Travel Bubble คืออะไร จะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังการระบาดได้หรือไม่

travel bubble ความหวังของการท่องเที่ยว

travel bubble นโบายการสำหรับการฟื้นฟูกิจการท่องเที่ยวหลังการระบาดของโควิด-19

ทราเวลบับเบิล (Travel Bubble) คืออะไร

ผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เนื่องจากการระบาดโควิด-19 เกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่ทั่วโลก หลายประเทศที่เคยมีรายได้จากการท่องเที่ยวจำเป็นต้องหยุดรับนักท่องเที่ยวตามมาตรการของรัฐ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งส่งผลให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัว

ธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการ สถานประกอบการหลายแห่งได้ประกาศปิดตัวไปเมื่อช่วงสามเดือนที่ผ่านมา หลายประเทศจึงใช้ออกนโยบายทราเวลบับเบิล เพื่อหวังฟื้นฟูธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

ทราเวลบับเบิล คือข้อตกลงระหว่างกลุ่มประเทศนั้นๆ ที่จะเปิดพรมแดนให้ประชาชนเดินทางเข้าออกพรมแดนได้โดยไม่ต้องกักตัวใน State quarantine เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งหมายความว่า ประเทศคู่พันธมิตรที่อยู่ในข้อตกลงต้องเชื่อใจกันมาก ทั้งเรื่องมาตรการควบคุมโรคที่รัฐบาลของประเทศนั้นๆ ปฏิบัติในช่วงที่ผ่านมา การตรวจสอบนักท่องเที่ยวในประเทศต้นทาง และจำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในประเทศต้นทาง ดังนั้น “วิธีทราเวลบับเบิลนี้จะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อมีการร่วมมือกับประเทศใกล้เคียงที่มีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ใกล้เคียงกัน และมีวิธีรับมือสถานการณ์โรคระบาดที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน วิธีนี้จะช่วยให้ประชาชนรู้สึก ‘มีอิสระในการเดินทาง’ ในระดับหนึ่ง และเป็นการป้องกันไม่ให้จำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นจากการที่นักท่องเที่ยวจากประเทศนอกกลุ่มเข้ามาแพร่เชื้อต่อ” เพอร์ บล็อกก์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าว

travel bubble, การท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวหลังโควิด, การเดินทาง, สนามบิน, พรมแดน, การท่องเที่ยวไทย
ภาพถ่าย REMKO DE WAAL, AFP/GETTY IMAGES

ประเทศในแถบยุโรป ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย เป็นกลุ่มประเทศแรกที่ทดลองเปิดพรมแดนด้วยนโยบายทราเวลบับเบิลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ พบว่า ฟินแลนด์และโปแลนด์อาจเข้าร่วมกลุ่มนี้ด้วยเป็นลำดับถัดไป หากควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศตัวเองได้เป็นที่น่าพอใจ

ประเทศอื่นๆ ในยุโรป อย่างฝรั่งเศส ก็เริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน ส่วนเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์กำลังพิจารณาให้นักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างกันได้ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป หากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง สำหรับทวีปเอเชีย จีนกำลังพิจารณาใช้มาตรการนี้ให้ครอบคลุมไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกาหลีและชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวได้

ทางฝั่งประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กำลังพิจารณามาตรการทราเวลบับเบิลซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะให้ประชาชนทั้งสองประเทศเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันได้ภายในเดือนกันยายนนี้

สำหรับประเทศไทยยังคงประกาศปิดพรมแดนตาม พรก. ฉุกเฉิน จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน นี้ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ประกาศใช้ก่อนหน้านี้หลังพบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไม่เพิ่มขึ้น และกำลังครุ่นคิดหาวิธีการฟื้นฟูกิจการภาคการท่องเที่ยวที่กำลังถดถอย “เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เราจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ในข้อตกลงร่วมกับเรา เดินทางเข้ามาได้” พลเอกประยุทธ์ จันทน์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา และเสริมว่า แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องข้อตกลงนี้ยังไม่ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี “จะยังไม่มีการเคลื่อนย้ายเข้าออกประเทศอย่างอิสระ เนื่องจากเราไม่ต้องการให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อทั้งประเทศต้นทางและปลายทาง”

ปฎิเสธไม่ได้ว่าไทยนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวอย่างมาก และได้รับผลกระทบมากเช่นกัน ในการเข้าช่วยเหลืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประเทศไทยก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจับคู่การเดินทางเช่นกัน ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า สถานการณ์การระบาดในประเทศไทยนั้นดีขึ้นแล้ว จากการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ติดเชื้อส่วนมากนั้นเป็นผู้ติดเชื้อที่เข้ามาจากต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งการทำทราเวลบับเบิลของไทยนั้นถึงแม้จะอยู่ในขึ้นตอนการหารือ แต่ก็คาดว่าจะสามารถเริ่มได้ในปลายปีนี้

