เดินไต่ไปบนความเนิบช้า พร้อมชื่นชมความงามระหว่างทาง บนเขากำแพง

SLOW BUT SURE พักเยอะก็เห็นเยอะ

หากอยากแบกเป้ขึ้นเขาเข้าป่าแต่ไม่แน่ใจในความฟิตของร่างกาย กับการที่ต้องไปเจอกับทางขึ้นเขาที่ทั้งยาวทั้งชัน

อย่าเพิ่งถอดใจไปครับ ลองกระตุ้นความต้องการเดินทาง ด้วยการจินตนาการถึงตัวเองที่กำลังอยู่บนยอดเขาสูงกับวิวกว้างสุดลูกหูลูกตา อาจพอช่วยฉุดความอยากลากสังขารให้ออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งมากขึ้น

ไม่ต้องกังวลกับความเหนื่อยล้า เพราะเราจะค่อย ๆ เดินไป โดยปฏิเสธความรีบเร่งทั้งปวง เราจะพักกันเท่าที่เราอยากพัก อย่างน้อยที่สุดการเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ มันก็ทำให้เราเห็นนั่นเห็นนี่ข้างทางได้มากกว่าคนอื่น…

ต้นทาง

จุดที่เรานั่งพักจุดแรกเป็นบริเวณน้ำตกเล็ก ๆ เรียกว่า“ห้วยทองหลาง” ที่นี่คือทำเลที่เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน ช่วงเวลานี้อาหารร้านดังที่มีดาวการันตีจากสำนักไหนก็ไม่เด็ดเท่าข้าวเหนียวหมูย่าง นี่คือที่สุด!!! ความสดชื่นจากการได้ล้างหน้าล้างตัวด้วยน้ำเย็น ๆ ในลำธารเหมือนเป็นการชาร์จแบตได้สักหน่อย หากมีภาชนะเหลือแนะนำให้เติมน้ำตรงนี้ไปใช้ต้มประกอบอาหารเพราะนี่คือจุดสุดท้ายที่เราจะเจอลำธาร พี่เจ้าหน้าที่บอกพวกเราว่าลำธารสายนี้คือส่วนหนึ่งของแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแม่กลองเชียวนะ นี่แหละครับเรื่องน่าทึ่งตั้งแต่ยังไม่ถึงยอดดอย

หากเป็นไปได้ควรหาเก้าอี้เล็ก ๆ น้ำหนักเบา ๆ ติดมาด้วย นอกจากความสบายในทุกจุดพักผ่อนแล้ว ความน่าอิจฉาจากเพื่อนร่วมทางก็เป็นอีกสิ่งที่คุณจะได้รับ

 

ระหว่างทาง
จะว่าไปในความช้าและพักบ่อยก็มีประโยชน์ มันทำให้ได้เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทางมากขึ้น ได้เห็นดอกไม้ป่าเล็ก ๆ จากการก้มหน้าหอบหายใจ ได้เห็นยอดไม้กับก้อนเมฆตอนแหงนหน้าดื่มน้ำ

ช่วงเวลานี้ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่เรียกว่าสมาร์ตโฟน ที่ทำให้เราถ่ายภาพได้ทันทีแบบไม่ยั้ง ไม่ต้องมาคิดมากว่าภาพจะดีหรือไม่ แตกต่างจากสมัยใช้กล้องฟิล์มลิบลับ จะกดชัตเตอร์แต่ละทีก็เกรงใจกลัวฟิล์มจะหมด ภาพที่เห็นตรงหน้าตอนนี้ทุกอย่างดูน่าสนใจไปซะหมด

ในแต่ละจุดพักเราใช้เวลากับมันประมาณหนึ่ง จากความช้ากลายเป็นความรื่นรมย์ทำให้ข้างทางน่าสนใจขึ้นกว่าเดิม ไอ้นั่นก็ดีไอ้นี่ก็สวย “ถึงที่หมายช้าก็เพราะแวะถ่ายรูประหว่างทาง” นี่คือข้ออ้างแบบมีฟอร์มแทนที่จะบอกความจริงว่าเหนื่อยพักบ่อยไม่ค่อยฟิต

