รู้จักกับ คาร์ซีต อุปกรณ์บนรถเพื่อลูกน้อยที่พ่อแม่หลายคนหลงลืม

รู้จักกับ คาร์ซีต อุปกรณ์บนรถเพื่อลูกน้อยที่พ่อแม่หลายคนหลงลืม

ภาพของเด็กวัยเกิดกำลังใช้ คาร์ซีต ภาพถ่ายจาก https://yourshot.nationalgeographic.com/photos/5386068/ โดย Michael Lee


เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ การติดตั้ง คาร์ซีต (Car seat) หรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็กจึงจำเป็น เพียงแต่ว่าในสังคมไทยอาจยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้มากนัก

ความปลอดภัยของลูกน้อยเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับผู้ที่เป็นพ่อแม่เสมอ

ในยามที่พ่อแม่ต้องพาลูกออกเดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัว อุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันอย่างลำลองว่า คาร์ซีต (Car Seat หรือ Child Safety Seat) ซึ่งในระดับสังคมโลกถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครอบครัวที่มีรถยนต์ แต่สำหรับในประเทศไทย การใช้คาร์ซีตอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในบรรดาพ่อแม่ลูกอ่อนชาวไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม คาร์ซีตกลายเป็นเด็นทางสังคมมากขึ้นเมื่อมีกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งมีเด็กน้อยนั่งอยู่บนรถ แต่กลับรอดชีวิตได้เพราะคาร์ซีตมาอยู่หลายครั้ง

ถ้าเป็นในสังคมต่างประเทศ เหตุการณ์แบบนี้อาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับในประเทศไทยกลับดูเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะคาร์ซีตไม่ได้รับความสำคัญมากนัก และเหตุการณ์เช่นนี้ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่า คาร์ซีตนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและทรงคุณค่ายิ่งสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกน้อย

คาร์ซีต
รูปร่างลักษณะของคาร์ซีตเมื่อกำลังถูกใช้งาน ภาพถ่ายจาก https://yourshot.nationalgeographic.com/photos/7871690/ โดย Jessica Svoboda

คาร์ซีตคืออะไร

คาร์ซีต หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์เสริมเบาะที่นั่งรถยนต์ซึ่งออกแบบพิเศษเพื่อป้องกันเด็กจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในคราวที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ เช่น เหตุการณ์รถชน โดยปกติแล้ว คาร์ซีตถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของรถจะต้องเป็นผู้ติดตั้งด้วยตัวเอง

มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าแต่เดิมเบาะนั่งบนรถยนต์สำหรับเด็กเริ่มมีการคิดค้นเมื่อราวทศวรรษที่ 1930 แต่ในช่วงเวลานั้นไม่ได้ถูกประดิษฐ์มาเพื่อจุดประสงค์ของความปลอดภัย แต่กลับประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเป็นเบาะที่ยกสูงเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถมองดูเด็กระหว่างควบคุมยานพาหนะได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเป็นเพื่อความปลอดภัยของเด็กดังเช่นในปัจจุบัน

ความสำคัญของคาร์ซีต

สำหรับผู้ใหญ่ การคาดเข็มขัดนิรภัย และการติดตั้งระบบถุงลมนิรภัยก็เพียงพอสำหรับความปลอดภัย แต่สำหรับเด็กนั้น สรีระของพวกเขายังไม่พัฒนามากพอที่จะนั่งเบาะรถยนต์และคาดเข็มขัดนิรภัยเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ได้ คาร์ซีตจึงเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อมีเด็กโดยสารในรถ โดยเมื่อถึงคราวเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีตจะช่วยป้องกันเด็กจากแรงกระแทก และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กรอดจากอุบัติเหตุมาได้ นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกรายงานบ่งชี้ว่าการใช้เบาะนิรภัยสำหรับเด็กนี้สามารถลดผลกระทบจากอุบัติเหตุได้ดี และช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตของเด็กได้มากถึง 70 %

