ลอดหนึ่งถ้ำ ย่ำหนึ่งน้ำตกใน อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ - NGThai.com

ลอดหนึ่งถ้ำ ย่ำหนึ่งน้ำตกในกาญจนบุรี สองเส้นทางที่ไม่ง่ายนัก แต่ไม่ยากเกินไปถ้าใจถึง

ถ้าวัดระดับความยากของการเดินทางไปยังถ้ำเสาหิน ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติลำคลองงู และน้ำตกผาแตก ที่ตั้งอยู่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เรื่องระยะทางอาจไม่ไกลเท่าการเดินขึ้นเขาสันหนอกวัว เขาช้างเผือก หรือเขากำแพง ก็จริง แต่ใช่ว่าจะง่ายหรือเดินสบายแต่อย่างใด

ถึงกระนั้น แม้ระดับความโหดคือน้อง ๆ ของสามยอดเขาสูงข้างต้น แต่ความสวยงามได้เป็นสองรองใครเสียที่ไหน ซึ่งทั้งสองเส้นทางนี้ ทุกคนต้องเผื่อเวลาเอาไว้ 2 วัน 1 คืน เป็นอย่างน้อย อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

ถ้ำเสาหิน อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ก่อนไปถ้ำเสาหิน สิ่งแรกคือต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมเปียก ไม่ต้องขนหรือแบกอะไรไปนอกจากไฟฉายกันน้ำคาดหัว เพราะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทุกคนต้องใส่เสื้อชูชีพลอดถ้ำ ว่ายน้ำผ่านกระแสน้ำเย็นไหลเชี่ยวเพื่อไปพิชิตเสาหินภายในถ้ำ ซึ่งเป็นเสาหินปูนความสูงประมาณ 62.5 เมตร ที่นับว่าเป็นเสาหินสูงที่สุดในประเทศไทยและสูงที่สุดในโลก ใครไม่ชอบมูลค้างคาว กลัวความมืด ไม่อยากลื่นล้มเจ็บตัว หรือเจอคมหินบาด ที่นี่อาจไม่เหมาะ ที่สำคัญเหมาะกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 15 – 60 ปีที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และสามารถว่ายน้ำได้

ระดับความยาก: ยากรองลงมาจากการเดินขึ้นเขา เพราะระยะทางการเดินไป-กลับยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเฉพาะในการเดินเท้ารวม ๆ ประมาณ 6 ชั่วโมง สามารถไปเช้าเย็นกลับได้โดยไม่ต้องกางเต็นท์ค้างคืน

ฤดูท่องเที่ยว: ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี

ช่องทางติดต่อ: อุทยานแห่งชาติลำคลองงู โทร. 08-4913-2381 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://portal.dnp.go.th หรือเฟซบุ๊คอุทยานแห่งชาติลำคลองงู – Lam Khlong Ngu National Park https://www.facebook.com/Lamkhlongngu.np/

น้ำตกผาแตก อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

น้ำตกผาแตก เป็นน้ำตกหินปูนที่มีชั้นหินงดงาม แบ่งออกเป็น 4 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 5 – 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี และสามารถลงไปแช่กายในแอ่งน้ำได้ทุกชั้น ความโหดพอประมาณของการเดินป่า คือระยะทาง 6 กิโลเมตร ก่อนถึงบริเวณจุดตั้งแคมป์ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นทางราบผ่านป่าไผ่ เดินไม่ยาก แต่บางจุดมีความชันและต้องปีนขึ้นเขาอยู่บ้าง จุดกางเต็นท์จะอยู่ห่างจากน้ำตกประมาณ 200 เมตร ซึ่งสามารถเดินลงไปเล่นน้ำได้สบาย ๆ อ่านต่อเรื่องราวการตะลุยอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไต่เขาไปชมวิวสูงสุดเมืองกาญจน์บน ‘สันหนอกวัว’ แล้วเข้าป่าไปแช่ตัวที่น้ำตกผาแตก กับเพจ ‘สวัสดีคนแปลกหน้า’ ได้ที่ https://bit.ly/2ZS1DZC

.

