อินเดีย : หวนคืนสู่สะพานมีชีวิตแห่งเมฆาลัย - National Geographic Thailand

อินเดีย : หวนคืนสู่สะพานมีชีวิตแห่งเมฆาลัย

อินเดีย : หวนคืนสู่สะพานมีชีวิตแห่งเมฆาลัย

ในหมู่บ้านห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของ อินเดีย ฝนตกหนักกัดเซาะโครงสร้างพื้นฐาน ชาวบ้านจึงสร้างสะพานมีชีวิตขึ้นจากต้นไม้ในหมู่บ้าน

‘ผมอยากจะคิดว่าสะพานมีชีวิตเหล่านี้หลุดออกมาจากเรื่อง ลอร์ดออฟเดอะริงส์   แต่เอาเข้าจริงกลับพูดว่า

‘ไม่ใช่แล้ว นี่ไม่ใช่นิยาย พวกมันเป็นของจริง’ ” — ประเสนชิต ยาทวะ ช่างภาพ

ในรัฐเมฆาลัยของอินเดีย สถานที่ที่เปียกชื้นที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คนในหมู่บ้านช่วยกันถักทอรากของต้นยางที่ยังมีชีวิตให้เป็นสะพานคนเดินที่แข็งแกร่ง ในการเดินทางสำรวจเพื่อบันทึกสารคดีเกี่ยวกับประเพณีนี้ ประเสนชิต ยาทวะ ถ่ายภาพสะพานรากไม้ราว 30 แห่งตลอดช่วงเวลาหนึ่งปี

จะได้ภาพเด็ดมาอย่างไร

ยาทวะไม่เคยไปเยือนสะพานรากไม้ที่มีชีวิตมาก่อนที่จะเริ่มทำโครงการนี้ แต่เขารู้จักสะพานที่ว่านี้แห่งหนึ่งใกล้หมู่บ้านโนห์เวต ความที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพมากมาย ยาทวะอยากให้ภาพถ่ายของเขาโดดเด่นออกมา “ไม่ง่ายเลยครับที่จะทำให้ต้นไม้ดูมีเสน่ห์ขรึมขลัง” เขาบอก เพื่อเตรียมการ เขาปรึกษาช่างภาพคนอื่นๆ และศึกษาภาพวาดภูมิทัศน์ เขาตัดสินใจถ่ายภาพภาพนี้หลังจากมืดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องเสี่ยง เพราะฝนที่ตกหนักอย่างกะทันหันอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งเป็นอันตรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน

การเตรียมสัมภาระที่จำเป็น

เนื่องจากนี่เป็นการเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ครั้งที่สี่ของยาทวะ เขาจึงรู้ว่าต้องเตรียมสัมภาระอะไรบ้าง อุปกรณ์กันน้ำเป็นสิ่งจำเป็น เขานำเสื้อกันฝนขนาดเล็กไปสำหรับตัวเอง และที่สำคัญคือเพื่อให้กล้องถ่ายภาพแห้งสนิท

  • ร่มเพื่อบังอุปกรณ์ถ่ายภาพ
  • กราโนลาแบบแท่ง
  • ไฟแฟลชและแผงไฟแอลอีดี
  • ไฟฉายคาดศีรษะกำลังสูง
  • กล่องครอบซิลิโคนเพื่อปกป้องกล้อง
  • ขาตั้งกล้อง
  • แผ่นซิเนฟอยล์สีดำเพื่อปกป้องเลนส์
  • ชุดไฟสตูดิโอ

‘วาดภาพ’ ด้วยแสง

ยาทวะนั่งเครื่องบินจากบ้านของเขาที่เมืองบังคาลอร์ไปยังเมืองคุวาหติ แล้วนั่งรถรับจ้างไปที่หมู่บ้านโนห์เวต จากที่นั่น เขาเดินเป็นเวลา 30 นาทีไปที่สะพาน ในช่วงสามสัปดาห์ที่พักอยู่ที่นั่น ยาทวะทดลองใช้แสงไฟ “วาดภาพ” ส่วนต่างๆของสะพาน และสภาพแวดล้อมโดยรอบระหว่างการเปิดหน้ากล้องไว้นานๆ  ในช่วง 438 วินาทีที่เปิดหน้ากล้องเพื่อถ่ายภาพนี้ ยาทวะขยับไปตามตำแหน่งต่างๆ เพื่อส่องไฟ  ความที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ตัวเขาจึงไม่ปรากฏอยู่ในภาพถ่าย

อินเดีย
ภาพถ่าย “สะพานมีชีวิต” ผลงานของช่างภาพ ประเสนชิต ยาทวะ
อินเดีย
รัฐเมฆาลัย (Meghalaya) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เป็นที่รู้จักในนาม “ที่พำนักของหมู่เมฆ” (แผนที่ NGM)

ว่าด้วยตัวเลข

200 ปี คืออายุโดยประมาณของสะพานแห่งนี้

11,500 มิลลิเมตร คือปริมาณฝนเฉลี่ยต่อปีในรัฐนี้

6,460 คือจำนวนหมู่บ้านโดยประมาณในรัฐ

ภาพถ่ายสะพานมีชีวิตจากช่างภาพคนอื่นๆ 

อินเดีย
สะพานรากไม้แห่งนี้อยู่ในหมู่บ้าน Riwai ในรัฐเมฆาลัย (ภาพถ่าย:  ALIAKSANDR MAZURKEVICH, ALAMY)
อินเดีย
เด็กนักเรียนกลุ่มนี้กำลังเดินข้ามสะพานมีชีวิตแห่งหนึ่งที่ East Khasi Hills ในรัฐเมฆาลัย สะพานเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการเข้าถึงชุมชนต่างๆ ในภูมิภาคอันห่างไกลแถบนี้ (ภาพถ่าย: GIULIO DI STURCO)
อินเดีย
สะพานสองชั้นแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Cheerapunji เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมในรัฐเมฆาลัย กิจกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นในภูมิภาคช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของท้องถิ่น (ภาพถ่าย: GIULIO DI STURCO)

