มอนเตเบร์เด เมืองที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว จะรอดพ้นวิกฤตนี้อย่างไร

มอนเตเบร์เด จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร

เมื่อ Cloud Forest ป่าหมอกอันโด่งดังของเมืองต้องปิดตัว มอนเตเบร์เด จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร

ป่าดงดิบแห่ง มอนเตเบร์เด ประเทศคอสตาริกา จุดหมายปลายทางในฝันที่นักเที่ยวสายธรรมชาตินับพันคนหวังจะได้มายลความอุดมสมบูรณ์กับตา แต่ในปีนี้การระบาดของโคโรน่าไวรัสทำให้มันต้องปิดตัวลง

ต้นเดือนมีนาคม จุดชมพระอาทิตย์ตกดินในมอนเตเบร์เดยังแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว ชุมชนที่มีประชากรอยู่เพียง 6,000 คนแห่งนี้คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันขึ้นชื่อและจากข้อมูลส่วนใหญ่ 2020 คือปีที่สมควรจะเป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์

แต่ในตอนนี้ ม้านั่งอันใหม่กลับถูกห่อไว้ด้วยเทปตำรวจ แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดซึ่งรวมไปถึงเขตอนุรักษ์ชีววิทยา Cloud Forest ต้องปิดรับนักท่องเที่ยว ร้านอาหารหยุดขาย เช่นเดียวกับกิจการที่พักอาศัยไล่ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงโฮมสเตย์และ Airbnb ต่างก็ว่างเปล่าไร้ผู้คน ความเงียบเข้าปกคลุมมอนเตเบร์เดมีเพียงเสียงนกร้องแทรกขึ้นมา เป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบและก็น่าหวั่นใจ เพราะนี่คือเสียงแห่งการหยุดพักอย่างไม่มีกำหนด

มอนเตเบร์เด, การท่องเที่ยว, ผลกระทบจากโควิด-19, โควิด-19
SANTA ELENA หมู่บ้านรับรองแถวมอนเตเบร์เดที่ปกติจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินเข้าเดินออกจากโฮสเทล ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างสวนงู SERPENTARIO (ขวา) ตอนนี้กลับไร้ผู้คน
ภาพ: MAURICIO VALVERDE ARCE

แม้จะไม่มีเคสผู้ป่วยยืนยัน แต่ผลกระทบจากการระบาดก็เข้าจู่โจมมอนเตเบร์เดอย่างฉับพลันและรุนแรง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของคอสตาริกา จากข้อมูลของ Luis Jara โฆษกประจำคณะกรรมการการท่องเที่ยวคอสตาริกา ในปี 2019 จีดีพีของประเทศประมาณร้อยละ 8 – 9 มาจากการท่องเที่ยว และสำหรับมอนเตเบร์เดมันคือแรงขับเคลื่อนเดียวที่มี

ในปี 2019 ภูมิภาคนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 250,000 คน ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป นักดูนก นักผจญภัยสายอนุรักษ์ (คนท้องถิ่นอ้างว่ากิจกรรมโหนสลิงหรือ Zipline เกิดขึ้นที่นี่) และนักศึกษาต่างชาติต่างก็หลั่งไหลมาเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากภูมิภาคที่ครั้งหนึ่ง New York Times เคยตั้งฉายาให้ว่า “เส้นทางแสวงบุญแห่งธรรมชาติ”

แผนที่ป่าหมอกแห่งมอนเตเบร์เด https://goo.gl/maps/QiwRHvndoYedPnSb9

ป่าดงดิบบนยอดเขาแห่งนี้คือสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งระบบนิเวศแบบนี้เองก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง ภายในม่านหมอกคือบ้านของนกกว่า 400 สายพันธุ์ ตีคร่าว ๆ เป็นครึ่งหนึ่งของสายพันธุ์นกทั้งหมดในคอสตาริกา ทั้งยังเป็นป่าที่รวบรวมสายพันธุ์กล้วยไม้เอาไว้มากที่สุด เช่นเดียวกับสายพันธุ์ต้นไม้ที่ก็หลากหลายไม่แพ้กัน คนรักธรรมชาติทั้งหลายต่างก็มาที่นี่เพื่อดูพืชพันธุ์และสัตว์ป่าที่หาไม่ได้จากมุมอื่นของโลก

