แกรนด์แคนยอน หนึ่งในอุทยานฯ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ที่มีกิจกรรมหลากหลาย

สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

ฉลองครบรอบ 100 ปี ของอุทยานอันเป็นที่รักด้วยกิจกรรมที่ไม่สิ้นสุด

อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1919 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่มีมาอย่างยาวนาน และยังถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ลองอ่านเคล็ดลับจากผู้มีประสบการณ์ทั้งเจ็ดที่นี่ เพื่อให้การเดินทางของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

Do the classics ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

วิธีดั้งเดิมในการหาเส้นทางลาดชันของหุบเขาคือ การขี่ล่อ การเดินทางหนึ่งวันในฝั่งทางใต้ควรเริ่มเดินทางออกจาก Stone Corral เพื่อมุ่งไปทาง Bright Angel Trail

ที่แฟนทอมแรนช์ คุณจะพบที่พักเพียงแห่งเดียวในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ที่ไม่ใช่การตั้งแคมป์ (วิธีที่ดีที่สุดคือการจองทัวร์และที่พักของคุณล่วงหน้าหกเดือน)

การล่องแพในแม่น้ำโคโลราโด การผจญภัยนี้จะทำให้คุณมองเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอุทยานฯ เส้นทางของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและคดเคี้ยวที่สุดในโลก มากกว่า 160 เส้นทาง และใช้ระยะเวลาในการเดินทางสามารถอยู่ได้เป็นเวลาหนึ่งถึง 25 วัน

แม่น้ำโคโลราโด, แม่น้ำ, อุทยานแห่งชาติ, แกรนด์แคนยอน
จุดที่แม่น้ำโคโลราโดไหลผ่านแอริโซนา หินปูนจะเริ่มก่อตัวสร้างพื้นที่ เรียกว่า Gooseneck

เพลิดเพลินกับการขับรถชมวิวทิวทัศน์

สำหรับการเยี่ยมชมภายในหนึ่งวัน บนถนน เฮอร์มีส ตามแนวชายฝั่งทางใต้เป็นเส้นทางยาว 11 กิโลเมตร ที่ล้อมรอบหุบเขาแกรนด์แคนยอนและทัศนียภาพอันยอดเยี่ยมของแม่น้ำโคโลราโดที่คดเคี้ยวสลับกับเขาวงกตของหุบเขา นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสรับส่งไปตามเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อคราวที่มีการยุติห้ามใช้รถยนต์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ถนนเคปรอยัล ริมฝั่งทางเหนือ มีความยาว 37 กิโลเมตร ซึ่งให้มุมมองแบบพาโนรามา โดยคุณสามารถมองได้จากทุกจุดของหุบเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้าหรือค่ำ บริเวณจุดชมวิว Vista Encantada สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่กว้างใหญ่ของชนบท ในขณะที่หินปูนที่คดโค้งตามธรรมชาติที่จุดชมวิว Angels Window สามารถมองเห็นภาพอันสมบูรณ์ของแม่น้ำโคโลราโดได้เช่นกัน

การปีนเขา

The Rim Trail ส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยางที่เชื่อมต่อกัน โดยการใช้รถบัสรับส่ง การเดินป่าถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ในการหาตำแหน่งของหุบเขาด้านใน โดยมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในระดับความสูง สำหรับการปีนเขาที่ต้องใช้พลังมาก เลือกเส้นทาง Tonto Trail ซึ่งยาวกว่า 153 กิโลเมตร; ซึ่งมีพื้นที่ทุรกันดาร ระหว่าง Cottonwood Creek และ South Kaibab Trail 32 กิโลเมตร ได้รับการแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวของเรา โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะการขาดน้ำ

ริมฝั่งทางเหนือ สามารถพบเขตสงวน Havasupai Indian บนเส้นทาง Havasu Trail ซึ่งเป็นโอเอซิสอันเขียวชอุ่มซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมการก่อตัวของหินอ่อน เมื่อเดินตามเส้นทางไปลำธารจนถึงแม่น้ำโคโลราโด เพื่อค้นหาแอ่งน้ำที่สมบูรณ์ที่เกิดจากลำธารและน้ำตกสีเขียวขุ่นที่เรียงซ้อนกันบริเวณหน้าผา วิธีที่ดีที่สุดในการชื่นชมความกว้างหุบเขาคือการปีนเขาจากฝั่งทางเหนือไปยังฝั่งทางใต้ ผ่านทาง North Kaibab และ Bright Angel Trails   การปีนเขาในระยะทาง 37 กิโลเมตร นี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้าได้ง่าย