ระดับความยาก: ระยะทางการเดินไป-กลับยาวประมาณ 12 กิโลเมตร และใช้เวลาเฉพาะในการเดินเท้ารวม ๆ ประมาณ 6 ชั่วโมง และต้องพักค้างแรมอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน

ฤดูท่องเที่ยว: ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ของทุกปี

ช่องทางติดต่อ: อุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร.034-510-431 และ 08-9228-7612 ติดตามข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์ http://portal.dnp.go.th  หรือเฟซบุ๊ค อุทยานแห่งชาติเขาแหลม – Khao Laem National Park https://www.facebook.com/KhaolaemNationalparkKanchanaburi/

เรื่องแนะนำ

ตั้งแคมป์กลางหุบเขาและชม รถโฟล์ค สุดคลาสสิกที่เชียงใหม่

การรวมตัวกันของเหล่าผู้คนที่นิยมและชื่นชอบความคลาสสิกของ รถโฟล์ค กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทยมีโอกาสได้ร่วมงาน Northern Volkswagen: Acoustic Camp Life 2020 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งงานแคมป์ปิ้งที่น่าสนใจ ซึ่งจัดที่ม่อนจ๊อด ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และนับเป็นการจัดงานครั้งแรกของกลุ่มคนรัก รถโฟล์ค ภาคเหนือ โดยมี คุณหลุยส์ – ประภาส มรกตวิจิตรการ แห่งวอร์มอัพคาเฟ่ และคุณจ่อย – สเริงรงค์ วงษ์สวรรค์ เจ้าของแบรนด์ Rubber Killer เป็นโต้โผในการจัดงาน ท่ามกลางบรรยากาศกลางหุบเขาที่ยังคงเย็นสบาย คุณจ่อยพูดถึงจุดประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “ถือเป็นงานพบปะสังสรรค์ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีใจรักรถโฟล์คได้มาเจอกัน สมัยตอนที่ผมเด็กๆเขาจัดกันที่ลานท่าแพ ผมก็เลยคุยกับพี่หลุยส์ว่าอยากจัดงานรถโฟล์ค เพราะเราสองคนก็ชื่นชอบรถโฟล์คมานานแล้ว อยากให้มีงานรวมตัวแบบสมัยก่อน คุณรู้ไหมว่ารถโฟล์คเหมือนยาสามัญประจำบ้านของคนเล่นรถเลยนะครับ หลายคนมักมีติดบ้าน ขับได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่สภาพของแต่ละคัน เราเลยอยากจัดงานเล็กๆและช่วงนี้เป็นช่วงปลายฤดูหนาวด้วย อากาศกำลังดี ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่าจะได้รับความร่วมมือและผลตอบรับจากกลุ่มคนที่เล่นรถโฟล์คมากมาย ถึงเพียงนี้ บางคันมาจากกรุงเทพฯ บางคันจอดเสียริมทางก่อนขึ้นมาที่นี่ก็มี เรียกว่าบรรยากาศอบอุ่นดีจริงๆครับ”   […]

(น้ำตก) หัวใจ… ปิตุ๊โกล

ออกเดินทางตามหา (น้ำตก) หัวใจที่… ปิตุ๊โกล หลังการปลดล็อกสถานการณ์โควิด – 19 เราเห็นภาพผู้คนแสวงหาสถานที่ผ่อนคลายความเครียด ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่หลายสถานที่เที่ยวมีการคัดกรองอย่างเข้มงวด บางแห่งต้องจองผ่านแอพพลิเคชั่น ขาลุยแบบผมไม่ค่อยสันทัดสักเท่าไร พอนัดเพื่อนพ้องร่วมอุดมการณ์ได้ สถานที่แรกที่พวกเราขอไปเที่ยวปลดล็อกก็คือการไปตามหาหัวใจที่ “ปิตุ๊โกล” ปิตุ๊โกลตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่กลอง – ป่าอุ้มผาง และเป็นเขตป่าชุมชนบ้านกุยเลอตอ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของชุมชน ผมและทีมเดินทางจากกรุงเทพฯดั้นด้นไปไกลกว่าเจ็ดร้อยกิโลเมตร โดยเฉพาะเมื่อใช้เส้นทางจากตากมาอุ้มผาง ระหว่างทางเราเห็นวิวสวยงามตลอดทาง แต่อาจเพราะเดินทางในช่วงฤดูฝนและไม่ชินเส้นทาง จึงต้องขับรถกันอย่างช้าๆและมีสติ เผลอนิดเดียวอาจประสบอุบัติเหตุกันได้เลย เส้นทางเดินมีทุกรูปแบบ อย่างที่บอกไปว่านี่เป็นการเดินทางตามหาหัวใจ ซึ่งหัวใจที่ว่าก็คือ น้ำตกรูปหัวใจที่มีชื่อว่า “ปิตุ๊โกล” นั่นเอง จุดเริ่มเดินของเราอยู่ที่หมู่บ้านกุยเลอตอ โดยเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตรงจุดรวมพลเพื่อจ่ายค่าเข้าพื้นที่เสียไปคนละ 20 บาทเป็นค่าจัดการขยะ จากนั้นก็เดินกันยาวๆ 4.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็ถึงจุดพักกางเต็นท์ ซึ่งขอบอกว่าเป็นการกางเต็นท์ที่เปียกที่สุดในชีวิต เพราะมีฝนโปรยลงมาตลอดทาง แม้จะเปียกปอนไปตามๆกัน แต่มันก็ให้ความรู้สึกสดชื่นมากทีเดียว ขอเตือนอีกอย่างว่ามาเดินป่าดิบแบบนี้ ผมเจอบุ้งเยอะมากๆ ต้องเดินระวังกันหน่อย […]

