เที่ยวนครนายก พร้อมกับเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า แต่หัวใจยังรักการเดินทาง

สัมผัสเมืองนครนายกพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า

เมื่อพูดถึงที่ เที่ยวนครนายก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปเยี่ยมชมน้ำตกสวยๆ และถ้าเป็นเหล่า Café Hopper ที่ชอบไปทอดอารมณ์ในร้านกาแฟก็จะนึกถึงร้านที่มีวิวทุ่งนาเป็นพื้นหลัง เพื่อถ่ายรูปลงสื่อโซเชียล

นครนายกเป็นเมืองที่รุ่มรวยทรัพยากรธรรมชาติ (จนปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในคำขวัญของจังหวัด) การเดินทางไป เที่ยวนครนายก ของผู้เขียนในครั้งนี้ นอกจากพาผู้อ่านไปสัมผัสทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว ความพิเศษครั้งนี้คือการเดินทางชมวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีความน่าสนใจเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในด้านสันติภาพ และที่สำคัญผู้เขียนมีเพื่อนร่วมทางส่วนใหญ่เป็นวัยเก๋า (Silver Age) การเดินทางในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ขอเชิญผู้อ่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปพร้อมกันค่ะ

การเดินทางครั้งนี้ผู้เขียนเลือกเดินทางกับบริษัทนำเที่ยว เริ่มต้นออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่โดยรถบัสปรับอากาศพร้อมเพื่อนร่วมทางวัยเก๋า (ผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป) ที่เดินทางทั้งแบบเป็นกลุ่ม เป็นคู่ หรือแม้กระทั่งมาเพียงท่านเดียว ทัวร์ครั้งนี้มีนักท่องเที่ยวจองเต็มทุกที่นั่ง มัคคุเทศก์บอกกับผู้เขียนว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวช่วงนี้เน้นขับรถเที่ยวเองเพราะยังกังวลเรื่องโควิด-19 ดังนั้นเราต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และยังคงต้องเว้นระยะห่างทางสังคม

บรรยากาศระหว่างเดินทางไปยังนครนายกเป็นไปอย่างสบายๆ มัคคุเทศก์คอยให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ เหล่าวัยเก๋ามีส่วนร่วมกับกิจกรรมอย่างสนุกสนาน และยังสามารถตอบคำถามที่มัคคุเทศก์ถามได้เกือบทุกคำถาม นี่สินะที่เรียกว่า “เก๋าประสบการณ์” ซึ่งทำให้ผู้เขียนไม่รู้สึกถึงช่องว่างระหว่างวัยบนรถคันนี้เลย

วัดถ้ำสาริกา อำเภอเมือง เป็นจุดหมายแรกที่คณะเรามาถึงและเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้มาเยือน โดยปกติชื่อ “สาริกา” ส่วนใหญ่จะนึกถึงน้ำตกสาริกา ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของนครนายก แต่วัดถ้ำสาริกาแห่งนี้มีความสำคัญมากในทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นหนึ่งในสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านเป็นชาวอุบลราชธานี ครั้งเมื่อท่านเป็นภิกษุสงฆ์ ได้ออกเดินธุดงค์ทั่วประเทศไทย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาในแบบที่ถูกต้อง นับว่าท่านเป็น “บูรพาจารย์สายพระป่าในไทย” และได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกในด้านสันติภาพ ซึ่ง พ.ศ.2563 นี้ เป็นปีที่ครบรอบ 150 ปีชาตกาลหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
รูปหล่อหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่อยู่ภายในถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก

สถานที่แห่งนี้ ผู้เขียนแอบกังวลแทนเพื่อนร่วมทางสูงวัยทั้งหลายเล็กน้อย เพราะต้องเดินเท้าขึ้นไปบนเนินเขาเล็กๆ เพื่อไปกราบสักการะรูปปั้นของหลวงปู่มั่นที่อยู่บนเพิงหินเล็กๆ ในถ้ำ แต่ผิดคาดค่ะ เพราะทุกท่านค่อยๆ เดินอย่างระวังด้วยสีหน้ามีความสุขจนสามารถขึ้นและลงได้อย่างปลอดภัย เมื่อลงมาถึงด้านล่างก็อุดหนุนสินค้าในชุมชนกันต่อ สินค้ามีผักสดๆ ปลอดสารพิษ ความสดของผักดึงดูดให้ผู้เขียนที่ไม่ชอบทานผักยังต้องอุดหนุน (ซื้อไปฝากคุณแม่ค่ะ)

