได้สะดวก ติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับพาหนะที่สามารถเข้าถึงหุบเขาได้ ซึ่งจะมีแตกต่างกันไปออกในแต่ละปี

การเดินทางภายในหนึ่งวัน

หากคุณสามารถอดทนได้ ลองวางแผนเที่ยว สกายวอร์ค ซึ่งเป็นระเบียงกระจกที่มีความสูงจากพื้นของหุบเขาถึง 4,000 ฟุต โดยห่างจากเผ่าชนพื้นเมืองฮวาลาไพ ที่อยู่ในเขตสงวนของ Grand Canyon West การเดินทางใช้เวลาประมาณห้าชั่วโมงจากฝั่งทางใต้ ของแกรนด์แคนยอน และมีค่าธรรมเนียมเข้าชม การเดินทางด้านอื่น ๆ รวมถึงการเยี่ยมชม ทะเลสาบ Mead ของเนวาดาและ pueblos อายุ 900 ปี เครื่องปั้นดินเผาและอัฒจันทร์ที่ชาวอเมริกันพื้นเมืองทิ้งไว้ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ Wupatki ในแฟลกสตาฟ รัฐแอริโซนา

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย 


อ่านเพิ่มเติม: ต้นไม้ แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน

ต้นไม้

เรื่องแนะนำ

บินทะยานเหนือลาวาอันร้อนแรง

ภูเขาไฟปีตงเดอลาฟูร์แนซ (Piton de la Fournaise) มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “จุดสุดยอดของเตาไฟ” ภูเขาไฟลูกนี้ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังมีพลังมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะรเรอูนียง บนมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับเกาะมาดากัสการ์ เตาไฟอันร้อนแรงขนาดมหึมานี้ปะทุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 150 ครั้ง นับตั้งแต่มีการตั้งถิ่นฐานบนเกาะ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา ฟุตเทตอันมหัศจรรย์นี้ถูกถ่ายจากโดรน ควบคุมโดย Jonathan Payet ช่างภาพที่จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับความงดงามอันร้อนแรงของภูเขาไฟแบบใกล้ๆ ในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน   อ่านเพิ่มเติม : มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับสถานที่เหล่านี้, 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา

พิชิตขุนเขาด้วยมือเปล่า

เรื่อง มาร์ค เอ็ม ซินนอท เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา อเล็กซ์ ฮอนโนลด์ นักปีนผาคนดังกลายเป็นบุคคลแรกที่สามารถพิชิตเอล คาพิทัน ภูเขาหินความสูง 3,000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ตั้งตระหง่านคล้ายกำแพงขนาดยักษ์ได้สำเร็จ โดยปราศจากเชือก หรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใดๆทั้งสิ้น ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ อาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาในวงการปีนผา ตัวเขาใช้เวลาในการปีนทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง 56 นาที ภารกิจท้าทายขีดจำกัดของตัวเองนี้เสร็จสิ้นลงในเวลา 9.28 นาฬิกา ตามเวลาท้องถิ่น ภายใต้ท้องฟ้าสดใส ที่มีเมฆบางเบา ฮอนโนลด์ทิ้งร่างกายลงบนโขดหินของยอดเขาที่มีขนาดราวห้องนอนของเด็กเท่านั้น ฮอนโนลด์ หรือเป็นที่รู้จักในฐานะนักปีนผาด้วยมือเปล่า เริ่มภารกิจนี้ในตอนที่อรุณแตะขอบฟ้า เมื่อเวลา 5.32 นาฬิกา หลังใช้เวลาทั้งคืนในรถตู้ เขาแต่งกายด้วยเสื้อยืดตัวโปรดสีแดง และกางเกงไนลอน เติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าด้วยมื้อเช้า ซึ่งประกอบไปด้วยข้าวโอ๊ต, เมล็ดเจีย, เมล็ดแฟลกซ์ และบลูเบอร์รี่ เมื่อเดินทางมาถึง ฮอนโนลด์จอดรถตู้และเดินขึ้นไปตามทางเดินกรวด มุ่งตรงสู่กำแพงหินขนาดยักษ์ เขาดึงรองเท้าปีนเขาคู่ใจออกมา คาดถุงเล็กๆบรรจุผงชอล์กไว้รอบเอว ซึ่งจะช่วยให้มือของเขานั้นแห้งอยู่เสมอ และเมื่อพบรอยแยกแรก ฮอนโนลด์ก็เริ่มต้นสร้างตำนานใหม่ ด้วยการปีนขึ้นไป เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปี […]

สำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ออกเดินทางเพื่อเอาชนะเส้นทางใน ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ บังกลาเทศ จากทางเหนือของ ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ มีลักษณะคล้ายเขาวงกตที่มีสีของเนื้อดินละเอียดสวยงาม ท้องฟ้าใสของอ่าวเบงกอลกำลังคืบคลานเข้าไปในน่านน้ำมืดสลัวของแม่น้ำที่ไหลสลับไปมาเรียงรายไปด้วยใบไม้สีเขียวมรกต “การล่องไปตามแม่น้ำสักสองสามวันก็เปรียบเสมือนการหนีไปในโลกที่แตกต่าง” ซาบีน โรเออร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ท่องเที่ยว ชิลลี่ ไรเซน กล่าว พื้นที่กว้างใหญ่อันเขียวชอุ่มในอินเดียและบังกลาเทศนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อปรัมปรา ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวบ้านได้สักการะเทพนารีบอนบิบิ หรือ “อิสตรีแห่งป่า” จากเรื่องราวหนึ่งเล่าว่า บอนบิบิ เป็นลูกสาวของ ซุลฟี ฟาร์เคีย นำพาเธอมาจากซาอุดิอาระเบียสู่ป่าแห่งเอเชียใต้ เธอได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าให้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ด็องคิง ไร เป็นเสือที่จ้องจะทำร้ายชาวบ้าน เธอเลือกที่จะไม่ฆ่า ด็องคิง ไร แต่บอนบิบิ กลับต่อรองกลับไปว่า ด็องคิง ไร ไม่สามารถทำร้ายใครที่บูชาเธอได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านบางคนยังคงสวดอ้อนวอน ขอให้เทพนารี บอนบิบิ คุ้มครองก่อนเข้าไปในป่า ซ้ำยังมีเสือเบงกอล – ชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของป่าชายเลน – ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าหลากหลายรวมถึงสายพันธุ์หายาก เช่น งูเหลือมอินเดียและโลมาอิรวดี เนื่องจากสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของซุนดาบันส์ ทางองค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2530 อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยของสัตว์ยังคงอยู่ภายใต้การคุกคามทางธรรมชาติ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกำลังกลืนกินพื้นที่ในป่าและความเค็มของน้ำที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอันตรายต่อพืชและสิ่งมีชีวิตในทะเล […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.