การจากไปของนักท่องเที่ยวอย่างกะทันหันทำให้ประชากรส่วนใหญ่ขาดรายได้ที่มั่นคง “มันต่างกับช่วงโลว์ซีซันอย่างสิ้นเชิง” David Rodrigues ไกด์เดินป่าและนักชีววิทยาที่พึ่งกลับมาจากทัวร์ส่องนก กล่าวในวันที่ 18 มีนาคม วันที่คอสตาริกาประกาศปิดชายแดนของตน งานทั้งหมดในอนาคตของเขาถูกยกเลิก และเสริมว่า “ถ้าเป็นโลว์ซีซัน คุณรู้ว่าไฮซีซันกำลังมา แต่นี่คือการหยุดอย่างสมบูรณ์ที่มองไม่เห็นปลายทาง”

นวันที่ 5 พฤษภาคม คอสตาริกาที่มีประชากรอยู่ห้าล้านคนมียอดผู้ป่วยยืนยันอยู่ที่ 739 ราย ยอดผู้เสียชีวิต 6 ราย ส่วนผู้ป่วยที่กำลังได้รับการรักษาก็มีแนวโน้มที่ลดลง หลายคนยกความดีให้กับการจัดการอันรวดเร็วของรัฐบาล หลังประธานาธิบดี Carlos Alvarado Quesada ออกมาประกาศสถาณการณ์ฉุกเฉินในวันที่ 16 มีนาคม พร้อมปิดโรงเรียน ชายหาด อุทยานแห่งชาติ และชายแดน ในขณะที่ตอนนั้น ยอดของผู้ติดเชื้อยังอยู่ที่ตัวเลข 2 หลัก

แม้หลังจากนี้ มาตรการต่าง ๆ จะยกเลิกไป แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็คงลากยาวไปอีกสักใหญ่ “การท่องเที่ยวจะค่อย ๆ กลับมาทีละนิด ทีละนิด” Heidy Perez Brave ผู้อำนวยการกรมการท่องเที่ยวแห่งมอนเตเบร์เดกล่าว “เรามีโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับการท่องเที่ยวมากเกินไป ทุกแห่งคงจะไม่เต็มไปอีกสักพัก”

มันเป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ เพราะในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวเจริญขึ้นมากอย่างที่หวังกันไว้ หลังการดิ่งเหวในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่เมื่อปี 2008 และในปี 2019 ภาคอุตสาหกรรมนี้ก็โตขึ้นถึงร้อยละ 4 ดังนั้นประมาณการของปี 2020 จึงถูกตั้งให้สูงขึ้นไปกว่านั้น “การท่องเที่ยวคือส่วนที่มีผลต่อเศรษฐกิจมากที่สุดจนกระทั่งหนึ่งเดือนก่อน เส้นทางการฟื้นฟูในครั้งนี้อาจจะยาวไกลกว่าสิ่งพวกเราเคยเจอเมื่อปี 2008 เสียอีก” Gerardo Corrales ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Lead แห่งคอสตาริกากล่าว

วิกฤติครั้งนี้เป็นเสมือนดาบสองคมสำหรับคนท้องถิ่น รวมถึง Laura Mora แม่ครัวประจำร้านอาหารยอดนิยมอย่าง La Cuchara de la Abuela “ฉันกลัวว่านักท่องเที่ยวจะไม่กลับมา แต่ก็กลัวว่าพวกเขาจะกลับมาพร้อมกับไวรัส” เธอกล่าว การระบาดในมอนเตเบร์เดคือหายนะสำหรับศูนย์พยาบาลพื้นฐานของชุมชนซึ่งมีไว้สำหรับชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ไม่เงินมากพอจะไปหาหมอเอกชน ภายในศูนย์มีเพียงคลินิกรัฐขนาดเล็กและไม่มีห้องดูแลผู้ป่วยหนัก (ICU)

