แมนต้าเรย์ (Manta ray) หรือกระเบนราหู รวมตัวกันเพื่อสังสรรค์อาหารมื้อใหญ่

อลหม่านแมนต้าเรย์ในทะเลมัลดีฟส์

ผมจำได้แม่นว่า ภาพที่จุดประกายให้รู้สึกอยากไปอ่าวฮานิฟารู (Hanifaru Bay) ในมัลดีฟส์คือภาพถ่ายของ โทมัส พีแช็ก ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่บันทึกปรากฏการณ์ feeding frenzy หรือภาพฝูงปลากระเบนราหู หรือ แมนต้าเรย์ (manta ray) แห่มากินแพลงก์ตอนในอ่าวแบบมืดฟ้ามัวดิน ในภาพผมแทบมองไม่เห็นผืนน้ำสีฟ้า เพราะแน่นขนัดไปด้วยกระเบนราหูลำตัวสีดำ และสีขาวโพลนบริเวณท้อง

หลังจากนั้นไม่นาน ในปี 2011 พวกเราพากันไปมัลดีฟส์ด้วยความหวังที่อยากเห็นภาพเดียวกัน แต่ครั้งนั้น เจอกระเบนราหูเพียง 10 ถึง 20 ตัว แม้เป็นช่วงเวลาที่สนุกมากที่ได้ว่ายน้ำกับปลากระเบน เราต่างรู้สึกว่า ยังไม่สมใจและต้องกลับไปซ้ำอีกรอบแบบเต็มๆ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นักดำน้ำแห่แหนกันไปฮานิฟารูจนกระทั่งฝูงกระเบนราหูหายไปจากบริเวณอ่าวเป็นเวลาหลายปี และเพิ่งจะกลับมาหากินเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แมนต้าเรย์, กระเบนราหู, ดำน้ำ, มัลดีฟส์
เพื่อนรักจานบินของเรา

ส่วนพวกเราที่ตารางดำน้ำแน่นเกือบทุกปี ทุกสิ่งอย่างเพิ่งจึงมาลงตัวช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมปี 2019 หลังจากรอคอยอย่างยาวนาน จึงต้องวางแผนกันอย่างดีเพื่อให้ตรงกับช่วงที่มีโอกาสเจอฝูงกระเบนราหูได้ดีที่สุด โดยเฉพาะการกางปฏิทินดูข้างขึ้นข้างแรม

ผมขอแนะนำเกี่ยวกับกระเบนราหูสักเล็กน้อย ถึงแม้ชื่อและลักษณะภายนอกอาจดูน่ากลัว อีกทั้งลำตัวขนาดใหญ่ แต่ความจริงแล้ว กระเบนราหูไม่มีพิษมีภัยแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีเงี่ยงที่หาง ในประเทศไทย กระเบนราหูหรือที่นักดำน้ำเรียกสั้นๆ ว่า แมนต้าเรย์ พบเห็นได้บ่อยครั้งที่หินม่วง หินแดง (ในทะเลกระบี่) หมู่เกาะสิมิลัน เกาะบอน เกาะตาชัย และนานทีปีหนที่กองหินโลซิน

แมนต้าเรย์, กระเบนราหู, ดำน้ำ, มัลดีฟส์

ครีบของกระเบนราหูมีลักษณะคล้ายปีก เวลาว่ายน้ำจึงเหมือนนกบินมากกว่า แม้ว่ากระเบนราหูมีลำตัวค่อนข้างใหญ่ แต่เป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำเร็วมาก หากพบกระเบนราหูตอนกำลังกินแพลงก์ตอน สังเกตได้ว่า ครีบหูหรือครีบหัวคอยทำหน้าที่โบกพัดเอาแพลงก์ตอนเข้าปาก ขนาดของปากขณะอ้ารับแพลงก์ตอนกวว้างมากจนเห็นช่องเหงือกได้ชัดเจน มองบางมุมหน้าตาเหมือนยานอวกาศ

หากกระเบนราหูไม่ได้สาละวนกับการกินอยู่ ครีบหูหรือครีบหัวจะถูกม้วนเก็บไว้ จึงเป็นสัญญาณบอกนักดำน้ำว่า พวกเขาพร้อมจะเล่น ซึ่งบ้างก็ว่ายน้ำโชว์ลีลาตีลังกากลับหัว บ้างก็ว่ายมาเล่นฟองอากาศของนักดำน้ำ สร้างความเพลิดเพลินให้ทั้งสองฝ่าย