อ่านสารคดีเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนธันวาคม 2562

 


สารคดีแนะนำ

ต้นไม้แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน

 

เรื่องแนะนำ

ทำความรู้จักกับพยาบาลหุ่นยนต์แห่งรพ.มงกุฎวัฒนะ

ทำความรู้จักกับ พยาบาลหุ่นยนต์ แห่งรพ.มงกุฎวัฒนะ R1, R2 และ R3 คือชื่อของพยาบาลสามสาวที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งและเป็นที่สนใจแก่บรรดาผู้มาใช้บริการยังโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะในช่วงเดือนที่ผ่านมา พวกเธอทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด เธอทำได้อย่างไร? เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังหาใช่เงินเดือนสูงหรือความมุ่งมั่นเกินร้อยในอาชีพ แต่เพราะว่าพวกเธอเป็นหุ่นยนต์ เรียกได้ว่าโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะเป็นโรงพยาบาลแรกที่มีพยาบาลเป็นหุ่นยนต์ พวกเธอเป็นหุ่นยนต์นำร่องในโครงการใหญ่ของโรงพยาบาลที่ต้องการนำเอาระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบุคลากรตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ต้องเสียเวลางานไปกับงานที่ไม่ได้ใช้ความคิดมากนักอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น งานล้างหรือฆ่าเชื้ออุปกรณ์ผ่าตัด หรืองานขนส่งข้าวของต่างๆ ในอนาคตทางโรงพยาบาลมีแผนที่จะใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานในส่วนต่างๆ มากยิ่งขึ้น หากคุณผู้อ่านท่านใดมีโอกาสแวะเวียนไปใช้บริการก็อย่าลืมเข้าไปทักทายและฟังเสียงหวานๆ จากพวกเธอกัน   อ่านเพิ่มเติม โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า

มองความหวังฉากสุดท้ายในเมืองย่างกุ้ง ในห้วงรัฐประหารเมียนมา

ไม่มีประสบการณ์การฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์ครั้งใดที่ผมได้บังเอิญเจอแล้วอาจเทียบได้กับการรัฐประหารเลย – พอล ซาโลเพ็ก นักสำรวจของเนชั่นเนล จีโอกราฟฟิก (พอล ซาโลเพ็ก – นักสำรวจเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก กำลังดำเนินโปรเจกต์ Out of Eden Walk เดินเท้ารอบโลกตามเส้นทางการอพยพของบรรพบุรุษมนุษยชาติ ราว 38,000 กิโลเมตรมาตั้งแต่ปี 2013 นี่เป็นบทความสุดท้ายก่อนที่เขาจะออกจากเมียนมา อ่านบทความก่อนหน้านี้ในเรื่องของประเทศเมียนมาได้ที่  เดินเท้าในเมืองย่างกุ้ง ที่กลายเป็นสนามรบจากการต้านรัฐประหารของชาวเมือง  และ สถานการณ์อันยากลำบากในมัณฑะเลย์, เมียนมา ช่วงไวรัสโคโรนา และการช่วยเหลือกันของชาวเมือง) นครย่างกุ้ง, เมียนมา – ในบ่ายวันหนึ่งก่อนที่ผมจะออกจากเมียนมา ผมไปร่ำลาครอบครัวของเพื่อนคนหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในย่านชนชั้นกลางในเมืองย่างกุ้ง เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พวกเขามีอาชีพทางด้านการศึกษา ศิลปินหนุ่มสาว นักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ พวกเขาต่างต่อต้านคณะเผด็จการทหารทำลายประชาธิปไตยในเมียนมา ผมพบกับพวกเขาในวงกาแฟแห่งนี้ กำลังฝึกวิธีการใช้ลูกศรและคันธนูอย่างเงียบๆ “นี่เป็นขั้นต่อไป คือการป้องกันตัวเองครับ” นักกิจกรรมประชาธิปไตยร่างเล็กคนหนึ่งกล่าว เขามีมือในแบบคนเมืองและมีหมุดเจาะจมูก และเสริมว่า“ทุกคนกำลังมีอารมณ์ร้อนแรงในเรื่องนี้ ไม่มีใคร ไม่มีใครออกมาอย่างไม่ได้รับบาดเจ็บเลยครับ” ผมออกเดินเท้าไปทั่วโลกเป็นระยะทางราว 38,000 กิโลเมตร ตามเส้นทางเดินเท้าอพยพของบรรพบุรุษ ผมเดินผ่านแหล่งสงครามระหว่างชนเผ่าในเอธิโอเปีย ถูกยิงโดยกองกำลังอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ […]

ชาวบาจาววิวัฒน์ร่างกายให้มีม้ามใหญ่ ช่วยดำน้ำนานขึ้น

เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่การคัดเลือกทางธรรมชาติช่วยให้ชาวบาจาวซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลมีพันธุกรรมที่แข็งแรง และปรับตัวเข้ากับการดำน้ำ