เดินเท้าในเมือง ย่างกุ้ง ที่กลายเป็นสนามรบจากการต้านรัฐประหารของชาวเมือง

เดินเท้าในเมืองย่างกุ้ง ที่กลายเป็นสนามรบจากการต้านรัฐประหารของชาวเมือง

ในเมือง ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ชายผู้นี้เดินเท้าไปในเส้นทางแห่งความเจ็บปวดและสูญเสีย

ย่างกุ้ง , เมียนมา – คุณจะเริ่มต้นการเดินท่องเที่ยวที่ในเมืองที่กลายเป็นสนามรบจากที่ใด

บางทีอาจจะเป็นแท่นรำลึกชั่วคราวของผู้ที่เสียชีวิต เช่นอนุสรณ์สถานรำลึกชั่วคราวของ Khant Nyar Hein

Khant Nyar Hein เป็นผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยและนักศึกษาแพทย์อายุ 17 ปี ที่ถูกตำรวจยิงจนเสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้วในย่านที่ชื่อว่า Tamwe ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนชนชั้นกลางในเมืองย่างกุ้ง เพื่อนของเด็กหนุ่มผู้นี้รีบลนลานออกจากที่กำบังเพื่อวางช่อดอกไม้อาลัยบนถนนลาดยางจุดที่เขาล้มลงและเสียชีวิต กองกำลังรักษาความปลอดภัยติดอาวุธหนักสอดส่ายสายตาเหนือกำแพงของสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ และเพียงไม่กี่ก้าวจากจุดที่มีรอยคราบเลือด คนงานในร้านน้ำชาแห่งหนึ่งยังคงเสิร์ฟไข่และก๋วยเตี๋ยวเป็นมื้อเช้า

“ฉันก็ไม่รู้ว่าร้านจะเปิดได้อีกนานแค่ไหน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบราบเรียบราวกับคนนอนละเมอ “ความรุนแรงครั้งนี้คงดำเนินต่อไปจนถึงจุดสิ้นสุด ซึ่งไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่เป็นในทุกที่ ทุกเมือง และทุกหมู่บ้าน” จากนั้น ด้วยการสะท้อนถึงมารยาทและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนพม่า เธอรินชาให้ผมเพิ่ม

ผมเดินทางไปรอบโลกเพื่อโปรเจกต์เล่าเรื่องสารคดีที่ชื่อว่า Out of Eden Walk ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ย่างกุ้ง
นี่คือหนึ่งใน 45 จุดบนเส้นทางที่ พอล ซาโลเพก เดินเท้าเป็นระยะทางราว 16 กิโลเมตร ผ่านย่านใจกลางเมืองของย่างกุ้ง อนุเคราะห์ภาพถ่ายโดย ESRI

ในบางครั้ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีจีพีเอส ผมวางแผนการเดินเท้าเพื่อเยี่ยมชมแหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในเมืองใหญ่ๆ ตามเส้นทางที่แผ่ขยายไปในทวีป ทั้งเมืองเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย, กรุงทบิลิซิ ประเทศจอร์เจีย, เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย และเมืองใหญ่ หลายเมืองที่การเดินเท้าได้เผยถึงเสน่ห์ของมวลหมู่ผู้คนผ่านบรรยากาศตลาดที่ละลานตา สวนสาธารณะ และตรอกขายอาหาร แต่เมื่อผมมาถึงเมืองย่างกุ้งของเมียนมาเพื่อเตรียมอุปกรณ์และข้าวของสำหรับการเดินทางอันเชี่องช้าและกินเวลาอีกหลายปีในทวีปเอเชีย ผมก็ได้เข้าสู่โลกของความเจ็บปวดอันน่าลำบากใจอย่างไม่ได้ตั้งใจ

พลเมืองกว่า 700 คนถูกฆ่าโดยกลุ่มนายพลที่ยึดอำนาจโดยการรัฐประหารในเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธุ์ที่ผ่านมา พวกเขาอ้างว่าการเลือกตั้งในปีที่แล้ว –ซึ่งพรรคการเมืองของพวกเขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูป – ถูกโกงการเลือกตั้ง กองทัพได้กักขังผู้นำพลเรือนของประเทศที่ได้รับรางวัลโนเบลอย่างอองซานซูจี และกักขังผู้ต่อต้าน, นักกิจกรรมประชาธิปไตย, ศิลปิน, สื่อมวลชน กว่า 3,300 คน ในเวลาต่อมา คณะรัฐประหารได้เผยแพร่ภาพใบหน้าที่ถูกทุบตีของผู้ที่ถูกควบคุมตัวผ่านโทรทัศน์ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวว่าประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้อาจเข้าสู่สภาวะรัฐล้มเหลวได้