เพื่อบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ในวันที่ 10 เมษายน รัฐบาลกลางได้เปิดตัว โครงการ Bono Proteger เพื่อจ่ายเงินชดเชยจำนวน 220 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (เป็นเวลาสามเดือน) ให้แก่ผู้ที่สูญเสียรายได้ เพราะผลกระทบจากการระบาดใหญ่ เงินชดเชยต่อเดือนนี้เทียบเท่ากับจำนวนเงินหนึ่งในสามไปจนถึงครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเฉลี่ยในมอนเตเบร์เด ในหนึ่งสัปดาห์ มีประชาชนยื่นคำร้องถึง 400,000 คนทั่วประเทศ แต่ “ในเมืองอย่างมอนเตเบร์เดที่การท่องเที่ยวคือเศรษฐกิจ ความช่วยเหลือสามเดือนอาจไม่เพียงพอ มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น [ของสิ่งที่ผู้คนต้องการ]” David Landergren Castro ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจขนาดกลางและเล็กของประเทศ กล่าว

“ในท้ายที่สุด ความช่วยเหลือจะหมดลงและเราจะต้องดิ้นรนกันต่อ” Shanon Smith เจ้าของร้าน Taco Taco ที่ปกติมักจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้าในช่วงนี้ของปีคาดการณ์ “เมื่อไหร่ที่เราเริ่มขยับได้อีกครั้ง เราจะต้องโฟกัสในเรื่องการซื้อและแบ่งปันทรัพยาการภายในท้องถิ่นให้ดี”

รักษาความเป็นท้องถิ่น

ซึ่งความพยายามบางอย่างก็เริ่มดำเนินการไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นหลั่งไหลเข้าไปในกลุ่มสนทนาของแอปพลิเคชัน WhatsApp เช่นเดียวกับการเกษตรขนาดเล็กซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวิถีชีวิตของผู้คนก็ยังกลายมาเป็นเครื่องมือในการเอาชีวิตรอด ก่อนหน้าการปิดพื้นที่ เมล็ดพันธุ์ในร้านอุปกรณ์การเกษตร Las Chutas ยกเว้นถั่วและผักชีนั้นขายดีจนหมดเกลี้ยง เพราะทุกคนต่างก็รีบทำสวนของตน

ที่ Belmar Hotel กิจการโรงแรมที่ดำเนินการโดยครอบครัวมานานกว่า 35 ปี โรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราที่สุดในหุบเขาก็ยังเปิดให้บริการแค่สวนออร์แกนิกเท่านั้น พนักงานกว่า 75 ชีวิตถูกเลิกจ้าง พวกเขาได้แต่หวังว่าจะมีรายได้เข้ามาบ้างจากการขยายสวนและขายผลผลิตให้ชุมชน

มอนเตเบร์เด, การท่องเที่ยว, ผลกระทบจากโควิด-19, โควิด-19
องค์กรกาชาดใน SANTA ELENA นั้นเป็นเพียงหน้าด่านเล็ก ๆ ที่คอยสนับสนุนคลินิกของรัฐในเรื่องของการดูแลขั้นพื้นฐานและเหตุฉุกเฉิน
ภาพ: MAURICIO VALVERDE ARCE

“เรามีทุนสำรองอยู่สองสามเดือนสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างการดูแลรักษาและความปลอดภัย ซึ่งนับว่าเราโชคดี แต่เราก็ไม่เคยอยู่ในจุดที่รายรับเท่าศูนย์มาก่อน” Pedro Balmar ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม กล่าว

