นั่งรถไฟไปหัวหิน - National Geographic Thailand

นั่งรถไฟไปหัวหิน

ถ้านับการนั่งรถไฟไปเที่ยวหัวหิน ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ในชีวิต โดย 2 ครั้งแรก เป็นการเดินทางในวัยเรียน กับขบวนรถธรรมดา ๆ ราคาเด็ก ๆ การเดินทางเป็นไปอย่างเนิบช้า ขณะที่ความตื่นตาตื่นใจในวัยนั้น คือการตื่นเต้นไปกับวิวสองข้างทาง ซึ่งชวนให้ต้องหันเหลียวมองตลอดเวลา รถไฟไปหัวหิน

และสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟเส้นทางนี้ แม้จะอีกครั้ง! แต่ผมก็ยังไม่หายตื่นเต้นกับวิวสองข้างทางที่เปลี่ยนไป เพิ่มเติมคือการได้รับความรู้จากวิทยากร ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวระหว่างที่รถไฟเคลื่อนขบวนผ่านสถานที่สำคัญต่าง ๆ ให้ได้รับฟังเพิ่มสีสันเป็นระยะ ๆ

รถไฟไปหัวหิน

จากการเชื้อเชิญจากคุณนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ร่วมเดินทางไปยังหัวหินด้วยการนั่งรถไฟอีกครั้ง แต่ขบวนรถคราวนี้ไม่ใช่ขบวนรถธรรมดาอย่างที่เคยนั่งในวัยเด็ก แต่เป็นขบวนรถพิเศษที่ทางการรถไฟฯ ขอนำเสนอ สำหรับให้เช่าบริการแบบเหมาตู้แก่บุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะเดินทางเป็นหมู่คณะ ซึ่งตู้รถไฟดังกล่าวมีชื่อว่า “ตู้ SRT Prestige” เป็นรถโดยสารชุดใหม่ของการรถไฟฯ มีจำนวน 4 คัน ลักษณะจะต่างจากตู้รถไฟทั่วไปคือ มีห้องประชุม ครัวร้อน ครัวเย็น และห้องนอน ราคาค่าเช่าต่อเที่ยว เที่ยวละ 17,000 บาท ไม่เกิน 500 กิโลเมตร แต่ถ้าระยะทางเกิน 500 กิโลเมตร จะเป็นราคา 27,000 บาท ถ้าไปหลาย ๆ คน ผมว่าคุ้มครับ  รถไฟไปหัวหิน

ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพฯ(หัวลำโพง) เวลา 08.30 น. ขบวนรถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากชานชาลา ความเท่อย่างหนึ่งเวลานั่งรถไฟ โดยส่วนตัวผมรู้สึกถึงความพิเศษระหว่างที่รถไฟกำลังจะวิ่งผ่านทางร่วม หรือจุดตัด รถทุกคันจำเป็นต้องหยุดให้รถไฟไปก่อน ผมเชื่อว่าหลายท่านคงจะคิดแบบผมนะครับ! ไม่นานขบวนรถก็วิ่งมาถึงสถานีนครปฐม จอดแวะพัก 40 นาที เพื่อให้ผู้โดยสารลงไปไหว้พระ และซื้อของกิน ที่นี่มีของกินขึ้นชื่อในละแวกตลาดบน-ล่าง แถวสถานี คือ ข้าวหลาม และบ๊ะจ่าง จุดเด่นของเส้นทางนี้คืออาหารการกิน ถ้าไม่มีวิทยากรคอยบอก เราก็คงคิดว่าเป็นของกินทั่ว ๆ ไป ทำให้ได้รู้ว่าของกินถ้าจะให้อร่อย นอกจากรสชาติแล้ว ยังต้องมีเรื่องราวมาเป็นเครื่องชูรสประกอบกันด้วย

