3 เส้นทางศึกษาธรรมชาติในกาญจนบุรี ที่ไม่ยากเกินสำหรับคนอยากเริ่มต้นเดินป่า

3 เส้นทางศึกษาธรรมชาติในกาญจนบุรี ที่ไม่ยากเกินสำหรับคนอยากเริ่มต้นเดินป่าปีนเขา

หากใครมีเวลาแค่วันเดียว แต่อยากเที่ยวชมธรรมชาติแบบอิ่มเอมใจเมื่อมากาญจนบุรี 3 จุดหมายที่เราอยากแนะนำ คือน้ำตกไทรโยคใหญ่ น้ำตกเอราวัณ และน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ที่ต่างก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หรือจริง ๆ ถ้าไม่ได้รีบไปไหน จองที่พักกางเต็นท์ค้างแรมสักคืนในเขตอุทยานฯ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

น้ำตกเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

น้ำตกเอราวัณ หรือที่เมื่อก่อนชาวบ้านเรียกกันว่า ‘น้ำตกสะด่องม่องล่าย’ ซึ่งมีที่มากจากชื่อของลำห้วยม่องล่าย ต้นน้ำของน้ำตกที่ไหลมาจากยอดเขาตาม่องล่าย ในเทือกเขาสลอบ คือน้ำตกหินปูนยุคเพอร์เมียน อายุประมาณ 285-245 ล้านปี ที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะน้ำสีเขียวมรกตอันเลื่องชื่อ ตัวน้ำตกแบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นน้ำได้ ประกอบไปด้วย ไหลคืนรัง วังมัจฉา ผาน้ำตก อกนางผีเสื้อ เบื่อไม่ลง ดงพฤกษา และ ภูผาเอราวัณ ที่เวลามีสายน้ำไหลบ่าจะมีลักษณะคล้ายกับหัวช้างเอราวัณนั่นแหละ

ระดับความยาก: ค่อนข้างง่าย เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไป-กลับ 3 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย ๆ ไม่เกิน 4 ชั่วโมง

ฤดูท่องเที่ยว: ตลอดปี

ช่องทางติดต่อ: อุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทร. 034-574-222 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://portal.dnp.go.th หรือเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/อุทยานแห่งชาติเอราวัณ-Erawan-National-Park-580314699117381/

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

ข้อดี น้ำตกที่สวยที่สุดของ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์เพียง 100 เมตร ซึ่งสายธารที่เกิดจากลำห้วยแม่ขมิ้นที่ไหลผ่านเทือกเขาหินปูนนี้แบ่งออกได้เป็น 7 ชั้น ประกอบด้วย ดงว่าน ม่านขมิ้น วังหน้าผา ฉัตรแก้ว ไหลจนหลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า สามารถลงเล่นน้ำตกได้บริเวณชั้นที่ 1-3 ส่วนใครอยากเดินให้ครบทั้ง 7 ชั้น ระยะทางการเดินเท้ายาวประมาณ 2,270 เมตร และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง รวมถึงจุดชมวิวของอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์อีกด้วย

ระดับความยาก: ค่อนข้างง่าย เนื่องจากระยะทางเดินเท้ายาวประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมงก็สามารถอิ่มเอมกับความสวยของน้ำตกได้แล้ว

ฤดูท่องเที่ยว: ตลอดทั้งปี

ช่องทางติดต่อ: อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โทร.06-2325-5498 และ 08-2290-2466 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://portal.dnp.go.th  หรือเฟซบุ๊ค อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ – KhuanSrinagarindra National Park https://www.facebook.com/khueansrinagarindra/

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

เส้นทางเดินระยะสั้นที่เหมาะกับใครก็ตามที่อยากเริ่มต้นเดินเท้าสำรวจธรรมชาติแบบไม่เหนื่อยนักและใช้เวลาไม่นานมาก ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค แบ่งเส้นทางศึกษาธรรมชาติออกเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ ระยะทางสั้น ๆ 1 กิโลเมตร และระยะทางเสริมยาว 2 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ทั้งสองเส้นทางสามารถชมเรือนยอด พร้อมศึกษาประวัติศาสตร์ของทางรถไฟสายมรณะได้ในคราวเดียวกัน

