สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017

คืนหนึ่งของเดือนธันวาคมในปี 2015 เซรกิโอ ตาปิโร คว้าถุงนอน, กล้อง และขาตั้งออกมาวางท่ามกลางท้องฟ้ากระจ่างไร้มวลเมฆ ห่างจากเขาออกไป 8 ไมล์คือภูเขาไฟโคลิมาที่ปะทุเถ้าถ่านออกมา ท่ามกลางสายฟ้าฟาด

ครั้งแรกของการปะทุ ตาปิโรเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาเปิดรูรับแสงนาน 8 วินาทีเพื่อบันทึกภาพของไฟและหินที่ถูกส่งออกมาจากใต้พื้นโลกเอาไว้ และทันใดนั้นเองก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เมื่อสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าลงมาจากหมู่มวลเมฆของเถ้าถ่าน

“ภาพถ่ายนี้คือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้แก่ผมครับ” เขากล่าว “ตอนที่ผมเช็ครูปถ่ายจากจอกล้องถ่ายภาพ ผมอึ้งไปเลย แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง”

ภาพถ่ายนี้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายท่องเที่ยวประจำปี 2017 “ช่วงเวลาอันทรงพลัง ถูกบันทึกไว้อย่างงดงาม ภาพถ่ายของเซรกิโอจัดอยู่ในภาพถ่ายธรรมชาติชั้นนำ ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์” มอลลี่ โรเบิร์ต บรรณาธิการภาพอาวุโส หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินครั้งนี้กล่าว “เซรกิโอ มุ่งมั่นถ่ายภาพภูเขาไฟมา 15 ปี สมาธิอันเยี่ยมยอดของเขาปรากฏให้เห็นผ่านภาพการปะทุของภูเขาไฟอันน่ามหัศจรรย์”

ภาพถ่ายของตาปิโรอีกภาพ ที่บันทึกการปะทุของภูเขาไฟโคลิมาไว้ ในวันที่ 13 ธันวาคม ปี 2015

ตาปิโรเริ่มต้นถ่ายภาพภูเขาไฟในปี 2002 งานของเขาต้องใช้ความพยายามอย่างสูง รวมถึงความอดทนและอารมณ์ขัน “ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังสนทนากับญาติของตัวเอง คล้ายๆ ลุงของผม” เขาอธิบาย “บางครั้งผมคิดว่าถูเขาไฟเองก็เล่นตลก หลังคุณอยู่ที่ตรงนั้นมาแล้ว 16 ชั่วโมง ในที่สุดคุณตัดสินใจเก็บอุปกรณ์กลับ ในขณะที่คุณกำลังขับรถกลับบ้าน คุณกลับเห็นภูเขาไฟปะทุขึ้น ผ่านกระจกมองหลัง”

ความอดทนและการมองโลกในแง่ดีของเขา เป็นแรงขับเคลื่อนให้เซรกิโอใช้เวลา 20 วันในการเฝ้ามองภูเขาไฟโคลิมา ในเดือนธันวาคม ปี 2015 บางคืนเขาถึงกับนอนหลับบนรถของตัวเอง

ด้วยความสูงราว 13,000 ฟุตจากพื้นดิน ภูเขาไฟโคลิมาตั้งอยู่ในทิวเขาของเม็กซิโก และเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงมีพลังของทวีปอเมริกาเหนือ การปะทุครั้งใหญ่ล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1913 สร้างหายนะแก่พื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่น นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการปะทุจะเกิดขึ้นอีกครั้งและตาปิโรเองพร้อมด้วยกล้องถ่ายภาพในมือของเขาก็พร้อมแล้ว

ในเดือนกรกฎาคม ปี 2015 เถ้าถ่านจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากปากภูเขาไฟโคลิมา หลังผ่านไป 1 สัปดาห์แห่งการปะทุ ในที่สุดภูเขาไฟก็สงบลง

“ผมกลัวตลอดว่าภูเขาไฟอาจปะทุขึ้น ในตอนที่ผมไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น” ตาปิโรกล่าว เขาสร้างร้านอาหารสมัยใหม่ขึ้นบริเวณพื้นที่ที่เขาอยู่ต่อหน้าภูเขาไฟในปี 2015 เพื่อที่เขาจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟได้ตลอดเวลา

นอกจากนั้นเขามีแผนไปเยือนภูเขาไฟอีก 15 แห่งทั่วเม็กซิโก ภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ อย่างไรก็ตาม โคลิมา ยังคงเป็นภูเขาไฟพิเศษที่สุดสำหรับเขาเสมอ เมื่อคุณยืนอยู่เบื้องหน้าของภูเขาไฟ คุณจะรู้สึกเหมือนมองเห็นดาวเหนือ ดวงประทีปดวงนี้สว่างวาบเหนือเส้นขอบฟ้าให้แก่ทุกสรรพชีวิตรอบๆ เขากล่าว

“มันคือความหลงใหลในชีวิตของผมครับ ผมรักภูเขาไฟ”