เช่นเดียวกับโรงแรม Belmar กิจการฟาร์มเองก็กำลังมองหาช่องทางในการขายผลิตผลของตน ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำชุมชนได้เปิดตัวช่องทางออนไลน์ Econexiones ที่มาช่วยจัดระเบียบและโปรโมตสินค้าจากมอนเตเบเดร์หรือที่ผลิตในมอนเตเบร์เด ความพยายามนี้คือการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้คนว่าเงินที่พวกเขาใช้จ่ายนั้นจะหมุนเวียนอยู่ในชุมชน และจะไม่มีฟาร์มไหนขายใบโหระพาและผักกาดเหมือน ๆ กัน “พวกเรากำลังช่วยให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นที่เคยจัดหาวัตถุดิบให้แก่ร้านอาหารและโรงแรมได้เชื่อมต่อกับชุมชน” Selena Avendaño ผู้ประสานประจำโครงการและหัวหน้าฝ่ายโครงการริเริ่มชุมชนแห่งสถาบันมอนเตเบร์เด องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ผลักดันเรื่องความยั่งยืนกล่าว “เราพยายามจะกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนที่สมควรจะขยับอย่างอาหาร”

เริ่มใหม่อีกครั้ง

หลายคนบอกว่าวิกฤติตอนนี้ทำให้ปัญหาเรื่องการพึ่งพาการท่องเที่ยวที่มากเกินไปเด่นชัดขึ้น “สามสิบปีที่แล้วมอนเตเบร์เดส่วนใหญ่เป็นฟาร์มโคนมซึ่งริเริ่มโดยพวกพวกเควกเกอร์” José Luis Vargas ชาวเมืองมอนเตเบร์เดแท้ ๆ และผู้ร่วมก่อตั้ง Life Monteverde สหกรณ์กาแฟแบบยั่งยืนอธิบาย “ในตอนนั้น พวกเรากลุ่มหนึ่งได้ร่วมกันทำโครงการที่เรียกว่า Monteverde 2020 เพื่อเปลี่ยนรูปแบบของเศรษฐกิจด้วยการหันไปเน้นเรื่องการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” แนวคิดคือให้การท่องเที่ยวเข้ามาเป็นตัวเลือกที่นอกเหนือจากฟาร์มโคนม ปัจจุบัน การล่มสลายของอุตสาหกรรมบีบบังคับให้พวกเขาต้องคิดหาหนทางอีกครั้ง

การเริ่มต้นจากศูนย์อาจเป็นท่อนซ้ำในเพลงที่หลายคนคุ้นเคย Oscar Chacón และ Angela Acuña ย้ายจากเวเนซุเอลามามอนเตเบร์เดเพื่อหนีจากความวุ่นทางเศรษฐกิจและการเมืองของที่นั่น 20 ปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่นับครั้งไม่ถ้วน Chacón มาถึงคอสตาริกาด้วยเงิน 70 เหรียญในกระเป๋าสตางค์ และในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เขาและ Acuña พึ่งจะเปิดร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่ชื่อว่า Zucarro Café

ตอนที่ทุกอย่างปิดลง สามีภรรยาคู่นี้ปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการลดการผลิตของร้านลงร้อยละ 80 และกระจายขนมปังของพวกเขาไปตามร้านขายของชำ “ประสบการณ์ในเวเนซุเอลาสอนให้ฉันรับมือกับวิกฤติในครั้งนี้ ฉันพร้อมใส่นวมและสู้กับมัน” Acuña กล่าว “แต่ยังไงพวกเราก็ทำได้แค่สู้กันไปวันต่อวัน”

ในตอนนี้ พวกเขาก็ยังคงเปิดร้านอนยู่ “แม้ของเราจะน้อยแต่มันก็สดใหม่ เราไม่ใช่แค่ร้านคาเฟ่สำหรับนักท่องเที่ยว” Chacón พูดขณะถูมือกับเจลล้างมือ “ถ้าเราสามารถจัดหาให้ชุมชน ชุมชนก็จะจัดหาให้เรา”