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
สินค้าของชาวบ้านที่นำมาจำหน่ายภายในวัดถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ตั้งอยู่หลังเขื่อนขุนด่านปราการชล ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินตรงนี้ แต่เดิมพื้นที่ดังกล่าวเคยเต็มไปด้วยหินที่เกิดจากการระเบิดภูเขาเพื่อสร้างเขื่อน และดินมีสภาพความเป็นกรดสูง เพาะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น จนกระทั่งคุณปัญญา ปุลิเวคินทร์ เข้ามาพัฒนาโดยใช้ความรู้ในเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียงผสานกับความเพียรจนสามารถพัฒนาที่ดินแห่งนี้ให้กลายเป็นป่าขนาดย่อม พอมีป่าก็สามารถปลูกสมุนไพรเพื่อนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ไว้ใช้และจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน สถานที่แห่งนี้เหล่าวัยเก๋าคุ้นเคยกับต้นไม้และสมุนไพรเป็นอย่างดี จึงดูมีความสุขที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ให้กันและกัน

ระหว่างที่เราร่วมผจญภัยช่วยกันตามหานางกอยนั้น เราจะได้ศึกษาเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของไทยพวน อันได้แก่ภาษาพวนที่มีลีลาสำเนียงไพเราะเป็นเอกลักษณ์เช่น “ไปกะเลอ” แปลว่า “ไปไหน” สาวไทยพวนจะทอผ้าด้วยมือที่มีลวดลายเกี่ยวกับความเชื่อ ศาสนา และประเพณี ซึ่งเป็นลวดลายที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของไทยพวน อาหารขึ้นชื่อจะเป็นเจียวมะเขือ แกงจาน และปลาแดะบอง มีประเพณีฮีตสิบสองที่กำหนดไว้เป็นบรรทัดฐานว่าในแต่ละเดือนทั้งสิบสองเดือนนั้นมีประเพณีอะไรบ้างที่ต้องปฎิบัติ บ้านไทยพวนจะมีลักษณะใต้ถุนสูง โปร่ง มีการละเล่นลำพวน นางด้ง นางสุ่ม ชาวไทยพวนมีความสุขกับวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นการชมพิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่สนุก และได้ความรู้แบบเพลินๆ

วัดคีรีวัน อำเภอเมือง ตั้งอยู่ในชุมชนที่มี “ลาวเวียง” คือชาวลาวที่อพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ สปป. ลาว แล้วมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยโดยได้อพยพเข้ามามากที่สุดในช่วงของรัชกาลที่ 3 ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมที่ชาวลาวเวียงในนครนายกยังคงสามารถรักษาไว้ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ งานบุญข้าวจี่ (บุญเดือน 3) พิธีสู่ขวัญข้าว ประเพณีแห่ข้าวพันก้อน ประเพณีแต่งงาน และประเพณีสงกรานต์

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
พระแก้วมรกตจำลอง องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวัดคีรีวัน จังหวัดนครนายก

วัดคีรีวันมีสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่เป็นรูปแบบขอมตั้งแต่กำแพงวัดไปจนถึงพื้นที่ภายในวัด ที่มีปราสาทขอมอันเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโพธิ์หนึ่งพันปี ที่แกะสลักจากไม้ต้นโพธิ์ บริเวณใกล้เคียงมีรูปปั้นปูนของเหล่าเทพเจ้าต่างๆ ทั้งของจีนและพราหมณ์-ฮินดู ส่วนด้านบนของวัดเป็นที่ประดิษฐาน “พระแก้วมรกตจำลอง องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก” โดยสร้างจากเรซิ่น วัดแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่มีการผสมผสานของวัฒนธรรมและความเชื่อที่หลากหลาย

