เที่ยวนครนายก พร้อมกับเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า แต่หัวใจยังรักการเดินทาง

สัมผัสเมืองนครนายกพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า

เมื่อพูดถึงที่ เที่ยวนครนายก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปเยี่ยมชมน้ำตกสวยๆ และถ้าเป็นเหล่า Café Hopper ที่ชอบไปทอดอารมณ์ในร้านกาแฟก็จะนึกถึงร้านที่มีวิวทุ่งนาเป็นพื้นหลัง เพื่อถ่ายรูปลงสื่อโซเชียล

นครนายกเป็นเมืองที่รุ่มรวยทรัพยากรธรรมชาติ (จนปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในคำขวัญของจังหวัด) การเดินทางไป เที่ยวนครนายก ของผู้เขียนในครั้งนี้ นอกจากพาผู้อ่านไปสัมผัสทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว ความพิเศษครั้งนี้คือการเดินทางชมวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีความน่าสนใจเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในด้านสันติภาพ และที่สำคัญผู้เขียนมีเพื่อนร่วมทางส่วนใหญ่เป็นวัยเก๋า (Silver Age) การเดินทางในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ขอเชิญผู้อ่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปพร้อมกันค่ะ

การเดินทางครั้งนี้ผู้เขียนเลือกเดินทางกับบริษัทนำเที่ยว เริ่มต้นออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่โดยรถบัสปรับอากาศพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า (ผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป) ที่เดินทางทั้งแบบเป็นกลุ่ม เป็นคู่ หรือแม้กระทั่งมาเพียงท่านเดียว ทัวร์ครั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจองเต็มทุกที่นั่ง มัคคุเทศก์บอกกับผู้เขียนว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวช่วงนี้เน้นขับรถเที่ยวเองเพราะยังกังวลเรื่องโควิด-19 ดังนั้นเราต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และยังคงต้องเว้นระยะห่างทางสังคม

บรรยากาศระหว่างเดินทางไปยังนครนายกเป็นไปอย่างสบายๆ มัคคุเทศก์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ เหล่าวัยเก๋ามีส่วนร่วมกับกิจกรรมอย่างสนุกสนาน และยังสามารถตอบคำถามที่มัคคุเทศก์ถามได้เกือบทุกคำถาม นี่สินะที่เรียกว่า “เก๋าประสบการณ์” ซึ่งทำให้ผู้เขียนไม่รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างวัยบนรถคันนี้เลย

วัดถ้ำสาริกา อำเภอเมือง เป็นจุดหมายแรกที่คณะเรามาถึงและเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้มาเยือน โดยปกติชื่อ “สาริกา” ส่วนใหญ่จะนึกถึงน้ำตกสาริกา ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของนครนายก แต่วัดถ้ำสาริกาแห่งนี้มีความสำคัญมากในทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นชาวอุบลราชธานี ครั้งเมื่อท่านเป็นภิกษุสงฆ์ ได้ออกเดินธุดงค์ทั่วประเทศไทย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาในแบบที่ถูกต้อง นับว่าท่านเป็น “บูรพาจารย์สายพระป่าในไทย” และได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกในด้านสันติภาพ ซึ่ง พ.ศ.2563 นี้ เป็นปีที่ครบรอบ 150 ปีชาตกาลหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
รูปหล่อหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่อยู่ภายในถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก

สถานที่แห่งนี้ ผู้เขียนแอบกังวลแทนเพื่อนร่วมทางสูงวัยทั้งหลายเล็กน้อย เพราะต้องเดินเท้าขึ้นไปบนเนินเขาเล็กๆ เพื่อไปกราบสักการะรูปปั้นของหลวงปู่มั่นที่อยู่บนเพิงหินเล็กๆ ในถ้ำ แต่ผิดคาดค่ะ เพราะทุกท่านค่อยๆ เดินอย่างระวังด้วยสีหน้ามีความสุขจนสามารถขึ้นและลงได้อย่างปลอดภัย เมื่อลงมาถึงด้านล่างก็อุดหนุนสินค้าในชุมชนกันต่อ สินค้ามีผักสดๆ ปลอดสารพิษ ความสดของผักดึงดูดให้ผู้เขียนที่ไม่ชอบทานผักยังต้องอุดหนุน (ซื้อไปฝากคุณแม่ค่ะ)