แมนต้าเรย์, กระเบนราหู, ดำน้ำ, มัลดีฟส์
เข้าแถวกันกินแพลงก์ตอน

กระเบนราหูเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล แต่ถ้าอยากเจอพร้อมกันเป็นฝูงใหญ่ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง พื้นที่อ่าวฮานิฟารูตั้งอยู่ในบาอะทอลล์ (Baa Atoll) มีขนาดใหญ่ไม่เกินหนึ่งสนามฟุตบอล ในช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม ของทุกปี (หรือฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้) เป็นช่วงที่แพลงก์ตอนไหลมากับกระแสน้ำ ด้วยลักษณะทางกายภาพที่แคบและยาว จึงทำบริเวณนี้กลายเป็นแหล่งหากินชั้นดีเมื่อแพลงก์ตอนถูกพัดเข้ามาในอ่าว

แมนต้าเรย์, กระเบนราหู, ดำน้ำ, มัลดีฟส์
กระเบนหากินอยู่ที่ผิวน้ำและไม่ได้สนใจนักดำน้ำ

ส่วนกระเบนราหูมักแหวกว่ายเข้ามาทางปากอ่าวเพื่อ “ต้อน” ให้อาหารเข้ามาอยู่ในบริเวณที่จะหากินได้สะดวก พฤติกรรมที่นักดำน้ำเห็นกันจนคุ้นตาคือ กระเบนราหูว่ายน้ำวนเรียงกันเป็นเวลาเวลาหาออกหากิน ถ้ามีจำนวนสมาชิกหลักสิบก็ยังพอเป็นระเบียบอยู่บ้าง แต่ถ้ามากันเป็นร้อยตัวก็เริ่มแตกแถวและว่ายชนกันไปมาด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ของพวกเขา

อ่าวฮานิฟารูเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Area) ของมัลดีฟส์ และได้รับการประกาศให้เป็นเขตชีวมณฑลโดย UNESCO จึงมีการจัดระเบียบเพื่อการอนุรักษ์พอสมควร เพื่อไม่เป็นการรบกวนพฤติกรรมหากินตามธรรมชาติของสัตว์น้ำ หนึ่งในกฎที่เข้มมากก็คือ ห้ามดำน้ำแบบสกูบาโดยเด็ดขาด ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ feeding frenzy ต้องว่ายอยู่ผิวน้ำด้วยการสนอร์เกิลลิงเท่านั้น และจำกัดเวลากลุ่มละ 45 นาที

แมนต้าเรย์, กระเบนราหู, ดำน้ำ, มัลดีฟส์
นักดำน้ำที่มีทักษะดำน้ำตัวเปล่าจะได้อารมณ์ประมาณนี้

เราเดินทางจากมาเล่ด้วยเครื่องบินใบพัดสู่เกาะ Dharavandoo ซึ่งอยู่ห่างจากฮานิฟารูเพียง 2 กิโลเมตร และเลือกพักที่ beach resort แบบเรียบง่าย เพราะมามัลดีฟส์ทั้งทีจังอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศชายหาดสีขาวและน้ำทะเลสีฟ้าใส ในขณะที่บางคนอาจเลือกนอนบนเรือประเภท liveaboard ที่ทั้งกินและนอนอยู่บนเรือ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกพักบนเกาะหรือบนเรือ คุณต้องนั่งเรือเล็ก (dhoni) ออกไปยังจุดว่ายน้ำกับกระเบนราหู เพราะตามกฎกำหนดไว้ว่า ทางรีสอร์ทและเรือ liveaboard จะต้องสลับวันกันพานักท่องเที่ยวไปจุดดำน้ำ เพื่อไม่ให้การจราจรทางน้ำหนาแน่นเกินไป

เนื่องจากเรารอคอยมาหลายปี เราจึงเลือกเวลาพักอยู่ที่รีสอร์ท 7 วัน 6 คืน เพื่อให้มีจำนวนวันได้ออกไปบริเวณอ่าวมากที่สุด ทั้งนี้ วันหรือจังหวะที่เราออกไปก็ต้องขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัยอีกว่า เราจะได้เจอกระเบนราหูเยอะแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้างขึ้นข้างแรม เวลาที่น้ำขึ้นเต็มที่ เป็นต้น

 

