10 สุดยอด ร้านหนังสือ ระดับโลก - National Geographic Thailand

10 สุดยอด ร้านหนังสือ ระดับโลก

ร้านหนังสือ ระดับโลกทั้งสิบแห่งนี้จะปลุกความรักหนังสือในตัวคุณ

แอตแลนติส บุ๊คส์ ซานโตรินี ประเทศกรีซ

สิบปีก่อน กลุ่มเพื่อนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกทั้งไซปรัส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้งร้านหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา ปัจจุบัน บ้านหลังงามในเอีย (Oia) ที่แปลงโฉมมาเป็นร้านหนังสือ มีการแสดงมุมมองของผืนน้ำรอบเกาะซานโตรินี ร้านหนังสือแห่งนี้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมมากมาย ทั้งการอ่านหนังสือริมระเบียง เวิร์กช็อปทำปกหนังสือ  รวมถึงเทศกาลอาหารและภาพยนตร์

กาเฟเบรเรียเอลเปนดูโล เม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก

ร้านหนังสือขนาดใหญ่อันงดงามแห่งเม็กซิโกซิตี สว่างไสวด้วยโคมไฟประดับประดาดาษดื่น ที่แขวนจากบนเพดาน พื้นที่ภายในเปิดโล่ง ชั้นหนังสือแน่นขนัดไปด้วยหนังสือหลายหมวดหมู่ ทั้งภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งดื่มด่ำกับทำนองเพลงสบายๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในร้านแห่งนี้

มันโรส์บุ๊คส์ วิกตอเรีย ประเทศแคนาดา

ในปี 1963 ครึ่งทศวรรษก่อนหน้าที่อลิซ มันโร ผู้ก่อตั้งร่วมของร้านหนังสือแห่งนี้จะชนะรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม เธอและสามีได้ตกแต่งอาคารยุคนีโอคลาสสิคและธนาคารเก่าให้มีความโอ่อ่าและสวยงาม โดยร้านหนังสือแห่งนี้อยู่ในโอลด์ทาวน์ เมืองวิกทอเรีย รัฐบริติชโคลัมเบีย 

เอลอะเตเนโอกรันสเปลนดิด บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา

เอลอะเตเนโอเคยเป็นโรงละครและจัดแสดงการแสดงที่ชื่อว่า เดอะกรันสเปลนดิด (The Grand Splendid) โดยร้านหนังสือที่เคยเป็นโรงละครแห่งนี้ยังคงเก็บรักษาเครื่องประดับหรูหรา รวมไปถึงจิตรกรรมฝาผนังเฟรสโก และผ้าม่าน

โพเวลส์ซิตี้ออฟบุ๊คส์ พอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา

ร้านหนังสืออิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลกร้านนี้ทอดยาวไปทั่วทั้งบล็อกของเมืองพอร์ตแลนด์ ห้องรหัสสีแต่ละห้องต่างเต็มไปด้วยหนังสือทั้งเก่าและใหม่ เนื่องจากร้านแห่งนี้มีกิจกรรมให้ผู้คนได้มาอ่านหนังสือร่วมกัน ทั้งยังมีกิจกรรมเล่านิทานสำหรับเด็กๆ อีกด้วย

แพรรีไลท์ ไอโอวาซิตี รัฐไอโอวา สหรัฐอเมริกา

ไอโอวาซิตี บ้านของการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป โดยนักเขียนชื่อดังที่ชีวิตเปี่ยมด้วยวรรณกรรม ห้องสมุดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ทั้งการอ่านหนังสือโดยนักเขียนชื่อดังและกำลังจะโด่งดัง และเจ้าหน้าที่ขายหนังสือที่มีชื่อเสียงอย่างพอล อินแกรม

เช็กสเปียร์แอนด์คัมปานี กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

อาคารสมัยศตวรรษที่สิบเจ็ด และการตกแต่งแบบเรียบง่าย ร้านหนังสือเช็กสเปียร์แอนด์คัมปานีที่ปารีสเป็นต้นแบบของสถานที่ที่มีกลิ่นอายของเสน่ห์ยุคเก่า และคงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ที่ยังคงแจ่มชัด เมืองนี้ยังเป็นบ้านเกิดของนักเขียนชื่อดังอย่าง อัลเลน กินสเบิร์ก, ริชาร์ด ไรท์, วิลเลียม สไตรอน และ แลงสตัน ฮิวส์

เกอร์ทรูดแอนด์อลิซ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ปี 1998 เพื่อนใหม่สองคนได้รับแรงบันดาลใจจากหุ้นส่วนอย่างเกอร์ทรูด สเตน และอลิซ บี. โทกลาส ตัดสินใจเปิดร้านหนังสือเกอร์ทรูดแอนด์อลิซขึ้น โดยร้านหนังสือแห่งนี้มีบรรยากาศที่อบอุ่น และยังมีร้านกาแฟที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้าน

