มอนเตเบร์เด เมืองที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว จะรอดพ้นวิกฤตนี้อย่างไร

มอนเตเบร์เด จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร

เมื่อ Cloud Forest ป่าหมอกอันโด่งดังของเมืองต้องปิดตัว มอนเตเบร์เด จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร

ป่าดงดิบแห่ง มอนเตเบร์เด ประเทศคอสตาริกา จุดหมายปลายทางในฝันที่นักเที่ยวสายธรรมชาตินับพันคนหวังจะได้มายลความอุดมสมบูรณ์กับตา แต่ในปีนี้การระบาดของโคโรน่าไวรัสทำให้มันต้องปิดตัวลง

ต้นเดือนมีนาคม จุดชมพระอาทิตย์ตกดินในมอนเตเบร์เดยังแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว ชุมชนที่มีประชากรอยู่เพียง 6,000 คนแห่งนี้คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันขึ้นชื่อและจากข้อมูลส่วนใหญ่ 2020 คือปีที่สมควรจะเป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์

แต่ในตอนนี้ ม้านั่งอันใหม่กลับถูกห่อไว้ด้วยเทปตำรวจ แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดซึ่งรวมไปถึงเขตอนุรักษ์ชีววิทยา Cloud Forest ต้องปิดรับนักท่องเที่ยว ร้านอาหารหยุดขาย เช่นเดียวกับกิจการที่พักอาศัยไล่ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงโฮมสเตย์และ Airbnb ต่างก็ว่างเปล่าไร้ผู้คน ความเงียบเข้าปกคลุมมอนเตเบร์เดมีเพียงเสียงนกร้องแทรกขึ้นมา เป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบและก็น่าหวั่นใจ เพราะนี่คือเสียงแห่งการหยุดพักอย่างไม่มีกำหนด

มอนเตเบร์เด, การท่องเที่ยว, ผลกระทบจากโควิด-19, โควิด-19
SANTA ELENA หมู่บ้านรับรองแถวมอนเตเบร์เดที่ปกติจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวเดินเข้าเดินออกจากโฮสเทล ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างสวนงู SERPENTARIO (ขวา) ตอนนี้กลับไร้ผู้คน
ภาพ: MAURICIO VALVERDE ARCE

แม้จะไม่มีเคสผู้ป่วยยืนยัน แต่ผลกระทบจากการระบาดก็เข้าจู่โจมมอนเตเบร์เดอย่างฉับพลันและรุนแรง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของคอสตาริกา จากข้อมูลของ Luis Jara โฆษกประจำคณะกรรมการการท่องเที่ยวคอสตาริกา ในปี 2019 จีดีพีของประเทศประมาณร้อยละ 8 – 9 มาจากการท่องเที่ยว และสำหรับมอนเตเบร์เดมันคือแรงขับเคลื่อนเดียวที่มี

ในปี 2019 ภูมิภาคนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 250,000 คน ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป นักดูนก นักผจญภัยสายอนุรักษ์ (คนท้องถิ่นอ้างว่ากิจกรรมโหนสลิงหรือ Zipline เกิดขึ้นที่นี่) และนักศึกษาต่างชาติต่างก็หลั่งไหลมาเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากภูมิภาคที่ครั้งหนึ่ง New York Times เคยตั้งฉายาให้ว่า “เส้นทางแสวงบุญแห่งธรรมชาติ”

แผนที่ป่าหมอกแห่งมอนเตเบร์เด https://goo.gl/maps/QiwRHvndoYedPnSb9

ป่าดงดิบบนยอดเขาแห่งนี้คือสถานที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งระบบนิเวศแบบนี้เองก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง ภายในม่านหมอกคือบ้านของนกกว่า 400 สายพันธุ์ ตีคร่าว ๆ เป็นครึ่งหนึ่งของสายพันธุ์นกทั้งหมดในคอสตาริกา ทั้งยังเป็นป่าที่รวบรวมสายพันธุ์กล้วยไม้เอาไว้มากที่สุด เช่นเดียวกับสายพันธุ์ต้นไม้ที่ก็หลากหลายไม่แพ้กัน คนรักธรรมชาติทั้งหลายต่างก็มาที่นี่เพื่อดูพืชพันธุ์และสัตว์ป่าที่หาไม่ได้จากมุมอื่นของโลก