เที่ยวนครนายก, นครนายก, ที่เที่ยวนครนายก,
ร่มหลากสีสันของเอเดน ฟาร์ม

เอเดน ฟาร์ม อำเภอองครักษ์ เป็นคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยร่มหลากสีสัน เป็นร่มเงาของแขกผู้มาเยือน บางคันก็กลายเป็นที่พักพิงของนกตัวน้อย และแน่นอน คาเฟ่ในนครนายกต้องมีวิวของทุ่งนา ภายในฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงหอยทากพันธุ์อาข่าที่สามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้ด้วยนะคะ

เพื่อนร่วมทางวัยเก๋าของผู้เขียนยังคงมีความสุขกับสถานที่ในลักษณะนี้ไม่แพ้กับสถานที่อื่นๆ พวกเขามีความสุขกับการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ มีความสุขกับการอุดหนุนสินค้า มีความสุขกับการถ่ายรูป บางท่านที่มาท่านเดียวก็มีไม้เซลฟี่มาด้วย เรียกว่ามีการเตรียมพร้อมไม่แพ้วัยรุ่น แถมยังใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว มีการโพสรูปลงโซเชียลเพื่อให้ช่วยบันทึกความประทับใจ มีไลน์กลุ่มเอาไว้แลกเปลี่ยนรูปถ่ายของแต่ละคนและเอาไว้ชวนกันไปเที่ยวในทริปหน้า (ผู้เขียนก็อยู่ในไลน์กลุ่มนั้นเรียบร้อย)

การเดินทางในครั้งนี้ผู้เขียนได้เห็นผลลัพธ์ของความมุ่งมั่นและความเพียรที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้คนให้มีจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทั้งในหลวง ร.9 หลวงปู่มั่น คุณปัญญา และผู้นำชุมชนต่างๆ ได้เห็นผลลัพธ์ของชุมชนไทยพวนที่ปรับตัวตามสถานการณ์โดยกล้าฉีกกรอบเดิมๆ แต่ยังแน่วแน่กับวัตถุประสงค์หลักจนสามารถพัฒนาพิพิธภัณฑ์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ

สิ่งเหล่านี้เป็นการย้ำเตือนและเป็นกำลังใจให้ตัวผู้เขียนในเรื่องการดำรงชีวิต หากเรามีความมุ่งมั่นผสานความเพียร และปรับตัวตามสถานการณ์ เราย่อมประสบความสำเร็จได้สักวัน

สำหรับการได้ร่วมเดินทางกับวัยเก๋าจำนวนมาก มันเป็นความรู้สึกที่อบอุ่น สนุกสนาน ทำให้ผู้เขียนตระหนักถึงการออมและการดูแลสุขภาพ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วัยเก๋าอย่างมีคุณภาพ และจะได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขเหมือนกลุ่มนี้ และสุดท้ายนครนายกไม่ได้มีแค่น้ำตกสวยๆ ทุ่งนาเขียวขจี เขื่อนขุนด่านปราการชลอันตระหง่าน แต่ยังมีรอยยิ้มของชาวบ้านที่คอยต้อนรับทุกท่านที่มาท่องเที่ยวโดยชุมชนอยู่นะคะ

เรื่อง: ณสิตา ราชาดี
ภาพถ่าย: ไพฑูรย์ ปฏิสนธิเจริญ

ข้อมูลอ้างอิง

ชาวไทยพวน: มิวเซียม ปะพวน ที่ปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
ชาวลาวเวียง: วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน 2562


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ดูนก ง่ายๆ สไตล์ “ป้ากล้อง”

เรื่องแนะนำ

ครีมกันแดดทางเลือกเพื่อปะการัง

รู้หรือไม่ว่าสารเคมีในครีมกันแดดทั่วไปที่คุณใช้กำลังทำลายปะการัง ทริปไปทะเลครั้งหน้าลองเปลี่ยนมาใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดูสิ

ปีนเขา เดินป่า ชมปักษาแห่งอินโดนีเซีย

บันทึกการเดินทาง ดูนกที่เกาะชวา หากกล่าวถึงการท่องเที่ยวธรรมชาติบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย หลายคนอาจนึกถึงภูเขาไฟโบรโม หรือคาวาอีเจน รวมถึงทะเลแสนงามตามแบบฉบับหมู่เกาะในซีกโลกใต้ แต่การเดินทางของพวกเราครั้งนี้ ผมและเพื่อนผู้นิยมธรรมชาติผ่านกิจกรรมดูนก เดินทางไปยังด้านตะวันตกของเกาะซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนน้อยมาก โดยการเดินทางครั้งนี้ เราตั้งเป้าเพื่อ ดูนกที่เกาะชวา จุดหมายปลายทางหลักอยู่ที่อุทยานแห่งชาติกุหนุงเกเดปารังโง ในเมืองซีโบดาส นอกจากนกแล้ว ในฐานะผู้สนใจด้านธรรมชาติวิทยา เรายังพบเจอสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย หลังใช้เวลาบนเครื่องบินไป 3 ชั่วโมง จากดอนเมืองถึงจาการ์ตา ขณะนั้นเวลา 2 นาฬิกาโดยประมาณ พวกเราค่อนข้างง่วง อ่อนล้า และหิว บวกกับบรรยากาศที่แสนอึดอัด เพราะอาคารผู้โดยสารอยู่ระหว่างการปรับปรุง เครื่องปรับอากาศทำงานได้ไม่ดี และยังมีกลิ่นสีอาคารอบอวลในบางบริเวณ ระหว่างรอรถที่เช่าไว้ เราทำได้เพียงแยกย้ายกันไปจัดการธุระส่วนตัว เมื่อเวลานัดมาถึง เราตั้งเป้าหมายแรกของวันไว้ที่ป่าชายเลนใกล้สนามบิน ซึ่งไม่คาดคิดว่า เราต้องพบกับความผิดพลาดตั้งแต่จุดแรก เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ไม่ระบุเวลาเข้าออกชัดเจน และไม่สามารถเดินเข้าได้ตามอำเภอใจ เราค่อนข้างเสียดายโอกาสการตามหานก Javan Coucal ที่มีลักษณะคล้ายนกกระปูดใหญ่บ้านเรา แต่ทั่วทั้งหัวและลำตัวนั้นเป็นสีดำสนิท เว้นแต่ปีกสีน้ำตาลแดง นกชนิดนี้เป็นนกเฉพาะถิ่น หรือ endemic species พบได้บนเกาะชวาเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี Cerulean Kingfisher […]

บ้านถ้ำเสือ จังหวัดเพชรบุรี ชุมชนที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้เรื่องป่า

การจัดการท่องเที่ยวในชุมชน เป็นการนำเสนอใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวเน้นสัมผัสประสบการณ์ และได้เรียนรู้วิถีอันเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนไปพร้อมกัน ในขณะเดียวกันชุมชนก็ร่วมพัฒนาพื้นที่กับหน่วยงานภายนอก ให้เกิดการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืนได้ บ้านถ้ำเสือ ชุมชน บ้านถ้ำเสือ ตั้งอยู่ที่ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานของชุมชนว่า เมื่อราวๆ พ.ศ. 2487 เมื่อถึงเวลาพบลค่ำ ชาวบ้านที่เข้าไปในป่าต้องรีบขึ้นไปยังนั่งร้านบนต้นไม้สูง เพื่อพักผ่อน และหลบภัยอันตรายจากสัตว์ป่า เช่น เสือ ช้างป่า และกระทิง ต่อมาชาวบ้านเริ่มเห็นว่าพื้นที่แถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์และสามารถทำการเพาะปลูกได้ดี จึงเริ่มเข้ามาใช้พื้นที่ทำเกษตรกรรมและอยู่อาศัย สัตว์ป่าต่างหายและหลบเข้าไปอยู่ในป่าลึก นอกจากนี้มีการพบร่องรอยของเสือในถ้ำบริเวณนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อชุมชนบ้านถ้ำเสือจนถึงปัจจุบัน ด้วยที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่กลางหุบเขา มีแม่น้ำเพชรบุรีไหลผ่านจึงมีความอุดมสมบูรณ์ นอกจากการทำการเกษตรแล้ว ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรอินทรีย์ โครงการธนาคารต้นไม้ อีกทั้งพื้นที่ใกล้เคียงของชุมชนเคยเป็นพื้นที่แห้งแล้งที่ได้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้งด้วยความร่วมมื่อของชาวบ้านตามแนวพระราชดำริ “ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” อีกด้วย การท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ร่วมพัฒนากับโลเคิล อไลค์ ในวันที่สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเป็นเรื่องที่เราห่วงใยและใส่ใจ ด้วยสภาวะเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ ที่เริ่มใกล้ตัวพวกเราขึ้นทุกวัน ถ้าการท่องเที่ยวจะทำให้เราตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่หลายๆ ฝ่ายกำลังผลักดัน การท่องเที่ยวอย่างใส่ใจในพื้นที่ทางธรมมชาติ อย่างการท่องเที่ยวป่าไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวสามรถเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและสนุกไปกับการเดินทางได้ หมู่บ้านถ้ำเสือเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่โลเคิล […]