ถึงจะช้าแต่ก็ชิลล์นะครับ” ผมว่า

ดอกไม้ป่าเล็ก ๆ ระหว่างทางมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ ไม่ควรละเลยที่จะเสียเวลาสักหน่อยเพื่อชมความงามของมัน ดอกไม้น่ารักดอกนี้เราเจอกันตอนที่ผมก้มผูกเชือกรองเท้าพอดี

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ไม่ใช่แค่ใบไม้ แต่มันคือความงามตามธรรมชาติแบบมีหลักการ ใบเล็กๆ ที่ลดหลั่นกันไปเรื่อย ๆ จากทฤษฎีสัดส่วนทองคำที่ครูเคยสอนตอนเรียนมันคือส่วนผสมของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศิลปะ แต่อย่าไปสนใจเลยครับกับความเรื่องมากเวิ่นเว้อที่ว่ามา การมีความสุขกับสิ่งรอบตัวแบบง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมากต่างหากนี่แหละคือสิ่งที่ผมได้รับ

เส้นทาง
ทางลาดเอียงดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของการเดินป่าที่นี่ แต่ในความลำบากครั้งนี้ก็ตอบแทนพวกเราด้วยทัศนียภาพน่าประทับใจข้างทาง เราได้เห็นป่าทึบ ลำธาร น้ำตก ทุ่งหญ้า หน้าผา ป่าโปร่ง ระหว่างทาง นอกจากเสียงสนทนาที่มีเป็นระยะและเสียงหอบหายใจของตัวเอง ในบางจังหวะที่เราเงียบ เราจะได้ยิน “เสียงป่าแท้ ๆ” เสียงที่ไม่สามารถจะหาฟังได้ในเมือง และนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของโสตประสาท เป็นโอกาสที่จะได้ผ่อนคลายจากเสียงเมือง นับว่าเป็นของขวัญชั้นดีให้กับแก้วหูชั้นใน

ระดับความชันแม้เปลี่ยนเพียงหนึ่งองศาก็มีผลต่อข้อพับในเวลานี้ แต่ถ้าเหนื่อยเราก็พักครับ ไม่ต้องรีบไม่ต้องกังวลเพราะทุกคนก็อยากพัก
บริเวณนี้คือสันเขาร่มเงาไม่มี เราเดินกันอยู่ตรงนี้พักใหญ่ฟ้าโปร่งแดดจัด ทำให้เราเห็นวิวชัดเจน เราควรยื่นกล้องให้เพื่อนร่วมทางเพื่อการสร้างรูปโปรไฟล์ใหม่ในเฟซบุ๊ก

เพื่อนร่วมทาง
ไม่ว่าเราจะเดินช้าขนาดไหนยังไงก็ไม่เป็นคนสุดท้ายของขบวน ทุกครั้งที่หันหลังกลับไปเราจะอุ่นใจได้เสมอ เจ้าหน้าที่ของอุทยานจะเป็นคนเดินปิดท้ายพวกเราตลอดการเดินทาง เราพักเขาพัก เราหยุดเขาหยุด

หากคุณกำลังถอดใจกับน้ำหนักเป้ด้านหลัง และรู้สึกร้อนผ่าวอบอ้าวกับเสื้อผ้าที่กำลังใส่ เริ่มรู้สึกไม่สบายกับรองเท้าที่คุณสวม ถ้าได้ลองพิจารณาสัมภาระและชุดของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้า ความลำบากของเราในครั้งนี้ มันกระจอกไปเลย

ถ้าคุณเป็นคนเพื่อนน้อยผมมั่นใจว่าคุณจะได้เพื่อนเพิ่มจากทริปนี้แน่นอน ด้วยอัธยาศัยที่ดีของเจ้าหน้าที่ทุกคน มันทำให้การเดินทางครั้งนี้สนุกขึ้นเป็นกอง ผมแอบตั้งชื่อและนามสกุลเล่น ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคนว่า “คุณไมตรี แกร่งชำนาญ” อันนี้ผมไม้ได้บอกใครได้แต่เขียนไว้ในสมุด หากพี่เจ้าหน้าที่ได้มาอ่านบทความนี้ผมก็ขอยกนิ้วให้ทุกคนครับ