การจากไปของนักท่องเที่ยวอย่างกะทันหันทำให้ประชากรส่วนใหญ่ขาดรายได้ที่มั่นคง “มันต่างกับช่วงโลว์ซีซันอย่างสิ้นเชิง” David Rodrigues ไกด์เดินป่าและนักชีววิทยาที่พึ่งกลับมาจากทัวร์ส่องนก กล่าวในวันที่ 18 มีนาคม วันที่คอสตาริกาประกาศปิดชายแดนของตน งานทั้งหมดในอนาคตของเขาถูกยกเลิก และเสริมว่า “ถ้าเป็นโลว์ซีซัน คุณรู้ว่าไฮซีซันกำลังมา แต่นี่คือการหยุดอย่างสมบูรณ์ที่มองไม่เห็นปลายทาง”

นวันที่ 5 พฤษภาคม คอสตาริกาที่มีประชากรอยู่ห้าล้านคนมียอดผู้ป่วยยืนยันอยู่ที่ 739 ราย ยอดผู้เสียชีวิต 6 ราย ส่วนผู้ป่วยที่กำลังได้รับการรักษาก็มีแนวโน้มที่ลดลง หลายคนยกความดีให้กับการจัดการอันรวดเร็วของรัฐบาล หลังประธานาธิบดี Carlos Alvarado Quesada ออกมาประกาศสถาณการณ์ฉุกเฉินในวันที่ 16 มีนาคม พร้อมปิดโรงเรียน ชายหาด อุทยานแห่งชาติ และชายแดน ในขณะที่ตอนนั้น ยอดของผู้ติดเชื้อยังอยู่ที่ตัวเลข 2 หลัก

แม้หลังจากนี้ มาตรการต่าง ๆ จะยกเลิกไป แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็คงลากยาวไปอีกสักใหญ่ “การท่องเที่ยวจะค่อย ๆ กลับมาทีละนิด ทีละนิด” Heidy Perez Brave ผู้อำนวยการกรมการท่องเที่ยวแห่งมอนเตเบร์เดกล่าว “เรามีโครงสร้างพื้นฐานไว้รองรับการท่องเที่ยวมากเกินไป ทุกแห่งคงจะไม่เต็มไปอีกสักพัก”

มันเป็นความจริงที่ยากจะยอมรับ เพราะในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวเจริญขึ้นมากอย่างที่หวังกันไว้ หลังการดิ่งเหวในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่เมื่อปี 2008 และในปี 2019 ภาคอุตสาหกรรมนี้ก็โตขึ้นถึงร้อยละ 4 ดังนั้นประมาณการของปี 2020 จึงถูกตั้งให้สูงขึ้นไปกว่านั้น “การท่องเที่ยวคือส่วนที่มีผลต่อเศรษฐกิจมากที่สุดจนกระทั่งหนึ่งเดือนก่อน เส้นทางการฟื้นฟูในครั้งนี้อาจจะยาวไกลกว่าสิ่งพวกเราเคยเจอเมื่อปี 2008 เสียอีก” Gerardo Corrales ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Lead แห่งคอสตาริกากล่าว

วิกฤติครั้งนี้เป็นเสมือนดาบสองคมสำหรับคนท้องถิ่น รวมถึง Laura Mora แม่ครัวประจำร้านอาหารยอดนิยมอย่าง La Cuchara de la Abuela “ฉันกลัวว่านักท่องเที่ยวจะไม่กลับมา แต่ก็กลัวว่าพวกเขาจะกลับมาพร้อมกับไวรัส” เธอกล่าว การระบาดในมอนเตเบร์เดคือหายนะสำหรับศูนย์พยาบาลพื้นฐานของชุมชนซึ่งมีไว้สำหรับชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ไม่เงินมากพอจะไปหาหมอเอกชน ภายในศูนย์มีเพียงคลินิกรัฐขนาดเล็กและไม่มีห้องดูแลผู้ป่วยหนัก (ICU)

เพื่อบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ในวันที่ 10 เมษายน รัฐบาลกลางได้เปิดตัว โครงการ Bono Proteger เพื่อจ่ายเงินชดเชยจำนวน 220 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (เป็นเวลาสามเดือน) ให้แก่ผู้ที่สูญเสียรายได้ เพราะผลกระทบจากการระบาดใหญ่ เงินชดเชยต่อเดือนนี้เทียบเท่ากับจำนวนเงินหนึ่งในสามไปจนถึงครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเฉลี่ยในมอนเตเบร์เด ในหนึ่งสัปดาห์ มีประชาชนยื่นคำร้องถึง 400,000 คนทั่วประเทศ แต่ “ในเมืองอย่างมอนเตเบร์เดที่การท่องเที่ยวคือเศรษฐกิจ ความช่วยเหลือสามเดือนอาจไม่เพียงพอ มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น [ของสิ่งที่ผู้คนต้องการ]” David Landergren Castro ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจขนาดกลางและเล็กของประเทศ กล่าว