เรื่อง: Reena Shah
ภาพ: Mauricio Valverde Arce


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสพายุโควิด-19

เรื่องแนะนำ

อาบป่า ดูผึ้งกล่อง ล่องแม่น้ำแควใหญ่ วันเดย์ทริป

วันเดย์ทริป เที่ยวช่องสะเดา ดูผึ้งกล่อง เดินศึกษาธรรมชาติ สนุกสนานกับแพเปียก ปิดท้ายวันกับกิจกรรมเล่น SUP Board กับบรรยากาศสุดเจ๋ง วิวสองข้างทางริม #แม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี แค่ได้ยินชื่อภาพในหัวก็ลอยมาเลย น้ำตก ภูเขา ธรรมชาติสีเขียวๆ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว คงเป็นภาพจำของใครหลาย ๆ คน เพราะจังหวัดนี้เป็นแหล่งรวบรวมที่เที่ยวดัง ๆ ไว้มากมาย และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯมาก ๆ เดินทางสะดวก วันหยุดสั้น ๆ เสาร์-อาทิตย์ ก็มาท่องเที่ยวได้อย่างชิล ๆ . การเดินทางในครั้งนี้เราเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ปลายทางคือ ตำบลช่องสะเดา ใช้เวลาเดินทางราวๆ สามชั่วโมงก็ถึงที่หมาย เช้าวันนั้นเราได้นัดกับคุณวสันต์ สุนจิรัตน์ หรือกำนันตึ๋ง เอาไว้ ลุงกำนัน (ขออนุญาตเรียกง่าย ๆ แบบนี้ละกัน ฮ่าๆ) จะเป็นคนอาสาพาเราเที่ยวชุมชนที่ช่องสะเดากัน . #แกะกล่องส่องผึ้ง ที่แรกที่ไปก็ไฮไลต์กันเลย ก็คือการไปดู ‘ผึ้งกล่อง’ หลายคนคงงงว่า เอ๊ะ! ผึ้งกล่องน่าสนใจอย่างไร […]

เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว

เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว หนึ่งในช่วงเวลาของปีที่เหมาะแก่ การเฉลิมฉลอง ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี มักจะมีหลายเทสกาลเกิดขึ้นในที่ต่างๆ ของโลก โดยมีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นำตัวอย่าง เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว จากพื้นที่ต่างๆ มาให้ชมกัน วันแห่งความตาย ในเม็กซิโกซิตี วันแห่งความตาย จัดขึ้นวันที่ 2 พฤศจิกายน ของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับ โดยมีการจัดขบวยพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่ และผู้ร่วมงานจะแต่งกายแฟนตาซี คล้ายกับโครงกระดูกที่กลับมาจากปรโลก (ชมภาพอื่นๆ ของเทศกาลวันแห่งความตาย) การประกวดเต้นระดับเยาวชน เยาวชนอายุ 5 – 17 ปี ซักซ้อมกระบวนท่าเพื่อการงานประกวดเต้นพื้นเมืองของชาวผ่าฮาวาย โดยมีการจัดงานสองวันบริเวณชายหาดบนเกาะเมาอี (ชมวิดีโอการระบำฮูลา ระบำพื้นเมืองฮาวาย) เทศกาลลอยกระทง จัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ ในประเทศไทย มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ ตามความเชื่อ เทศกาลลอยกระทงเป็นสัญลักษณ์การแสดงออกถึงความเคารพต่อพระแม่คงคา เทพเจ้าแห่งสายน้ำ ที่นำสายน้ำมาหล่อเลี้ยงทุกชีวิตบนโลก เทศกาลประกวดอูฐสวยงาม รัฐราชสถาน ประเทสอินเดีย ทุกวันที่ […]

ชายหาดตะวันออกกลาง

สัมผัสทะเลสวยท่ามกลางพื้นที่ทะเลทรายที่ ชายหาดตะวันออกกลาง ภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถานที่ทางศาสนาซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน และภูมิภาคนี้ยังมี ชายหาดตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งความสวยงามตามธรรมชาติและชายฝั่งเพื่อการอาบแดดอีกด้วย ผืนน้ำที่ชวนหลงใหลช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับนานาชาติในภูมิภาคนี้ แม้ในอดีต พื้นที่นี้เต็มไปด้วยความไม่มั่นคงทางการเมือง แต่ด้วยสถานการณ์ที่เริ่มมั่นคงมากขึ้น นักท่องเที่ยวมากมายก็เริ่มเข้ามาเยือน ตามข้อมูลจากองค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization) ของสหประชาติ ระบุว่าการเติบโตของนักท่องเที่ยวนานาชาติที่เข้ามาในภูมิภาคนี้สูงขึ้นถึงร้อยละ 10 ในระหว่างปี 2017 ถึง 2018 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในระดับโลก จากชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อากาศปลอดโปร่ง ไปจนถึงอ่าวที่ประดับไปด้วยผืนทรายส่องประกาย นี่คือ ชายหาดตะวันออกกลาง ที่ควรค่าแก่การไปเยือน เรื่อง ABBY SEWELL KITE BEACH ดูไบ Kite Beach เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัว เนื่องจากมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเล่นว่าว วอลเลย์บอล ลานสเกต และฟู้ดทรัก PHOTOGRAPH BY MICHAEL AMME, REDUX NISSI ไซปรัส หาด Nissi Beach มีชื่อเสียงเรื่องการเป็นสถานที่จัดงานสังสรรค์ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว […]