ถัดจากสถานีนครปฐมก็ต้องแวะกินข้าวแกงกระทง มีขายอยู่ที่สถานีหนองปลาดุก รสชาติจัดจ้านถึงขนาดที่ว่าถ้าวันไหนไม่ได้นั่งรถไฟไป ผมว่าจะขับรถไปกินเองเลย และถ้าใครมีโอกาสนั่งรถไฟมาท่องเที่ยวเส้นทางสายใต้นี้ ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่อยากแนะนำนั่นคือ ไชโป๊หวาน เจ็ดเสมียน ของฝากจากจังหวัดราชบุรี โดยให้แวะลงที่สถานีเจ็ดเสมียนด้านหลังติดกับแม่น้ำแม่กลอง จะพบกับตลาดโบราณและร้านขายไชโป๊หวานให้เลือกซื้อหลายเจ้า ลืมบอกไป ก่อนถึงสถานีเจ็ดเสมียน คือสถานีโพธาราม มีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่หากินได้ที่นี่ที่เดียวนั่นคือ เต้าหู้ดำ เกิดจากการนำเต้าหู้ขาวไปต้มในน้ำพะโล้เป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้น้ำพะโล้ซึมเข้าไปในเนื้อเต้าหู้ ทำให้เวลาเรากินเต้าหู้เข้าไปจะมีรสชาติที่เป็นเหมือนน้ำพะโล้ และที่พลาดไม่ได้เลยคือที่สถานีราชบุรี มีของกินขึ้นชื่ออย่าง ก๋วยเตี๋ยวแห้งห่อละสิบบาท วิธีการซื้อคุณจะต้องเตรียมเงินให้พอดี อยากได้กี่ห่อก็เตรียมไว้ตามนั้นเลย ส่วนตัวผมว่าห่อเดียวไม่อิ่ม รถไฟจะจอดรับส่งแค่ช่วงเวลา 2-3 นาที เท่านั้น ความสนุกจึงอยู่ตรงที่เราต้องซื้อของกันแบบเร็ว ๆ นี่แหละ

ขบวนรถไฟจะวิ่งขนานไปกับแม่น้ำแม่กลอง ตั้งแต่อำเภอบ้านโป่ง ผ่านโพธาราม เจ็ดเสมียน บ้านกล้วย และแม่น้ำแม่กลองจะลอดผ่านใต้ทางรถไฟที่อำเภอเมืองฯ ราชบุรี โดยมีสะพานรถไฟเก่าแก่ชื่อว่า สะพานจุฬาลงกรณ์ เป็นอีกสะพานที่สำคัญ สร้างขึ้นในยุคแรก ๆ ของการสร้างเส้นทางรถไฟสายใต้ จากสถานีรถไฟบางกอกน้อย ไปยังสถานีรถไฟปลายทางที่จังหวัดเพชรบุรี เส้นทางนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2442 โดยตัวสะพานสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2444 มีความยาว 150 เมตร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานจุฬาลงกรณ์ นับเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ที่โดนทิ้งระเบิด เหลือร่องรอยจากระเบิดเก่าที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งมีการผูกทุ่นไว้ให้รู้ตำแหน่งของลูกระเบิด และนี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งของการสร้างสะพานนี้ให้เป็นสะพานขึง

ระยะเวลาเดินทางร่วม ๆ 5 ชั่วโมง ในการนั่งรถไฟไปหัวหินกับกิจกรรมที่ได้ทำบนรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารจากร้านดังตามที่กล่าวไปข้างต้น ชมวิว และถ่ายรูป ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่กำลังพอดี พอถึงสถานีหัวหิน ก็ยังไม่วายต้องขอเดินถ่ายรูปสถานีรถไฟที่สวยงามแห่งนี้กันอีกสักพักหนึ่ง ก่อนจะนั่งรถเข้าที่พัก

ถ้าใครสนใจอยากลองเปลี่ยนวิธีท่องเที่ยวด้วยการนั่งรถไฟดูบ้าง ผมว่าการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบนี้ก็สนุกดีนะครับ แถมราคาค่าเดินทางก็ถูกด้วย สำหรับครอบครัวไหนที่มีเด็ก ๆ ผมเชื่อว่าพวกเขาจะได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดีอย่างหนึ่งทีเดียว