เรื่องแนะนำ

เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ

บันทึกเส้นทางเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ที่ไม่ได้ให้เพียงความท้าทาย แต่รวมไปถึงการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และวิถีการอนุรักษ์ธรรมชาติในมุมมองใหม่ (เชิญชมวิดีโอ ‘เดินป่า 4 วัน 49 กิโลเมตร บนเส้นทางชีวิตสัมพันธ์คนดอย คนเมือง และธรรมชาติ’ จ. แม่ฮ่องสอน ได้ที่นี่) ลองนึกภาพว่าคุณเป็น “คนเมือง” ที่ต้องไปเดินและอาศัยอยู่ป่าเป็นเวลา 4 วัน 4 คืน ในเส้นทางราว 49 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่ค่อยๆไต่ระดับสู่ยอดดอยอันสูงชันบนทางเท้าในป่าคับแคบ เส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตรายจากทางลาดบนสันเขา (ทั้งช่วงขึ้นและลง) ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ ก็อาจมีโอกาสเท้าบวมเนื่องจากการเดินโดยใส่รองเท้าเดินป่าหนาเตอะอย่างยาวนานตั้งแต่เช้าจรดเย็น (บางคนก็ค่ำ) เมื่อยามหลับใหล ก็มีโอกาสเผชิญกับน้ำค้างเกาะเต็นท์ที่ส่งอุณหภูมิหนาวเย็นเหลือประมาณจับไปทั่วร่างกาย จนไม่อาจข่มตาได้สนิทตลอดทั้งคืน บางคนต้องล้มเลิกการเดินทางกลางคันด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อาจฝืนทน และมีคนอีกไม่น้อยที่ยังพอประคับประคองสภาพร่างกาย แต่กลับต้องสู้กับจิตใจของตัวเองด้วยการถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “เรามาทำอะไรที่นี่” นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้รับจากการเดินป่าในเส้นทางเดินป่าระยะไกลชุมชนขุนน้ำเงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านงานเดินป่า Fjallraven Thailand Trail 2020 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว แม้จะมีเรื่องราวอันยากลำบากมากมายเกิดขึ้นบนเส้นทาง ในอีกด้านหนึ่ง […]

แสงแรกในแดนอาทิตย์อุทัยบนยอดภูเขาไฟฟูจิ

ฟูจิซัง ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ ภูเขาไฟฟูจิหรือ ฟูจิซัง เป็นสัญลักษณ์สำคัญ และยังเป็นภูเขาที่มียอดสูงที่สุดในญี่ปุ่น (3,776 เมตร) ชาวญี่ปุ่นยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ เส้นทางปีนเขาบนฟูจิจึงกลายเป็นที่นิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เรื่อง : สุวิมล สงวนสัตย์ ภาพถ่าย : ชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ ทางการญี่ปุ่นเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิได้เฉพาะช่วงฤดูร้อน เนื่องจากในช่วงอื่นของปีมีอากาศหนาวเย็นและมีหิมะปกคลุม ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยวได้ สำหรับปี 2019 เส้นทางปีนเขาเปิดให้นักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์บนยอดภูเขาไฟตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 10 กันยายน หากคุณอยากหลีกเลี่ยงความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว แนะนำให้วางแผนเดินทางมาในวันธรรมดา เพราะช่วงวันหยุดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน บางช่วงของเส้นทาง คนเบียดกันจนแทบเดินต่อไม่ได้ เส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือโยชิดะ (Yoshida Trail) เพราะเป็นเส้นทางที่เดินค่อนข้างง่าย เหมาะกับคนทั่วไปที่ไม่มีประสบการณ์ในการปีนเขา อีกทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆ ทั้งห้องน้ำ ห้องปฐมพยาบาล หรือบ้านพักที่มีให้เลือกตลอดเส้นทางตั้งแต่สถานีที่ 7 ขึ้นไป เส้นทางโยชิดะเริ่มจากฟูจิซูบารุไลน์ หรือสถานีที่ 5 (5th Station) เราวางแผนมาตั้งหลักและพักค้างคืนที่คาวากูจิโกะหนึ่งคืนเพื่อนั่งรถรอบ […]

