เดินไต่ไปบนความเนิบช้า พร้อมชื่นชมความงามระหว่างทาง บนเขากำแพง

SLOW BUT SURE พักเยอะก็เห็นเยอะ

หากอยากแบกเป้ขึ้นเขาเข้าป่าแต่ไม่แน่ใจในความฟิตของร่างกาย กับการที่ต้องไปเจอกับทางขึ้นเขาที่ทั้งยาวทั้งชัน

อย่าเพิ่งถอดใจไปครับ ลองกระตุ้นความต้องการเดินทาง ด้วยการจินตนาการถึงตัวเองที่กำลังอยู่บนยอดเขาสูงกับวิวกว้างสุดลูกหูลูกตา อาจพอช่วยฉุดความอยากลากสังขารให้ออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้งมากขึ้น

ไม่ต้องกังวลกับความเหนื่อยล้า เพราะเราจะค่อย ๆ เดินไป โดยปฏิเสธความรีบเร่งทั้งปวง เราจะพักกันเท่าที่เราอยากพัก อย่างน้อยที่สุดการเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ มันก็ทำให้เราเห็นนั่นเห็นนี่ข้างทางได้มากกว่าคนอื่น…

ต้นทาง

จุดที่เรานั่งพักจุดแรกเป็นบริเวณน้ำตกเล็ก ๆ เรียกว่า“ห้วยทองหลาง” ที่นี่คือทำเลที่เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน ช่วงเวลานี้อาหารร้านดังที่มีดาวการันตีจากสำนักไหนก็ไม่เด็ดเท่าข้าวเหนียวหมูย่าง นี่คือที่สุด!!! ความสดชื่นจากการได้ล้างหน้าล้างตัวด้วยน้ำเย็น ๆ ในลำธารเหมือนเป็นการชาร์จแบตได้สักหน่อย หากมีภาชนะเหลือแนะนำให้เติมน้ำตรงนี้ไปใช้ต้มประกอบอาหารเพราะนี่คือจุดสุดท้ายที่เราจะเจอลำธาร พี่เจ้าหน้าที่บอกพวกเราว่าลำธารสายนี้คือส่วนหนึ่งของแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแม่กลองเชียวนะ นี่แหละครับเรื่องน่าทึ่งตั้งแต่ยังไม่ถึงยอดดอย

หากเป็นไปได้ควรหาเก้าอี้เล็ก ๆ น้ำหนักเบา ๆ ติดมาด้วย นอกจากความสบายในทุกจุดพักผ่อนแล้ว ความน่าอิจฉาจากเพื่อนร่วมทางก็เป็นอีกสิ่งที่คุณจะได้รับ

 

ระหว่างทาง
จะว่าไปในความช้าและพักบ่อยก็มีประโยชน์ มันทำให้ได้เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างทางมากขึ้น ได้เห็นดอกไม้ป่าเล็ก ๆ จากการก้มหน้าหอบหายใจ ได้เห็นยอดไม้กับก้อนเมฆตอนแหงนหน้าดื่มน้ำ

ช่วงเวลานี้ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่เรียกว่าสมาร์ตโฟน ที่ทำให้เราถ่ายภาพได้ทันทีแบบไม่ยั้ง ไม่ต้องมาคิดมากว่าภาพจะดีหรือไม่ แตกต่างจากสมัยใช้กล้องฟิล์มลิบลับ จะกดชัตเตอร์แต่ละทีก็เกรงใจกลัวฟิล์มจะหมด ภาพที่เห็นตรงหน้าตอนนี้ทุกอย่างดูน่าสนใจไปซะหมด

ในแต่ละจุดพักเราใช้เวลากับมันประมาณหนึ่ง จากความช้ากลายเป็นความรื่นรมย์ทำให้ข้างทางน่าสนใจขึ้นกว่าเดิม ไอ้นั่นก็ดีไอ้นี่ก็สวย “ถึงที่หมายช้าก็เพราะแวะถ่ายรูประหว่างทาง” นี่คือข้ออ้างแบบมีฟอร์มแทนที่จะบอกความจริงว่าเหนื่อยพักบ่อยไม่ค่อยฟิต

ถึงจะช้าแต่ก็ชิลล์นะครับ” ผมว่า

ดอกไม้ป่าเล็ก ๆ ระหว่างทางมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ ไม่ควรละเลยที่จะเสียเวลาสักหน่อยเพื่อชมความงามของมัน ดอกไม้น่ารักดอกนี้เราเจอกันตอนที่ผมก้มผูกเชือกรองเท้าพอดี

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ไม่ใช่แค่ใบไม้ แต่มันคือความงามตามธรรมชาติแบบมีหลักการ ใบเล็กๆ ที่ลดหลั่นกันไปเรื่อย ๆ จากทฤษฎีสัดส่วนทองคำที่ครูเคยสอนตอนเรียนมันคือส่วนผสมของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศิลปะ แต่อย่าไปสนใจเลยครับกับความเรื่องมากเวิ่นเว้อที่ว่ามา การมีความสุขกับสิ่งรอบตัวแบบง่าย ๆ ไม่ต้องคิดมากต่างหากนี่แหละคือสิ่งที่ผมได้รับ

