เชน ที่เห็นไม่เป็นอย่างที่คิด : เรื่องราวของศาสนาเชนในแคว้นราชสถาน อินเดีย

เชน ที่เห็น ไม่เป็นอย่างที่คิด

ศาสนา เชน ในอินเดีย

1.ศาสนา เชน (Jainism) ในความรับรู้ของผม คือศาสนาหนึ่งที่อุบัติขึ้นบนโลกในเวลาไล่เลี่ยกับศาสนาพุทธ และยังมีบทบัญญัติกับคำสอน ใกล้เคียงกับศาสนาพุทธมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น คือความรับรู้ว่านักบวชนิกายหนึ่งของศาสนานี้ เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติและการนุ่งห่มแบบดั้งเดิมอย่างที่สุด คือการไม่นุ่งอะไรเลย เวลาไปไหนก็มีเพียงรองเท้าคีบกับกาน้ำในมือเดินโทงๆ ไปเท่านั้น

แต่วันหนึ่ง เมื่อผมมีโอกาสสัญจรไปในหลายเมืองของแคว้นราชสถาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ได้เห็นวัดของศาสนาเชนหลายแห่ง ความรับรู้เกี่ยวกับศาสนานี้ก็เปลี่ยนไป เพราะแต่ละวัดนั้นช่างโอฬารตระการตา และเกือบทั้งหมดจะตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นที่นครทอง-ไจยซัลเมียร์ นครคราม-จ๊อดเปอร์ หรือโยธปุระ และนครหลากสี อย่างบิคาเนอร์ ฯลฯ เชนสถานล้วนโออ่าเทียบเคียง หรือบางแห่งอาจจะใหญ่กว่าเทวสถานฮินดูของประชากรส่วนใหญ่ในเมืองนั้นๆ เสียอีก ในขณะที่เสียเวลาเปล่า ถ้าจะมองหาโบสถ์ วิหารในศาสนาพุทธ

เชน, ศาสนาเชน, ศาสนสถาน, อินเดีย
เชนสถานประดับประดาด้วยงานประติมากรรมรูปเหล่าทวยเทพในศาสนาฮินดู
เชน, ศาสนาเชน, ศาสนสถาน, อินเดีย
ผู้ดูแลวัดเชนที่ไจยซัยเมียร์ มีผ้าปิดจมูกปากตามวัตรปฏิบัติในศาสนาเชน

“…อย่าลืมสิว่าคุณกำลังอยู่ในแคว้นที่เปรียบได้ดั่ง “เมกกะ” หรือศูนย์กลางของศาสนาเชนในอินเดีย หรือกล่าวได้ว่าในโลกใบนี้….” มัคคุเทศก์ชาวอินเดียที่ถือฮินดูเป็นสรณะ เอ่ยขึ้น ครั้นเห็นแววตาฉงนของผม เขาจึงสำทับขึ้นอีกว่า

“…เพราะแคว้นราชสถานนั้น ถึงแม้จะเป็นแคว้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย แต่พื้นที่ถึงเกือบร้อยละ 80 เป็นทะเลทราย ซึ่งหมายถึงทะเลทรายธาร์ หรือ Great Indian Desert ที่กว้างใหญ่กว่า 2 แสนตารางกิโลเมตร ติดอันดับ 9 ของพื้นที่แห้งแล้งแสนสาหัสระดับโลก…”

เชน, ศาสนาเชน, ศาสนสถาน, อินเดีย
พระมหาวีระ พระศาสดาในศาสนาเชน

ข้อมูลของภารตไกด์ท่านนี้ ทำให้ผมนึกถึงหลักคำสอนอันถือว่าเป็นข้อปฏิบัติขั้นพื้นฐาน หรือ “อนุพรต” 5 ประการของเชนศาสนิก คือ 1) อหิงสา การไม่เบียดเบียนคนอื่น สัตว์อื่น สิ่งอื่น 2) สัตยะ การไม่พูดเท็จ 3) อัสตียะ การไม่ลักขโมย 4) พรหมจริยะ เว้นจากการประพฤติชั่วทางกาย และ 5) อัปริคคหะ ความไม่โลภ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าแทบไม่ต่างไปจาก “สมาทานศีล 5” หรือปัญจศีลของชาวพุทธเลย

แต่ศาสนาเชนให้ความสำคัญกับอนุพรตข้อที่ 1 อย่างที่สุด ถึงขั้นต้องมีผ้าปิดจมูกและปากตลอดเวลา ไม่ใช่ด้วยเหตุว่ากลัวจะหายใจเอาเชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย แต่ด้วยมิปรารถนาจะทำบาป ด้วยการหายใจเอาสิ่งมีชีวิตที่เป็นอณูเล็กๆ ล่องลอยอยู่ในอากาศ…เข้าปากไปมากว่า