ชื่นชมด้วยหัวใจในความแกร่ง เธอเจ๋งและเท่กว่าลูกสาวกำนันในละครที่ผมเคยดูเป็นร้อยเท่าเจ้าหน้าที่ทุกคนพวกเขาคือ CAMPER ตัวจริงที่สุดแล้ว ขอซูฮกยกนิ้วให้ครับ
ภาพถ่ายคนคู่กับป้ายที่แสนจะดูปกติธรรมดาและใคร ๆ ก็ทำกันแบบภาพนี้ กลับเป็นรูปที่ผมชอบที่สุด เชื่อมั้ยครับว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนในภาพเดินขึ้นเขาลงเขา กันมาหลายปีแต่ไม่เคยมีใครมีภาพถ่าย ผมเลยไม่รอช้าขอเป็นคนอาสาถ่ายให้ ในฐานะที่เราเป็นนักเดินทางเหมือนกัน

ทำเลสวย วิวดี ไม่มี Wifi และไร้สัญญาณโทรศัพท์ใด ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในวันพักผ่อน
บริเวณนี้เราสามารถเลือกจุดกางเต็นท์ได้ตามสบาย นอกเหนือจากวิวแล้วเราก็ควรคำนึงความเรียบของพื้นที่และหาที่ลาดเอียงน้อยที่สุดเพื่อการพักผ่อนอย่างสบาย เพราะเราต้องเติมแรงไว้ขาลงอีกครับ

จากตรงบริเวณที่กางเต็นท์กับจุดชมวิวนี้ไม่ไกลกันสามารถเดินมาดูพระอาทิตย์ตกดินได้เลย
ตรงนี้เป็นพื้นที่โล่งๆสามารถดูวิวได้รอบ และการมีเก้าอี้ถึงจะหนักหน่อยตอนแบก แต่พอถึงที่หมายแล้วรับรองว่าคุ้มค่า

ทางเลือก
การได้แลกเปลี่ยนความคิดพูดคุยรอบกองไฟพร้อมเครื่องดื่มดี ๆ ก่อนแยกย้ายกันไปฝันหวานเหมือนเป็นธรรมเนียมของการแคมปิ้งที่ส่วนใหญ่ต้องมี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เราเรียนรู้การเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดีจากวงสนทนานี้ ท่ามกลางแสงดาวกับอากาศที่เย็นกำลังดีมันทำให้เราได้คุยกันพักใหญ่อย่างออกรส ไร้ตำแหน่ง ไร้เพศสภาพ ไร้วัย ดูเหมือนว่าทุกคนอยู่ในสถานภาพใกล้เคียงกันหมด พูดกันได้ตั้งแต่เรื่องโปกฮายันวิถีชีวิต หลายคนในวงสนทนาชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ “บางทีสิ่งที่ถนัดอาจไม่ใช่สิ่งที่ชอบ และสิ่งที่ชอบอาจยังไม่เจอนั่นคือเหตุผลที่เราต้องลอง” นั่นแหละครับชีวิตเลยต้องเดินทาง

และนี่คือบทสรุปของการสนทนา คืนนี้ถึงจะหนาวแต่ก็อบอุ่นไปด้วยมิตรภาพครับ

ปลายทาง
“ระยิบระยับ” เป็นคำที่เหมาะสมที่สุดของคืนนี้ โชคดีเป็นของเราท้องฟ้าคืนนี้มีแสงจันทร์พียงบาง ๆ แสงดาวดูสบายตากว่าแสงจากจอโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานเป็นกอง สวยและสงบเงียบ การปล่อยความคิดโลดแล่นจินตนาการถึงดวงดาวมากมายที่อยู่ตรงหน้ามันทำให้ลืมความเหนื่อยล้าไปเลย

ท้องฟ้าที่ดูเหมือนหลังคารั่ว โชคดีที่คืนนี้มีแสงจันทร์เพียงบาง ๆ ผมนอนดูดาวจากมุมนี้ พอจำได้ว่าคืนนั้นนับดาวตกได้สามดวงแล้วก็หลับไป
และผมก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับวิวนี้
ด้วยบรรยากาศทำให้กาแฟยามเช้ารสชาติดีกว่าที่เคย

บทสรุปของการเดินทาง
สุดท้ายแล้วผมก็ได้รู้ว่าความยากที่สุดของการขึ้นเขาครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ความลำบาก
จากความชันของเส้นทางเดิน แต่ความยากของมันอยู่ที่การละทิ้งความกังวลและพาตัวเองออกเดินทางต่างหากน่าจะเป็นเรื่องยากที่สุด