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
สินค้าของชาวบ้านที่นำมาจำหน่ายภายในวัดถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ตั้งอยู่หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินตรงนี้ แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเต็มไปด้วยหินที่เกิดจากการระเบิดภูเขาเพื่อสร้างเขื่อน และดินมีสภาพความเป็นกรดสูง เพาะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น จนกระทั่งคุณปัญญา ปุลิเวคินทร์ เข้ามาพัฒนาโดยใช้ความรู้ในเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียงผสานกับความเพียรจนสามารถพัฒนาที่ดินแห่งนี้ให้กลายเป็นป่าขนาดย่อม พอมีป่าก็สามารถปลูกสมุนไพรเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ไว้ใช้และจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน สถานที่แห่งนี้เหล่าวัยเก๋าคุ้นเคยกับต้นไม้และสมุนไพรเป็นอย่างดี จึงดูมีความสุขที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ให้กันและกัน

ระหว่างที่เราร่วมผจญภัยช่วยกันตามหานางกอยนั้น เราจะได้ศึกษาเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของไทยพวน อันได้แก่ภาษาพวนที่มีลีลาสำเนียงไพเราะเป็นเอกลักษณ์เช่น “ไปกะเลอ” แปลว่า “ไปไหน” สาวไทยพวนจะทอผ้าด้วยมือที่มีลวดลายเกี่ยวกับความเชื่อ ศาสนา และประเพณี ซึ่งเป็นลวดลายที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของไทยพวน อาหารขึ้นชื่อจะเป็นเจียวมะเขือ แกงจาน และปลาแดะบอง มีประเพณีฮีตสิบสองที่กำหนดไว้เป็นบรรทัดฐานว่าในแต่ละเดือนทั้งสิบสองเดือนนั้นมีประเพณีอะไรบ้างที่ต้องปฎิบัติ บ้านไทยพวนจะมีลักษณะใต้ถุนสูง โปร่ง มีการละเล่นลำพวน นางด้ง นางสุ่ม ชาวไทยพวนมีความสุขกับวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นการชมพิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่สนุก และได้ความรู้แบบเพลินๆ

วัดคีรีวัน อำเภอเมือง ตั้งอยู่ในชุมชนที่มี “ลาวเวียง” คือชาวลาวที่อพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ สปป. ลาว แล้วมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยโดยได้อพยพเข้ามามากที่สุดในช่วงของรัชกาลที่ 3 ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมที่ชาวลาวเวียงในนครนายกยังคงสามารถรักษาไว้ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ งานบุญข้าวจี่ (บุญเดือน 3) พิธีสู่ขวัญข้าว ประเพณีแห่ข้าวพันก้อน ประเพณีแต่งงาน และประเพณีสงกรานต์

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
พระแก้วมรกตจำลอง องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวัดคีรีวัน จังหวัดนครนายก

วัดคีรีวันมีสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เป็นรูปแบบขอมตั้งแต่กำแพงวัดไปจนถึงพื้นที่ภายในวัด ที่มีปราสาทขอมอันเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโพธิ์หนึ่งพันปี ที่แกะสลักจากไม้ต้นโพธิ์ บริเวณใกล้เคียงมีรูปปั้นปูนของเหล่าเทพเจ้าต่างๆ ทั้งของจีนและพราหมณ์-ฮินดู ส่วนด้านบนของวัดเป็นที่ประดิษฐาน “พระแก้วมรกตจำลอง องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” โดยสร้างจากเรซิ่น วัดแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรมและความเชื่อที่หลากหลาย

