ตรวจสอบรายชื่ออุทยานแห่งชาติในประเทศไทย ที่จะเปิดให้บริการ 1 กรกฎาคม นี้

อุทยานแห่งชาติที่จะเปิดให้บริการอีกครั้ง

รายชื่ออุทยานแห่งชาติในประเทศไทย ที่พร้อมเปิดให้บริการ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงมาตรการการจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้ช่วงสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติต้องประกาศปิดให้บริการตามนโยบายการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ในขณะเดียวกัน ภาพสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นอย่างที่สื่อหลายสำนักนำเสนอผ่านภาพข่าว จึงเกิดกระแสการแลกเปลี่ยนในสังคมเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุทยานห่งชาติ เพื่อให้ธรรมชาติคงอยู่ในสภาพที่ดีต่อไป

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้รับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่อุทยานฯ จึงเสนอแนวทางการเปิดอุทยานฯ รับนักท่องเที่ยวหลังจากการแพร่ระบาดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยแบ่งอุทยานฯ ทั้งหมดเป็น 3 หมวด คือ อุทยานแห่งชาติที่เปิดทุกพื้นที่ อุทยานแห่งชาติที่เปิดพื้นที่บางส่วน และอุทยานแห่งชาติที่ปิดทุกพื้นที่ โดยมอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาตามความเหมาะสม และความสามารถต่อการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ หรือ CC (Carrying Capacity) เพื่อควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้ ทางกรมอุทยานฯ ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางเข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องจองการเข้าพื้นที่ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Que Q รวมถึงต้องลงทะเบียนเข้าออกผ่านแอปพลิเคชัน ไทยชนะ ทุกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช https://www.facebook.com/pg/NationalPark.Interpretation/posts/

ภาพประกอบ: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เหล่านี้คือรายชื่ออุทยานแห่งชาติที่แบ่งตามหมวดหมู่

รายชื่ออุทยานแห่งชาติที่เปิดทุกแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 64 แห่ง
แบ่งตามภูมิภาค

ภาคใต้ 14 แห่ง

1 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี

2 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร

3 อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จ.สุราษฎร์ธานี

4 อุทยานแห่งชาติแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี

5 อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ – เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

6 อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี จ.ระนอง

7 อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา

8 อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต

9 อุทยานแห่งชาติเขานัน จ.นครศรีธรรมราช

10 อุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช

11 อุทยานแห่งชาติเขาลำปี – ท้ายเหมือง จ.พังงา

12 อุทยานแห่งชาติหาดขนอม – หมู่เกาะทะเลใต้ (เตรียมการฯ) จ.นครศรีธรรมราช

13 อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี (เตรียมการฯ) จ.สงขลา

14 อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว – เขาตันหยง (เตรียมการฯ) จ.นราธิวาส

ภาคเหนือ 24 แห่ง

1 อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน

2 อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการฯ) จ.เชียงราย

3 อุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ จ.พิษณุโลก

4 อุทยานแห่งชาติแควน้อย (เตรียมการฯ) จ.พิษณุโลก

5 อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ จ.อุตรดิตถ์

6 อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร

7 อุทยานแห่งชาติคลองลาน จ.กำแพงเพชร

8 อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จ.กำแพงเพชร

9 อุทยานแห่งชาติขุนน่าน จ.น่าน

10 อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จ.น่าน

11 อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน จ.น่าน

12 อุทยานแห่งชาตินันทบุรี (เตรียมการฯ) จ.น่าน

13 อุทยานแห่งชาติแม่จริม จ.น่าน

14 อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน

15 อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง

16 อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล จ.ลำพูน

17 อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท (เตรียมการฯ) จ.ลำปาง

18 อุทยานแห่งชาติแม่วะ จ.ลำปาง

19 อุทยานแห่งชาติดอยจง จ.ลำปาง

20 อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต (เตรียมการฯ) จ.ลำปาง

21 อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ จ.ตาก

22 อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย (เตรียมการฯ) จ.ตาก

23 อุทยานแห่งชาติดอยหลวง จ.เชียงราย

24 อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก (เตรีมการฯ) จ.เชียงราย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 แห่ง

1 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

2 อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก จ.สกลนคร

3 อุทยานแห่งชาติตาดโตน จ.ชัยภูมิ

4 อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ

5 อุทยานแห่งชาติภูแลนคา จ.ชัยภูมิ

6 อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี

7 อุทยานแห่งชาตินายูง – น้ำโสม (เตรียมการฯ) จ.อุดรธานี

8 อุทยานแห่งชาติภูลังกา จ.นครพนม

9 อุทยานแห่งชาติภูเก้า – ภูพานคำ จ.ขอนแก่น

10 อุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ – ภูพระบาท (เตรียมการฯ) จ.อุดรธานี