กรุงโซล กรณีศึกษาของ ‘เมืองรักคน’

กรุงโซล กับเคล็ดลับการสร้างเมืองที่คนรัก ทั้งต่อผู้คนในพื้นที่ และผู้คนทั้งโลก สื่อบันเทิงจากเกาหลีก้าวเข้ามาเป็นกระแสหลักของโลกภายในช่วงทศวรรษ ภาพบรรยากาศการใช้ชีวิตประจำวันอย่างสะดวกสบายในเมืองใหญ่ ความเป็นอยู่แสนสบายในสวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน หรืออาหารการกินแบบฉบับเกาหลีถูกส่งผ่านสู่สายตาชาวโลก จนซึมซับกลายมาเป็นหมุดหมายของการเดินทางของชาวไทย ว่าสักครั้งจะต้องเดินทางไปเยือนมหานครแห่งนี้ให้ได้ วันหนึ่งในช่วงเย็นย่ำหลังเลิกงาน แม้จะเป็นวันธรรมดาที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูร้อน แต่เราเห็นภาพครอบครัวพร้อมหน้า คู่รักหลายวัย นั่งเล่นอยู่ท่ามกลางสนามหญ้าในสวนสาธารณะหรือลานกลางแจ้ง โดยมีฉากหลังเป็นแมกไม้สีเขียว นั่งชมการแสดงน้ำพุเต้นระบำ เด็กเล็กวิ่งไล่จับกับเพื่อนที่รู้ใจ ผู้ใหญ่สูงวัยจับกลุ่มนั่งคุยพลางหัวเราะ นี่คือกิจกรรมประจำวันที่เกิดขึ้นจริงใน ‘กรุงโซล’ ณ มหานครแห่งนี้ เราได้เห็นผลลัพธ์ที่ผู้คนใช้เวลาอย่างมีคุณภาพเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ในปี 2022 กรุงโซลผ่านนโยบายการจัดการเมืองมาหลายเฟส ตั้งแต่ผังเมืองโจซอนที่นับเป็นการวางผังมหานครสมัยใหม่ฉบับแรกในปี 1934 ก่อนที่สงครามจะนำมาสู่การปฏิรูปเมืองใหม่ การพัฒนาผังเมืองถูกประเมินทุกสิบปี เพื่อนำมาสร้างแผนใหม่ จนกระทั่งถึงปัจจุบันที่มองวิสัยทัศน์ของอนาคตที่ ‘การสร้างเมืองแห่งความสุขของประชากรผ่านการสื่อสารและความคิดเห็น’   เมืองที่คนเดินถนนเป็นศูนย์กลาง หลังจากผ่านความตรากตรำในช่วงสงคราม ส่งผ่านมาถึงการสร้างเมืองใหม่ระดับโลกด้วยงานโอลิมปิกและฟุตบอลโลก นโยบายถัดไปเพื่อส่งเสริมความเติบโตของกรุงโซลในรูปแบบใหม่คือการใช้ดีไซน์เข้ามาสร้างมูลค่า และเป็นประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับกรุงโซล ในแผนพัฒนาเมืองฉบับล่าสุด 2030 Seoul Plan ที่เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาผังเมืองในอีก 20 ปีข้างหน้า มีข้อหนึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า จะต้องเป็นผังเมืองที่มีผู้คนและสถานที่เป็นศูนย์กลางในแต่ละย่านเพื่อนบ้าน (Neighborhood Plan) ด้วยการจัดสรรสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภคให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันที่ดี และกระจายแนวคิดเหล่านี้ไปตามชุมชนต่างๆ อย่างสมดุล เพื่ออำนวยความสะดวกให้เท่าเทียมกันในทุกเขต […]