เปริโตโมเรโน ธารน้ำแข็งแห่งอาร์เจนตินา

ธารน้ำแข็ง เปริโตโมเรโน เรื่องและภาพ : ชลธิชา สุขุมาลจันทร์ ปาตาโกเนีย ดินแดนธรรมชาติมหัศจรรย์ ธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโลสกลาซิอาเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดซานตาครูซ ประเทศอาร์เจนตินา นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “ปาตาโกเนีย”ดินแดนอันสวยงามที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ที่นอกเหนือจากธารน้ำแข็งแล้ว ยังมีทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และทะเลทราย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของประเทศอาร์เจนตินาและชิลี หากคุณมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวมายังแถบปาตาโกเนีย ไม่ควรพลาดการแวะชมธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน เพราะเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เดินทางเข้าถึงง่าย เริ่มต้นจากเมืองเอลกาลาฟาเต เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณสองชั่วโมง และความพิเศษอย่างหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิดได้ด้วยการ ”เดินบนธารน้ำแข็ง” เปริโตโมเรโนเริ่มต้นอย่างไรดี การเดินเท้าบนธารน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าไปเดินเองได้ จำเป็นต้องมีบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าชมพื้นที่ และควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน (ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ถ้ายิ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว อาจต้องจองล่วงหน้านานมากกว่านั้น) โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านทางที่พัก หรือบริษัททัวร์โดยตรง ปกติแล้ว การเดินบนธารน้ำแข็งมีตัวเลือก 2 ระยะทาง คือ Mini-Trekking ใช้เวลาเดินชมประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และระยะทาง Big Ice ซึ่งจะใช้เวลาเดินเท้าบนธารน้ำแข็งราวๆ ห้าชั่วโมง ชมคลิปวิดีโอธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ได้ที่นี่ สำหรับครั้งนี้ เราเลือกเดินแบบ Mini-Trekking โดยค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายให้บริษัททัวร์เป็นราคาที่ไม่รวมค่าเข้าอุทยานฯ และอาหารกลางวัน […]

เอเวอเรสต์มาราธอน รายการวิ่งบนเส้นทางที่สูงที่สุดในโลก

ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี นักวิ่งเทรลจากทั่วโลกมารวมตัวกันในรายการ เอเวอเรสต์มาราธอน วันที่ 29 พฤษภาคม 1953 เป็นวันที่ Tenzing Norgay Sherpa และ Sir Edmund Hillary มนุษย์คู่แรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ และในวันเดียวกันของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้พิชิตทั้งสองคนจึงเกิดรายการวิ่ง Tenzing Hillary Everest Marathon หรือที่รู้จักโดยทั่วไปในนาม เอเวอเรสต์มาราธอน เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญและความสำเร็จนี้ โดยในปี 2019 เป็นการจัดการแข่งขันครั้งที่ 17 และมีคนไทยเข้าร่วมการแข่งขันเพียงคนเดียว รายละเอียด Everest Marathon คุณพิพัฒน์ ละเอียดอ่อน ชาวไทยเพียงคนเดียวที่ร่วมรายการวิ่งเอเวอเรสต์มาราธอนในปีนี้ เล่าว่า ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องเดินขึ้นไปยังจุดปล่อยตัวบนเอเวอเรสต์เบสแคมป์ ที่ความสูงประมาณ 5,300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งนับเป็นเสน่ห์ของรายการนี้ ที่ผ่านมามีคนไทยเข้าร่วมรายการเพียง 1-2 คน สภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศที่สุดขั้วเป็นสิ่งท้าทายนักวิ่งทุกคน ที่ผ่านมานักวิ่งจากนานาชาติไม่เคยชนะคนท้องถิ่นหรือเชอร์ปาได้เลย ทางผู้จัดงานจึงแบ่งประเภทการแข่งขันเป็นรุ่นคนท้องถิ่น และรุ่นนานาชาติ ในปีนี้มีนักวิ่งจากทั่วโลกเข้าร่วมประมาณ 140 คน และคนเนปาลประมาณ 60-70 คน วันที่ […]