“ในท้ายที่สุด ความช่วยเหลือจะหมดลงและเราจะต้องดิ้นรนกันต่อ” Shanon Smith เจ้าของร้าน Taco Taco ที่ปกติมักจะอัดแน่นไปด้วยลูกค้าในช่วงนี้ของปีคาดการณ์ “เมื่อไหร่ที่เราเริ่มขยับได้อีกครั้ง เราจะต้องโฟกัสในเรื่องการซื้อและแบ่งปันทรัพยาการภายในท้องถิ่นให้ดี”

รักษาความเป็นท้องถิ่น

ซึ่งความพยายามบางอย่างก็เริ่มดำเนินการไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นหลั่งไหลเข้าไปในกลุ่มสนทนาของแอปพลิเคชัน WhatsApp เช่นเดียวกับการเกษตรขนาดเล็กซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นวิถีชีวิตของผู้คนก็ยังกลายมาเป็นเครื่องมือในการเอาชีวิตรอด ก่อนหน้าการปิดพื้นที่ เมล็ดพันธุ์ในร้านอุปกรณ์การเกษตร Las Chutas ยกเว้นถั่วและผักชีนั้นขายดีจนหมดเกลี้ยง เพราะทุกคนต่างก็รีบทำสวนของตน

ที่ Belmar Hotel กิจการโรงแรมที่ดำเนินการโดยครอบครัวมานานกว่า 35 ปี โรงแรมที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราที่สุดในหุบเขาก็ยังเปิดให้บริการแค่สวนออร์แกนิกเท่านั้น พนักงานกว่า 75 ชีวิตถูกเลิกจ้าง พวกเขาได้แต่หวังว่าจะมีรายได้เข้ามาบ้างจากการขยายสวนและขายผลผลิตให้ชุมชน

มอนเตเบร์เด, การท่องเที่ยว, ผลกระทบจากโควิด-19, โควิด-19
องค์กรกาชาดใน SANTA ELENA นั้นเป็นเพียงหน้าด่านเล็ก ๆ ที่คอยสนับสนุนคลินิกของรัฐในเรื่องของการดูแลขั้นพื้นฐานและเหตุฉุกเฉิน
ภาพ: MAURICIO VALVERDE ARCE

“เรามีทุนสำรองอยู่สองสามเดือนสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นอย่างการดูแลรักษาและความปลอดภัย ซึ่งนับว่าเราโชคดี แต่เราก็ไม่เคยอยู่ในจุดที่รายรับเท่าศูนย์มาก่อน” Pedro Balmar ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม กล่าว

เช่นเดียวกับโรงแรม Belmar กิจการฟาร์มเองก็กำลังมองหาช่องทางในการขายผลิตผลของตน ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำชุมชนได้เปิดตัวช่องทางออนไลน์ Econexiones ที่มาช่วยจัดระเบียบและโปรโมตสินค้าจากมอนเตเบเดร์หรือที่ผลิตในมอนเตเบร์เด ความพยายามนี้คือการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้คนว่าเงินที่พวกเขาใช้จ่ายนั้นจะหมุนเวียนอยู่ในชุมชน และจะไม่มีฟาร์มไหนขายใบโหระพาและผักกาดเหมือน ๆ กัน “พวกเรากำลังช่วยให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นที่เคยจัดหาวัตถุดิบให้แก่ร้านอาหารและโรงแรมได้เชื่อมต่อกับชุมชน” Selena Avendaño ผู้ประสานประจำโครงการและหัวหน้าฝ่ายโครงการริเริ่มชุมชนแห่งสถาบันมอนเตเบร์เด องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ผลักดันเรื่องความยั่งยืนกล่าว “เราพยายามจะกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนที่สมควรจะขยับอย่างอาหาร”