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความเชื่อที่ว่าคาร์ซีตเป็นสิ่งที่แพงเกินจำเป็น (ช่วงราคาของคาร์ซีตมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น) หรือแค่คาดเข็มขัดให้เด็ก หรือให้เด็กนั่งตักผู้ใหญ่ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดและอันตรายต่อเด็กอย่างมาก เพราะเมื่อถึงคราวเกิดอุบัติเหตุ แรงกระแทกอาจจะทำให้เด็กหลุดจากตักไปกระแทกกับตัวรถ อาจจะรับบาดเจ็บจากแรงกระแทกของผู้ให้นั่งตัก หรือถุงลมนิรภัยอาจปิดหน้าเด็กจนหายใจไม่ออกและเสียชีวิตได้ ดังนั้น เราอาจกล่าวได้ว่าคาร์ซีตเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ซึ่งข้อมูลจาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เมื่อปีพ.ศ. 2557 ระบุว่ามีด็กไทยบาดเจ็บฉุกเฉินจากอุบัติเหตุยานยนต์มากถึง 318,379 ครั้ง

ประเภทของคาร์ซีต
คาร์ซีตนั้นมี 3 ประเภท ซึ่งจะแบ่งตามอายุและสรีระที่ต่างกันออกไป

1. Rear-Facing / Rear-Facing convertible หรือ คาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เป็นคาร์ซีตที่ติดตั้งโดยหันหน้าเข้ากับเบาะหลัง และสามารถถอดออกจากเบาะที่เป็นฐานได้ เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปี ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 9-10 กิโลกรัม

2. Forward-facing convertible / Forward-facing with harness หรือ คาร์ซีทแบบหันไปข้างหน้ารถ เป็นคาร์ซีตที่ติดตั้งโดยหันหน้าไปทางด้านหน้ารถเหมือนกับเบาะรถทั่วไป เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2-5 ปี หรือเด็กที่มีน้ำหนัก 9 กิโลกรัมขึ้นไป หรือมีส่วนสูงเข้าเกณฑ์ที่จะเปลี่ยนมานั่งคาร์ซีตประเภทนี้ได้

3. Booster หรือ คาร์ซีทแบบที่นั่งเสริม โดยติดตั้งกับเบาะหลัง และหันไปข้างหน้ารถเหมือนคาร์ซีตที่หันไปข้างหน้ารถ เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป เหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัว 15- 25 กิโลกรัม

ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เด็กควรนั่งคาร์ซีตไปจนถึงอายุ 12-13 ปี หรือมีความสูงพอที่นั่งห้อยขาแล้วขายาวถึงพื้น และเมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยแล้วอยู่ตรงส่วนกระดูกเชิงกราน จึงสามารถนั่งเบาะรถและขาดเค็มขัดนิรภัยธรรมดาได้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกเด็กอาจจะไม่คุ้นเคยกับคาร์ซีต และไม่อาจยอมนั่ง ดังนั้นพ่อแม่จึงจำเป็นที่ฝึกให้เด็กหัดนั่งคาร์ซีตจนเกิดความเคยชิน เพื่อความปลอดภัยของเด็กและความสบายใจของพ่อแม่เอง

คาร์ซีต
การใช้คาร์ซีต จะลดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้ปกครอง และอาจรวมไปถึงเด็กเล็กด้วยเช่นกัน ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://www.tearfreetravel.com/toddler-travel-hacks/

คาร์ซีต วาระแห่งความปลอดของเด็กระดับโลก

ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วให้ความสำคัญกับคาร์ซีตอย่างมาก เนื่องจากแนวคิดที่ว่าสิทธิความปลอดภัยของเด็กต้องได้รับความคุ้มครองโดยเฉพาะจากผู้ปกครอง จึงมีกฎหมายหรือข้อบังคับเกี่ยวเรื่องนี้อย่างชัดเจน เช่น แคนาดา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมนี ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สหรัฐอเมริกา ออสเตรีย ออสเตรเลีย บราซิล อิสราเอล แม้ว่าแต่ละประเทศอาจมีข้อแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ก็สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างดี