ระดับความยาก: ค่อนข้างง่าย สามารถใช้เวลาเดินไม่เกิน 1 ชั่วโมง สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ที่มีระยะทางสั้น ๆ เพียง 1 กิโลเมตร และมีสะพานยกระดับที่สร้างมาให้เดินได้ดะดวก

ฤดูท่องเที่ยว: ตลอดทั้งปี

ช่องทางติดต่อ: อุทยานแห่งชาติไทรโยค โทร. 034-686-024 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://portal.dnp.go.th หรือเฟซบุ๊คอุทยานแห่งชาติไทรโยค – Sai Yok National Park https://www.facebook.com/SaiYokNationalPark

ข้อมูลอ้างอิง:
สำนักอุทยานแห่งชาติ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช | http://park.dnp.go.th/
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) | https://thai.tourismthailand.org/home

เรื่องแนะนำ

ตั้งใจพาย SUP ลอดใต้สะพานมอญ ไปยืนมองตะวันลับฟ้ากลางแม่น้ำซองกาเรีย กับนัดเจอ LBZERO ออกไปกิน ดื่ม เที่ยว ที่สังขละบุรีแบบหนำใจ

การมาเที่ยวสังขละบุรีช่วงปลายฝนในครานี้ พวกเราเลือกที่จะเที่ยวติดน้ำเสียเป็นส่วนใหญ่และได้ไปล่องแม่น้ำสำคัญมาครบทั้งสามสายภายใน 3 วัน ไล่จาก ‘บีคลี่’ ที่แอดเวนเจอร์สุด ๆ ในวันแรก ‘รันตี’ ที่สงบเงียบสุดขั้วในวันต่อมา แล้วจบท้ายที่ซองกาเรีย ที่ดูโรแมนติกกว่าใครแบบแอบลุ้นนิด ๆ ว่าฝนจะตกไหมในช่วงเย็นก่อนถึงวันสุดท้าย เพราะเป้าหมายสูงสุดของเราคือการยืนดูพระอาทิตย์ตกจากใต้สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ ‘สะพานมอญ’ และเอาเข้าจริง ๆ พวกเราก็โชคดีมาก ๆ ที่วันนั้นฟ้าเป็นใจ ได้พาย SUP ลอดใต้สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในไทย ไปยืนดูแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ แอบไปหลับหลังภูเขาสมใจอยาก . #นอนติดแม่น้ำ อันที่จริงสถานที่ที่ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของสะพานมอญซึ่งคลุ้งไปด้วยม่านหมอกยามเช้า แต่กลับมามีแสงแดดจ้าในตอนบ่าย ก่อนเมฆครึ้มและมีฝนโปรยปรายหนาเม็ดในตอนเย็นลากยาวไปจนค่ำมืดได้จากปลายเตียงนอน ตั้งแต่มาถึงสังขละบุรีวันแรกก็คือ ‘บ้านแม่น้ำ’ 70 ปีเศษคืออายุของอาคารไม้ยกใต้ถุนสูงริมแม่น้ำซองกาเรียหลังนี้ ซึ่งมีอดีตเป็นโรงงานผลิตไม้ขีดไฟและโกดังเก็บของที่ถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ เรืองกิตติ์ รักกาญจนันท์ เจ้าของสำนักพิมพ์ผจญภัย จะเข้ามาชุบชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยได้ พิศิษฐ์ ทองดา นักออกแบบจาก SMO Design Studio มาช่วยปรับเปลี่ยนแปลงสภาพอาคารเก่าให้กลายเป็นเกสต์เฮ้าส์เคล้าวิวทิวเขา เรือนแพ และแม่น้ำที่สามารถแลมองเรือหางยาวแล่นผ่านได้ทุกโมงยาม มองเห็นเจดีย์พุทธคยาสีทองอร่ามโผล่กลางแมกไม้ครึ้มเขียวบนฝั่งกระโน้น […]

จินตนา เกษเพ็ชร จากสาวนักบัญชีสู่นักวิ่งเทรลระยะ 100+ กิโลเมตร ในงานวิ่งเทรลระดับโลก UTMB