จึงไม่น่าแปลกใจที่นักบวชในศาสนาเชน จะเพียรสอนให้ผู้นับถือศาสนานี้ หลีกเลี่ยงอาชีพทำการเกษตร เพราะจอบเสียมทีสับลงไปในเนื้อดินแต่ละครั้ง อาจไปทำร้าย หรือทำลายชีวิตสัตว์ตัวน้อยๆ ที่อาศัยอยู่ในดินได้ ไม่ว่าจะเป็นหนอน แมลง ไส้เดือน ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่ง กับสภาพภูมิประเทศอันร้อนแล้งของแคว้นราชสถาน ที่ยากจะทำการเกษตรอยู่แล้ว

เชน, ศาสนาเชน, ศาสนสถาน, อินเดีย

2. ที่สำคัญคือตอนเหนือของทะเลทรายธาร์ คือส่วนหนึ่งของเส้นทางสายแพรไหม ที่กองคาราวานสินค้าจากจีน เมื่อกว่า 1,500 ปีก่อน ต้องมาแวะพัก ก่อนผ่านช่องแคบสำคัญที่เชื่อมเอเชียกับยุโรป นั่นคือช่องแคบไคเบอร์ (ปัจจุบันอยู่ตรงรอยต่อแดนปากีสถานกับอัฟกานิสถาน) ผู้คนในแคว้นนี้ส่วนใหญ่จึงมักทำการค้า อาชีพที่สอดคล้องยิ่งนักกับคำสอนในศาสนาเชน

ครั้นเมื่อค้าขายร่ำรวย ก็มีกำลังสร้างวัดวาอันโอฬาร จนแม้แต่บรรดามหาราชาผู้ครองนครรัฐต่างๆ ในแคว้นราชสถาน ยังต้องยอมให้คหบดีผู้นับถือเชน อนุญาตให้สร้างวัดไว้ในป้อมเมือง อันถือเป็นใจเมืองเลยทีเดียว ก็เงินทองมันเข้าใครออกใครเสียเมื่อไร!

เชน, ศาสนาเชน, ศาสนสถาน, อินเดีย
ซุ้มประตูวัดเชนที่เมืองบิคาเนอร์ แคว้นราชสถาน

ราชสถานจึงถือเป็น “เมกกะ” ของศาสนาเชนด้วยเหตุนี้ กล่าวได้ว่าในโลกนี้มีชาวเชนกระจุกตัวอยู่ในแคว้นนี้มากที่สุด เพราะเชนเป็นศาสนาที่มีศาสนิกในอินเดียมากกว่าศาสนาพุทธ แต่แทบไม่มีศาสนิกอยู่นอกประเทศอินเดียเลย หรืออาจจะมี แต่ก็น้อยจนคิดเป็นร้อยละไม่ได้ ในขณะที่ศาสนาพุทธนั้นตรงกันข้าม เว้นแต่พุทธคยาแล้ว ก็แทบจะหาวัดวาในเมืองอื่นของอินเดียไม่ได้เลย

เชนสถาน หรือวัดของชาวเชนที่ผมสัมผัส แลดูคล้ายเทวสถานฮินดูจนแยกกันไม่ออก เพราะนิยมประดับรูปปั้นอันวิลิสมาหราของบรรดาทวยเทพฮินดู อย่างพระศิวะ พระนารายณ์ ไว้โดยรอบ จนกว่าเข้าไปเห็นรูปเคารพที่ประดิษฐานอยู่ภายใน จึงพอจะเห็นความต่าง เพราะใจกลางปรางค์ประธานจะต้องมีรูปเคารพพระมหาวีระ ศาสดาของศาสนาเชนประดิษฐานไว้ มองคล้ายๆ พระพุทธรูป เพราะเป็นนักบวชในท่านั่งปางสมาธิคล้ายกัน แต่มองอย่างเพ่งพินิจ จะเห็นว่ารูปเคารพพระมหาวีระ ไม่มีจีวรติดกาย อีกทั้งดวงเนตรยังเบิกกว้างต่างกับพระพุทธรูปอย่างเห็นได้ชัด และหากเป็นปางยืน ก็จะยืนเปลือยกายไม่มีอะไรปกปิดแม้แต่น้อย

สะท้อนแนวคิดที่ว่า ปรัชญาศาสนาเชนเสริมส่งให้ผู้คนเอาชนะกิเลส เอาชนะใจตนเอง เพราะคำว่า ไชน์ หรือ เชน มาจากคำว่า “ชินะ” ที่แปลว่า ผู้ชนะ (ตนเอง) เพื่อจุดหมายปลายชีวิต คือหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ไปสู่โมกษะ หรือแดนนิพพาน อันถือเป็นความสุขนิรันดร โดยศาสนานี้แบ่งเป็น 2 นิกายใหญ่ คือ นิกายเศวตัมพร หรือนิกายนุ่งผ้าขาว ถือว่าสีขาวเป็นสีบริสุทธิ์ และนิกายทิฆัมพร ที่นักบวชจะนุ่งลมห่มฟ้าเป็นอาจิณ

แต่การที่ศาสนาเชนมุ่งเน้นการถือพรตอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในข้อที่ว่าด้วยการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอย่างเคร่งครัด จนถึงกับระวังการหายใจ ไม่ให้สูดเอาอณูชีวิตเล็กๆ ที่ล่องลอยในอากาศเข้าไปในร่างกาย ทำให้ศาสนาพุทธถือเอาศาสนาเชนเป็น “ครูด้านกลับ” สำหรับการเรียนรู้มิจฉาทิฐิ หรือการดำเนินชีวิตที่ตึงจนเกินไป และเรียกศาสนาเชนว่า “เดียรถีย์นิครนถ์” ซึ่งหมายถึงนักบวชนอกศาสนาพุทธ บางตำรายังระบุว่า ก่อนพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็เคยเข้าไปศึกษาแนวทางศาสนาเชนของพระมหาวีระ แล้วแยกออกมาหาหนทางสู่การหลุดพ้นด้วยพระองค์เอง เมื่อเห็นว่าแนวทางนั้นสุดขั้วจนเกินไป

เชน, ศาสนาเชน, ศาสนสถาน, อินเดีย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประชากรศาสนิกเชนในอินเดียปัจจุบัน ราว 6-7 ล้านคน และไม่เคยเป็นข่าวว่าพวกเขานำเอาศรัทธาที่เคร่งครัดไปทำร้ายคนอื่นเลย ก็เพียงพอจะให้โลกยอมรับได้ว่า เชนคือลัทธิความเชื่อหนึ่งที่มุ่งสอนให้คนแสวงหาความสุขด้วยการทำความดีเหมือนศาสนาอื่นเช่นกัน
————————–

พระรัตนตรัยในศาสนาเชน ประกอบด้วย
1. สัมมาศรัทธา – ความเห็นชอบตามคำสอนในศาสนาเชน
2. สัมมาญาณ – ความรู้ชอบตามคัมภีร์ในศาสนาเชน
3. สัมมาจริต – ความประพฤติชอบตามกฎของศาสนาเชน

เอกสารอ้างอิง
1. “ประพาสราชสถาน” พระราชนิพนธ์ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2547
2. “ศาสนาโลก” โดย ธนู แก้วโอภาส (ไม่ระบุปีที่พิมพ์)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ธรรมธุดงค์เพื่อสันติภาพของคนทั้งโลก

เรื่องแนะนำ

เพราะโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยโควิด-19 เธอจึงตัดสินใจ คลอดลูกที่บ้าน

ภาพอันใกล้ชิดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงคุณแม่ชาวนิวยอร์กคนหนึ่งที่ให้ คลอดลูกที่บ้าน ท่ามกลางภาวะโรคระบาด เมื่อคิมเบอร์ลี บอนสิยอร์ คุณแม่วัย 33 ปีทราบเมื่อตอนปลายเดือนมีนาคมว่าสมาชิกครอบครัวของเธอไม่สามารถเข้าร่วมให้กำลังใจในตอนที่เธอคลอดลูกที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU Hospital) ได้ เธอจึงเริ่มวางแผนการ คลอดลูกที่บ้าน การให้กำเนิดลูกคนที่สอง เธอไม่อยากอยู่ห่างจากอัล ผู้เป็นสามี, และซาติวา ลูกสาววัยสองขวบ หลังจากเครือข่ายของโรงพยาบาลนิวยอร์ก – เพรสไบทีเรียนและโรงพยาบาลเมาต์ซีนาย ห้ามไม่ให้มีผู้เข้าเยี่ยมเพราะต้องการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 พยาบาลผดุงครรภ์ทั่วเมืองต่างได้รับโทรศัพท์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเหล่าคุณแม่ไม่ต้องการคลอดลูกเพียงลำพัง ผู้หญิงหลายคนจึงต้องหาทางเลือก แม้ผู้ว่าการนครนิวยอร์ก แอนดรูว์ คัวโม จะออกคำสั่งอนุญาตให้มีผู้ติดตามหนึ่งคนในห้องคลอดอยู่ในห้องได้หากคนผู้นั้นได้ผ่านตรวจหาไวรัสโควิด-19 แล้ว อย่างไรก็ตาม การทำคลอดในโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ก็ทำให้มีความต้องการคลอดลูกที่บ้านเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างพิเศษในสหรัฐอเมริกา แต่ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ในสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ คิมเบอร์ลีเริ่มติดต่อแอนเจลิก คลาร์ก ผู้ช่วยทำคลอดลูกคนแรกของเธอ และคารา มูห์ลาห์น พยาบาลผดุงครรภ์ที่ได้รับใบอนุญาต (Certified Nurse Midwife -CNM) โดยทั้งมูห์ลาห์นและคิมเบอร์ลีต้องพบกันอย่างน้อยนับสิบครั้งเพื่อปรึกษากันถึงเรื่องนี้ หลังจากมีการปรึกษากันทางออนไลน์และการไปเยี่ยมบ้าน พวกเขาเริ่มเตรียมการในสิ่งที่จำเป็นสำหรับการคลอดลูกที่บ้าน กรอกแบบฟอร์มทางการแพทย์และจัดหาอุปกรณ์ทำคลอด […]

