เปริโตโมเรโน ธารน้ำแข็งแห่งอาร์เจนตินา

ธารน้ำแข็ง เปริโตโมเรโน

เรื่องและภาพ : ชลธิชา สุขุมาลจันทร์

ปาตาโกเนีย ดินแดนธรรมชาติมหัศจรรย์

ธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโลสกลาซิอาเรส ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดซานตาครูซ ประเทศอาร์เจนตินา นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ “ปาตาโกเนีย”ดินแดนอันสวยงามที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ที่นอกเหนือจากธารน้ำแข็งแล้ว ยังมีทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า และทะเลทราย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของประเทศอาร์เจนตินาและชิลี

หากคุณมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวมายังแถบปาตาโกเนีย ไม่ควรพลาดการแวะชมธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน เพราะเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่เดินทางเข้าถึงง่าย เริ่มต้นจากเมืองเอลกาลาฟาเต เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณสองชั่วโมง และความพิเศษอย่างหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสธารน้ำแข็งอย่างใกล้ชิดได้ด้วยการ ”เดินบนธารน้ำแข็ง”

เปริโตโมเรโน, ธารน่ำแข็ง, อาร์เจนตินา
ป้ายอุทยานแห่งชาติโลสกราซิอาเรส

เปริโตโมเรโนเริ่มต้นอย่างไรดี

การเดินเท้าบนธารน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าไปเดินเองได้ จำเป็นต้องมีบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าชมพื้นที่ และควรจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน (ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ถ้ายิ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว อาจต้องจองล่วงหน้านานมากกว่านั้น) โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านทางที่พัก หรือบริษัททัวร์โดยตรง ปกติแล้ว การเดินบนธารน้ำแข็งมีตัวเลือก 2 ระยะทาง คือ Mini-Trekking ใช้เวลาเดินชมประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และระยะทาง Big Ice ซึ่งจะใช้เวลาเดินเท้าบนธารน้ำแข็งราวๆ ห้าชั่วโมง

ชมคลิปวิดีโอธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโน ได้ที่นี่

สำหรับครั้งนี้ เราเลือกเดินแบบ Mini-Trekking โดยค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายให้บริษัททัวร์เป็นราคาที่ไม่รวมค่าเข้าอุทยานฯ และอาหารกลางวัน ดังนั้น เราต้องเตรียมอาหารง่ายๆ เช่น แซนด์วิช หรือขนมปังไปทานระหว่างวัน ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากที่กล่าวมา เราไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แค่ร่างกายพร้อม ใจพร้อม ก็เตรียมลุยกันได้เลย

เช้าวันใหม่กับอีกหนึ่งการเดินทาง

รถของบริษัททัวร์ออกตระเวนรับนักท่องเที่ยวตามที่พักต่างๆ ในช่วงเจ็ดถึงแปดโมงเช้า ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมง เราเดินทางมาถึงอุทยานฯ ในช่วงสายๆ และต้องโดยสารเรือต่ออีกประมาณ 15 นาที เราก็มาถึงส่วนของธารน้ำแข็ง ณ จุดที่เราขึ้นจากเรือ มีกระท่อมหลังเล็กให้ได้นั่งพัก เข้าห้องน้ำ ฝากกระเป๋า สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของที่นี่ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว เมื่อทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว เรายังต้องเดินต่อไปอีกสักพักหนึ่ง จึงจะถึงจุดเริ่มต้นของการเดินบนธารน้ำแข็ง

ธารน้ำแข็ง, เปริโตโมเรโน, เทรกกิ้ง
หลังจากเดินทางโดยเรือแล้วเราก็เดินเท้ากันต่ออีกนิด ก่อนจะเริ่มต้นเดินเท้าสำรวจธารน้ำแข็ง

เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเดิน

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเดินบนธารน้ำแข็งคือ “Crampons” อุปกรณ์ที่สวมเข้ากับรองเท้าอีกชั้นหนี่ง มีหนามแหลม เพื่อช่วยเกาะธารน้ำแข็งในระหว่างเดิน โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยใส่ Crampons เข้ากับรองเท้าของเรา เราจำเป็นต้องผูกเชือกรองเท้าให้แน่นและกระชับที่สุด เพราะ Crampons มีน้ำหนักพอสมควร เวลาเดิน น้ำหนักจะถ่วงเท้าของเรา หลังจากเราสวม Crampons เรียบร้อยแล้ว เรามีเวลาลองหัดเดินบนพื้นปกติสักพัก ถ่ายรูปวิวของธารน้ำแข็งแถวนั้นไปพลางๆ ระหว่างรอเพื่อนในกลุ่มให้ครบทุกคน

เทรกกิ้ง, เดินบนธารน้ำแข็ง, เปริโตโมเรโน
การเดินธารน้ำแข็งโดยการสวมอุปกรณ์ที่เรียกว่า crampons ช่วยมห้การย่างก้าวของเรามั่นคงยิ่งขึ้น