ภาคตะวันออก 9 แห่ง

1 อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี

2 อุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว

3 อุทยานแห่งชาติตาพระยา จ.สระแก้ว

4 อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราด

5 อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จ.จันทรบุรี

6 อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา จ.จันทรบุรี

7 อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ จ.จันทรบุรี

8 อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จ.ตราด

9 อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จ.จันทรบุรี

ภาคตะวันตก 5 แห่ง

1 อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี

2 อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี

3 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

4 อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

5 อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภาคกลาง 2 แห่ง

1 อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จ.สระบุรี

2 อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี

อ่านต่อหน้า 2 

เรื่องแนะนำ

เส้นทางกองทัพบนหลังม้าแห่ง ไซบีเรีย

เส้นทางกองทัพบนหลังม้าแห่ง ไซบีเรีย: ไบคาล (Baikal) เกินจุดเยือกแข็ง หนังสือเล่มหนึ่งชื่อเรื่องสะดุดตา ชื่อว่า “The Blue Wolf” a novel of the life of Chinggis Khan.” ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ชื่อว่า “ตำนานจอมทัพมองโกล” เนื้อหาบอกเล่าประวัติศาสตร์เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของเตมูจิน หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อเจงกิสข่าน ผู้รวบรวมชนเผ่าเร่ร่อนของทุ่งหญ้าแห่ง ไซบีเรีย (Siberia) ให้เป็นหนึ่ง และแม่ทัพที่สามารถรวบรวมอาณานิคมกว้างใหญ่ที่สุดในช่วงศตวรรษที่สิบเจ็ด หลายคนอาจไม่รู้จักเตมูจิน หรืออาจเคยฟังเรื่องเล่า หรือเคยอ่านประวัติเตมูจินแต่ลืมเลือนไปแล้ว ผู้เขียนก็เช่นกัน แต่กลับต้องแปลกใจเมื่อกำลังท่องเที่ยวอยู่ในแคว้นไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย หลายสถานที่ผู้นำเที่ยวท้องถิ่นพูดถึงชื่อเตมูจิน (Temujin) หลายครั้ง จนต้องกลับไปทบทวนเกี่ยวกับประวัติของเตมูจิน แม่ทัพใหญ่แห่งเผ่ามองโกเลีย ผู้กลายมาเป็นเจงกิสข่าน ว่ามีความสำคัญอย่างไรกับแคว้นไซบีเรีย ทั้งๆ ที่เตมูจินเป็นนักรบจากมองโกลและแน่นอนว่าหนึ่งในเส้นทางเดินทัพของเตมูจินคือเส้นทางสายดวงตาสีฟ้าแห่งไซบีเรีย (The blue eyes Siberia) นั่นคือทะเลสาบไบคาลที่กว้างใหญ่หลายร้อยกิโลเมตร กองทัพบนหลังม้าของเจงกิสข่านได้ชื่อว่าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวในยุคที่มองโกลเลียล่าอาณานิคม สำหรับตัวผู้เขียนซึ่งเป็นชาวไทย นึกภาพไม่ออกเลยถึงความน่าเกรงขามของกองทัพมองโกลในยุคนั้น จนกระทั่ง เมื่อทะเลสาบไบคาล (Baikal) ในเมืองอีร์คุตสค์ (Irkutsk) […]

ภูฏาน ประเทศที่อัตราปลดปล่อยคาร์บอนเป็นลบ

ภูฏานถูกขนานนามว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ที่น่าทึ่งก็คือพวกเขามีอัตราการปลดปล่อยคาร์บอนเป็นลบ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