เริ่มใหม่อีกครั้ง

หลายคนบอกว่าวิกฤติตอนนี้ทำให้ปัญหาเรื่องการพึ่งพาการท่องเที่ยวที่มากเกินไปเด่นชัดขึ้น “สามสิบปีที่แล้วมอนเตเบร์เดส่วนใหญ่เป็นฟาร์มโคนมซึ่งริเริ่มโดยพวกพวกเควกเกอร์” José Luis Vargas ชาวเมืองมอนเตเบร์เดแท้ ๆ และผู้ร่วมก่อตั้ง Life Monteverde สหกรณ์กาแฟแบบยั่งยืนอธิบาย “ในตอนนั้น พวกเรากลุ่มหนึ่งได้ร่วมกันทำโครงการที่เรียกว่า Monteverde 2020 เพื่อเปลี่ยนรูปแบบของเศรษฐกิจด้วยการหันไปเน้นเรื่องการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” แนวคิดคือให้การท่องเที่ยวเข้ามาเป็นตัวเลือกที่นอกเหนือจากฟาร์มโคนม ปัจจุบัน การล่มสลายของอุตสาหกรรมบีบบังคับให้พวกเขาต้องคิดหาหนทางอีกครั้ง

การเริ่มต้นจากศูนย์อาจเป็นท่อนซ้ำในเพลงที่หลายคนคุ้นเคย Oscar Chacón และ Angela Acuña ย้ายจากเวเนซุเอลามามอนเตเบร์เดเพื่อหนีจากความวุ่นทางเศรษฐกิจและการเมืองของที่นั่น 20 ปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่นับครั้งไม่ถ้วน Chacón มาถึงคอสตาริกาด้วยเงิน 70 เหรียญในกระเป๋าสตางค์ และในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เขาและ Acuña พึ่งจะเปิดร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่ชื่อว่า Zucarro Café

ตอนที่ทุกอย่างปิดลง สามีภรรยาคู่นี้ปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการลดการผลิตของร้านลงร้อยละ 80 และกระจายขนมปังของพวกเขาไปตามร้านขายของชำ “ประสบการณ์ในเวเนซุเอลาสอนให้ฉันรับมือกับวิกฤติในครั้งนี้ ฉันพร้อมใส่นวมและสู้กับมัน” Acuña กล่าว “แต่ยังไงพวกเราก็ทำได้แค่สู้กันไปวันต่อวัน”

ในตอนนี้ พวกเขาก็ยังคงเปิดร้านอนยู่ “แม้ของเราจะน้อยแต่มันก็สดใหม่ เราไม่ใช่แค่ร้านคาเฟ่สำหรับนักท่องเที่ยว” Chacón พูดขณะถูมือกับเจลล้างมือ “ถ้าเราสามารถจัดหาให้ชุมชน ชุมชนก็จะจัดหาให้เรา”

