รวมภาพบรรดา ห้องสมุด ที่มีสถาปัตยกรรมอันน่าหลงใหลจากทั่วทุกมุมโลก

รวมภาพบรรดาห้องสมุดที่น่าหลงใหลที่สุดในโลก

จากอารามต่างๆ ไปจนถึงห้องอ่านหนังสือหลวง มาร่วมท่องเที่ยวไปในบรรดา ห้องสมุด ที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้

นอกจากเป็นสถานที่เก็บหนังสือแล้ว ห้องสมุด ก็เป็นได้ทั้งแรงบันดาลใจและสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ หรืออาจจะเป็นตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมที่ดีได้เช่นกัน สถาปนิกผู้เลื่องชื่อในประวัติศาสตร์ล้วนเคยสร้างห้องสมุดมาแล้ว ไม่ว่าเป็นห้องสมุด Bibliothèque Sainte-Geneviève ซึ่งสร้างโดยสถาปนิก Henri Labrouste ไปจนถึงห้องสมุดสาธารณะแห่งซีแอตเทิล ซึ่งเป็นห้องสมุดที่ออกแบบในเชิงร่วมสมัยโดย Rem Koolhaas

ในภาพเหล่านี้ เราให้มุมมองที่ใกล้ชิดของห้องสมุดที่สวยงามโดดเด่นหลายแห่งในโลก โดยห้องสมุดที่ตระการตาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด St. Emmeram ซึ่งมีชื่อเสียงในช่วงต้นยุคกลางในด้านการทำหนังสือ หรือชุดของสะสมส่วนตัวของบรรดาขุนนางที่จัดแสดงให้สาธารณะชนได้รับชม อาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณไปสำรวจโลกใบใหม่ๆ ของตัวคุณเอง

ห้องสมุดREAL GABINETE PORTUGUÊS DE LEITURA นครรีอูดีจาเนรู ประเทศบราซิล

ห้องสมุด

ห้องอ่านหนังสือหลวงนี้เป็นตัวอย่างของงานสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Manueline ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันหรูหราของโปรตุเกสในช่วงยุคศิลปะโกทิกตอนปลาย นอกจากการตกแต่งภายในที่ดูเลอค่าแล้ว ส่วนด้านหน้าของอาคารที่เป็นหินปูนก็มีภาพของนักสำรวจชาวโปรตุเกสอย่าง Vasco da Gama ประดับอยู่ โดยห้องสมุดแห่งนี้สามารถได้เข้าชมฟรีและอนุญาตให้ถ่ายภาพได้

ห้องสมุดBIBLIOTHEK DER BENEDIKTINERABTEI เมือง METTEN ประเทศเยอรมนี

ห้องสมุด, เยอรมนีห้องสมุดแห่งนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่แคว้นบาวาเรียในมหาวิหาร Benedictine สิ่งที่เก็บสะสมไว้ในห้องสมุดนี้คือหนังสือที่เกี่ยวกับศาสนวิทยา ประวัติศาสตร์ และปรัชญากว่า 150,000 เล่ม

ห้องสมุดBIBLIOTECA GIROLAMINI เมืองเนเปิล ประเทศอิตาลี

ห้องสมุด, อิตาลีห้องสมุดที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 แห่งนี้อาจเป็นห้องสมุดที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเนื่องจากการถูกปล้นอย่างมีแบบแผนโดยองค์กรอาชญากรรมองค์กรหนึ่งในปี 2012 โดยหนังสือประมาณร้อยละ 80 ถูกค้นพบอีกครั้งเนื่องจากความช่วยเหลือของผู้ค้าหนังสือเก่าและเหล่านักสะสม

ห้องสมุดSCHLOSS ST. EMMERAM เมืองเรเกนส์บุร์ก ประเทศเยอรมนี

ห้องสมุด, เยอรมนีตั้งอยู่ที่อาราม Benedictine ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 739 โดยห้องสมุด St. Emmeram ถูกสร้างขึ้นตามมาเมื่อราวปี 1000 ในช่วงต้นยุคกลาง ห้องเขียนหนังสือแห่งนี้มีชื่อเสียงด้านการเป็นศูนย์กลางของการทำหนังสือและเขียนภาพประกอบ และเริ่มให้ห้องสมุดที่อยู่ใกล้เคียงยืมหนังสือเพื่อทำสำเนา โดยสามารถชมอารามพร้อมกับชมห้องสมุดแห่งนี้ที่บริเวณพระราชวัง Palais Thurn und Taxis พร้อมผู้นำทางที่เชี่ยวชาญ

หอสมุดกลางแห่งชาติ กรุงไทเป ไต้หวัน

ห้องสมุด, ไต้หวัน สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1933 และถูกย้ายที่ตั้งอยู่หลายครั้งภายในพื้นที่จีนแผ่นใหญ่ก่อนที่จะมาตั้งอยู่ที่กรุงไทเป หอสมุดกลางแห่งชาติของไต้หวันมีห้องอ่านหนังสือสำหรับผู้ถือบัตรสมาชิก โดยภายในห้องสมุดมีทั้งชุดหนังสือหายาก และยังเป็นที่เก็บต้นฉบับคัดสรรทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดในโลกของประเทศจีน

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายทางอากาศที่ฉายให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียม

พื้นที่ชุมชนที่มีสนามหญ้าเขียวขจีและสระว่ายน้ำสะอาดใสตั้งติดอยู่กับเขตพื้นที่โล่งซึ่งเป็นชุมชนเพิงสังกะสีในเมือง Boubosrand พื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ภาพถ่ายทางอากาศของพื้นทื่เพื่อนบ้านที่ติดกันแสดงให้เห็นว่าบรรดาเมืองต่าง ๆ รอบโลกพัฒนาจนเกิด ความไม่เท่าเทียม ได้อย่างไร ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนเปิดเผยการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจภายในเมือง ถนน คลอง รั้ว กลายเป็นเครื่องกีดขวางแบ่งแยกพื้นที่ซึ่งแบ่งแยกคนรวย คนจน และ ความไม่เท่าเทียม ชุดภาพถ่ายที่ชื่อว่า “ฉากแห่งความไม่เท่าเทียม” (Unequal Scenes) โดยจอห์นนี มิลเลอร์ ได้เล่าเรื่องเน้นไปยังการพัฒนาเมืองที่เกิด ความไม่เท่าเทียม ทั้งเพิงชั่วคราวในชุมชนแออัดที่ตั้งชนกับพื้นที่ความเจริญในนครมุมไบ ประเทศอินเดีย การมีพื้นที่ว่างเปล่ามากมายในเมืองหนึ่งของดีทรอยต์ซึ่งมีสภาพตรงกันข้ามกับพื้นที่บ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งมีความเจริญกว่า รั้วไฟฟ้าส่งเสียงหึ่งบริเวณรอบๆ ชุมชนที่ของคนมีอันจะกินในประเทศแอฟริกาใต้ ภูมิทัศน์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงบรรดาเครื่องขีดขวาง ทั้งจากที่มนุษย์ทำขึ้นและสิ่งอื่นๆ ที่ส่งเสริมความไม่เท่าเทียมกันในแต่ละเมือง อ่านเพิ่มเติม ‘ป่าโบสถ์’ โอเอซิสอันเขียวชอุ่มของเอธิโอเปีย

ยลสะพานเชือกชาวอินคาที่ทำจากหญ้าล้วนๆ

สะพานแขวนความยาว 36 เมตรของชาวอินคาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานกว่า 5 ศตวรรษ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

Gloomy Rainbow

เรื่องและภาพ นิธิรุจน์ สุทธิเมธีโรจน์ (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ในประเทศที่ให้เกียรติกับเสรีภาพของมนุษย์ กลุ่มคนรักเพศเดียวกันได้รับการยอมรับมานานแล้ว แต่ในประเทศที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานอย่างเมียนมา ชาวรักเพศเดียวกันยังมีชีวิตที่มืดมนทั้งในแง่ของสังคมและกฎหมาย ไม่ได้รับการยอมรับตั้งแต่ระดับครอบครัว ไม่ได้รับความเท่าเทียมกันทางสังคม ถูกซุบซิบ นินทา ถูกย่ำยีทางวาจา และถูกจ้องมองในที่สาธารณะ  ในแง่อาชีพการงานก็ถูกจำกัดอยู่ไม่กี่อาชีพ เช่น ช่างทำผม ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า หมอนวด ไปจนกระทั่งให้บริการทางเพศ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานในออฟฟิศ เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้  พวกเขายังต้องไขว่คว้าการเป็นที่ยอมรับและสิทธิเสรีภาพเฉกเช่นคนทั่วไป “ริกกี้” เป็นชายรักเพศเดียวกันและเป็นตัวแทนที่สะท้อนถึงความรู้สึก ความขมขื่น ความสุข และความใฝ่ฝันของชาวรักเพศเดียวกันในประเทศอย่างเมียนมา