เรื่อง : บดินทร์ บำบัดนรภัย
ภาพถ่าย : ศุภกร ศรีสกุล บดินทร์ บำบัดนรภัย และโตมร แสงขาว


อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด)
หมู่ 4 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี 71220
โทร. 095-619-8981

E-mail : chaloemrat_np@hotmail.com
FACEBOOK : อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

จัดทำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เดินขึ้น เขากำแพง ในวันที่แรงยังมี ที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

เรื่องแนะนำ

เขาหลัก ตะกั่วป่า พังงา ในมุมมองที่ไม่เคยเห็น

หลังจากเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมายาวนาน ในวันนี้ ทั้ง เขาหลัก และตะกั่วป่าพร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายในใจของคนไทย เมื่อนึกถึงจุดหมายปลายทางฝั่งอันดามันในเมืองไทย หลายคนอาจนึกถึงจังหวัดภูเก็ต คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เป็นเช่นนั้น เพราะความมีเชื่อเสียงของบรรยากาศทะเลน้ำใส ชายหาดสวย เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศให้เข้ามาเยือน จนเป็นจุดหมายปลายทางแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงเมื่อเดินทางมาเยือนพื้นที่ทะเลอันดามันของไทย แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว การแสวงหาจุดหมายปลายทางใหม่ย่อมเป็นเรื่องท้าทาย จากพื้นที่จังหวัดของภูเก็ต หากข้ามสะพานสารสินซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อแผ่นดินใหญ่ก็จะเข้าสู่เขตจังหวัดพังงา ที่คนไทยหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงจังหวัดทางผ่านของภูเก็ตเท่านั้น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พังงามีพื้นที่ซึ่งเปรียบเหมือนอัญมณีสำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวทะเลนั่นคือทะเลเขาหลัก ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า ทะเลในพื้นที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและหาดทรายที่ขาวสะอาด อย่างไรก็ตาม นอกจากทะเลสวย พื้นที่ตะกั่วป่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลากหลาย รวมไปถึงแหล่งประวัติศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ ชาวจีนอพยพ และอาหารเลิศรสให้ผู้ที่รักการเดินทางได้เข้ารับประสบการณ์ใหม่ในพื้นที่แห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวในตัวอำเภอตะกั่วป่า – เมืองเก่าตะกั่วป่า บริเวณถนนศรีตะกั่วป่า ช่วงต้นยุครัตนโกสินทร์ เมืองตะกั่วป่า คือพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นั่นคือแร่ดีบุก ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) หลังมีการทำสนธิสัญญาเบอร์นีย์ สยามได้เริ่มเปิดการค้ากับต่างประเทศ และหวังให้แร่ดีบุกจากตะกั่วป่าเป็นสินค้าสำคัญ จึงได้มีการทำสัญญากับจักรพรรดิจีน เพื่อจ้างแรงงานจากมณฑลฝูเจี้ยน หรือมณฑลฮกเกี้ยน ให้มาเป็นแรงงานเหมืองแร่ดีบุก จนตะกั่วป่ากลายเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอย่างมากในยุคนั้น ปัจจุบัน แม้ไม่มีการทำเหมืองแร่เช่นนั้นแล้ว แต่ยังคงหลงเหลือมรดกทางประวัติศาสตร์เป็นพื้นที่เมืองเก่าตะกั่วป่า ในถนนศรีตะกั่วป่า ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมรูปแบบชิโน-ยูโรเปียน ซึ่งหลายส่วนยังคงมีการอนุรักษ์ไว้ ให้บรรยากาศราวกับได้ย้อนกาลเวลาไปในยามที่ตะกั่วป่ายังเป็นเมืองเหมืองแร่อันรุ่งโรจน์ […]

ที่เที่ยวสังขละบุรี เมืองที่เปี่ยมด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม

ที่เที่ยวสังขละบุรี เมืองที่หลอมรวมสองวัฒนธรรมไทย-มอญ และแวดล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ในฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวของเมืองไทย หลายคนคงอยากหนีออกจากเมือง เพื่อไปชื่มชมกับความรื่นรมย์ทางธรรมชาติ ที่เที่ยวสังขละบุรี เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งทางป่าตะวันตกของประเทศไทย โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม และวัฒนธรรมที่ผสานหลอมรวมกัน สังขละบุรี เป็นอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี แฝงด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลของชาวไทย – มอญ อดีตเราอาจรู้จักสังขละบุรีว่า เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์จากบารมีของหลวงพ่ออุตตมะ (พระราชอุดมมงคล) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเคารพเลื่อมใสจากคนไทยเชื้อสายมอญ หากกล่าวถึงสังขละบุรี ทุกคนจะมีภาพ สะพานมอญ เกิดขึ้นในมโนภาพทันที สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีไปแล้ว อีกทั้งความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบของที่นี่ ก็ทำให้สังขละบุรีน่าหลงใหลขึ้นอีกเท่าตัว เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รวมรวบสถานที่น่าสนใจในเมืองสังขละบุรี มาเป็นไอเดียสำหรับการวางแผนการเดินทางไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวปีนี เมืองใต้น้ำ เมืองใต้ผืนน้ำในเขตเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณ เดิมเป็นที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม แต่เมื่อมีโครงการสร้าง ตัววัดจึงต้องย้ายไปยังพื้นที่สูง เหลือเพียงซากปรักหักพังของอุโบสถ และหอระฆังที่จะจมน้ำในฤดูฝน และจะโผล่พ้นน้ำอีกครั้งในฤดูแล้ง การมาเที่ยวที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือมาเที่ยวชมได้ โดยติดต่อเรือได้บริเวณสะพานมอญ เจดีย์พุทธคยา เจดีย์พุทธคยา ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการาม (ใหม่) ในจุดที่แม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกรวยสี่เหลี่ยม มียอดแหลม […]

เขื่อนเชี่ยวหลาน สวรรค์ของนักผจญภัยที่ไม่ควรพลาด

เขื่อนเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา หรือกุ้ยหลินเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ต้องมาเยือน สำหรับผู้ที่อยากสัมผัสกับการผจญภัยในหน้าร้อน เขื่อนเชี่ยวหลาน เดิมเป็นชื่อของ เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการชลประทาน และการผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศวิวทิวทัศน์อันแสนสวยงาม หรือที่คนไทยมักเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”  ซึ่งที่มาของชื่อนี้ได้มาจากภูมิทัศน์ที่คล้ายกับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในประเทศจีน เมื่อมาถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ไม่ควรพลาดที่จะต้องไปเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่นี่นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ยังมีสถานที่มากมายที่คนรักการผจญภัยไม่ควรพลาด  เช่น การเดินชมถ้ำ  พายเรือคายักส่องสัตว์ยามเย็น และตกปลาในละแวกใกล้เคียงก็สามารถทำได้เช่นกัน 5 สถานที่ในเขื่อนเชี่ยวหลานที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนรักการผจญภัย 1. สวนสัตว์มอร์นิง ซาฟารี มีบริการล่องเรือส่องสัตว์ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตและพฤติกรรมสัตว์  ระหว่างทางจะได้พบกับสัตว์ป่านานาชนิดในอุทยานฯ อาทิเช่น ฝูงลิง ฝูงกระรอก ฝูงค่างแว่นบนต้นไม้สูงใหญ่ และยังมีสัตว์ที่หาดูได้ยากอย่างเช่น นกอินทรีขนาดใหญ่เกาะอยู่ตามตอไม้กลางน้ำ ตัวเลียงผาที่ออกมาเดินหากินตามหน้าผา นกเงือกหากินบริเวณที่มีผลไทรป่าสุก ซึ่งมักจะอยู่เป็นคู่หรือกลุ่มเล็กประมาณ 3-5 ตัว มีข้อแนะนำเล็กน้อยว่า ในการล่องเรือส่องสัตว์ห้ามส่งเสียงดัง เพราะจะทำให้สัตว์ตื่นกลัวได้ 2. ถ้ำปะการัง เป็นถ้ำที่อยู่ด้านในเขาสก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยเรือหางยาว หรือนั่งแพยนต์ เพื่อไปเดินป่า และเข้าชมความงามถ้ำปะการังได้ […]