เรื่อง: Reena Shah
ภาพ: Mauricio Valverde Arce


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสพายุโควิด-19

เรื่องแนะนำ

สวนสวรรค์เหนือ แมนแฮตตัน

ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า สวนสาธารณะตามเมืองใหญ่ๆ มักถูกมองว่าเป็นแหล่งพักพิง เป็นดั่งเกาะเขียวชอุ่ม ท่ามกลางทะเลคอนกรีตและเหล็กกล้า ทว่าเมืองเมื่อเข้าใกล้สวนสาธารณะไฮไลน์ (High Line) ในย่านเชลชี ทางฝั่งตะวันตกตอนล่างของเกาะ แมนแฮตตัน ภาพที่คุณเห็นเป็นอันดับแรกกลับเป็นสิ่งที่สวนสาธารณะในเมืองพยายามหลีกเลี่ยงมาตั้งแต่ต้น นั่นคือโครงสร้างเหล็กกล้าสีดำหนัก และแข็งทื่อที่รองรับทางรถไฟลอยฟ้า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ในการขนส่งขบวนตู้สินค้าไปยังโรงงานและโกดังต่างๆ และอย่างน้อยที่สุด เมื่อมองจากระยะไกล สิ่งนี้ก็ดูคล้ายเศษซากที่ถูกทิ้งร้างมากกว่าจะเป็นโอเอซิสกลางใจเมือง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ไฮไลน์ยังเป็นเพียงเศษซากกลางเมืองที่กำลังผุพังไปตามกาลเวลา ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง รวมถึงรูดอล์ฟ จูลีอานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กระหว่างปี 1994-2001 ต่างรอวันที่จะรื้อทางรถไฟสายนี้แทบไม่ไหว คณะบริหารของจูลีอานีซึ่งตระหนักดีว่า สำหรับย่านเชลซีที่กำลังได้รับการแปลงโฉมเป็นหอศิลป์ ร้านอาหาร และเขตที่พักอาศัยหรูหราแล้วเศษซากที่หลงเหลืออยู่ของไฮไลน์ซึ่งทอดตัวคดเคี้ยวเป็นระยะทางราว 2.4 กิโลเมตรจากถนนแกนส์โวร์ตจนถึงถนนสายที่ 34 คือภาระอัปลักษณ์อันหนักอึ้ง พวกเขามั่นใจว่าเศษซากอันแปลกแยกของเมืองต้องถูกขจัดออกไปเพื่อให้ย่านโดยรอบได้พัฒนาอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ทางการไม่เคยทำพลาดขนาดนี้มาก่อน เพราะเป็นเวลาเกือบสิบปีหลังจากคณะบริหารของจูลีอานีพยายามรื้อถอนไฮไลน์ แต่มันกลับกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่สร้างสรรค์และดึงดูดผู้คนได้ดีที่สุดในมหานครนิวยอร์กและอาจดีที่สุดในประเทศด้วยซ้ำ เสาเหล็กกล้าสีดำที่ครั้งหนึ่งเคยรองรับทางรถไฟร้าง ปัจจุบันกำลังโอบอุ้มสวนสาธารณะลอยฟ้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นทางเดิน ส่วนหนึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมือง และอีกส่วนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ เส้นทางหนึ่งในสามซึ่งอยู่ทางด้านใต้เริ่มตั้งแต่ถนนแกนส์โวร์ตยาวไปจนถึงถนนสายที่ 20 ตะวันตกตัดผ่านถนนเทนท์อเวนิว เปิดใช้งานเมื่อฤดูร้อนปี 2009 เส้นทางช่วงที่สองจะเปิดในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ โดยขยายสวนสาธารณะออกไปอีกสิบช่วงตึก หรือเป็นระยะทางราว 0.8 กิโลเมตรไปจนถึงถนนสายที่ 30  ผู้สนับสนุนต่างหวังว่า ในที่สุด สวนสาธารณะจะครอบคลุมส่วนที่เหลือทั้งหมดของไฮไลน์ อ่านต่อหน้า 2 

รอยต่อชีวิตบางตะบูน

จากกิจกรรมเวิร์คชอปถ่ายภาพ One-Day Photography Workshop & Trip ในรายการ Every Picture Tells a Story Season 2 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2560 เป็นจุดเริ่มต้นสู่ชุมชนบางตะบูน อ. บ้านแหลม จ. เพชรบุรี อันเป็นชุมชนเก่าแก่ริมทะเลที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ และยังเป็นชุมชนที่ต้องอยู่ร่วมกับลิงแสม  ต่างฝ่ายต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน  การใช้เวลาลงพื้นที่ 4 ครั้งในเวลา 1 เดือน เพื่อทำความรู้จักและผูกมิตรกับลิงแสมอย่างนอบน้อมและใจเย็น ทำให้เกิดพื้นที่ของการสื่อสารในเชิงบวกจนสามารถเก็บภาพถ่ายเสน่ห์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับลิงที่บางตะบูน   เรื่องและภาพ ปัณณรัตน์ รัตนากุลสวัสดิ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7)