แน่นอนว่าในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับคาร์ซีตอย่างชัดเจนเช่นประเทศเหล่านี้ ถึงแม้จะมีพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2538 ที่ระบุให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัย แต่อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าเข็มขัดนิรภัยนั้นเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เหมาะกับผู้ใหญ่ แต่ไม่เหมาะสมกับเด็กเสียเลย

ถึงแม้ว่าการใช้คาร์ซีตในประเทศไทยอาจจะยังไม่แพร่หลายหรือถูกบัญญัติให้เป็นกฎหมายที่ชัดเจน รวมไปถึงปัจจัยด้านมูลค่าของคาร์ซีต หรือแม้กระทั่งความเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เด็กมีเด็กรอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์หลายครั้งเนื่องจากคาร์ซีตก็น่าจะแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของมันได้ดี แน่นอนว่าเมื่อมีการใช้ยานพาหนะ อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้แสมอแม้ว่าเราจะระมัดระวังมากเพียงใด ดังนั้นการเตรียมตัวติดตั้งคาร์ซีตในรถยนต์ของคนที่เป็นพ่อแม่จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะไม่มีมูลค่าใดที่แพงเกินไปกว่าสวัสดิภาพและความปลอดภัยของลูกน้อยอีกแล้ว

แหล่งอ้างอิง

คาร์ซีทคืออะไร? สำคัญอย่างไร?

คาร์ซีทสำคัญมากเพื่อชีวิตลูก  

คาร์ซีท เลือกซื้อและติดตั้งอย่างไร ให้ปลอดภัยต่อลูกน้อย

คาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยลูก อย่าหวังพึ่งกฎหมาย 

“ทำไมต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท” 

กฎหมายเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางสำหรับเด็ก ตอน CAR SEAT  

Car Seats: Information for Families 

Car seat safety

Child car seats laws around the world  


อ่านเพิ่มเติม รถยนต์ไร้คนขับ เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นประโยชน์หรือความเสี่ยง