ข้อมูลอ้างอิง

TechSauce

travelandynews

Bangkokpost


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กระแสการท่องเที่ยงอย่างยั่งยืนท่ามกลางพายุวิกฤติโคโรน่า

 

เรื่องแนะนำ

พลิกโฉมหน้าเมือง ลูร์ด เมืองแสวงบุญแห่งฝรั่งเศสสู่การท่องเที่ยว

ลูร์ด สถานที่แสวงบุญโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของชาวคาทอลิก เรียนรู้จากการระบาดใหญ่ทั่วโลก โดยมุ่งขยายการถวายบูชาสู่โลกภายนอกและส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวิหารแม่พระแห่ง ลูร์ด สถานที่แสวงบุญสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาวคาทอลิก จำเป็นต้องปิดประตูไม่ต้อนรับผู้จาริก 20,000 คนที่แห่มาทุกวัน การล็อกดาวน์นานสองเดือนของฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปี 2020 ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ไร้วี่แววของผู้แสวงบุญที่จุดเทียนบูชา ลานจอดรถกว้างใหญ่ปลอดจากรถทัวร์ หมู่ร้านรวงที่ขายของที่ระลึกทางศาสนาปิดหน้าต่าง แน่นหนา ส่วนโรงแรมในละแวกใกล้เคียงต่างล็อกประตู แม้วิกฤติโควิด 19 จะทำให้เมืองที่ปกติต้อนรับผู้มาเยือนปีละสามล้านคนต้องดิ้นรนต่อสู้ แต่ลูร์ดก็ไม่เคยหยุด สวดภาวนา อันที่จริง การระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งนี้กระตุ้นให้สถานที่ซึ่งหยั่งรากมั่นคงในจารีตแบบอนุรักษนิยมต้องคิดใหม่ ทำใหม่อย่างคาดไม่ถึง เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็ “สร้างความปรารถนาให้ผู้จาริก แสวงบุญกลับมา” ด้วย มงซินญอร์ โอลิวิเยร์ ริบาโด ดูว์มา กล่าว “เพราะเราไม่ได้จาริกแสวงบุญจากในโซฟาที่บ้านกันนี่นา” ระหว่างการระบาดใหญ่ทั่วโลก โบสถ์ได้รับคำขอมิสซาหลายพันจากผู้คนทั่วโลก มีการออกอากาศพิธีมิสซา ทางโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีบาทหลวงประจำวิหารเป็นผู้ประกอบพิธี เฟอติเยร์ หรือผู้รักษาไฟ ยังคอยจุดเทียนเป็นพันๆ เล่ม หลายกรณีเป็นคำขอด้วยการสั่งซื้อทางออนไลน์ โดยเทียนจะถูกจุดจากแดนไกลในนามของผู้มีใจศรัทธาเอง นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาถึงจุดสูงสุดในการจาริกแสวงบุญออนไลน์ครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2020 “ลูร์ดยูไนเต็ด” […]

เที่ยว 5 อุทยานฯ เมืองกาญจน์ กับ 5 กิจกรรมที่จะทำให้ทั้งขาสั่น ตาค้าง และใจเต้นแรง

5 กิจกรรมแอดเวนเจอร์ กาญจนบุรี ที่จะทำให้สายแคมป์ สายผจญภัย ได้เตรียมแพ็กกระเป๋าออกไปขาสั่น ตาค้าง และใจเต้นแรง…กันอีกครั้ง

ท่าช้าง … กับเรื่องราวความสำคัญในอดีต

เหตุเกิดที่… ท่าช้าง พระราชศรัทธาหน้าพระลาน อาคารศิลปะนีโอคลาสสิก หลังคาทรงปั้นหยา งามสง่า ณ ท่าน้ำริมฝั่งเจ้าพระยา ไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวัง ที่ชาวบ้านเรียกขานว่า “ท่าช้าง – วังหลวง” ด้วยเคยเป็นท่าที่บรรดาคชบาล หรือคนเลี้ยงช้างทรงในวังหลวง นำช้างมาอาบน้ำ ทว่า ท่าช้างยังเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์สำคัญที่กล่าวได้ว่าเกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ใน พ.ศ. 2351 หรือเมื่อ 131 ปีล่วงมาแล้ว คือพระราชพิธีอัญเชิญ “พระศรีศากยมุนี” พระพุทธรูปจากสุโขทัยล่องแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าช้าง แล้วจัดขบวนอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดสุทัศนเทพวราราม โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระดำเนินตามขบวนแห่โดยไม่ทรงฉลองพระบาท แม้ในเวลานั้นจะทรงมีพระชนมายุ 72 ชันษาแล้วก็ตาม พระศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย หล่อด้วยโลหะลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 3 วา 1 คืบ สูง 4 วา ถือเป็นพระพุทธรูปใหญ่กว่าพระพุทธรูปหล่อองค์ใด ๆ ในสยามประเทศ เดิมเป็นพระประธานอยู่ในพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย สันนิฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวกับที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ […]