เที่ยวแม่แจ่ม มุมมองใหม่ที่ไม่ใช่แค่นาขั้นบันได - National Geographic Thailand

เที่ยวแม่แจ่มในมุมมองใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงนาขั้นบันได

“ได้เจอกันสักทีนะ… แม่แจ่ม”

บรรยากาศในช่วงปลายเดือนกันยายน ยังคงมีสายฝนโปรยปรายลงมา ทำให้อากาศเย็นสบายกำลังดี ไม่รู้ว่าช้าไปไหม แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางมา เที่ยวแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กับคุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ หัวเรือใหญ่ National Geographic ฉบับภาษาไทยโดยได้รับคำเชิญจากผู้ใหญ่ใจดี ชวนมาดูและมาสำรวจว่าจะช่วยชาวบ้านต่อยอดสินค้าเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวได้อย่างไร

จากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงแม่แจ่มใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครึ่ง แต่บรรยากาศตลอดสองข้างทางสวยงามเกินพรรณนาจริงๆ ทำเอาลืมเวลาไปเลย

ผมมักรู้สึกตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่ได้ไปยังดินแดนที่ไม่รู้จัก การเดินทางมา เที่ยวแม่แจ่ม ในครั้งนี้ก็มาอย่างคนที่ไม่รู้จักแม่แจ่มแบบลึกซึ้ง รู้แค่ว่าใครๆ ก็ต้องมาดูนาขั้นบันไดสวยๆ ของที่นี่กันทั้งนั้น จนกระทั่งได้ฟังคำแนะนำจากคนท้องถิ่นว่าให้ลองไปเที่ยว “หมู่บ้านห้วยบง” ดูสิ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำช้างคืนถิ่น แม้จะสงสัยว่าทำไมช้างต้องคืนถิ่น แต่ออกปากแนะนำมาแบบนี้ ลองไปดูสักตั้งจะเป็นไร

แต่ก่อนจะไปหมู่บ้านห้วยบง ผมขอซึมซับบรรยากาศในตัวอำเภอแม่แจ่มสักคืน ซึ่งในอำเภอเล็กๆแห่งนี้ก็มีที่พักให้เลือกอยู่หลายแห่ง มีร้านอาหารและคาเฟ่น่ารักๆด้วย ผมแวะที่ PEMA CAFÉ ได้เจอชาวบ้านที่อัธยาศัยดีมาก อาหารอร่อยถูกปาก จะว่าไปก็ให้อารมณ์น่ารักๆเหมือนชนบทในประเทศญี่ปุ่นเลยนะ ผมเองก็เลือกที่จะออกมาวิ่งออกกำลังกายและเดินเล่นชมวิวกันสักหน่อย หากใครมีเวลาอยากแนะนำให้ลองทำดูนะครับ มันทำให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นได้จริงๆ

PEMA CAFE ร้านกาแฟเล็กๆกับบรรยากาศที่ร่มรื่นเย็นสบาย

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน

รุ่งเช้าผมแวะไปชมโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ ซึ่งเป็นอีกไฮไลต์หนึ่งที่ชาวอำเภอแม่แจ่มอยากให้คนทั่วไปได้รู้จัก โครงการไผ่นี้อยู่ในโครงการแม่แจ่มโมเดลพลัส เป็นโครงการที่มุ่งสร้างความยั่งยืนและเพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำแม่แจ่มให้กับชุมชน ในรูปแบบการปลูกไม้สร้างรายได้เพื่อให้ตอบโจทย์สร้างอาชีพของเกษตรกรที่หาทางเลือกใหม่ ออกไปจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่นข้าวโพด และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งปัญหาหมอกควันจากไฟป่า การบุกรุกที่ดิน หนี้สิน  เนื่องจากไผ่เป็นพืชระยะสั้น ใช้เวลาปลูกแค่ 3 -5 ปี ดูแลง่าย ใช้น้ำน้อย เป็นพืชที่สร้างออกซิเจนได้มากกว่าไม้ใหญ่ชนิดอื่นๆ และสร้างรายได้ที่ดีให้เกษตรกร ที่โรงงานนี้ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวไผ่ในชุมชน และมีสินค้าจากผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นที่ระลึกถึงแม่แจ่มกันด้วย

เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน

เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน
แปลงปลูกไผ่ที่กำลังเริ่มต้น ใกล้กันเป็นไร่ข้าวโพด ที่ชาวบ้านหวังว่าวันหนึ่งจะหายไป
เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน
ผลผลิตที่ได้จากไผ่ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม

ออกจากโรงงานไม้ไผ่แล้ว ผมก็มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่จะไปขุนยวม ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงหมู่บ้านห้วยบง ซึ่งเป็นหมู่บ้านของคนเลี้ยงช้าง ชาวบ้านนิยมนำช้างไปทำมาหากินตามปางช้างต่างๆในเชียงใหม่ แต่พอเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว ปางช้างหลายแห่งต้องปิดตัวไป แต่ช้างก็ต้องกิน คนก็ต้องใช้ สุดท้ายชาวบ้านจึงรวมตัวกันพาช้างกลับบ้านโดยที่ยังไม่ได้เตรียมความพร้อม และประสบปัญหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติประกอบไปด้วยสารเคมีที่เกิดจากการทำไร่ข้าวโพด ทำให้ช้างไม่สามารถดื่มน้ำจากแหล่งน้ำได้ ต้องขุดร่องดินเพื่อรองรับน้ำฝน ซึ่งหากไม่มีน้ำฝน ช้างก็ไม่สามารถดื่มน้ำได้ อีกทั้งชุมชนยังขาดแหล่งอาหารของช้าง ชุมชนคนเลี้ยงช้างบ้านห้วยบงจึงเกิดการรวมตัวกันเพื่อที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยการคิดริเริ่มที่จัดทำระบบปะปาภูเขา ปลูกหญ้าให้ช้างและพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อรองรับการท่องเที่ยวของชุมชนในอนาคต ได้เกิดเป็นโครงการช้างคืนถิ่น ซึ่งมีคุณสดุดี เสรีชีวี เป็นผู้นำในการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ทำให้หมู่บ้านห้วยบงเป็นศูนย์กลางการดูแลช้างและนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องธุรกิจท่องเที่ยวแบบใหม่ นั่นคือให้ชาวบ้านทุกคนทำมาหากินกันที่หมู่บ้านนี่แหละไม่ต้องออกไปไหน เพราะที่หมู่บ้านห้วยบงมีวิวธรรมชาติสวยๆ อากาศบริสุทธิ์ มีลำธารไหลผ่าน และมีเส้นทางเดินป่าระยะใกล้ๆ ไว้สำหรับผู้สนใจกิจกรรมแนวผจญภัย ใครอยากกลางเต็นท์ตรงไหน ขอเพียงแค่บอกมา ชาวบ้านจะดูแลอำนวยความสะดวกให้ หรือถ้าไม่ถนัดนอนเต็นท์ จะนอนที่โฮมสเตย์ของชาวบ้านก็ได้ มีการเตรียมอาหารการกินไว้พร้อมสรรพ

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน
แม่น้ำแม่หยอด
เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน
บริเวณจุดกางเต็นท์ในหมู่บ้านห้วยบง
เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน
ภาพร่างโดยคุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ จากการเยี่ยมชมโรงงานไผ่ ได้เห็นไอเดียชาวบ้านในการใช้ไผ่ นำมาทำแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน

กิจกรรมหลักๆที่หมู่บ้านห้วยบงก็จะมีการเลี้ยงช้าง โดยสอนให้รู้จักและเรียนรู้นิสัยของช้างมากกว่าที่ตาเห็น สอนการอาบน้ำให้ช้าง แต่ที่ผมชอบที่สุดคือการสอนหนังสือให้ชาวบ้าน เช่น สอนภาษาอังกฤษ ส่วนตัวเราก็เรียนภาษากะเหรี่ยงจากชาวบ้าน ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกัน หรือใครชอบวาดรูปก็สอนเด็กๆในหมู่บ้านได้นะครับ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่คุณสดุดีเลย ซึ่งผมจะบอกรายละเอียดไว้ในตอนท้าย

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน
คนเลี้ยงช้างชาวปกาเกอะญอ กำลังแบกหญ้าไปให้ช้างกิน ซึ่งช้างแต่ละเชือกกินอย่างน้อยวันละ 250 กิโลกรัม

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน

เที่ยวแม่แจ่ม, เชียงใหม่, ปางช้าง, เที่ยวชุมชน, ท่องเที่ยวชุมชน
ในอนาคตบ้านหลังนี้จะเป็นสถานีอนามัยของชุมชน

ตลอดสองข้างทางระหว่างไปหมู่บ้านห้วยบงเป็นเส้นทางที่สวยมาก แต่ก็อันตรายเช่นกัน เพราะเป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวมาก ต้องใช้ความชำนาญในการขับรถยนต์มากทีเดียว แต่เชื่อเถอะว่ามาที่นี่แล้วคุณจะสนุก และมีความสุขแน่นอน ภายใต้การเดินทางที่ผมไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ทริปนี้ก็สร้างความอิ่มใจให้ผมได้จริงๆ

“ครั้งหน้าเจอกันอีกนะ…แม่แจ่มที่รัก”

แผนที่ที่ชาวบ้านวาดไว้ เราขอเอามาปรับใหม่ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

รายละเอียดกิจกรรม 

1. เรียนรู้นิสัยของช้าง ด้วยการอาบน้ำ ปลูกหญ้าและตัดหญ้าให้ช้าง
2. เรียนรู้เรื่องสมุนไพรสำหรับช้างและคน พร้อมด้วยการเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติ
3. เรียนรู้การประกอบอาหารพื้นบ้านของชาวปกาเกอะญอ
4. เรียนรู้การตำข้าวแบบวิถีชาวบ้าน (ข้าวกล้อง)
5. แลกเปลี่ยนภาษา เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้านในการเลี้ยงช้างของชาวปกาเกอะญอ โดยจะมีผู้เฒ่าของหมู่บ้านมาเล่าประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของคนกะเหรี่ยงกับช้าง
6. ล่องแพไม้ไผ่
7. กิจกรรมกลางแจ้งรอบกองไฟกับวิวธรรมชาติที่สวยจนลืมไม่ลง
8. พักกับชาวบ้าน มีบริการอาหารพร้อม

ทุกกิจกรรมจะเริ่มต้น เวลา 9.00 น. – 16.00 น.
รายละเอียดอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
ติดต่อได้ที่ คุณสดุดี เสรีชีวี โทรศัพท์ 09-7349-8837


เรื่องและภาพ : ไตรรัตน์ ทรงเผ่า

 

เรื่องแนะนำ

ทะเลอาร์กติก สุดขอบแผ่นดินที่มนุษย์อาศัยอยู่

เดินทางขึ้นสู่ดินแดน “เกือบ” เหนือสุดของโลก ประสบการณ์สัมผัส ทะเลอาร์กติก ครั้งแรกในชีวิต สถานที่หนึ่งที่เราไปไม่ถึง แต่ขอไปให้ใกล้ที่สุดก็ยังดี… ประโยคนี้คือสิ่งที่เราคุยกันในกลุ่มเพื่อนในวันที่เราตัดสินใจเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกา (Teriberka Village) หมู่บ้านชาวประมงที่ตอนนี้แทบไม่มีเรือประมงเข้าเทียบท่า สุดเขตแดนตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ที่นี่มีอ่าวชิดติดกับคาบสมุทรโคลา (Kola) ชายฝั่งทะเลบาเรนท์ (Barents Sea) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขอบ ทะเลอาร์กติก ไปอีกเพียงหนึ่งร้อยกิโลเมตรเราจะถึงขั้วโลกเหนือ… เชื่อว่าอีกหลายคนฝันถึงการไปเยือนขั้วโลกเหนือ ที่เทอริเบอกาให้ความรู้สึกหนึ่งย้ำเตือนเราว่า… อีกนิดเดียวเท่านั้น การเดินทางไปหมู่บ้านชายขอบติดคาบสมุทรอาร์กติกสร้างความตื่นเต้นให้ไม่น้อย การได้ไปยืนริมทะเลที่มีลมทะเลซัดน้ำแข็งเข้าฝั่งตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องที่หาชมได้ที่ชายหาดทั่ว ๆ ไป  แต่ความน่าสนใจระหว่างทางก็ดึงดูดนักเดินทางไม่แพ้กัน นั่นคือ เราต้องผ่านป่าสนที่ถือว่าเป็นปอดของยุโรป และเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก รู้จักในชื่อไทกา (Taiga) การเดินทางผ่านไทกาใช้เวลานาน ป่าสนในฤดูหนาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่สุดสายตา ยิ่งเมื่อได้รับข้อมูลของป่าสนแห่งนี้ยิ่งรู้สึกว่าการเดินทางไปหมู่บ้านเทอริเบอกาคุ้มค่าและน่าค้นหามากกว่าตอนที่ตัดสินใจมาเยือน ไทกาในฤดูหนาวจัดเป็นป่าสนที่ขาวโพลน ต้นสนใบร่วงจนเหลือแต่กิ่งไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือปอดของยุโรป พอได้ยินคำว่าปอดของยุโรปเชื่อว่าหลายคนอยากสูดอากาศให้เต็มปอด ถนนเส้นนี้นอกจากป่าสนขนาดใหญ่ที่ให้ออกซิเจน (Oxygen) มากมาย ในช่วงฤดูหนาวรถยนต์ก็ไม่พลุกพล่าน ระยะทางสองร้อยกว่ากิโลเมตรจากเมืองมูร์มันสค์ (Murmansk) ซึ่งเป็นเมืองที่เรานั่งเครื่องบินมาลง เราสวนกับรถยนต์ที่นับคันได้ ในเดือนที่เราเดินทางไปถึงคือต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนที่หนาวจัด ทุกลมหายใจที่ไม่ได้ผ่านหมวกคลุมหน้าหรือระบบปรับอากาศ มันเย็นเยือกจนปวดศีรษะจริงๆ ครั้งแรกก็อยากสูดอากาศแต่พอลงจากรถยนต์ได้ไม่ถึงห้านาทีก็ต้องรีบกลับขึ้นมาเพราะอากาศที่หนาวจนยะเยือกถึงถึงกระดูก ตลอดเส้นทางจะเห็นทัศนียภาพห่มด้วยสีขาวสุดลูกหูลูกตา บ้านเรือนของคนที่นี่จึงมักทาสีสดใส […]

มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับสถานที่เหล่านี้

มาเติมสีสันให้ชีวิตไปกับ ภาพธรรมชาติ สถานที่เหล่านี้ ธรรมชาติผลิตสีสันมากมายให้เราได้ยล ภาพธรรมชาติ ตั้งแต่สีสันจากบ่อน้ำพุร้อนในเยลโลว์สโตน สีเรืองแสงจากแบคทีเรียในมหาสมุทร ไปจนถึงแสงเหนือสีเขียวสุดตระการตาอันเกิดจากอนุภาคของสนามแม่เหล็กที่ทำปฏิกิริยากับไนโตรเจน และออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ เหล่านี้คือสีสันที่ธรรมชาติมอบให้แก่เรา และมนุษย์เองก็เพิ่มสีสันให้แก่ภูมิทัศน์ให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นด้วยผืนเกษตรกรรม ลองชมภาพถ่ายที่ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกรวบรวมมาให้ชมกัน โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ อ่านเพิ่มเติม : 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในแอฟริกา, สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017 , 15 ภาพถ่ายท่องเที่ยวที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล: ขึ้นรถไฟไปปีนผาและเดินป่าในม่านหมอกจาง

เรื่องราวการลุยเส้นทางเดินป่าภายในอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ และประสบการณ์ของการเดินป่าครั้งแรกในชีวิต หลังจากอายุ 25 ปีได้ไม่นาน ผมตัดสินใจออกไปเดินป่าครั้งแรกในชีวิต แม้การทำงานที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวและความสำคัญของธรรมชาติและโลกใบนี้มากขึ้น แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติโดยการไปปีนเขา ตั้งแคมป์ หรือเดินป่าอย่างจริงจัง และการมีสถานะเป็น “คนในเมือง” ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการออกไปพบกับธรรมชาติดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลออกไป จนกระทั่งผมได้รับการชักชวนจากรุ่นพี่ในออฟฟิศท่านหนึ่งที่ทำงานในนิตยสารเพื่อนบ้าน เขาเป็นนักเดินป่าตัวยง และได้เขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวธรรมชาติ การเดินป่า ให้กับเว็บไซต์ของนิตยสารมาได้ระยะหนึ่ง เขากำลังหาเพื่อนร่วมทางในการสำรวจเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” เขาเล่าว่า ความน่าสนใจของที่แห่งนี้ คือการเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินทางได้โดยขนส่งสาธารณะ (รถไฟ) ในขณะที่อุทยานแห่งชาติอื่นๆต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวในการเข้าถึง เขาจึงเอ่ยปากชวนผม ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ในการเดินป่าอย่างจริงจังให้ร่วมทางไปด้วยกัน คำชักชวนนี้อาจมองได้ว่าเป็นหนึ่งในภาระงานของผมเช่นกัน ผมจึงรีบดำเนินการจองตั๋วรถไฟตามคำแนะนำของเขา โดยมีกำหนดเวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน และนอกเหนือไปจากนี้ ผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม นอกเสียจากเตรียมตัวเพื่อรับประสบการณ์การออกเดินป่าครั้งแรกในชีวิต “ไม่ต้องเอาอะไรไปนอกจากของใช้ส่วนตัว เต็นท์ อุปกรณ์เดินป่า เราใช้ด้วยกันได้” ผมรับฟังชายนักเดินป่าผู้มากประสบการณ์ และเมื่อวันเดินทางมาถึง เราสองคนจับรถไฟเที่ยวเย็นจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนี้ มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอห้างฉัตร อำเภอเมือง […]