อุทยานแห่งชาติคลองลาน…กับพื้นที่อนุรักษ์

หากคุณเคยไปท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติในที่ต่างๆ เรามักเห็นเส้นทาง เดินป่าศึกษาธรรมชาติอยู่ควบคู่ด้วยเสมอเกือบทุกอุทยานฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเส้นทางสั้นๆ ที่มีการพัฒนาเส้นทางแล้วและมีความปลอดภัยซึ่งภาษาราชการเรียกว่า “พื้นที่ให้บริการ” ในขณะที่บางอุทยานฯก็ประกาศเป็น “พื้นที่อนุรักษ์” และไม่เปิดให้เป็นพื้นที่ที่ให้กับประชาชนทั่วไปได้เข้าถึง ด้วยความสงสัยปนหลงใหล ทีมงาน NATIONAL GEOGRAPHIC ฉบับภาษาไทย ได้ขออนุญาตติดตาม การทำงานของหน่วยลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ที่มีชื่อเรียกขานว่า “พญาเสือ 51” เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคลองลาน แห่งอุทยานแห่งชาติคลองลาน เข้าไปยังพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจว่าผืนป่าแห่งนี้มีความสำคัญอย่างไรและเกี่ยวข้องอย่างไรกับผืนป่าตะวันตก กับเส้นทางที่ไม่มีทางในป่าลึก เพราะตลอดสองข้างทางเป็นป่ารกชัฏ มองไม่เห็นเส้นทางเดินชัดเจนและเสี่ยงต่อการหลงป่าหากไม่มีเจ้าหน้าที่มาด้วย พื้นที่อนุรักษ์หมายถึงอะไร พื้นที่อนุรักษ์ หมายถึง พื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่ถูกยกสถานะขึ้น เพื่อที่จะนำกฎหมายเข้าไปบริหารจัดการ และดูแลรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในผืนป่านั้น ๆ ได้ ทั้งทางบกและทางทะเล อนุรักษ์อะไร อนุรักษ์ระบบนิเวศที่มีความสัมพันธ์กันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ป่า พันธุ์พืช ทุ่งหญ้า แหล่งน้ำ แหล่งดิน ฯลฯ ทำไมต้องอนุรักษ์ – เพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งพื้นที่ป่าขนาดใหญ่อันเป็นตัวแทนของชีวมณฑลที่สำคัญของประเทศ – เพื่อรักษาพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ป้องกันการสูญพันธุ์ให้ได้มากที่สุด – เพื่อส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัย – […]

ไปแคมปิ้งฤดูหนาว อย่างไรให้มีความสุข

ข้อดีของการออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งในช่วงฤดูหนาวคือ มีแมลงมารบกวนน้อยลง เพราะวงจรชีวิตของพวกมันยังอยู่ในช่วงตัวอ่อน ก่อนจะโตเต็มวัยในช่วงฤดูร้อน ทำให้เราสัมผัสกับความงามและความเงียบสงบของธรรมชาติในฤดูหนาวที่บริสุทธิ์ได้เต็มที่  อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ได้เตรียมตัวมาให้ดี ก็อาจพบอุปสรรคที่ท้าทายได้เช่นกัน การเตรียมตัวเข้าแคมป์ในช่วงฤดูหนาวที่ดีนั้นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ และต้องปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูกัน สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงเมื่อ ไปแคมปิ้งฤดูหนาว เลือกจุดกางเต็นท์ที่สามารถกำบังลมได้และไม่มีอันตรายจากกิ่งไม้ใหญ่ ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการตั้งแคมป์ในฤดูหนาว คุณจะต้องมีเต็นท์ที่แข็งแรง ถุงนอนที่อบอุ่น แผ่นรองนอน และเตาที่เหมาะสำหรับใช้ในอุณหภูมิที่หนาวเย็น สวมใส่เสื้อผ้าที่อุ่นขึ้น อย่างเสื้อ Midweight Base Layers กางเกงกันหนาว Fleece Pants อย่าลืมถุงเท้า หมวก ถุงมือ และแว่นกันแดด เพราะช่วงกลางวันของฤดูหนาวแดดจะแรงมาก นอกจากนี้ยังต้องดื่มน้ำให้เพียงพอและกินอาหารที่มีแคลอรี่เยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น อุปกรณ์ ไปแคมปิ้งฤดูหนาว เต็นท์ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมี เปรียบเสมือนบ้านที่ต้องอบอุ่นและอยู่สบาย สามารถรับมือกับสภาพอากาศในฤดูหนาวได้ หากเป็นการตั้งแคมป์ในบ้านเราอาจเลือกใช้เต็นท์แบ็กแพ็กน้ำหนักเบาได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ได้ทุกฤดูกาลอยู่แล้ว ถ้าแนะนำให้ตั้งแคมป์ใต้แนวต้นไม้และไม่มีลมแรง หากเป็นกรณีที่บริเวณที่กางเต็นท์มีลมแรง แนะนำให้ใช้เต็นท์ 4 ฤดู ซึ่งมีเสาที่แข็งแรงกว่าและผ้าที่หนักกว่า จึงสามารถทนต่อลมกระโชกแรงได้ เต็นท์ประเภทนี้ใช้ได้ในทุกสภาพอากาศแม้กระทั่งนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีหิมะตกก็เอาอยู่ สิ่งสำคัญในการเลือกเต็นท์อีกอย่างคือพื้นที่ใช้สอยภายใน หากพัก 2 คน แนะนำให้ใช้เต็นท์สำหรับ […]