แคมปิ้งกลางนา เดินป่ากับช้าง

หลังฤดูเก็บเกี่ยวเที่ยวได้ ช่วงฤดูหนาวหลายคนคงมีจุดหมายปลายทางอยากไปสัมผัสสายหมอกและอุณหภูมิเย็นฉ่ำ ณ ดงดอยสักแห่งทางภาคเหนือ พวกเราเองก็เช่นกัน แต่บางครั้งก็อาจตามมาด้วยภาพคลาคล่ำของนักท่องเที่ยวที่ต่างพากันมุ่งหน้ามาดื่มด่ำบรรยากาศกันอย่างแน่นขนัด จนอุทยานแห่งชาติฯ หรือสถานที่กางเต็นท์มีชื่อหลาย ๆ แห่งรองรับนักท่องเที่ยวไม่ไหว จะดีแค่ไหนหากลองมองหาสถานที่ท่องเที่ยวนอกกระแส หรือต่างช่วงเทศกาลดูบ้าง เพื่อให้เราได้เข้าใกล้ธรรมชาติ และใช้เวลาค่อย ๆ ซึมซับเรื่องราวระหว่างรายทางได้อย่างละเมียดละไม ปลายฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว หมู่บ้านห้วยบง “ห้วยบง Elephant Homestay” ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ต้อนรับเรา (ทีมงานเนชั่นแนลจีโอกราฟิค ฉบับภาษาไทย) ด้วยบรรยากาศของธรรมชาติอันแสนเงียบสงบ พร้อมลมที่หอบนำความเย็นมาปะทะผิว ช่วงที่เรามาเยือนนี้ ตรงกับต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเวลาชาวบ้านได้ลงมือเก็บเกี่ยวข้าวดอยไปจนหมดแล้ว จึงเหลือแต่ตอซังข้าวสีเหลืองบนแปลงนาที่ทอดยาวไปจนจรดตีนเขา โดยข้าวดอยนี้ชาวบ้านจะปลูกแค่ปีละครั้งเท่านั้น เพื่อเก็บไว้กินในครัวเรือน ยาวไปจนกว่าจะถึงฤดูกาลทำนาครั้งใหม่ในปีหน้า จากจุดประสงค์แรกของทีมงาน คือ การมาลงพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านห้วยบง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเลี้ยงช้างมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ในเรื่องการทำหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน แต่ด้วยงบประมาณที่มีค่อนข้างจำกัดทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างช้า ๆ ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถมาเที่ยวได้ ขณะที่ชาวบ้านและช้างยังต้องกินต้องใช้ ดังนั้นครั้งนี้พวกเราจึงขอเป็นนักท่องเที่ยวออกสำรวจศักยภาพชุมชน เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้พบเจอนั้นกลับไปบอกเล่าว่า นอกเหนือจากการเป็นหมู่บ้านช้างกลางหุบเขาแห่งแม่แจ่ม ที่นี่ยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวอะไรอีกที่น่าสนใจบ้าง ในที่สุดก็ได้พบว่าหลังจากฤดูเกี่ยวข้าวดอย เราสามารถเที่ยวได้เหมือนที่อื่น ๆ อย่างการแคมปิ้ง หรือกางเต็นท์นอนในนา ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อว่าหลายคนไม่เคยทำ […]