พร้อมแล้ว ก็ลุยธารน้ำแข็งกันเลย

เมื่อทุกคนพร้อม เราก็เริ่มออกเดินกันได้เลย แต่ละกลุ่มจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 10 กว่าคนเท่านั้น เจ้าหน้าที่จัดให้เราเดินแบบต่อแถวยาวเรียงหนึ่ง โดยแต่ละกลุ่มมีเจ้าหน้าที่คอยประกบกลุ่มละ 2 คน คนหนึ่งอยู่หัวแถวคอยนำทางว่าจะเดินไปทางไหน ส่วนอีกคนคอยเดินอยู่ข้างๆ แถว เพื่อคอยดูแลความปลอดภัยโดยรวม

เมื่อถึงเวลาเดินจริง การสวม Crampons ช่วยให้เราเดินบนธารน้ำแข็งได้ง่ายขึ้นมาก ไม่มีความรู้สึกกังวลว่าจะลื่นล้มเลย แต่เราก็ต้องเดินด้วยความระมัดระวังตลอดเวลา เพราะเป็นการเดินบนเนินน้ำแข็งขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา ถ้าไม่คอยมองทางให้ดีๆ ก็มีโอกาสที่จะล้มได้

ธารน้ำแข็ง, เปริโตโมเรโน, อาร์เจนตินา
จุดชมวิวอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เราได้มองเห็นธารน้ำแข็งแบบเต็มตา

ธารน้ำแข็งเปริโตโมเรโนมีขนาดกว้างใหญ่มาก ทั้งรูปร่างและลวดลายมีจุดสวยงามให้เราหยุดแวะถ่ายรูปตลอดทาง เจ้าหน้าที่ก็คอยบอกให้เราหยุดพัก ให้เวลาในการถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ตามสมควร  ดังนั้นระหว่างเดินตามๆ กันไป ไม่ต้องพะวงเรื่องการถ่ายรูปเลย ทุกคนมีโอกาสได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน

เราเดินอยู่บนธารน้ำแข็งกันจนได้เวลาพอสมควร เวลา 1 ชั่วโมงครึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก ก่อนเดินลงจากธารน้ำแข็ง เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเครื่องดื่มและช็อกโกแลตไว้ให้เราด้วย เมื่อดื่มด่ำบรรยากาศบนธารน้ำแข็งกันอย่างเต็มที่แล้ว เราก็เดินกลับลงมาแวะพักกันอีกครั้งที่กระท่อมหลังน้อยที่เราฝากกระเป๋าไว้ เอาแซนด์วิชและขนมที่เตรียมมาออกมาทานเป็นอาหารกลางวัน ทานแซนด์วิชไป ชมวิวธารน้ำแข็งไป ช่างเป็นมื้อกลางวันที่แสนเรียบง่ายแต่วิวหลักล้านจริงๆ

ธารน้ำแข็ง, เปริโตโมเรโน
ความสวยงามของธารน้ำแข็งจากจุดชมวิว

ก่อนอำลาเปริโตโมเรโน

เมื่อได้เวลา เราก็ลงเรือกลับเข้าฝั่ง เพื่อไปจุดชมวิวธารน้ำแข็งอีกด้านหนึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้ ทางอุทยานทำเป็นทางเดินอย่างดี มีป้ายบอกทางชัดเจน โดยทางเดินมี 2 ฝั่ง ซึ่งแต่ละฝั่งมีระยะทางเดินไกลมาก ทางบริษัททัวร์แนะนำว่าเราควรเดินไปด้านไหน และควรเดินไปถึงจุดใดที่จะพอดีกับเวลา 1 ชั่วโมงที่ เพราะไม่อย่างนั้น เราจะเดินกลับมาไม่ทันขึ้นรถกลับเข้าเมือง เราเดินถ่ายรูปธารน้ำแข็งจนได้เวลา ก็ต้องอำลาเปริโตโมเรโน จริงๆ แล้ว อำลาพร้อมกับความประทับใจ และประสบการณ์การเดินบนธารน้ำแข็งที่จะจดจำไปอีกแสนนาน


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์กำลังละลายเร็วกว่าเดิมถึงสี่เท่า

กรีนแลนด์
นักเดินทางเติมน้ำใส่ขวดน้ำของเขาจากแหล่งน้ำของภูเขาน้ำแข็งที่ละลาย และภูเขาน้ำแข็งจะลอยตัวเหนือน้ำเค็ม แต่ยอดภูเขาน้ำแข็งที่แตกตัวออกมาจากธารน้ำแข็งนั้นประกอบไปด้วยน้ำสะอาด

เรื่องแนะนำ

วิธีที่ เบธ ร็อดเดน นักไต่เขาชั้นยอดสามารถท้าทายจุดสูงสุดใหม่ๆ ได้เสมอ

หลังจากพิชิตเส้นทางใหม่หลายครั้ง การถูกลักพาตัวในคีร์กีซสถาน และการเขียนบล็อกชีวิตแม่ยอดนิยม เบธ ร็อดเดน (Beth Rodden) ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ในการไต่เขาต่อไป