เรื่อง ไตรรัตน์ ทรงเผ่า
ภาพ ฤทธิรงค์ จันทองสุข

เรื่องแนะนำ

เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว

เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว หนึ่งในช่วงเวลาของปีที่เหมาะแก่ การเฉลิมฉลอง ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี มักจะมีหลายเทสกาลเกิดขึ้นในที่ต่างๆ ของโลก โดยมีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก นำตัวอย่าง เทศกาลน่าเที่ยวในฤดูหนาว จากพื้นที่ต่างๆ มาให้ชมกัน วันแห่งความตาย ในเม็กซิโกซิตี วันแห่งความตาย จัดขึ้นวันที่ 2 พฤศจิกายน ของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับ โดยมีการจัดขบวยพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่ และผู้ร่วมงานจะแต่งกายแฟนตาซี คล้ายกับโครงกระดูกที่กลับมาจากปรโลก (ชมภาพอื่นๆ ของเทศกาลวันแห่งความตาย) การประกวดเต้นระดับเยาวชน เยาวชนอายุ 5 – 17 ปี ซักซ้อมกระบวนท่าเพื่อการงานประกวดเต้นพื้นเมืองของชาวผ่าฮาวาย โดยมีการจัดงานสองวันบริเวณชายหาดบนเกาะเมาอี (ชมวิดีโอการระบำฮูลา ระบำพื้นเมืองฮาวาย) เทศกาลลอยกระทง จัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ ในประเทศไทย มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ ตามความเชื่อ เทศกาลลอยกระทงเป็นสัญลักษณ์การแสดงออกถึงความเคารพต่อพระแม่คงคา เทพเจ้าแห่งสายน้ำ ที่นำสายน้ำมาหล่อเลี้ยงทุกชีวิตบนโลก เทศกาลประกวดอูฐสวยงาม รัฐราชสถาน ประเทสอินเดีย ทุกวันที่ […]

สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

ฉลองครบรอบ 100 ปี ของอุทยานอันเป็นที่รักด้วยกิจกรรมที่ไม่สิ้นสุด อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1919 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่มีมาอย่างยาวนาน และยังถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ลองอ่านเคล็ดลับจากผู้มีประสบการณ์ทั้งเจ็ดที่นี่ เพื่อให้การเดินทางของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป Do the classics ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย วิธีดั้งเดิมในการหาเส้นทางลาดชันของหุบเขาคือ การขี่ล่อ การเดินทางหนึ่งวันในฝั่งทางใต้ควรเริ่มเดินทางออกจาก Stone Corral เพื่อมุ่งไปทาง Bright Angel Trail ที่แฟนทอมแรนช์ คุณจะพบที่พักเพียงแห่งเดียวในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ที่ไม่ใช่การตั้งแคมป์ (วิธีที่ดีที่สุดคือการจองทัวร์และที่พักของคุณล่วงหน้าหกเดือน) การล่องแพในแม่น้ำโคโลราโด การผจญภัยนี้จะทำให้คุณมองเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอุทยานฯ เส้นทางของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและคดเคี้ยวที่สุดในโลก มากกว่า 160 เส้นทาง และใช้ระยะเวลาในการเดินทางสามารถอยู่ได้เป็นเวลาหนึ่งถึง 25 วัน เพลิดเพลินกับการขับรถชมวิวทิวทัศน์ สำหรับการเยี่ยมชมภายในหนึ่งวัน บนถนน เฮอร์มีส ตามแนวชายฝั่งทางใต้เป็นเส้นทางยาว 11 กิโลเมตร ที่ล้อมรอบหุบเขาแกรนด์แคนยอนและทัศนียภาพอันยอดเยี่ยมของแม่น้ำโคโลราโดที่คดเคี้ยวสลับกับเขาวงกตของหุบเขา นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสรับส่งไปตามเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อคราวที่มีการยุติห้ามใช้รถยนต์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ถนนเคปรอยัล ริมฝั่งทางเหนือ […]

เที่ยว เกาะกวม จุดหมายยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นอดีตผู้รุกรานสมัยสงครามโลก

การเข้ายึดครอง เกาะกวม สมัยสงครามโลกครั้งที่สองของญี่ปุ่นทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากมาย แต่แทนที่ชาวเกาะจะยึดติดกับบาดแผล เกาะกวมเลือกให้อภัยเรื่องราวในอดีต และสร้างตัวเองเป็นแหล่งเที่ยวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการจู่โจมเพิร์ลฮาร์เบอร์แบบสายฟ้าแลบ เครื่องบินรบญี่ปุ่นจำนวน 9 ลำ ได้โผล่ขึ้นเหนือน่านฟ้าของเกาะกวม และต่อสู้กับกองทัพสหรัฐฯ ที่ในขณะนั้นเป็นชาติที่ครอบครองเกาะกวมเอาไว้ ทหารญี่ปุ่นกว่า 6000 นายยกพลเข้าเกาะ และในวันที่ 10 ธันวาคม 1941 ผู้ว่าการเกาะกวมในขณะนั้นประกาศยอมแพ้ ชาวอเมริกันและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือไม่ ถูกนำตัวขึ้นเรือที่มุ่งหน้าไปญี่ปุ่นในฐานะเชลยศึก ชาวชามอร์โร (Chamorro) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของเกาะกว่า 13,000 คน ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองญี่ปุ่น และในอีกสองปีต่อมา การยึดครองได้เพิ่มระดับจากการบังคับเรียนภาษาญี่ปุ่นสู่การสังหารหมู่ตามอำเภอใจ แม้ชาวชามอร์โรต้องพบกับประวัติศาสตร์ในฐานะการตกเป็นอาณานิคมจากชนชาติต่างๆ มาเป็นเวลา 400 ปี นับตั้งสเปนในช่วงปี 1595 และตกเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาหลังสเปนพ่ายแพ้ในสงครามสเปน – อเมริกา ในปี 1898 ซึ่งในช่วงนั้นสเปนได้ลดจำนวนประชากรพื้นถิ่นให้เหลือร้อยละ 75 แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงการปกครองโดยชาวญี่ปุ่นนั้นแตกต่างออกไป ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ชาวชามอร์โรต้องฝึกโค้งคำนับให้เหมือนชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ทำไม่ได้มีโทษถึงตาย ผู้ชายถูกเกณฑ์แรงงานให้ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้กับกองทัพญี่ปุ่น มีตำรวจลับสอดส่องวิถีชีวิตตลอดเวลา จนในเดือนกรกฎาคม […]

จาโรคา : ระเบียงเสน่ห์ราชสถาน

เอกลักษณ์ของอาคารบ้านเรือน เป็นเหมือนสิ่งสะท้อนวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ของประชากร ไจยซัลเมียร์ แคว้นราชสถาน เป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวมีมีเอกลัษณ์ของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น บ่ายวันหนึ่ง ขณะเดินไปตามตรอกซอกซอยย่านการค้าใจกลางเมือง ไจยซัลเมียร์ แคว้นราชสถาน ในภาคพายัพของอินเดีย ผมต้องค่อยๆ ชะลอความเร็วของสองเท้าที่ก้าวย่างให้ช้าลง จนที่สุดก็หยุดนิ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับบางสิ่ง ที่ทำให้ผมยืนตาค้าง จดจ้องความงามที่ปรากฏ ราวกับได้พานพบหญิงสาวชาวราชสถาน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐที่มีอัตราเฉลี่ยของสาวงามมากกว่ารัฐใด เหตุเพราะเธอมีเชื้อสายราชปุต ชาติพันธุ์หลักของแคว้นนี้ ผสมผสานกับเชื้อสายมุสลิมโมกุล ทำให้พวกเธอมีรูปร่างสูงสง่า นัยน์ตาคมกริบ ผิวสีน้ำผึ้ง นวลเนียนแตกต่างจากชาวอินเดียแท้ ที่เป็นชาวฑราวิท หรือดราวิเดี้ยน เปล่า ไม่ได้เจอสาวงามชวนตะลึง แต่ที่ตรึงสองตาผมให้จ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนยกกล้องขึ้นบันทึกภาพนานนับชั่วโมง โดยไม่รู้สึกรู้สาว่ากล้ามเนื้อทั้งสองแขนอ่อนล้า ตาที่เล็งเพื่อปรับความคมชัดของภาพเริ่มอ่อนแรง จนต้องตัดสินใจพักการถ่ายภาพแล้วนั่งมองสุนทรียะภาพเบื้องหน้าด้วยตาเปล่า นี่คือสิ่งที่ชาวราชสถานเรียก “ฮาเวลี” (Haveri) แปลว่าแมนชั่น หรือคฤหาสน์ของคหบดีชาวราชสถาน ที่สร้างด้วยหินสีน้ำผึ้ง แกะสลักลวดลายวิจิตรตา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่  “จาโรคา” (Jharokha) หรือระเบียงที่ยื่นออกมาจากตัวคฤหาสน์ นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสถาปัตยกรรมราชสถานที่เปี่ยมเสน่ห์ ชวนให้หลงใหล จน “บัลโคนี” (Balcony) หรือระเบียงของชาวยุโรป ดูเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มไปถนัดตา โดยเฉพาะ Patwon ki […]