ไปแคมปิ้งฤดูหนาว อย่างไรให้มีความสุข

ข้อดีของการออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งในช่วงฤดูหนาวคือ มีแมลงมารบกวนน้อยลง เพราะวงจรชีวิตของพวกมันยังอยู่ในช่วงตัวอ่อน ก่อนจะโตเต็มวัยในช่วงฤดูร้อน ทำให้เราสัมผัสกับความงามและความเงียบสงบของธรรมชาติในฤดูหนาวที่บริสุทธิ์ได้เต็มที่  อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ได้เตรียมตัวมาให้ดี ก็อาจพบอุปสรรคที่ท้าทายได้เช่นกัน การเตรียมตัวเข้าแคมป์ในช่วงฤดูหนาวที่ดีนั้นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ และต้องปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูกัน สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อ ไปแคมปิ้งฤดูหนาว เลือกจุดกางเต็นท์ที่สามารถกำบังลมได้และไม่มีอันตรายจากกิ่งไม้ใหญ่ ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการตั้งแคมป์ในฤดูหนาว คุณจะต้องมีเต็นท์ที่แข็งแรง ถุงนอนที่อบอุ่น แผ่นรองนอน และเตาที่เหมาะสำหรับใช้ในอุณหภูมิที่หนาวเย็น สวมใส่เสื้อผ้าที่อุ่นขึ้น อย่างเสื้อ Midweight Base Layers กางเกงกันหนาว Fleece Pants อย่าลืมถุงเท้า หมวก ถุงมือ และแว่นกันแดด เพราะช่วงกลางวันของฤดูหนาวแดดจะแรงมาก นอกจากนี้ยังต้องดื่มน้ำให้เพียงพอและกินอาหารที่มีแคลอรี่เยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น อุปกรณ์ ไปแคมปิ้งฤดูหนาว เต็นท์ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมี เปรียบเสมือนบ้านที่ต้องอบอุ่นและอยู่สบาย สามารถรับมือกับสภาพอากาศในฤดูหนาวได้ หากเป็นการตั้งแคมป์ในบ้านเราอาจเลือกใช้เต็นท์แบ็กแพ็กน้ำหนักเบาได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ได้ทุกฤดูกาลอยู่แล้ว ถ้าแนะนำให้ตั้งแคมป์ใต้แนวต้นไม้และไม่มีลมแรง หากเป็นกรณีที่บริเวณที่กางเต็นท์มีลมแรง แนะนำให้ใช้เต็นท์ 4 ฤดู ซึ่งมีเสาที่แข็งแรงกว่าและผ้าที่หนักกว่า จึงสามารถทนต่อลมกระโชกแรงได้ เต็นท์ประเภทนี้ใช้ได้ในทุกสภาพอากาศแม้กระทั่งนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีหิมะตกก็เอาอยู่ สิ่งสำคัญในการเลือกเต็นท์อีกอย่างคือพื้นที่ใช้สอยภายใน หากพัก 2 คน แนะนำให้ใช้เต็นท์สำหรับ […]

ใช้ชีวิตง่ายๆ กับธรรมชาติในเมือง ดาลัต เวียดนาม

เดินดงพงไพร พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศเมือง ดาลัต ในวันที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย จากการตรากตรำทำงานในออฟฟิศกลางเมืองหลวง ความเบื่อหน่ายจึงทำให้เราออกเดินทางอีกครั้ง แผนการสั้นๆ ในช่วงเสาร์อาทิตย์และควบวันลาพักร้อนเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้หลักลี้ไปหามุมหลบพักได้บ้าง ปลายทางของเราครั้งนี้คือเมือง ดาลัต ประเทศเวียดนาม ที่เมืองดาลัต นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับของคนไทยแล้ว ยังมีธรรมชาติให้ค้นหาอีกมากมาย เพียงแต่การเดินทางไปยังแหล่งธรรมชาติด้วยขนส่งสาธารณะค่อนข้างลำบาก และ สภาพสังคมที่เข้าสู่การพัฒนาประเทศ การหักร้างถางพงเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติจึงมีมากขึ้น ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ การเดินทางของเราเริ่มต้นที่สนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เช้าตรู๋ บินตรงไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงสนามบินเลียงเคือง สนามบินแห่งเดียวของเมืองดาลัต เมื่อเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารก็มีรถบัสเข้าเมืองจอดรออยู่นอกประตู เราเลือกนั่งรถโดยสารนี้ไปลงที่น้ำตกดาตันลา เพื่อแวะดูนก และรับประทานอาหารกลางวันรอเวลาที่จะเข้าที่พักในช่วงเย็น ในตอนที่เราไปถึงน้ำตกดาตันลานั้น บรรยากาศก็ไม่สู้ดีเสียเท่าไร เมฆครึ้มและฝนที่โปรยลงมาเล็กน้อย แม้เรารู้สึกหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราล้มเลิกแผนการ เราจัดแจงหยิบอุปกรณ์และสำรวจนกบริเวณโดยรอบทันที นกกินปลีหางยาวคอดำ และนกติ๊ดหัวแดง รอต้อนรับนักดูนกต่างแดนอย่างพวกเรา เราใช้เวลาที่น้ำตกจนเวลาล่วงเข้าสู่เที่ยงวัน จึงเข้าไปยังร้านอาหารที่อยู่บริเวณทางเข้าน้ำตก เลือกนั่งโต๊ะริมระเบียงที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่ไม่ห่าง เพื่อหวังมองหานกระหว่างรับประทานอาหาร ซึ่งถือว่าเราประสบความสำเร็จ นกศิวะปีกสีฟ้าบินเข้ามาหากินอยู่ที่ต้นไม้ริมระเบียงตรงที่พวกเรานั่งรับประทานอาหารเที่ยงกัน พร้อมกับนกแซงแซวสีเทา และนกพญาไฟคอเทา ตามมาด้วยนก Indochinese Barbet นกโพระดกเฉพาะถิ่นของเวียดนาม มาเกาะหลบฝนอยู่ด้วย เมื่อมองไปด้านล่างก็มีนก White cheeked Laughingthrush ฝูงใหญ่กระโดดหากินไปมาตามพื้นและพุ่มไม้ จากโต๊ะกินข้าวมองไปไกลๆ […]