สนามบิน เป็นสถานที่แรกที่ผู้มาเยือนต้องสัมผัส ความประทับใจแรกมักเกิดขึ้นที่นี่

สนามบิน สิบแห่งอันเป็นที่รัก

สนามบิน เปรียบเสมือนประตูเข้าสู่ประเทศของแขกบ้านแขกเมือง

อีก 20 ปีข้างหน้า คาดว่าจำนวนผู้โดยสารทั่วโลกที่บริการ สนามบิน จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ท่าอากาศยานนานาชาติทั้งหลายจึงขยายตัวเพื่อรองรับความท้าทายด้วยเทอร์มินัลใหม่เอี่ยม ที่ออกแบบใหม่เพื่อให้เข้ากับศตวรรษที่ 21  สิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง สวนสาธารณะ สวนหย่อม โรงภาพยนต์ สปา กระทั่งลานสเก็ตน้ำแข็ง และสระว่ายน้ำบนหลังคา ถูกสร้างเพื่อกระตุ้นจุดแวะพักเหล่านั้นให้มีชีวิตชีวา

“สนามบินในอุดมคติดั้งเดิมคือสถานที่ที่จุดรับส่งอยู่ติดกับถนนลาดยางมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เคอทิส เฟนเทรส สถาปนิกรุ่นเดอะผู้ออกแบบสนามบินมาแล้ว 25 แห่งกล่าว  “แต่สนามบินรุ่นใหม่เป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นดังประตูสู่เมืองหรือประเทศ  สนามบินเป็นโอกาสแห่งการแสดงออก”

สถาปนิกมักได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศในท้องถิ่น สนามบินเดนเวอร์ของที่บริษัทของเฟนเทรสออกแบบแสดงถึงฉากหลังที่เป็นภูเขาของเมือง  เช่นเดียวกับที่ลอนแองเจลิส ชายฝั่งทะเลสร้างแรงบันดาลใจให้สถาปนิกออกแบบหลังคาที่ทำให้จินตนาการถึงเกลียวโค้งของคลื่น

สนามบิน
ท่าอากาศยานฉัตรปติศิวาชี มุมไบ อินเดีย

ออกแบบจากทรงพลับพลาดั้งเดิม ผสานกับรูปทรงหางนกยูง นกประจำชาติของอินเดีย ทำให้ดูงามสง่าและช่วยอำพรางความโกลาหลวุ่นวายของสนามบินที่มีเที่ยวบินขึ้นลงทุกวันกว่า 800 เที่ยวแห่งนี้  แสงไฟจากหลอดแอลอีดีและจากช่องหลังคาเปิดรับแสงซึ่งติดตั้งอย่างชาญฉลาดช่วยลดการใช้พลังงานได้ร้อยละ 23

(ผลการจัดอันดับสนามบินประปี 2018)

สำหรับสนามบินอินชอนที่โซล เฟนเทรสใช้เวลาหลายสัปดาห์ถ่ายภาพสถานที่ทางประวัติศาตร์ วัฒนธรรม และตลาดของเมือง เพื่อศึกษาแบบแผนและโครงสร้างดั้งเดิม  เขาออกแบบสนามบินอินชอนให้มีลอนหลังคาสมัยใหม่ตามสไตล์วัดเกาหลี  สวนแบบเกาหลีกับหินแกรนิตและโลหะท้องถิ่นถูกใช้ในพื้นที่ว่าง  ส่วนพื้นสนามบินทำจากไม้ท้องถิ่น เพราะต้องการเชื่อมโยงอาคารให้เข้ากับสถานที่ให้มากที่สุด  สนามบินอินชอนได้คะแนนสูงสุดจากนักเดินทางด้วยการบริการที่ดีเลิศและความหลายหลายทางวัฒนธรรม