โชคดีที่สมัยนี้มีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย มี ranger คอยส่งข่าวทางวิทยุให้คนที่อยู่บนเกาะหรือบนเรือ แต่ทุกครั้งที่ออกทะเลไม่ได้แปลว่าเราจะได้พบกระเบนราหูทุกครั้ง เราไม่สามารถกำหนดธรรมชาติได้ ถึงแม้ปัจจัยต่างๆ จะเอื้อต่อการปรากฏตัว เช่น น้ำขึ้นเต็มที่ก็แล้ว แต่หากกระเบนราหูไม่เข้ามาก็มีบางครั้งที่ต้องรอถึงสองชั่วโมง

แมนต้าเรย์, กระเบนราหู, ดำน้ำ, มัลดีฟส์
กระเบนยังมีระเบียบเพราะฉะนั้นคนก็ต้องมีระเบียบด้วย

วันที่รู้สึกมหัศจรรย์ที่สุดคือ ขณะที่เรือหลายลำลอยตัวรอด้วยความหวังก็เริ่มมีกระเบนราหูว่ายเข้ามาหนึ่งหรือสองตัว และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีตั้งใจจะนับ พอถึงเวลาจริงพวกเราก็เลิกนับแล้ว แต่พอประมาณด้วยสายตาได้ว่าประมาณหนึ่งร้อยตัวเหมือนขบวนอะไรสักอย่าง และบางช่วงก็ว่ายวนกันเป็นวงใหญ่เหมือนพายุไซโคลน บางจังหวะก็แตกแถวกัน จังหวะนั้นทุกอย่างดูชุลมุนมาก ไหนจะฝูงกระเบนราหู ไหนจะนักท่องเที่ยว ต้องคอยระวังกันให้ดีไม่ให้ไปถูกตัวกระเบนเพราะเค้าจะมาใกล้ผิวน้ำมาก ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือ ว่ายอยู่ในแนวนอนตามปกติ ทำตัวให้อยู่ในท่าราบมากที่สุด และหลีกเลี่ยงการอยู่ในแนวตั้งแล้วก้มหน้าลงไปมองในน้ำ

ภาพทั้งหมดปรากฏอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงจนกระทั้งต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป บางครั้งอาจมีฉลามวาฬเข้ามาผสมโรงด้วย เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องของ “ดวง” สำคัญมากแค่ไหน แต่ที่แน่ชัดคือ เราต้องคำนึงเสมอว่า เราเป็นเพียงคนหนึ่งที่มีโอกาสเข้ามาเยือนถิ่นหากินของพวกเขาและ หากพวกเขา “อนุญาต” ให้เรามีส่วนร่วมอยู่ตรงนั้น เราก็ต้องเคารพธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ รวมทั้งเคารพกฎเกณฑ์ของทางการด้วย

แมนต้าเรย์, กระเบนราหู, ดำน้ำ, มัลดีฟส์
ความอลหม่านที่เกิดขึ้นใต้น้ำในช่วงเวลาที่กระเบนราหูสาละวนกับการต้อนแพลงก์ตอนเข้าปาก

ส่วนปรากฏการณ์นี้จะคงอยู่ไปอีกนานแค่ไหน คงไม่มีใครตอบได้ เพราะความพยายามในการอนุรักษ์ของมนุษย์ยังไม่เพียงพอ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี เมื่อพวกเราได้มาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในครั้งนี้ เราก็ยิ่งเข้าใจวิถีของธรรมชาติ แต่ละอย่างที่พวกเราหมายมั่นว่าจะเห็นนั้น เราไม่ได้สมหวังเสมอไป ให้ทำใจเป็นกลางและตระหนักว่า “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” และเหนือสิ่งอื่นใดคือต้องอดทน ทุกสิ่งเกิดขึ้นได้ในทะเลเปิด ไหนจะคลื่น ไหนจะลม ไหนจะฝน และหากวันนั้นจะเป็นของเราแล้ว ธรรมชาติจะมอบรางวัลที่แสนสวยงามให้กับเราเอง

เคล็ด(ไม่ลับ)การเก็บภาพประทับใจ

  • ห้ามใช้แฟลช เพราะฉะนั้นถ้ากล้องของคุณเป็นแบบต้องต่อ strobe ไม่ต้องแบกไปเลยให้หนักกระเป๋า
  • ห้ามถูกเนื้อต้องตัวกระเบนราหู ถึงแม้ว่าเขาจะเข้ามาใกล้จนเอื้อมมือไปจับได้ก็ตาม
  • ใช้เลนส์ wide angle และเนื่องจากเวลามีแพลงตอนเยอะน้ำจะขุ่นมากเพราะฉะนั้นพยายามอยู่ใกล้ฝูงกระเบนราหูที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะทัศนวิสัยใต้น้ำจะไม่ค่อยดี
  • ถ่ายวิดีโอเก็บภาพมุมกว้างจะดีกว่า เพราะจะได้บรรยากาศและได้อารมณ์มากกว่าภาพนิ่งหลายเท่า
  • รักษามารยาทด้วย เพราะทุกคนก็อยากจะเก็บบรรยากาศนี้เหมือนกัน

เรื่อง: ธนพงศ์ บรรพตจิต
ภาพถ่าย: Changnoi Diving และธรรมยุทธิ์ วัฒนวงศ์วรรณ


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: กระเบนราหู รวมตัวกันในงานเลี้ยงโกลาหล

กระเบนราหู, ฝูงปลากระเบน, การหาอาหาร

เรื่องแนะนำ

อ่าวมาหยากับความงามที่เลือนหาย

นักท่องเที่ยวหลายคนที่วางแผนจะไปเยี่ยมชม " อ่าวมาหยา " คงต้องพับแผนเก็บไปก่อน เมื่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขยายระยะเวลาปิดการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

อลหม่านแมนต้าเรย์ในทะเลมัลดีฟส์

ผมจำได้แม่นว่า ภาพที่จุดประกายให้รู้สึกอยากไปอ่าวฮานิฟารู (Hanifaru Bay) ในมัลดีฟส์คือภาพถ่ายของ โทมัส พีแช็ก ช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่บันทึกปรากฏการณ์ feeding frenzy หรือภาพฝูงปลากระเบนราหู หรือ แมนต้าเรย์ (manta ray) แห่มากินแพลงก์ตอนในอ่าวแบบมืดฟ้ามัวดิน ในภาพผมแทบมองไม่เห็นผืนน้ำสีฟ้า เพราะแน่นขนัดไปด้วยกระเบนราหูลำตัวสีดำ และสีขาวโพลนบริเวณท้อง หลังจากนั้นไม่นาน ในปี 2011 พวกเราพากันไปมัลดีฟส์ด้วยความหวังที่อยากเห็นภาพเดียวกัน แต่ครั้งนั้น เจอกระเบนราหูเพียง 10 ถึง 20 ตัว แม้เป็นช่วงเวลาที่สนุกมากที่ได้ว่ายน้ำกับปลากระเบน เราต่างรู้สึกว่า ยังไม่สมใจและต้องกลับไปซ้ำอีกรอบแบบเต็มๆ แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นักดำน้ำแห่แหนกันไปฮานิฟารูจนกระทั่งฝูงกระเบนราหูหายไปจากบริเวณอ่าวเป็นเวลาหลายปี และเพิ่งจะกลับมาหากินเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนพวกเราที่ตารางดำน้ำแน่นเกือบทุกปี ทุกสิ่งอย่างเพิ่งจึงมาลงตัวช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมปี 2019 หลังจากรอคอยอย่างยาวนาน จึงต้องวางแผนกันอย่างดีเพื่อให้ตรงกับช่วงที่มีโอกาสเจอฝูงกระเบนราหูได้ดีที่สุด โดยเฉพาะการกางปฏิทินดูข้างขึ้นข้างแรม ผมขอแนะนำเกี่ยวกับกระเบนราหูสักเล็กน้อย ถึงแม้ชื่อและลักษณะภายนอกอาจดูน่ากลัว อีกทั้งลำตัวขนาดใหญ่ แต่ความจริงแล้ว กระเบนราหูไม่มีพิษมีภัยแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีเงี่ยงที่หาง ในประเทศไทย กระเบนราหูหรือที่นักดำน้ำเรียกสั้นๆ ว่า แมนต้าเรย์ พบเห็นได้บ่อยครั้งที่หินม่วง […]