สำรวจโลก : การถือกำเนิดของประชากรโลก

เมื่อปี 2014 สตรีมีครรภ์เกือบหนึ่งในห้าของโลกให้กำเนิดทารกด้วยการผ่าท้องทำคลอด เดิมทีวิธีการผ่าตัดดังกล่าว ซึ่งเป็นการนำทารกออกจากมดลูกผ่านทางท้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงความซับซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตระหว่างการทำคลอดทางช่องคลอด ทว่าอัตราการผ่าท้องทำคลอดในบางประเทศกลับสูงกว่าอัตราการประเมินขององค์การอนามัยโลกที่ว่า การผ่าท้องทำคลอดช่วยป้องกันการเสียชีวิตของมารดาและทารกได้ร้อยละ 10 หลายเท่าตัว ทำไมบางประเทศจึงมีการผ่าท้องทำคลอดมากนัก แอนา พีลาร์ เบทรัน เจ้าหน้าที่การแพทย์ขององค์การอนามัยโลก บอกว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อการผ่าท้องทำคลอดคือความคาดหวังของครอบครัวและแพทย์ที่ว่าการคลอดจะปลอดภัยกว่า อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยลดระยะเวลาในการคลอดที่ยาวนานหรือเจ็บปวดลงได้ อัตราการผ่าท้องทำคลอดที่สูงอย่างเช่น ในบราซิลอาจสะท้อนถึงความต้องการกำหนดเวลาเกิดของเด็ก ขณะที่อัตราที่ต่ำอาจบ่งชี้ว่า การเข้าถึงการรักษาพยาบาลยังไม่เพียงพอ บราซิล – ประเทศที่มีอัตราการผ่าท้อง ทำคลอดมากที่สุด (ร้อยละ 55.6) นี้เริ่มรณรงค์ด้านสาธารณสุขเมื่อปี 2015 เพื่อสนับสนุนการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ฟินแลนด์ – มีอัตราการผ่าท้องทำคลอดต่ำที่สุดในหมู่ประเทศพัฒนาแล้ว (ร้อยละ 14.7) ซึ่งอาจเป็นผลจากการทำคลอดโดยหมอตำแย และเกณฑ์วิธีการรักษาที่เข้มงวด อียิปต์ – อัตราการผ่าท้องทำคลอดของประเทศนี้ (ร้อยละ 51. กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะผู้หญิงขอผ่าท้องทำคลอดกันมากขึ้น และแพทย์พยายามเลี่ยงความยุ่งยากทางการแพทย์และทางกฎหมาย ชาติแอฟริกา – ทารกน้อยกว่าร้อยละ 1.6 ในไนเจอร์ ชาด และเอธิโอเปีย กำเนิดด้วยวิธีการผ่าท้องทำคลอด สาเหตุหลักเป็นเพราะการขาดแคลนสถานพยาบาล   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก […]

เปิดชีวิตเสี่ยงตายของนักล่าจระเข้

"มันยากที่จะมีสมาธิกับภาพถ่ายตรงหน้า ในขณะที่คุณเองไม่มั่นใจว่าแขนหรือมือจะยังอยู่หรือไม่" คำบอกเล่าจาก เทรเวอร์ ฟรอสต์ ช่างภาพผู้ถ่ายภาพจระเข้แทบทุกชนิดเป็นเวลาสามปีเต็ม

เด็กหญิงในร่างเด็กชาย พบได้ที่อัฟกานิสถาน

ในวัฒนธรรมของหลายประเทศ เด็กผู้ชายมีค่ามากกว่าเด็กผู้หญิง เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ ทั้งเธอและสามีจะคาดหวังว่าลูกคนใหม่จะต้องเป็นเด็กผู้ชาย