นอกจากนี้ เฟนเทรสยังเห็นว่าศิลปะของสนามบินไม่ได้หมายถึงแต่ตัวอาคาร แต่อาหารและดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งของสนามบิน  เมื่อสายการบินต้นทุนต่ำเฟื่องฟูและการบริการในเครื่องบินถูกจำกัดลง ร้านอาหารในสนามบินจึงต้องนำเสนออาหารรสเลิศ ไวน์ และอื่นๆ เพื่อสะท้อนถึงความเป็นย่านถิ่นของเมือง

สนามบินแต่ละแห่งอาจใช้พลังงานมากเท่ากับเมืองที่คนอยู่เป็นแสน เพื่อทำให้พื้นที่ที่ทั้งกว้างทั้งซับซ้อนคึกคักตลอดเวลา  การออกแบบในปัจจุบันจึงต้องคำนึงถึงการประหยัดพลังงานด้วยเสมอ โดยเฉพาะการรับแสงธรรมชาติให้มากที่สุดและใช้พื้นที่กันชนว่างๆ รอบสนามบินเป็นแหล่งผลิตพลังงานแสงอาทิตย์

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานฮีตโทรว์ ลอนดอน สหราชอาณาจักร

เพราะรันเวย์ที่ 3 ที่กำลังจะเปิดใหม่จะทำให้ฮีตโทรว์กลายเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนมากที่สุดในในประเทศ ด้วยเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอีกราว 250,000 เที่ยวบิน  “ฮีตโทรว์ 2.0” จึงมุ่งลดผลกระทบดังกล่าวด้วยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่วนหนึ่ง เปลี่ยนพาหนะของสนามบินให้ใช้พลังงานสะอาด และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อทดแทนคาร์บอนที่ปล่อยออกไป

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง จีน

สร้างเพื่อรองรับโอลิมปิกปี 2008  เทอร์มินัล 3 ของสนามบินแห่งนี้ได้ชื่อว่าพลุกพล่านเป็นอันดับสองของโลก ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยสวนแบบพระราชวังกับสีแดงเหลืองตามประเพณีนิยม และประหยัดพลังงานด้วยหลังคาเปิดรับแสงที่ออกแบบให้มีขนาดและมุมที่ติดตั้งช่วยสร้างความอบอุ่นในตึกในฤดูหนาวและลดการทำความเย็นในฤดูร้อน

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานนานาชาติมาดริดบาราฮา สเปน

สถาปนิก ริชาร์ด โรเจอร์ เลือกไม้ไผ่ตกแต่งภายในสนามบินเพื่อความอบอุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เส้นโค้งที่อ่อนโยนจึงครอบคลุมทั้งเทอร์มินัลอันกว้างใหญ่ขนาด 2 แสนตารางเมตร

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี อินเดีย

เป็นสนามบินที่วุ่นวายที่สุดในอินเดียและเติบโตเร็วที่สุดรองจากจีน  มือขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากผนังที่ประดับด้วยจานทองแดงนับร้อยใบแสดงท่านาฏกรรมโบราณและโยคะของอินเดีย  อาคารหันไปทางทิศเหนือเพื่อลดการรับแสงอาทิตย์และมีบ่อเก็บกักน้ำฝน 300 แห่ง

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานนานาชาติฮามาด การ์ตาร์

โดฮากลายเป็นฮับการบินของโลกเมื่อสายการบินกาตาร์เติบโตขึ้น 6 เท่าเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา  คาดว่าผู้โดยสารจำนวนมากจะเดินทางมาที่นี่เพื่อชมบอลโลกในปี 2022  เพราะต้องรับมือกับทะเลทรายรอบๆ ผนังของเทอร์มินัลจึงถูกเคลือบด้วยวัสดุสะท้อนแสงอาทิตย์และใช้กระจกพิเศษเพื่อควบคุมแสงจ้าและความร้อน

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานนานาชาติซีแอตเติลทาโคมา วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

ผู้โดยสารสามารถชมวิวภูเขาโอลิมปิกผ่านม่านกระจกยาวกว่า 100 เมตร พอๆ กับที่เห็น “เดอะแลนดิง” หนึ่งในงานศิลปะจัดวางอันโด่งดังของ “ซี-ทาค” ได้สบาย  พื้นที่รอบสนามบินยังใช้เลี้ยงผึ้งตามโครงการอนุรักษ์ในท้องถิ่นด้วย