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
ร่มหลากสีสันของเอเดน ฟาร์ม

เอเดน ฟาร์ม อำเภอองครักษ์ เป็นคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยร่มหลากสีสัน เป็นร่มเงาของแขกผู้มาเยือน บางคันก็กลายเป็นที่พักพิงของนกตัวน้อย และแน่นอน คาเฟ่ในนครนายกต้องมีวิวของทุ่งนา ภายในฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงหอยทากพันธุ์อาข่าที่สามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ด้วยนะคะ

เพื่อนร่วมทางวัยเก๋าของผู้เขียนยังคงมีความสุขกับสถานที่ในลักษณะนี้ไม่แพ้กับสถานที่อื่นๆ พวกเขามีความสุขกับการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ มีความสุขกับการอุดหนุนสินค้า มีความสุขกับการถ่ายรูป บางท่านที่มาท่านเดียวก็มีไม้เซลฟี่มาด้วย เรียกว่ามีการเตรียมพร้อมไม่แพ้วัยรุ่น แถมยังใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว มีการโพสรูปลงโซเชียลเพื่อให้ช่วยบันทึกความประทับใจ มีไลน์กลุ่มเอาไว้แลกเปลี่ยนรูปถ่ายของแต่ละคนและเอาไว้ชวนกันไปเที่ยวในทริปหน้า (ผู้เขียนก็อยู่ในไลน์กลุ่มนั้นเรียบร้อย)

การเดินทางในครั้งนี้ผู้เขียนได้เห็นผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นและความเพียรที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้คนให้มีจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทั้งในหลวง ร.9 หลวงปู่มั่น คุณปัญญา และผู้นำชุมชนต่างๆ ได้เห็นผลลัพธ์ของชุมชนไทยพวนที่ปรับตัวตามสถานการณ์โดยกล้าฉีกกรอบเดิมๆ แต่ยังแน่วแน่กับวัตถุประสงค์หลักจนสามารถพัฒนาพิพิธภัณฑ์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ

สิ่งเหล่านี้เป็นการย้ำเตือนและเป็นกำลังใจให้ตัวผู้เขียนในเรื่องการดำรงชีวิต หากเรามีความมุ่งมั่นผสานความเพียร และปรับตัวตามสถานการณ์ เราย่อมประสบความสำเร็จได้สักวัน

สำหรับการได้ร่วมเดินทางกับวัยเก๋าจำนวนมาก มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น สนุกสนาน ทำให้ผู้เขียนตระหนักถึงการออมและการดูแลสุขภาพ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วัยเก๋าอย่างมีคุณภาพ และจะได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขเหมือนกลุ่มนี้ และสุดท้ายนครนายกไม่ได้มีแค่น้ำตกสวยๆ ทุ่งนาเขียวขจี เขื่อนขุนด่านปราการชลอันตระหง่าน แต่ยังมีรอยยิ้มของชาวบ้านที่คอยต้อนรับทุกท่านที่มาท่องเที่ยวโดยชุมชนอยู่นะคะ

เรื่อง: ณสิตา ราชาดี
ภาพถ่าย: ไพฑูรย์ ปฏิสนธิเจริญ

ข้อมูลอ้างอิง

ชาวไทยพวน: มิวเซียม ปะพวน ที่ปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
ชาวลาวเวียง: วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน 2562


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ดูนก ง่ายๆ สไตล์ “ป้ากล้อง”

เรื่องแนะนำ

ในอ้อมกอดของป่า ฮาลา-บาลา

การตัดสินใจเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา ของฉันคงไม่ต่างอะไรกับการซื้อทัวร์ไฟไหม้ เพราะทันทีที่รู้ว่าพรรคพวกในหาดใหญ่และปัตตานีจัดทริป พร้อมคนในพื้นที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เป็นผู้นำทางแล้วด้วย ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันไม่ควรพลาดทริปนี้ด้วยประการทั้งปวง จากกรุงเทพฯ มีเที่ยวบินตรงไปจังหวัดนราธิวาสทุกวัน จุดนี้ยิ่งทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ฉันไม่คิดอะไรมาก จัดการซื้อตั๋วแล้วขอติดสอยห้อยตามไปทั้งที่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไร รู้แค่ว่าจะไปป่า ฮาลา-บาลา เท่านั้น ตัวฉันเองได้เดินทางในประเทศไทย (รวมท่องเที่ยวและทำงาน) รวม 76 จังหวัดแล้ว ยังขาดก็เพียงแค่นราธิวาส ครั้งนี้จึงเป็นความพิเศษอย่างยิ่งที่ฉันจะเดินทางครบ 77 จังหวัด ส่วนคำถามที่คนทั่วไปมักจะถามเป็นอย่างแรกคือ “อันตรายไหม” ก็คงตอบจากความรู้สึกส่วนตัวว่า การเดินทางไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เหตุการณ์ความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาและไม่ได้เกิดในทุกพื้นที่ ดังนั้นหากชาวบ้านสามารถดำเนินชีวิตกันตามปกติ แล้วทำไมเราจะไปไม่ได้ สำหรับฉันความรู้สึกของการไปนราธิวาสก็เหมือนการไปปัตตานี และยะลา แต่ระดับความตื่นเต้นในสิ่งที่ตั้งตารอมานานนั้นต่างกันมาก ป่าฮาลา-บาลาประกอบไปด้วยพื้นที่ป่าสองผืนคือป่าฮาลา (อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส) และป่าบาลา (อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส) เราเข้าทางฝั่งบาลาโดยขออนุญาตล่วงหน้าไปจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ชาวคณะเลือกไว้ให้ชาวกรุงอย่างเราไม่ต้องสมบุกสมบันมาก ฉันได้ยินกิตติศัพท์ของป่าฮาลา-บาลามาได้สักพักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเปรยความสวยงามว่า เป็นป่าแอมะซอนแห่งเอเชีย หรือความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ ตลอดจนสัตว์ป่าต่างๆ ที่ยังคงความ “ดิบ” […]

ที่เที่ยวสังขละบุรี เมืองที่เปี่ยมด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม

ที่เที่ยวสังขละบุรี เมืองที่หลอมรวมสองวัฒนธรรมไทย-มอญ และแวดล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ในฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวของเมืองไทย หลายคนคงอยากหนีออกจากเมือง เพื่อไปชื่มชมกับความรื่นรมย์ทางธรรมชาติ ที่เที่ยวสังขละบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งทางป่าตะวันตกของประเทศไทย โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม และวัฒนธรรมที่ผสานหลอมรวมกัน สังขละบุรี เป็นอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี แฝงด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลของชาวไทย – มอญ อดีตเราอาจรู้จักสังขละบุรีว่า เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์จากบารมีของหลวงพ่ออุตตมะ (พระราชอุดมมงคล) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเคารพเลื่อมใสจากคนไทยเชื้อสายมอญ หากกล่าวถึงสังขละบุรี ทุกคนจะมีภาพ สะพานมอญ เกิดขึ้นในมโนภาพทันที สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีไปแล้ว อีกทั้งความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบของที่นี่ ก็ทำให้สังขละบุรีน่าหลงใหลขึ้นอีกเท่าตัว เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวมรวบสถานที่น่าสนใจในเมืองสังขละบุรี มาเป็นไอเดียสำหรับการวางแผนการเดินทางไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวปีนี เมืองใต้น้ำ เมืองใต้ผืนน้ำในเขตเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณ เดิมเป็นที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม แต่เมื่อมีโครงการสร้าง ตัววัดจึงต้องย้ายไปยังพื้นที่สูง เหลือเพียงซากปรักหักพังของอุโบสถ และหอระฆังที่จะจมน้ำในฤดูฝน และจะโผล่พ้นน้ำอีกครั้งในฤดูแล้ง การมาเที่ยวที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือมาเที่ยวชมได้ โดยติดต่อเรือได้บริเวณสะพานมอญ เจดีย์พุทธคยา เจดีย์พุทธคยา ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการาม (ใหม่) ในจุดที่แม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกรวยสี่เหลี่ยม มียอดแหลม […]

เทศกาลบั้งไฟเมืองฝรั่ง

เมื่อมีผู้คนจำนวนน้อยนิดที่ได้เดินทางสู่อวกาศ แล้วคนอื่นๆ ที่มีความฝันแบบเดียวกันจะทำอย่างไร?...ใช่แล้ว พวกเขาเดินทางมารวมตัวกันยังกลางทะเลทรายในรัฐเนวาดา เพื่อปล่อยสิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาสร้างเองด้วยความภาคภูมิใจขึ้นสู่ฟากฟ้าไง

หวนคืนสู่ กดานสค์ – มองมรดกยุคคอมมิวนิสต์แห่งโปแลนด์

โปแลนด์สมัยใหม่ได้แรงบันดาลใจจาก กดานสค์ เมืองที่ให้กำเนิดสหภาพแรงงานเสรีโซลิดาริตีเมื่อ 40 ปีก่อน นานเหลือเกินที่ฉันมอง กดานสค์ ในฐานะเมืองที่ฉันเคยถูกตำรวจโปแลนด์จับเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 1982 ในปีนั้น รัฐบาลโปแลนด์เริ่มผ่อนปรนข้อจำกัดต่างๆ หลังประกาศใช้กฎอัยการศึก ด้วยการปล่อยตัว เลค เวนซา ผู้นำสหภาพแรงงานเสรีโซลิดาริตี (Solidarity) ซึ่งถูกคุมขังอยู่นาน 11 เดือน โฆษกรัฐบาลเรียกวาเวนซา อย่างเย้ยหยันว่า “อดีตผู้นำของอดีตสหภาพแรงงาน” วาเวนซามีกำหนดขึ้นปราศรัยในวันนั้น และพวกเราราว 40 คน ซึ่งได้แก่ผู้สื่อข่าวต่างชาติ ช่างภาพ และผู้ช่วยชาวโปแลนด์ ออกันอยู่ตรงทางเข้าตึกอพาร์ตเมนต์ เพื่อรอเข้าสัมภาษณ์เขา แต่ตำรวจกั้นไม่ให้เราเข้าไป เพราะตอนนั้นสหภาพแรงงานเสรีโซลิดาริตีเป็นองค์กรผิดกฎหมาย การปราศรัยของวาเวนซา และการที่เราพยายามเข้าพบเขาจึงเป็นเรื่องผิดกฎหมายไปด้วย การเผชิญหน้าในตอนแรกชวนตื่นตระหนก เพราะที่ผ่านมามีชาวโปแลนด์จำนวนไม่น้อยถูกจับกุมคุมขังในช่วงปราบปรามหลังการประกาศกฎอัยการศึก แต่ในสถานการณ์ตึงเครียดก็มีเรื่องชวนผ่อนคลายเกิดขึ้น เพราะตอนนั้นฉันตั้งครรภ์ได้สี่เดือน และเพื่อนชาวโปแลนด์ ในกลุ่มของเราพากันโกรธขึ้งที่ตำรวจทำให้ฉันเครียด จากนั้นไม่นาน คนเกือบครึ่งตึกอพาร์ตเมนต์ก็รู้ว่าฉันตั้งครรภ์ และพากันตะโกนด่าทอตำรวจ กระนั้น พวกเราก็ถูกก็ถูกต้อนขึ้นไปนั่งเบียดเสียดในรถตู้ไร้หน้าต่างและถูกนำตัวไปที่สถานีตำรวจ พวกเราแค่ได้รับการตักเตือนให้อยู่ห่างจากวาเวนซาแล้วปล่อยตัวไป ตอนนี้ฉันหวนกลับมาที่กดานสค์อีกครั้ง 40 ปีหลังการหยุดงานประท้วงของคนงานอู่ต่อเรือในเดือนสิงหาคม ที่ให้กำเนิดสหภาพแรงงานโซลิดาริตี […]