ลิแบรเรียอวองการ์ด หนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

อดีตโรงจอดรถชั้นใต้ดินและหลุมหลบภัยได้กลายมาเป็นที่ตั้งของร้านหนังสือที่สวยงามที่สุดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ร้านแห่งนี้ยังมีเก้าอี้อีกเป็นพันตัวให้คุณได้เอกเขนกอ่านหนังสือยามบ่ายได้อย่างสบายใจ

คุกแอนด์บุ๊ก กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ดังจะเห็นได้จากชื่อ “คุกแอนด์บุ๊ก (Cook & Book – อาหารและหนังสือ)” ร้านที่เป็นทั้งร้านหนังสือและร้านอาหาร ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟในบรัสเซลส์ พื้นที่ภายในร้านแบ่งไว้ทั้งหมดเก้าส่วน ล้วนให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่สำหรับเด็กไปจนถึงห้องที่มีหนังสือห้อยลงมาจากบนเพดาน

***แปลและเรียบเรียงโดย ศุภพิชา คุณวุฒิ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม รวมภาพบรรดาห้องสมุดที่น่าหลงใหลที่สุดในโลก

 

เรื่องแนะนำ

พบกับบรุษผู้ยังคงอาศัยอยู่ในนครหินโบราณ

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชนเผ่าเบดูอินเข้ามาตั้งรกรากยังนครหินเพตราตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ปัจจุบัน Mofleh Bdoul เป็นชาวเบดูอินเพียงคนเดียวที่ยังคงอาศัยอยู่ในแหล่งมรดกโลกนี้

เปริโตโมเรโน ธารน้ำแข็งแห่งอาร์เจนตินา

ธารน้ำแข็ง เปริโตโมเรโน เรื่องและภาพ : ชลธิชา สุขุมาลจันทร์ ปาตาโกเนีย ดินแดนธรรมชาติมหัศจรรย์ ธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโลสกลาซิอาเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดซานตาครูซ ประเทศอาร์เจนตินา นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “ปาตาโกเนีย”ดินแดนอันสวยงามที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ที่นอกเหนือจากธารน้ำแข็งแล้ว ยังมีทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และทะเลทราย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของประเทศอาร์เจนตินาและชิลี หากคุณมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวมายังแถบปาตาโกเนีย ไม่ควรพลาดการแวะชมธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน เพราะเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เดินทางเข้าถึงง่าย เริ่มต้นจากเมืองเอลกาลาฟาเต เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณสองชั่วโมง และความพิเศษอย่างหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิดได้ด้วยการ ”เดินบนธารน้ำแข็ง” เปริโตโมเรโนเริ่มต้นอย่างไรดี การเดินเท้าบนธารน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าไปเดินเองได้ จำเป็นต้องมีบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าชมพื้นที่ และควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน (ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ถ้ายิ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว อาจต้องจองล่วงหน้านานมากกว่านั้น) โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านทางที่พัก หรือบริษัททัวร์โดยตรง ปกติแล้ว การเดินบนธารน้ำแข็งมีตัวเลือก 2 ระยะทาง คือ Mini-Trekking ใช้เวลาเดินชมประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และระยะทาง Big Ice ซึ่งจะใช้เวลาเดินเท้าบนธารน้ำแข็งราวๆ ห้าชั่วโมง ชมคลิปวิดีโอธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ได้ที่นี่ สำหรับครั้งนี้ เราเลือกเดินแบบ Mini-Trekking โดยค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายให้บริษัททัวร์เป็นราคาที่ไม่รวมค่าเข้าอุทยานฯ และอาหารกลางวัน […]