เขื่อนเชี่ยวหลาน สวรรค์ของนักผจญภัยที่ไม่ควรพลาด

เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ต้องมาเยือน สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสกับการผจญภัยในหน้าร้อน เขื่อนเชี่ยวหลาน เดิมเป็นชื่อของ เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการชลประทาน และการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงาม หรือที่คนไทยมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”  ซึ่งที่มาของชื่อนี้ได้มาจากภูมิทัศน์ที่คล้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในประเทศจีน เมื่อมาถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ไม่ควรพลาดที่จะต้องไปเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่นี่นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ยังมีสถานที่มากมายที่คนรักการผจญภัยไม่ควรพลาด  เช่น การเดินชมถ้ำ  พายเรือคายักส่องสัตว์ยามเย็น และตกปลาในละแวกใกล้เคียงก็สามารถทำได้เช่นกัน 5 สถานที่ในเขื่อนเชี่ยวหลานที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักการผจญภัย 1. สวนสัตว์มอร์นิง ซาฟารี มีบริการล่องเรือส่องสัตว์ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและพฤติกรรมสัตว์  ระหว่างทางจะได้พบกับสัตว์ป่านานาชนิดในอุทยานฯ อาทิเช่น ฝูงลิง ฝูงกระรอก ฝูงค่างแว่นบนต้นไม้สูงใหญ่ และยังมีสัตว์ที่หาดูได้ยากอย่างเช่น นกอินทรีขนาดใหญ่เกาะอยู่ตามตอไม้กลางน้ำ ตัวเลียงผาที่ออกมาเดินหากินตามหน้าผา นกเงือกหากินบริเวณที่มีผลไทรป่าสุก ซึ่งมักจะอยู่เป็นคู่หรือกลุ่มเล็กประมาณ 3-5 ตัว มีข้อแนะนำเล็กน้อยว่า ในการล่องเรือส่องสัตว์ห้ามส่งเสียงดัง เพราะจะทำให้สัตว์ตื่นกลัวได้ 2. ถ้ำปะการัง เป็นถ้ำที่อยู่ด้านในเขาสก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเรือหางยาว หรือนั่งแพยนต์ เพื่อไปเดินป่า และเข้าชมความงามถ้ำปะการังได้ […]

เทคโนโลยีใหม่ “เต็นท์” ที่ช่วยให้การตั้งแคมป์ใต้น้ำเป็นไปได้

“เต็นท์” ใต้น้ำใหม่นี้ช่วยให้นักดำน้ำสามารถงีบหลับ กิน อีกทั้งยังช่วยลดความดันอากาศใต้คลื่น ตั้งแต่รุ่งอรุณแห่งยุค SCUBA สมัยใหม่ นำโดย Jacques Cousteau ในต้นปี 1940 นักสำรวจมหาสมุทรได้แสวงหาวิธีการใหม่ในการอยู่ใต้ทะเลได้นานขึ้น เพราะเดิมทีถังออกซิเจนสามารถบรรจุก๊าซได้ในปริมาณที่จำกัด อีกทั้งในเรื่องของสรีรวิทยาของมนุษย์ภายใต้แรงดันน้ำในทะเลลึก ทำให้นักประดาน้ำจำเป็นต้องว่ายน้ำขึ้นมาหายใจบนผืนน้ำอยู่เป็นระยะ นักสำรวจของทาง National Geographic อย่าง Michael Lombardi และศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก Winslow Burleson ได้ทำการออกแบบและจดสิทธิบัตร “Ocean Space Habitant” หรือเต็นท์ใต้น้ำไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเอาไว้สนับสนุนและช่วยให้นักดำน้ำสามารถอยู่ในทะเลได้นานกว่าปกติ เมื่อความลึกไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป การใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจใต้น้ำแบบธรรมดา (SCUBA) นั้นมีข้อจำกัดหลายประการ ประการแรกถือเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะสูดออกซิเจนเข้าไปในปริมาณที่มากกว่าปกติเวลาอยู่ใต้ทะเลลึก เพราะฉะนั้นการดำน้ำลึกแทบจะเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก ประการที่สองอาจเป็นกรณีที่ต้องพบกับปัญหา “โรคน้ำหนีบ” (The Bends) ซึ่งหากถึงตอนนั้นการรักษาอาจจะเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง “โรคน้ำหนีบ ถือเป็นอันตรายอย่างมากในความลึกของน้ำระดับนี้ นั่นหมายความว่าการเข้าถึงหน่วยฉุกเฉินใต้น้ำแทบจะกลายเป็นศูนย์เลย” เจนนิเฟอร์เฮย์ส ช่างภาพใต้น้ำกล่าว ในขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกใต้น้ำไม่เอื้ออำนวยเธอและคู่หูของเธอ ปลอดภัยไว้ก่อน จุดประสงค์ของ Ocean Space Habitat เพื่อแก้ปัญหาที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์การดำน้ำ […]