หากถามถึงความฝันสักครั้งในชีวิตของนักวิ่งสายเทรล เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยเลยที่ตั้งเป้าหมายอยากไปวิ่งในงาน Ultra-Trail du Mont-Blanc หรือที่นักวิ่งเทรลเรียกกันว่า “UTMB” ซึ่งถือเป็นมหกรรมระดับโลกที่รวมนักวิ่งใจแกร่งที่อยากจะมาทดสอบสภาพร่างกายและจิตใจกับเส้นทางการวิ่งบนภูเขาสูงในระดับมากกว่า 2,500 เมตร และสภาพอากาศสุดหฤโหดที่มีทั้งแดดร้อน หิมะตก และพายุ ทว่าแลกมาด้วยความท้าทายในการได้ทลายขีดจำกัดของตัวเองและทิวทัศน์อันสวยตระการตาตลอดเส้นทางการวิ่งผ่าน 3 ประเทศ คือ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส โดยมีจุดเริ่มต้นที่เมืองชาโมนิกซ์ (Chamonix) ประเทศฝรั่งเศส แน่นอนว่างานนี้ไม่ใช่แค่มีเงินก็มาวิ่งได้ แต่คุณต้องผ่านการเก็บคะแนนสะสมมาจากสนามวิ่งต่างๆที่กำหนดไว้ แล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเป็นข้อมูลในการสมัคร เพื่อรอลุ้น Lottery จากผู้จัดว่าจะได้ไปไหม ดังนั้นการได้มาวิ่งในงานนี้ถือเป็นที่สุดของการวิ่งเทรลแล้วจริงๆ  คุณไก่ – จินตนา เกษเพ็ชร คือสาวนักบัญชีที่ผมได้รู้จักตอนไปทดสอบสนามวิ่งเทรลที่จังหวัดระยองเมื่อปีกลาย เธอคนนี้คือหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสได้วิ่งในงานระดับโลกนี้ถึง 2 ครั้ง โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการวิ่งเลย กระทั่งสั่งสมประสบการณ์ด้วยตัวเองมาจนมีวันนี้ คุณไก่เล่าว่าเธอลงวิ่งในระยะ CCC เป็นระยะทาง 101+ กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นระยะน้องๆของ UTMB (ระยะทาง 171+ กิโลเมตร) มีจุดปล่อยตัวที่เมืองคูมาเยอร์ในประเทศอิตาลี แล้ววิ่งผ่าน 3 ประเทศเช่นกัน แรงบันดาลใจในการวิ่งมาจาก […]

ชมภาพอันน่าขนลุกภายในเมืองร้างกลางทะเลทรายที่นามีเบีย

ทะเลทรายนามิบในสภาพที่แห้งแล้งยังคงรักษาการตกแต่งของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอาไว้ได้ แต่กองทรายที่ถาโถมเข้ามาในเมืองได้กลืนกินสิ่งต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ ที่ประเทศ นามีเบีย ในเมืองโคลมานสค็อพ (Kolmanskop) ทรายที่ปกคลุมตึกรามบ้านช่องที่เคยเป็นเหมืองเพชรเก่าดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพัน วอลเปปอร์สีสันสดใสหลุดร่อนออกจากผนัง กองทรายไหลท่วมบรรดาซากบ้านเรือนที่ปรักหักพัง นี่คือภาพของเมืองโคลมานสค็อพ เมืองร้างกลางทะเลทรายนามิบในบริเวณแอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เขตต้องห้าม” ในประเทศ นามีเบีย โดยสาเหตุที่ทำให้โคลมานสค็อพมีสภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับสภาพของเมืองในปัจจุบัน เรื่องราวของเมืองที่แสนเจ็บปวดและน่าประหลาด เย็นวันหนึ่งในปี 1908 ในขณะที่คนงานการรถไฟชาว นามีเบีย นาม Zacherias Lewala กำลังขุดดินเพื่อปรับเส้นทางรางรถไฟและเกลี่ยเนินทราย เขาได้พบก้อนหินจำนวนหนึ่งเปล่งประกายในยามที่แสงธรรมชาติรอบตัวของเขามืดสลัว นายจ้างชาวเยอรมันของ Lewala บอกว่านี่คือเพชร อัญมณีที่มีมูลค่า แต่ Lewala ก็ไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการบอกข่าวดีนี้ให้กับเจ้านายของเขา เวลาต่อมา บรรดาผู้สำรวจแร่ได้แห่กันเข้ามาที่เมืองนี้ ในปี 1912 เมืองนี้ก็เจริญขึ้น และสามารถผลิตเพชรได้นับล้านกะรัตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราส่วนร้อยละ 11.7 ของการผลิตเพชรทั้งหมดบนโลกในเวลานั้น โคลมานสค็อพกลายเป็นเมืองหรูหรากลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ภายในเมืองมีทั้งร้านขายเนื้อ ร้านขายขนมอบ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำสะอาดที่ขนส่งมาทางรถไฟ คนยุโรปมากมายย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้และบริโภคพลังงานไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งได้เลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อข่มขวัญชาวเมือง และใช้มันลากรถลากเลื่อนบนหิมะในคืนวันคริสต์มาส แต่ความเจริญของเมืองนั้นไม่ยั่งยืน […]