บันทึกการเดินทาง กลับบ้านของทะเล

หญิงสาวผู้รอนแรมไปยังอีกซีกโลกเพื่อค้นหาประสบการณ์ แต่ด้วยการระบาดใหญ่ทำให้การเดินทางกลับบ้านของเธอไม่ง่ายเหมือนเดิม เธอจึงเขียน บันทึกการเดินทาง ขึ้นมา เพื่อรำลึกความประทับใจ และบอกเล่าอารมณ์ที่เธอได้พบเจอระหว่างทาง นี่คือ บันทึกการเดินทาง ของทะเล – เด็กหญิงในโครงการเยาวชนเอเอฟเอสเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ที่เดินทางไปแลกเปลี่ยนยังประเทศอาร์เจนตินา และเมื่อการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ทวีความรุนแรงไปทั่วโลก เธอจึงจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนกำหนด 15.05.2020 สวัสดีจากเมืองกอร์โดบา ประเทศอาร์เจนตินา (ฮ่า ๆ ยังมีคนเขียนเปิดไดอะรี่แบบนี้อยู่อีกหรอ) เอาเป็นว่าวันนี้เป็นบันทึกวันสุดท้ายของปีแลกเปลี่ยนแล้ว ถึงเราจะอยู่ไม่ครบปีเพราะโควิด-19 ก็เถอะ ต้องบอกเลยว่าการมาอยู่ต่างประเทศว่ายากแล้ว เทียบไม่ได้เลยกับการต้องมาอยู่ในช่วงที่เกิดโรคระบาด ซึ่งถือเป็นประเด็น Hot Topic ของทุกคนบนโลก ต้องขอย้อนไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลของอาร์เจนตินาได้มีประกาศให้ทุกคนกักตัวอยู่เเต่ในบ้านจนถึงสิ้นเดือน โดยที่สามารถออกจากบ้านได้ไม่เกิน 2 คน และอนุญาตให้ออกจากบ้านได้เพื่อไปซื้อของใช้จำเป็นเท่านั้น ความรู้สึกตอนนี้คงไม่ต่างอะไรกับฉากในภาพยนตร์อวสานมนุษย์เท่าไหร่นัก เพราะไม่ว่าจะบนถนน ร้านค้า หรือห้างฯ ต่าง ๆ แทบจะปิดกันหมด ทั้งๆ ที่สัปดาห์ที่แล้วทุกคนยังใช้ชีวิตกันแบบปกติ เราได้แต่รอจนถึงสิ้นเดือนเพราะทางโครงการแลกเปลี่ยนต้องยุติ และทุกคนต้องกลับประเทศของตัวเองให้เร็วที่สุด ฟังแค่นี้ก็สัมผัสได้ถึงความน่าเบื่อแล้ว แต่ใครจะรู้ละว่ามันไม่ใช่แค่เดือนเดียวน่ะสิ! ณ วันสุดท้ายของเดือนมีนาคม ความหวังว่าจะได้กลับบ้านก็คงต้องพับเก็บไปเมื่อรัฐบาลประกาศขยายการกักตัวออกไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน คราวนี้ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด ยิ่งสนุกก็ยิ่งเบื่อกว่าเดิม […]