ทอยสตอรี จากแอนิเมชันชื่อดังสู่โรงแรมแนวแฟนตาซี

หลายคนคงรู้จักเรื่องราวของ “ของเล่น” จากบริษัทสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันดิสนีย์ (Disney) ที่เคยสร้างความประทับใจในวัยเด็กให้กับเราได้เป็นอย่างดี กับภาพยนตร์ที่ชื่อว่า ทอยสตอรี (Toy story) ปัจจุบัน ทอยสตอรี ได้สร้างความทรงจำอันสนุกสนานให้กับเรามาแล้วถึงสามภาคด้วยกัน และกำลังจะมีภาค 4 ในปี 2019 นี้ เรื่องและภาพ Bunnita Patchana แต่หากใครต้องการสัมผัสความเป็นทอยสตอรีแบบใกล้ชิด ก่อนเข้าชมภาพยนตร์แอนิเมชัน ภาค 4 เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับทอยสอตรีตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับฝันไปกับ โรงแรมทอยสตอรี (TOY STORY HOTEL) ซึ่งตั้งอยู่ในเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Disney Land Shanghai) ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โรงแรมทอยสตอรีเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2016 ภายในอาคารทั้งหมดตกแต่งด้วยธีมทอยสตอรี พร้อมกับตัวละครในเรื่อง อย่าง นายอำเภอวู้ดดี และพรานอวกาศ บัสไลท์เยียร์ วัสดุและสีสันที่ใช้ในการออกแบบให้ความรู้สึกถึงความเป็นของเล่นในแบบฉบับทอยสตอรี เมื่อเข้ามาภายในเขตโรงแรม พนักงานออกมาต้อนรับลูกค้าด้วยร้อยยิ้มในคราบชุดตัวละครวูดดี ด้านซ้ายมือมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับทอยสตอรีทั้งหมด ด้านนอกใกล้กับจุดเช็กอิน เรามองเห็นหุ่นตัวละครนายอำเภอวูดดีขนาดใหญ่มากอยู่บริเวณภายนอก และบางช่วงมีตัวละครในเรื่องที่สวมชุดโดยพนักงานโรงแรมออกมาเซอร์ไพรส์ พร้อมต้อนรับพวกเราแถวๆ นี้ค่ะ ห้องพักที่นี่แบ่งออกเป็น 3 แบบ ได้แก่ […]

สวนสวรรค์เหนือ แมนแฮตตัน

ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า สวนสาธารณะตามเมืองใหญ่ๆ มักถูกมองว่าเป็นแหล่งพักพิง เป็นดั่งเกาะเขียวชอุ่ม ท่ามกลางทะเลคอนกรีตและเหล็กกล้า ทว่าเมืองเมื่อเข้าใกล้สวนสาธารณะไฮไลน์ (High Line) ในย่านเชลชี ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ในการขนส่งขบวนตู้สินค้าไปยังโรงงานและโกดังต่างๆ และอย่างน้อยที่สุด เมื่อมองจากระยะไกล สิ่งนี้ก็ดูคล้ายเศษซากที่ถูกทิ้งร้างมากกว่าจะเป็นโอเอซิสกลางใจเมือง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ไฮไลน์ยังเป็นเพียงเศษซากกลางเมืองที่กำลังผุพังไปตามกาลเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง รวมถึงรูดอล์ฟ จูลีอานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กระหว่างปี 1994-2001 ต่างรอวันที่จะรื้อทางรถไฟสายนี้แทบไม่ไหว คณะบริหารของจูลีอานีซึ่งตระหนักดีว่า สำหรับย่านเชลซีที่กำลังได้รับการแปลงโฉมเป็นหอศิลป์ ร้านอาหาร และเขตที่พักอาศัยหรูหราแล้วเศษซากที่หลงเหลืออยู่ของไฮไลน์ซึ่งทอดตัวคดเคี้ยวเป็นระยะทางราว 2.4 กิโลเมตรจากถนนแกนส์โวร์ตจนถึงถนนสายที่ 34 คือภาระอัปลักษณ์อันหนักอึ้ง พวกเขามั่นใจว่าเศษซากอันแปลกแยกของเมืองต้องถูกขจัดออกไปเพื่อให้ย่านโดยรอบได้พัฒนาอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ทางการไม่เคยทำพลาดขนาดนี้มาก่อน เพราะเป็นเวลาเกือบสิบปีหลังจากคณะบริหารของจูลีอานีพยายามรื้อถอนไฮไลน์ แต่มันกลับกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่สร้างสรรค์และดึงดูดผู้คนได้ดีที่สุดในมหานครนิวยอร์กและอาจดีที่สุดในประเทศด้วยซ้ำ เสาเหล็กกล้าสีดำที่ครั้งหนึ่งเคยรองรับทางรถไฟร้าง ปัจจุบันกำลังโอบอุ้มสวนสาธารณะลอยฟ้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นทางเดิน ส่วนหนึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมือง และอีกส่วนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ เส้นทางหนึ่งในสามซึ่งอยู่ทางด้านใต้เริ่มตั้งแต่ถนนแกนส์โวร์ตยาวไปจนถึงถนนสายที่ 20 ตะวันตกตัดผ่านถนนเทนท์อเวนิว เปิดใช้งานเมื่อฤดูร้อนปี 2009 เส้นทางช่วงที่สองจะเปิดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ โดยขยายสวนสาธารณะออกไปอีกสิบช่วงตึก หรือเป็นระยะทางราว 0.8 กิโลเมตรไปจนถึงถนนสายที่ 30  ผู้สนับสนุนต่างหวังว่า ในที่สุด สวนสาธารณะจะครอบคลุมส่วนที่เหลือทั้งหมดของไฮไลน์ อ่านต่อหน้า 2