ชีวิตการผจญภัยที่อยู่บนเส้นเชือก

Outdoors DNA กลุ่มคนที่รักการปีนเขาอยู่ในดีเอ็นเอ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบภาพยนตร์แนวแอ็กชันผจญภัย สิ่งหนึ่งที่มักเห็นในฉากภาพยนตร์เสมอคือการผจญภัยแบบสุดขั้ว ทั้งการปีนเขาแบบใช้เชือกโรยตัว การกางเต็นท์นอนในแดนหิมะ เดินลุยในป่ารกชัฎ นอนเต็นท์แคร่ริมผา (Portal-edge) ซึ่งหลายคนอาจนึกว่า กิจกรรมสุดโหดแบบนั้นคงมีแค่ชาวต่างชาติที่สามารถเข้าถึงได้ แต่สำหรับประเทศไทย เราพบว่ามีกลุ่มคนที่หลงใหลการเล่นเชือกผูกเงื่อน ปีนเขา โรยตัว นอนริมหน้าผาสูง และลุยหิมะบ้างในกรณีที่ผจญภัยในต่างประเทศ พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ Outdoors DNA ” ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่น่าจับตาที่สุดในตอนนี้ กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวิน – นวิน ฟูทวีมั่งทรัพย์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มOutdoors DNA พวกเขามีแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวแบบผจญภัยที่สร้างประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวมได้อย่างน่าสนใจทีเดียว “จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มท่องเที่ยวขึ้นเพราะ ผมและพี่ดี้ – ศรีพงษ์   พรรณ์แผ้ว เป็นผู้รักการผจญภัย เขากับพี่หนุ่ม – ทิพากร วิชชุรังษี เคยคุยกันว่าอยากทำเฟซบุ๊กแฟนเพจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เพราะนอกเหนือจากเดินป่าแล้ว ยังมีเรื่องของการปีนเขา (Mountaineering) ที่น่าสนใจ ซึ่งในตอนนั้นก็วางแผนจะไปเที่ยวอินเดียด้วยกัน” คุณวินเล่าถึงจุดเริ่มต้นให้เราฟัง เมื่อมีโอกาสคุยกันก็พบว่า พวกเรามีแนวทางในการท่องเที่ยวคล้าย ๆ […]

จินตนา เกษเพ็ชร จากสาวนักบัญชีสู่นักวิ่งเทรลระยะ 100+ กิโลเมตร ในงานวิ่งเทรลระดับโลก UTMB

หากถามถึงความฝันสักครั้งในชีวิตของนักวิ่งสายเทรล เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยที่ตั้งเป้าหมายอยากไปวิ่งในงาน Ultra-Trail du Mont-Blanc หรือที่นักวิ่งเทรลเรียกกันว่า “UTMB” ซึ่งถือเป็นมหกรรมระดับโลกที่รวมนักวิ่งใจแกร่งที่อยากจะมาทดสอบสภาพร่างกายและจิตใจกับเส้นทางการวิ่งบนภูเขาสูงในระดับมากกว่า 2,500 เมตร และสภาพอากาศสุดหฤโหดที่มีทั้งแดดร้อน หิมะตก และพายุ ทว่าแลกมาด้วยความท้าทายในการได้ทลายขีดจำกัดของตัวเองและทิวทัศน์อันสวยตระการตาตลอดเส้นทางการวิ่งผ่าน 3 ประเทศ คือ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส โดยมีจุดเริ่มต้นที่เมืองชาโมนิกซ์ (Chamonix) ประเทศฝรั่งเศส แน่นอนว่างานนี้ไม่ใช่แค่มีเงินก็มาวิ่งได้ แต่คุณต้องผ่านการเก็บคะแนนสะสมมาจากสนามวิ่งต่างๆที่กำหนดไว้ แล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเป็นข้อมูลในการสมัคร เพื่อรอลุ้น Lottery จากผู้จัดว่าจะได้ไปไหม ดังนั้นการได้มาวิ่งในงานนี้ถือเป็นที่สุดของการวิ่งเทรลแล้วจริงๆ  คุณไก่ – จินตนา เกษเพ็ชร คือสาวนักบัญชีที่ผมได้รู้จักตอนไปทดสอบสนามวิ่งเทรลที่จังหวัดระยองเมื่อปีกลาย เธอคนนี้คือหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสได้วิ่งในงานระดับโลกนี้ถึง 2 ครั้ง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการวิ่งเลย กระทั่งสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวเองมาจนมีวันนี้ คุณไก่เล่าว่าเธอลงวิ่งในระยะ CCC เป็นระยะทาง 101+ กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นระยะน้องๆของ UTMB (ระยะทาง 171+ กิโลเมตร) มีจุดปล่อยตัวที่เมืองคูมาเยอร์ในประเทศอิตาลี แล้ววิ่งผ่าน 3 ประเทศเช่นกัน แรงบันดาลใจในการวิ่งมาจาก […]