เรื่องแนะนำ

โต๋เต๋ ทะเลมัลดีฟส์ ออกไปฟรีไดฟ์สัมผัสโลกใต้ทะเล

ผมชอบดำน้ำครับ ก็ดำไปเรื่อยตั้งแต่ดำเล่นๆ จนมาเป็นผู้ฝึกสอน ถ้านับรวมเวลาก็ประมาณ 25 ปีแล้ว ปกติคนทั่วไปรู้จักกิจกรรมดำน้ำในรูปแบบใช้ถัง หรือสกูบา (Scuba diving) กับการดำน้ำแบบลอยเท้งเต้งอยู่บนผิวน้ำพร้อมชูชีพ หรือสนอร์เกิล (Snorkeling diving) ตอนนี้ มีการดำน้ำรูปแบบใหม่ที่พัฒนาจากกีฬา ด้วยการกลั้นหายใจใต้น้ำ เสริมเทคนิคต่างๆให้อยู่ในน้ำได้นานขึ้น ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น โดยไม่ต้องแบกอุปกรณ์ หรือที่เรียกว่า ฟรีไดฟ์ (Free diving) มัลดีฟส์เป็นจุดหมายยอดฮิตสำหรับนักดำน้ำ และเป็นสถานที่สุดโปรดของเหล่าฟรีไดฟ์ ด้วยเหตุผลที่ว่า แต่ละจุดดำน้ำมีทัศนียภาพแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องลงลึกเท่ากับสกูบา และไม่ได้ลอยอยู่บนผิวน้ำแบบสนอร์เกิล  เรียกว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ยากไม่ง่าย การมองหาสัตว์ทะเลอย่างฉลามวาฬก็ทำได้ง่าย เมื่อเราพบตัวอะไรก็สามารถพุ่งเข้าไปด้วยฟิน (ตีนกบ) ถ้ากลั้นหายใจได้นานก็สามารถเข้าใกล้สัตว์ทะเลได้ใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งเต่าทะเลและปลาเก๋า นับเป็นเสน่ห์ของฟรีไดฟ์ที่หลายคนหลงใหล การเดินทางไปมัลดีฟส์ควรพิจารณาเรื่องที่พักด้วยนะครับ เพราะในประเทศนี้มีเกาะเป็นร้อยแห่ง บางแห่งที่พักสวยและราคาถูก ซึ่งเราอาจพบฝูงปลามากมาย หรือเดินทางไปช่วงตั๋วเครื่องบินราคาถูก เราอาจไม่เจอกระเบนราหูก็ได้ นอนรีสอร์ตหรูก็ใช่ว่าจะเจอพี่จุด (ฉลามวาฬ) ที่ผมพยายามสื่อคือ อย่าไปเลือกที่พักเพราะราคาหรือแค่ความสวยงาม ถ้าคุณตั้งใจไปฟรีไดฟ์ ลองถามคนเคยไปฟรีไดฟ์มาแล้วดีกว่า ที่มัลดีฟส์มีรีสอร์ตหลายแห่งที่เปิดบริการสำหรับนักฟรีไดฟ์โดยเฉพาะ นึกตามง่ายๆคือ คุณตื่นขึ้นจากเตียง แล้วสามารถกระโดดลงทะเลจากหน้าที่พักของคุณได้เลย หรืออย่างน้อยก็นั่งเรือออกจากที่พักเพียงไม่กี่นาทีก็ลงดำน้ำได้แล้ว […]

เที่ยว ฮาวาย ในสายลมหนาว

การเดินทางครั้งนี้ เป็นการออกเดินทางไปทำงานและพักผ่อนในเวลาเดียวกัน เพื่อนร่วมทางครั้งนี้คือลูกชายวัยรุ่นที่อยากลองติดตามพ่อของเขาไปเที่ยว ฮาวาย สักครั้ง การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 เมื่อผมได้รับเกียรติเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันอุคุเลเลนานาชาติ รอบชิงชนะเลิศ ที่เกาะโฮโนลูลู มลรัฐ ฮาวาย จึงถือโอกาสพาลูกชายไปใช้ชีวิตที่ฮาวายเป็นเวลา 9 วัน ในช่วงฤดูหนาวในแถบหมู่เกาะฮาวาย อากาศไม่ได้หนาวเย็นยะเยือก อุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส บวกกับลมพัดเอื่อยตลอดวัน แสงแดดร้อนแรงยังเป็นเอกลักษณ์ของเกาะฮาวายในทุกฤดูกาล สภาพท้องทะเลในช่วงนี้ไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลสักเท่าไหร่ ทางตอนบนของเกาะมีสภาพคลื่นลมแรง เหมาะสำหรับการเล่นกระดานโต้คลื่นแบบเอ็กซ์ตรีมเท่านั้น ส่วนทางใต้ คลื่นลมสงบจนแทบไม่มีคลื่น จึงเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวบางตา ทั้งพ่อลูกจึงไม่ได้วางแผนทำกิจกรรมที่ทะเลมากนัก แต่เน้นไปเดินเที่ยวสำรวจสภาพภูมิทัศน์บนเกาะแทน ครั้งนี้จึงได้มุมและภาพที่ยังไม่ค่อยมีใครได้ไปสัมผัสมาฝากทุกท่านครับ หาด Ke Iki ที่อยู่ทางเหนือของเกาะโอวาฮู เป็นที่ตั้งของรูปสลักหินโบราณ แต่ตอนที่เราสองคนพ่อลูกเดินทางไปถึง เป็นช่วงที่น้ำทะเลได้พัดพาทรายมาทับถมรูปสลักจนมองไม่เห็น แต่เราก็ใช้เวลาด้วยกันบนชายหาดที่เต็มไปด้วยหิน ให้ความรู้สึกสนุกตอนที่ต้องคอยเดินอย่างระแวดระวังเพื่อหลบหินคมๆ ถัดมาไม่ไกล เป็นที่ตั้งของอ่าววายเมีย (Waimea) อันสวยงาม แต่ในฤดูหนาว คลื่นลมแรงและอันตรายมาก ไม่เหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ และผมได้ยินมาว่า สัปดาห์ก่อนผมมาถึง นักท่องเที่ยวจมหายไปกับเกลียวคลื่น เราจึงตัดสินใจไป วายเมียวัลเลย์ หุบเขาที่รุ่มรวยด้วยพฤษชาติท้องถิ่น กับเส้นทางเดินเดินป่าง่ายๆ […]

โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์

เอช. เอช. โฮล์มส์คือหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน เรื่องราวความน่ากลัวของเขาโหดจนบันดาลใจให้มีการสร้างโรงแรมวิปลาสแห่งนี้ขึ้นในกรุงลอนดอน

ดีแคทลอน สโตร์ที่มอบประสบการณ์ให้แก่ผู้ซื้อ

ดีแคทลอน ร้านอุปกรณ์กีฬาที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้ซื้อตั้งแต่อยู่ในร้าน “ผลิตภัณฑ์ของเราออกแบบโดยผู้เล่นกีฬาตัวจริง เพื่อผู้เล่นกีฬาตัวจริงเช่นคุณ” – ดีแคทลอน คือข้อความที่ปรากฏบนหน้าเว็บไต์ของร้านขายอุปกรณ์กีฬาสัญชาติฝรั่งเศส ชื่อ ดีแคทลอน (Decathlon) ทีมงานจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ลงพื้นที่ไปทำความรู้จักดีแคทลอนให้มากขึ้น เมื่อเราเห็นผลตอบรับที่ดีจากการการออกร้านในงาน Explorers Fair 2019 ที่ผ่านมา ภายในกองบรรณาธิการ เราสอบถามกันว่าใครรู้จักดีแคทลอนบ้าง มีเพียงหนึ่งถึงสองคนเท่านั้น ที่ตอบมาอย่างหนักแน่นว่าเป็นแบรนด์อุปกรณ์กีฬาที่มีชื่อเสียงในฝรั่งเศสมาเนิ่นนานแล้ว และสืบเนื่องจากงาน Explorers Fair 2019 ที่ผ่านมา ที่เราได้ร่วมงานกับดีแคทลอน เราจึงได้รับเชิญไปเยี่ยมชมสโตร์ของดีแคทลอน สาขาพระราม 4 บรรยากาศการพบปะกันไม่ใช่การนั่งคุยกันจริงจังอย่างที่เราคุ้นเคย ผู้จัดการสโตร์นำเราเดินชมรอบๆ พร้อมเล่าถึงความเป็นมาเป็นไปของดีแคทลอนในประเทศไทย “เราอยากให้ทุกคนเข้าถึงกีฬาได้สะดวกและง่ายขึ้น” คือแนวคามคิดที่ดีแคทลอนยึดเป็นแนวทางในการขยายสาขาให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สโตร์เข้าไปอยู่ใกล้แหล่งที่ผู้บริโภคต้องการเราและเข้าถึงได้ง่าย ในปี 1976 ดีแคทลอนก่อตั้งสโตร์แรกในฝรั่งเศส จากนั้นขยายฐานการผลิตมาตั้งโรงงานผลิตสินค้าในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 1989 อีกห้าปีถัดมาเปิดร้านในรูปแบบเอาต์เล็ต ปี 2013 ดีแคทลอนเพิ่มความสะดวกให้ผู้ซื้อด้วยการเปิดตัวบริการ E-commerce และในปี 2015 เกิดสโตร์สาขาแรกในไทย คือสาขาบางนา ปัจจุบัน ดีแคทลอนขยายสาขาไปทั่วประเทศไทยรวม 10 […]