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานชางงี สิงคโปร์

คนทั่วไปรู้จักสิงคโปร์ดีในแง่นวัตกรรมที่ช่วยถักทอพื้นที่สีเขียวทั่วเมืองเข้าด้วยกัน  สนามบินชางงีมีต้นไม้และพืชราว 5 แสนต้นในรูปของ “น้ำตกพฤกษา” ริมผนังและสวนใหญ่น้อย 1 หมื่นแห่ง รวมทั้งสวนผีเสื้อและกล้วยไม้  สนามบินเก็บน้ำฝนและใช้น้ำหมุนเวียนจาก NEWater เพื่อดูแลพืชพันธุ์ให้เขียวชอุ่มเสมอ  เทอร์มินัล 4 ของสนามบินจะเปิดดำเนินการปลายปี 2017 นี้ตกแต่งด้วยสวนและ “ถนนต้นไม้”

สุดยอดสนามบิน
ท่าอากาศยานนานาชิตโซลอินชอน เกาหลีใต้

เส้นสายของหลังคาที่สนามบินอินชอนถูกออกแบบแสดงถึงเส้นโค้งของวัดดั้งเดิมแบบเกาหลี  ภายในอาคาร ผู้โดยสารจะพบกับสวน การแสดง และถนนสายวัฒนธรรมที่มีช่างฝีมือทำงานหรือทดลองทำงานหัตถกรรมแบบเกาหลีด้วยตัวเอง  เทอร์มินัล 2 กำลังจะเปิดในงานโอลิมปิกปี 2018 ใช้แสงธรรมชาติและมีระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สนามบินแห่งนี้ยังติดตั้งแผงโซลาร์คู่ไปกับสระปลาคาร์พ น้ำตก สายน้ำ กรงนกขนาดใหญ่ และสวนประติมากรรมด้วย

 

เรื่อง เอมี กอลชาก

 

อ่านเพิ่มเติม:  อลหม่านการบิน

เรื่องแนะนำ

5 ธีมเที่ยวญี่ปุ่นโดยรถไฟที่คุณจะไม่มีวันลืม

ภาพรถไฟหัวกระสุนกำลังแล่นผ่านภูเขาไฟฟูจิ ก่อนไป เที่ยวญี่ปุ่น ควรซื้อตั๋วรถไฟเจแปนเรลพาส เพื่อที่จะได้สัมผัสกับระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมที่สุดในโลก ภาพถ่ายโดย SEAN PAVONE, ALAMY STOCK PHOTO นี่คือแผนการเดินทาง เที่ยวญี่ปุ่น ผ่านตั๋วรถไฟเจแปนเรลพาสแบบ 7 วัน ที่จะให้คุณสำรวจดินแดนอาทิตย์อุทัยด้วยมุมมองใหม่ การท่อง เที่ยวญี่ปุ่น หรือดินแดนอาทิตย์อุทัยนั้นเติบโตอย่างพุ่งทะยานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อเดือนมีนาคม 2019 มีจำนวนทักท่องเที่ยวนานาชาติเดินทางไปญี่ปุ่นกว่า 2.8 ล้านคน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสู่เป้าหมายการท่องเที่ยวในช่วงกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ในปี 2020 สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงคลื่นนักท่องเที่ยวจากจุดหมายยอดนิยม ลองใช้ตั๋วรถไฟเจแปนเรลพาสแบบ 7,14 หรือ 21 วัน ที่จะทำให้คุณเดินทางไปได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น ไปตามเส้นทางการท่องเที่ยวใน 5 ธีมเหล่านี้ ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ  ท่องไปตามเส้นทางกวี “ไตรทัศน์แห่งญี่ปุ่น” ในปี 1643 นักปราชญ์ในสมัยโชกุน ฮายาชิ กาโฮ (Hayashi Gahō) ได้เป็นผู้เสนอ ไตรทัศน์แห่งญี่ปุ่น (Three Views of Japan) ซึ่งเป็นการกล่าวถึง […]

มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับสถานที่เหล่านี้

มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับ ภาพธรรมชาติ สถานที่เหล่านี้ ธรรมชาติผลิตสีสันมากมายให้เราได้ยล ภาพธรรมชาติ ตั้งแต่สีสันจากบ่อน้ำพุร้อนในเยลโลว์สโตน สีเรืองแสงจากแบคทีเรียในมหาสมุทร ไปจนถึงแสงเหนือสีเขียวสุดตระการตาอันเกิดจากอนุภาคของสนามแม่เหล็กที่ทำปฏิกิริยากับไนโตรเจน และออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ เหล่านี้คือสีสันที่ธรรมชาติมอบให้แก่เรา และมนุษย์เองก็เพิ่มสีสันให้แก่ภูมิทัศน์ให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นด้วยผืนเกษตรกรรม ลองชมภาพถ่ายที่ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกรวบรวมมาให้ชมกัน โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ อ่านเพิ่มเติม : 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา, สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017 , 15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ

หญิงสาวปั่นจักรยาน 1,900 กม. เพื่อตามหาพ่อจากสงครามเวียดนาม

Rebecca Rusch เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งความเจ็บปวด” เป็นนักกีฬามาตลอดชีวิต ตัวเธอผ่านการเล่นกีฬามาแล้วหลายประเภท จนเมื่อเร็วๆ นี้ ในวัย 38 ปี เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการขี่จักรยานทางไกลแบบ ultra-endurance หลังเมื่อปี 2015 Rusch ขี่จักรยานอย่างทรหดรวมเป็นระยะทางมากถึง 1,930 กิโลเมตร ไปยังนครโฮจิมินห์ ในเวียดนามร่วมกับ Huyen Nguyen คู่หูนักปั่นของเธอ โดยมีเป้าหมายเพื่อตามหาจุดที่เครื่องบินที่พ่อของเธอโดยสารไปด้วยนั้นถูกยิงตก ในสมัยสงครามเวียดนาม ซึ่งในตอนนั้นเธอเพิ่งจะมีอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้น เรื่องราวการเดินทางของเธอถูกถ่ายทอดออกมาเป็นสารคดี “เส้นทางสีเลือด” (Blood Road) สารคดีที่บอกเล่าชีวิตของเธอ ตลอดจนประวัติศาสตร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายอันทรงพลังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์, พบเทวรูปโบราณอายุ 800 ปี ใกล้นครวัด

เมื่อ สนามกีฬาโอลิมปิก ถูกทอดทิ้ง

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ณ พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้กำลังดำเนินไป สนามกีฬาโอลิมปิก ที่ถูกใช้งานมาก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ กลับถูกทิ้งร้างเมื่อการแข่งขันกีฬาจบลง ทุกสองปี เมืองต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันเสนอชื่อตนกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commission-IOC) สำหรับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ผู้ชนะจะถูกเลือกด้วยกระบวนการที่เข้มงวด ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้ชาวเมืองเชื่อว่าผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจะมีมากกว่าภาษีที่จะเพิ่มสูงขึ้น เมืองที่สมัครอาจมองเห็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และการใช้งานสนามกีฬาต่อไปในอนาคต แต่ในขณะที่การถูกเลือกเป็นเจ้าภาพถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง เมืองหลายแห่งก็กำลังตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว มีผู้ประเมินต้นทุนการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซียไว้ราว 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 370 ล้านล้านบาท) แต่กลับบานปลายถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านล้านบาท) ซึ่งรัสเซียจ่ายได้เพียง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,600 ล้านบาท) เท่านั้น สนามกีฬาหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ รวมทั้งลู่สกีกระโดดไกลและบ็อบสเลตถูกทอดทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานอีกในอดีตเมืองเจ้าภาพหลายแห่ง โครงสร้างที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่และค่อยๆ ผุกร่อนไป หลายแห่งถูกพ่นภาพกราฟฟิตีเต็มไปหมด กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1984 […]