ชาวเมืองย่างกุ้งวางดอกไม้บนจุดที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยยิงผู้ประท้วงเมื่อเดือนที่แล้ว ภาพถ่ายโดย PAUL SALOPEK

ภายใต้สถานการณ์ที่ชวนให้ใจสลาย อาจเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะดำเนินโปรเจกต์การเดินเท้าในเมืองของผม แต่ในเดือนที่แล้ว ผมตัดสินใจก้าวไปยังโลกที่ทั้งชวนและเศร้าสลดและสวยงามในเวลาเดียวกัน จากนั้น ผมได้ร่วมมือกับเพื่อนร่วมทางชาวพม่าที่ผมไม่สามารถระบุตัวตนของพวกเขาได้เพื่อความปลอดภัยในการเดินเท้าในพื้นที่ที่มีการปะทะในกรุงย่างกุ้งราว 16 กิโลเมตรเพื่อบันทึกสิ่งที่ผมพบเจอในเมืองที่มีประชากรเจ็ดล้านคน

ผลลัพธ์ที่ได้ : การเดินเท้าชมเมืองที่ไม่เหมือนกับเส้นทางการเดินเท้ารอบโลกใดๆ ซึ่งผมได้เดินทางมาแล้วกว่า 38,000 กิโลเมตร

บรรดาผู้ประท้วง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่มีอุดมการณ์ เฝ้าระวังแนวป้องกันถนนซึ่งสร้างอย่างเร่งรีบจากถังขยะ และตกแต่งด้วยผ้าอนามัย (ผลจากความเชื่อโบราณของชาวเมียนมาที่ผู้ชายจะสูญเสียพลังอำนาจความเป็นชายหากพวกเขาเข้าใกล้สิ่งของเครื่องใช้ของผู้หญิง; ผู้ประท้วงได้ใช้ความเชื่อนี้เป็นอาวุธต่อต้านตำรวจและทหาร)

ย่างกุ้ง, มินอ่องหล่าย, ประท้วงพม่า
ภาพถ่ายของผู้นำรัฐประหาร พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ถูกเหยียบย่ำด้วยความโกรธแค้น ภาพถ่ายโดย PAUL SALOPEK

คนขับแท็กซี่ที่รู้สึกเวทนากับกำแพงที่ดูเหมือนยุคกลางซึ่งสร้างขึ้นพร้อมกับไม่ไผ่ที่เหลาจนแหลมคม เจ้าของร้านชาวพุทธที่ต้องจมอยู่กับเศรษฐกิจที่ล่มสลายให้อาหารนกบนทางเดินเท้าที่ว่างเปล่า ซึ่งหวังว่าจะเป็นการทำบุญเพื่อช่วยเหลือตัวเขา

ถนนส่วนใหญ่อยู่ในสภาพร้างผู้คน การเดินขบวนประท้วงอันห้าวหาญที่เคยเขย่าเมืองย่างกุ้งให้สั่นไหวซึ่งเกิดขึ้นอย่างทันทีหลังการรัฐประหารตกอยู่ในช่วงการถูกปราบปรามที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน

“เรากำลังทุกข์ทรมาน เนื่องจากผู้คนต่างก็กำลังทุกข์ทรมาน” พระสงฆ์รูปหนึ่งที่ทรุดตัวใต้ร่มไม้กล่าวขึ้น ท่านกำลังผวาจากการที่ตำรวจได้ขว้างระเบิดแสง (flash-bang grenades) ในพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

ประท้วงพม่า, ย่างกุ้ง
สถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ในเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา: เมืองแห่งเครื่องกีดขวางชั่วคราวที่สร้างขึ้นโดยผู้ประท้วงที่สนับสนุนประชาธิปไตย ภาพถ่ายโดย STR, AFP/GETTY

ในการเดินทางที่เต็มไปด้วยความกลัว ความโกรธ ความบริสุทธิ์ ความขมขื่น และความเจ็บปวด ย่างกุ้งดูกลายเป็นเมืองอัมพาตเนื่องจากการเฝ้ารอคอย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป ผมเดินเตร็ดแตร่ไปบนถนนที่ถูกทอดทิ้งและถูกทาสีโดยกลุ่มผู้ประท้วงเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า ‘เราต้องการประชาธิปไตย’ (WE WANT DEMOCRACY) ในบรรยากาศของเมืองย่างกุ้งที่มีการปิดประตูบ้านเรือนเอาไว้ ผมไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีสิ่งใดรออยู่ในอนาคตอันใกล้