อุปกรณ์เดินป่า 10 อย่าง คัดสรรเพื่อคนรักการท่องเที่ยวธรรมชาติ

เพราะประสบการณ์การเดินป่าที่ดีย่อมมาจากอุปกรณ์ที่เหมาะสม นี่คืออุปกรณ์เสริม 10 อย่าง ที่ทำให้ผู้รักการเดินป่ามีความสะดวกสบายระหว่างทริปมากขึ้น การเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติกลายมาเป็นกิจกรรมที่มีผู้สนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นการท่องเที่ยวที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคนที่อยู่ในเมืองได้ออกไปใกล้ชิดธรรมชาติ และเป็นโอกาสพิเศษที่หาได้ยากในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ อาจมีหลายคนที่ได้เห็นกิจกรรมของผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าแล้วเกิดแรงบันดาลใจอยากออกไปสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่เช่นนี้บ้าง และเริ่มต้นหาแนวทางในการเป็นนักเดินป่าสมัครเล่นดูบ้าง แต่ไม่ว่าจะเป็นนักเดินป่ามือใหม่หรือมือเก๋า ย่อมต้องระลึกอยู่เสมอว่า นอกจากสภาพร่างกายอันแข็งแรงและจิตใจที่พร้อมเริ่มต้นผจญภัยเพื่อพบเจอสิ่งใหม่ๆแล้ว อุปกรณ์ใช้สอยสำหรับการเดินป่าที่ครบครันก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จึงได้จัดทำเนื้อหาคำแนะนำด้านอุปกรณ์สำหรับนักเดินป่าไว้ ไม่ว่าจะเป็น  อุปกรณ์เดินป่า สำหรับผู้เริ่มต้นกิจกรรมเดินป่า และ เลือกเป้เดินป่า โดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ไทยแลนด์ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องราวอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับนักเดินป่า ส่วนเนื้อหาในครั้งนี้จะเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของอุปกรณ์เสริมจำนวน 10 อย่าง ที่ทำให้รู้สึกว่าการเดินป่าไม่ได้ “ลำบากลำบน” มากจนเกินไป เพื่อให้เป็นคำแนะนำสำหรับนักเดินป่ารุ่นใหม่ได้จัดอุปกรณ์เหล่านี้ลงกระเป๋าสะพายคู่ใจ ส่วนนักเดินป่าที่เดินทางสายนี้มานาน ก็สามารถพิจารณาอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อเพิ่มเติมความสมบูรณ์แบบให้กับการเดินทางครั้งต่อไปได้เช่นกัน เบาะรองนอน SEA TO SUMMIT Ultra-light S.I. ขนาด R (Regular) (ราคาประมาณ 3,590 บาท) เบาะรองนอนเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้เราสามารถพักผ่อนค้างแรมในป่าได้สบาย เสริมพลังให้กับตัวเราในวันต่อไป เบาะรองนอนชนิดนี้มีค่า R-Value ซึ่งเป็นความสามารถในการป้องกันการถ่ายเทความร้อนระหว่างร่างกายกับพื้นดินที่ […]