เรื่อง กุนนาซ ข่าน

ภาพถ่าย เซรกิโอ ตาปิโร

 

อ่านเพิ่มเติม : สุดยอดภาพถ่ายยามค่ำคืนอันสว่างไสวโลกของคาวบอยเป็นอย่างไร? ชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี

เรื่องแนะนำ

ผู้ป่วย ที่ไม่มีเลข 13 หลัก

ผู้ป่วย ที่ไม่มีเลข 13 หลัก เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของชีวิตที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน ไม่ว่าจะมีเลข 13 หลักหรือไม่ก็ตาม และไม่มีใครหนีพ้นวัฏสงสารไปได้ “ผู้ป่วยที่ไม่มีเลข 13 หลัก” เป็นภาพถ่ายสารคดีที่นำเสนอการดำรงชีวิตในวังวนแห่งการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของคนที่ไม่มีบัตรประชาชนหรือที่เรียกกันติดปากว่า “คนต่างด้าว” พวกเขาเดินทางข้ามพรมแดนจากแผ่นดินบ้านเกิดเพื่อมารักษาตัวในประเทศไทยที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก บางคนหลบหนีเข้าเมือง บางคนเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การรักษาพยาบาลของประเทศไทยมีข้อจำกัดบางประการที่กำหนดสิทธิของผู้คนเหล่านี้ พวกเขามีทางเลือกน้อยมากทั้งในด้านการดำเนินชีวิต จนถูกทำให้กลายเป็นคนชายขอบกลุ่มน้อยกว่า 50 ครอบครัว ที่อาศัยกิน-อยู่-หลับ-นอน ไปจนถึงเจ็บและตายกลางกองขยะบนพื้นที่ 40 ไร่ ด้วยลมหายใจที่อ่อนล้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ แต่สำหรับพวกเขา ขยะมูลฝอยวันละ 70 ตันคือขุมทรัพย์ได้เปล่าที่ใช้เลี้ยงชีพ เช่นเดียวกับการรักษาพยาบาลที่ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนเช่นกัน เรื่องและภาพ สายสุนีย์ ผิวอ่อนดี รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2015 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย    […]

เมืองเล็กๆ ในเม็กซิโกนี้ นับถืออิสลาม

ณ เมืองแห่งหนึ่งในเม็กซิโก ผู้คนรับเอาศาสนาอิสลามเข้ามาและผสมผสานรวมกับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าทึ่ง ชมผลงานจากช่างภาพผู้เดินทางไปอาศัยอยู่คลุกคลีกับชาวเม็กซิโกเหล่านี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์

คนล้นเมือง ปัญหาประชากรล้นชุมชน และคนจนเมืองในฟิลิปปินส์ เสียงบีบเเตรรถจี๊ปนีย์ ท่ามกลางการจราจรที่แออัดในกรุงมะนิลา อัลวิน โลบริกาโด ทำอาชีพยอสซี่บอย(คนขายบุหรี่) ตามสี่แยกไฟแดง กล่าวว่า “เวลาเร่งรีบในช่วงเช้าของกรุงมะนิลาเป็นเวลาทองในการขายบุหรี่ผู้คนชอบซื้อบุหรี่เวลารถติด ๆ” อัลวินวัย 48 ปี มาจากภูมิภาคบีโกล ทางใต้ของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เขาย้ายเข้ามาอยู่ในสลัมบนพื้นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ของเมืองเกซอนซิตี ซึ่งคนในพื้นที่แถวนั้นรู้จักกันในชื่อปายาตัสดั๊มไซต์ ตั้งแต่ปี 1994 อัลวินอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมีภรรยาและลูก ๆ อีก 8 คนในบ้านหลังเดียวกัน คริสตินา ภรรยาของอัลวิน ทำอาชีพรับจ้างซักผ้าและทำความสะอาด ทั้งคู่มีความเชื่อและศรัทธาในคำสอนของศาสนาคริสต์ ผมตั้งคำถามกับเมอา ลูกสาวคนโตวัย 20 ปี ซึ่งมีลูกสาววัยสองขวบชื่อ โจนา หลานคนเเรกของคุณตาอัลวินและคุณยายคริสตินาว่า “คุณไม่คิดจะคุมกำเนิดหรือวางเเผนครอบครัวบ้างหรือ” เธอตอบสั้น ๆ ว่า “เด็กทุกคนเป็นพรและพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า พวกเราไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายชีวิตเขาค่ะ” ปัจจุบัน ฟิลิปปินส์มีประชากร 101,802,706 คน โดยเฉลี่ยมีประชากร 66,140 คนต่อพื้นที่หนึ่งตารางกิโลเมตร และในบางพื้นที่ที่เป็นสลัมอาจมีประชากรหนาแน่นถึง 171,300 คนต่อตารางกิโลเมตร ลำพังกรุงมะนิลาเพียงเมืองเดียวก็มีประชากรมากถึง […]