คลิกเพื่อชมทางเดินทางเสมือน (virtual tour) ของเมืองย่างกุ้งได้ที่นี่

เรื่อง PAUL SALOPEK 


อ่านเพิ่มเติม “ฉันทำสิ่งนี้เพื่อประชาธิปไตย” – เสียงจากผู้ประท้วงในเมียนมา

ผู้ประท้วงในเมียนมา

เรื่องแนะนำ

แสง สี เสียง ในเกาหลีเหนือ

รัฐบาลเปียงยาง ในเกาหลีเหนือ จัดการแสดงอันน่าตื่นตาโดยมีผู้แสดงหลายพันคน  ช่างภาพเรียนรู้ที่จะมองให้ไกลและลึกกว่าการแสดงนั้น กระทั่งด้วยมาตรฐานของเกาหลีเหนือ โชว์ปิดฉากงานฉลองครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งประเทศเมื่อปี 2018 ต้องถือเป็นการแสดงที่ชวนให้อ้าปากค้าง  นักเรียนนักศึกษาหลายพันคนถือคบเพลิงเดินสวนสนามเป็นระลอกไปรอบๆ จัตุรัสคิมอิลซุงประจำกรุงเปียงยาง ในเกาหลีเหนือ เปลวเพลิงไฟฟ้าบนยอดหอคอยชูเชส่องสว่าง ขณะที่เสียงร้องเพลงของเหล่ายุวชนและเสียงพลุดังก้องไปทั่วลานจัตุรัสอันใหญ่โตมโหฬาร การแสดงที่ใช้คนจำนวนมากเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยตลอดช่วงเวลา 20 ปีที่ผมบันทึกภาพในเกาหลีเหนือ ผมถ่ายภาพการแสดงเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเพราะความน่าตื่นตาตื่นใจ แต่เพราะทำให้เข้าใจภาพลักษณ์ที่รัฐบาลอยากนำเสนอให้โลกเห็น นั่นคือภาพประเทศในอุดมคติ  ไร้สิ่งรกหูรกตา นำเสนอแต่สิ่งดีๆ สามัคคีปรองดอง และแข็งแกร่ง ชาวเกาหลีเหนือคาดหวังให้ช่างภาพเป็นนักโฆษณาชวนเชื่อที่มีจุดมุ่งหมาย ไม่ใช่ช่างภาพข่าวที่มีสายตาชอบจับผิด นั่นทำให้การทำงานเป็นช่างภาพข่าวชาวต่างชาติในเกาหลีเหนือเป็นเรื่องท้าทาย ขณะอยู่ที่นั่น ผมมีมัคคุเทศก์ที่รัฐบาลจัดหาให้ตามไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา หน้าที่ของเขาคือคอยอำนวยความสะดวกให้ผมและจับตาดูความเคลื่อนไหวของผม ในการเดินทางครั้งแรกๆ ของผม ดูเหมือนชาวเกาหลีเหนือคาดหวังว่า ช่างภาพจากสหรัฐฯ ที่เป็นประเทศปรปักษ์อย่างผมจะตัดสินพวกเขาอย่างมีอคติ จงใจถ่ายภาพเพื่อทำให้พวกเขาดูเลวร้าย พวกเขาเฝ้ามองสิ่งที่ผมทำชนิดไม่ยอมให้คลาดสายตา  ทำให้ผมเรียนรู้ที่จะใช้กล้องแบบพลิกแพลงมากขึ้นเพื่อจับภาพช่วงเวลาดิบๆ บ่อยครั้งผมเก็บภาพอย่างเร่งรีบ  โดยถ่ายขณะกล้องอยู่ตรงตำแหน่งสะโพก หรือถ่ายจากหน้าต่างรถบัสหรือรถยนต์ระหว่างทางไป หรือกลับจากงานที่มีกำหนดการล่วงหน้า  ภาพถ่ายที่น่าสนใจที่สุดเป็นเพียงภาพคนธรรมดาสามัญกำลังทำสิ่งธรรมดาสามัญ และการถ่ายภาพแนวแคนดิดนี้ก็ทำให้ผมเปิดหน้าต่างบานเล็กๆ เข้าสู่ชีวิตประจำวันของชาวเกาหลีเหนือได้ในที่สุด ผมเชื่อว่า พอเวลาผ่านไปมัคคุเทศก์ที่ทำงานกับผมเริ่มเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามทำ นั่นคือการให้มุมมองที่ซื่อสัตย์และยุติธรรมแก่ประเทศของพวกเขา  ไม่ว่าจะหยาบกระด้างหรือไร้การปรุงแต่งแค่ไหน ผมกำลังมองหาความเป็นสากล ชีวิตประจำวัน ผู้คนจริงๆ ที่มีชีวิตอยู่จริงๆ และควรค่าแก่การทำความเข้าใจ […]

รู้จักกับ คาร์ซีต อุปกรณ์บนรถเพื่อลูกน้อยที่พ่อแม่หลายคนหลงลืม

ภาพของเด็กวัยเกิดกำลังใช้ คาร์ซีต ภาพถ่ายจาก https://yourshot.nationalgeographic.com/photos/5386068/ โดย Michael Lee เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ การติดตั้ง คาร์ซีต (Car seat) หรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็กจึงจำเป็น เพียงแต่ว่าในสังคมไทยอาจยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้มากนัก ความปลอดภัยของลูกน้อยเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับผู้ที่เป็นพ่อแม่เสมอ ในยามที่พ่อแม่ต้องพาลูกออกเดินทางไปโดยรถยนต์ส่วนตัว อุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันอย่างลำลองว่า คาร์ซีต (Car Seat หรือ Child Safety Seat) ซึ่งในระดับสังคมโลกถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกครอบครัวที่มีรถยนต์ แต่สำหรับในประเทศไทย การใช้คาร์ซีตอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในบรรดาพ่อแม่ลูกอ่อนชาวไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม คาร์ซีตกลายเป็นเด็นทางสังคมมากขึ้นเมื่อมีกรณีเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งมีเด็กน้อยนั่งอยู่บนรถ แต่กลับรอดชีวิตได้เพราะคาร์ซีตมาอยู่หลายครั้ง ถ้าเป็นในสังคมต่างประเทศ เหตุการณ์แบบนี้อาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับในประเทศไทยกลับดูเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เพราะคาร์ซีตไม่ได้รับความสำคัญมากนัก และเหตุการณ์เช่นนี้ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่า คาร์ซีตนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและทรงคุณค่ายิ่งสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกน้อย คาร์ซีตคืออะไร คาร์ซีต หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์เสริมเบาะที่นั่งรถยนต์ซึ่งออกแบบพิเศษเพื่อป้องกันเด็กจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในคราวที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ เช่น เหตุการณ์รถชน โดยปกติแล้ว คาร์ซีตถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่เจ้าของรถจะต้องเป็นผู้ติดตั้งด้วยตัวเอง มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าแต่เดิมเบาะนั่งบนรถยนต์สำหรับเด็กเริ่มมีการคิดค้นเมื่อราวทศวรรษที่ 1930 แต่ในช่วงเวลานั้นไม่ได้ถูกประดิษฐ์มาเพื่อจุดประสงค์ของความปลอดภัย แต่กลับประดิษฐ์ขึ้นเพื่อเป็นเบาะที่ยกสูงเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถมองดูเด็กระหว่างควบคุมยานพาหนะได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเป็นเพื่อความปลอดภัยของเด็กดังเช่นในปัจจุบัน ความสำคัญของคาร์ซีต สำหรับผู้ใหญ่ การคาดเข็มขัดนิรภัย […]

เรื่องราวของ ‘ครอบครัวนักผจญโลกกว้าง’ ที่เดินทางข้ามทวีปและทั่วไทยบนรถบ้านคันยักษ์

“เราตัดสินใจออกเดินทาง เพราะต้องการออกสำรวจโลกกว้างไปพร้อมกับการใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่ ในฐานะครอบครัว เราคิดว่ามันคงดีไม่น้อย หากลูก ๆ ได้เติบโตขึ้นท่ามกลางผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ประเพณี ได้เรียนรู้ความแตกต่างและหลากหลายอันน่ามหัศจรรย์ของโลกใบนี้” Hakuna Matata คือคำภาษาสวาฮิลี จากทวีปแอฟริกาตะวันออก มีความหมายว่า ‘ไม่ต้องกังวล’ ตรงกับอุปนิสัยของสมาชิกทั้ง 4 ของครอบครัว ประกอบไปด้วยคุณพ่อซิลเวียน คุณแม่เอริกา และลูกชาย 2 คนคือทีโบและอีลาน Hakuna Matata คำแสนยาวคำนี้ จึงถูกตั้งเป็นชื่อทริป และนำไปติดโดดเด่นไว้บริเวณหน้ากระจกรถบ้านสีเหลืองสด ที่เดินทางมาแล้วนับสิบประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่พวกเขาข้ามพรมแดนเข้าตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว ก่อนจะพบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การเดินทางต้องหยุดชะงักเป็นระยะ จนถึงทุกวันนี้ พวกเขายังอยู่ในประเทศไทย ขับรถบ้านสีเหลืองคันใหญ่เดินทางลัดเลาะไปตามแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่งดงาม เข้าไปเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชนอันห่างไกลในหลายพื้นที่ และฝึกพูดภาษาไทยได้คล่องระดับที่สั่งอาหารได้ เรียกเก็บเงินรู้เรื่อง “ทุกความแตกต่างของวัฒนธรรมคือสิ่งอัศจรรย์ที่น่าค้นหา เราเรียนรู้ที่จะชื่นชมและดื่มด่ำกับมันด้วยความเคารพ ด้วยดวงตาและหัวใจที่เปิดกว้าง ทุกการเรียนรู้ตลอดการเดินทางคือสิ่งที่เรามอบให้ลูกชายทั้งสองเป็นพื้นฐานทัศนคติ เพื่อหล่อหลอมเป็นแนวคิดสำหรับการใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง สังคมและโลกใบนี้ ในวันที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต” เอริกาเอ่ยขึ้น เราชวนคุณนั่งลงสนทนากับครอบครัวเล็ก ๆ แสนอบอุ่น Hakuna Matata ถึงการเดินทางแสนทรหด และประสบการณ์ไม่รู้จบจากการเดินทางรอบโลก บนรถบ้านที่เป็นความใฝ่ฝันของผู้คนมากมายไปพร้อมกัน […]

รินด์จานี : ความฝัน ความทรงจำ และคราบน้ำตา

การเดินทางที่เคล้าด้วยการผจญภัย และคราบน้ำตา บนภูเขาไฟ รินด์จานี สวัสดี รินด์จานี ปี 2015 ข่าวการระเบิดครั้งใหญ่ทำให้เรารู้จักกับภูเขาไฟลูกหนึ่ง ปี 2017 เราเดินทางไปพิชิตภูเขาไฟลูกนั้น และนี่คือเรื่องราวทั้งหมด ยินดีที่ได้รู้จัก กุหนุงรินด์จานี คือภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่ และสูงที่สุดในเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนิเซีย เมื่อปี 2015 เรารู้จักกันผ่านข่าวการระเบิดของเธอที่เผยแพร่ผ่านทางจอโทรทัศน์ แม้เป็นการรู้จักที่ไม่น่ายินดีสักเท่าไร แต่ก็คงต้องกล่าวว่า ยินดีที่ได้รู้จักต่อกันจริงๆ การเดินทางตลอดสิบหกชั่วโมง จากดอนเมืองถึงมาตารัม เราหวังใจไว้ว่า อยากยลโฉมรินด์จานีในทันทีที่เดินทางไปถึง แต่กลับกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน ราตรีกาลบดบังนางเอาไว้จนเรามองไม่เห็น และนางยังคงหลับไหลซ่อนตัวอยู่ในนั้น 6 นาฬิกา 30 นาทีของวันถัดมา คือเวลาที่เรามองเห็น รินด์จานี จากหน้าห้องพักด้วยตาของตัวเองเป็นครั้งแรก เราผินมองยอดสูงสุดพร้อมคิดว่า เราต้องไปถึงตรงนั้นในอีก 24 ชั่วโมงต่อจากนี้ ความประหม่ากลับเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จากจุดที่ตั้งของร้านจอห์นส์แอดเวนเจอร์ (John’s Adventure) เราต้องนั่งรถต่อไปอีกราวหนึ่งชั่วโมงจนถึงเซมบาลุน ซึ่งเราเริ่มเดินเท้าจากตรงนั้น สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือความแข็งแรงของพอร์เตอร์ (porter) หรือลูกหาบ ที่ฉีกทุกทฤษฎีของกระเป๋าเดินเขาไปอย่างสิ้นเชิง ไม้ไผ่ถูกสานขัดกันเพื่อใช้ในการแบกของ และเท้าเปล่าก็เพียงพอสำหรับการขึ้นให้ถึงเบสแคมป์   […]