เส้นทาง
ทางลาดเอียงดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของการเดินป่าที่นี่ แต่ในความลำบากครั้งนี้ก็ตอบแทนพวกเราด้วยทัศนียภาพน่าประทับใจข้างทาง เราได้เห็นป่าทึบ ลำธาร น้ำตก ทุ่งหญ้า หน้าผา ป่าโปร่ง ระหว่างทาง นอกจากเสียงสนทนาที่มีเป็นระยะและเสียงหอบหายใจของตัวเอง ในบางจังหวะที่เราเงียบ เราจะได้ยิน “เสียงป่าแท้ ๆ” เสียงที่ไม่สามารถจะหาฟังได้ในเมือง และนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของโสตประสาท เป็นโอกาสที่จะได้ผ่อนคลายจากเสียงเมือง นับว่าเป็นของขวัญชั้นดีให้กับแก้วหูชั้นใน

ระดับความชันแม้เปลี่ยนเพียงหนึ่งองศาก็มีผลต่อข้อพับในเวลานี้ แต่ถ้าเหนื่อยเราก็พักครับ ไม่ต้องรีบไม่ต้องกังวลเพราะทุกคนก็อยากพัก
บริเวณนี้คือสันเขาร่มเงาไม่มี เราเดินกันอยู่ตรงนี้พักใหญ่ฟ้าโปร่งแดดจัด ทำให้เราเห็นวิวชัดเจน เราควรยื่นกล้องให้เพื่อนร่วมทางเพื่อการสร้างรูปโปรไฟล์ใหม่ในเฟซบุ๊ก

เพื่อนร่วมทาง
ไม่ว่าเราจะเดินช้าขนาดไหนยังไงก็ไม่เป็นคนสุดท้ายของขบวน ทุกครั้งที่หันหลังกลับไปเราจะอุ่นใจได้เสมอ เจ้าหน้าที่ของอุทยานจะเป็นคนเดินปิดท้ายพวกเราตลอดการเดินทาง เราพักเขาพัก เราหยุดเขาหยุด

หากคุณกำลังถอดใจกับน้ำหนักเป้ด้านหลัง และรู้สึกร้อนผ่าวอบอ้าวกับเสื้อผ้าที่กำลังใส่ เริ่มรู้สึกไม่สบายกับรองเท้าที่คุณสวม ถ้าได้ลองพิจารณาสัมภาระและชุดของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้า ความลำบากของเราในครั้งนี้ มันกระจอกไปเลย

ถ้าคุณเป็นคนเพื่อนน้อยผมมั่นใจว่าคุณจะได้เพื่อนเพิ่มจากทริปนี้แน่นอน ด้วยอัธยาศัยที่ดีของเจ้าหน้าที่ทุกคน มันทำให้การเดินทางครั้งนี้สนุกขึ้นเป็นกอง ผมแอบตั้งชื่อและนามสกุลเล่น ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคนว่า “คุณไมตรี แกร่งชำนาญ” อันนี้ผมไม้ได้บอกใครได้แต่เขียนไว้ในสมุด หากพี่เจ้าหน้าที่ได้มาอ่านบทความนี้ผมก็ขอยกนิ้วให้ทุกคนครับ

ชื่นชมด้วยหัวใจในความแกร่ง เธอเจ๋งและเท่กว่าลูกสาวกำนันในละครที่ผมเคยดูเป็นร้อยเท่าเจ้าหน้าที่ทุกคนพวกเขาคือ CAMPER ตัวจริงที่สุดแล้ว ขอซูฮกยกนิ้วให้ครับ
ภาพถ่ายคนคู่กับป้ายที่แสนจะดูปกติธรรมดาและใคร ๆ ก็ทำกันแบบภาพนี้ กลับเป็นรูปที่ผมชอบที่สุด เชื่อมั้ยครับว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนในภาพเดินขึ้นเขาลงเขา กันมาหลายปีแต่ไม่เคยมีใครมีภาพถ่าย ผมเลยไม่รอช้าขอเป็นคนอาสาถ่ายให้ ในฐานะที่เราเป็นนักเดินทางเหมือนกัน

ทำเลสวย วิวดี ไม่มี Wifi และไร้สัญญาณโทรศัพท์ใด ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีในวันพักผ่อน
บริเวณนี้เราสามารถเลือกจุดกางเต็นท์ได้ตามสบาย นอกเหนือจากวิวแล้วเราก็ควรคำนึงความเรียบของพื้นที่และหาที่ลาดเอียงน้อยที่สุดเพื่อการพักผ่อนอย่างสบาย เพราะเราต้องเติมแรงไว้ขาลงอีกครับ

จากตรงบริเวณที่กางเต็นท์กับจุดชมวิวนี้ไม่ไกลกันสามารถเดินมาดูพระอาทิตย์ตกดินได้เลย
ตรงนี้เป็นพื้นที่โล่งๆสามารถดูวิวได้รอบ และการมีเก้าอี้ถึงจะหนักหน่อยตอนแบก แต่พอถึงที่หมายแล้วรับรองว่าคุ้มค่า

ทางเลือก
การได้แลกเปลี่ยนความคิดพูดคุยรอบกองไฟพร้อมเครื่องดื่มดี ๆ ก่อนแยกย้ายกันไปฝันหวานเหมือนเป็นธรรมเนียมของการแคมปิ้งที่ส่วนใหญ่ต้องมี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เราเรียนรู้การเป็นผู้พูดและผู้ฟังที่ดีจากวงสนทนานี้ ท่ามกลางแสงดาวกับอากาศที่เย็นกำลังดีมันทำให้เราได้คุยกันพักใหญ่อย่างออกรส ไร้ตำแหน่ง ไร้เพศสภาพ ไร้วัย ดูเหมือนว่าทุกคนอยู่ในสถานภาพใกล้เคียงกันหมด พูดกันได้ตั้งแต่เรื่องโปกฮายันวิถีชีวิต หลายคนในวงสนทนาชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ “บางทีสิ่งที่ถนัดอาจไม่ใช่สิ่งที่ชอบ และสิ่งที่ชอบอาจยังไม่เจอนั่นคือเหตุผลที่เราต้องลอง” นั่นแหละครับชีวิตเลยต้องเดินทาง

และนี่คือบทสรุปของการสนทนา คืนนี้ถึงจะหนาวแต่ก็อบอุ่นไปด้วยมิตรภาพครับ

ปลายทาง
“ระยิบระยับ” เป็นคำที่เหมาะสมที่สุดของคืนนี้ โชคดีเป็นของเราท้องฟ้าคืนนี้มีแสงจันทร์พียงบาง ๆ แสงดาวดูสบายตากว่าแสงจากจอโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานเป็นกอง สวยและสงบเงียบ การปล่อยความคิดโลดแล่นจินตนาการถึงดวงดาวมากมายที่อยู่ตรงหน้ามันทำให้ลืมความเหนื่อยล้าไปเลย

ท้องฟ้าที่ดูเหมือนหลังคารั่ว โชคดีที่คืนนี้มีแสงจันทร์เพียงบาง ๆ ผมนอนดูดาวจากมุมนี้ พอจำได้ว่าคืนนั้นนับดาวตกได้สามดวงแล้วก็หลับไป
และผมก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับวิวนี้
ด้วยบรรยากาศทำให้กาแฟยามเช้ารสชาติดีกว่าที่เคย

บทสรุปของการเดินทาง
สุดท้ายแล้วผมก็ได้รู้ว่าความยากที่สุดของการขึ้นเขาครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ความลำบาก
จากความชันของเส้นทางเดิน แต่ความยากของมันอยู่ที่การละทิ้งความกังวลและพาตัวเองออกเดินทางต่างหากน่าจะเป็นเรื่องยากที่สุด

เรื่อง : บดินทร์ บำบัดนรภัย
ภาพถ่าย : ศุภกร ศรีสกุล บดินทร์ บำบัดนรภัย และโตมร แสงขาว


อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ (ถ้ำธารลอด)
หมู่ 4 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี 71220
โทร. 095-619-8981

E-mail : chaloemrat_np@hotmail.com
FACEBOOK : อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

จัดทำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เดินขึ้น เขากำแพง ในวันที่แรงยังมี ที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

เรื่องแนะนำ

เกาะบอร์เนียว : ท่องแดน ถ้ำหลวง อลังการ

เกาะบอร์เนียว : ท่องแดน ถ้ำหลวง อลังการ ในช่วงสายอันร้อนอบอ้าววันหนึ่งของเดือนเมษายน แฟรงก์และคุกกี สองนักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษร่างผอมบาง หย่อนตัวลงไปในปล่องชื้นๆ ลื่นๆ ที่อยู่ลึกลงไปใต้ป่าดิบชื้นบน เกาะบอร์เนียว ระหว่างไต่ผ่านกองมูลนกเก่าแก่ และดันตัวผ่านหมู่เสาหินสีครีมนวลตาคล้ายกระดูกเก่าๆ นักสำรวจถ้ำทั้งสองหวังจะเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ พวกเขาเคยคืบคลานเข้าไปในถ้ำเคฟออฟเดอะวินด์ส (Cave of the Winds) ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในระบบถ้ำเคลียร์วอเตอร์ (Clearwater) อันเป็นจุดที่พวกเขาจะค้นหาเส้นทางเดินไปยังถ้ำเรเซอร์ (Racer Cave) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบถ้ำเรเซอร์-อีสเตอร์ ถ้าหาเส้นทางเชื่อมระหว่างสองถ้ำนั้นพบ ทั้งคู่จะสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ซูเปอร์ซิสเต็ม” หรืออภิระบบของเขาวงกตใต้ดินที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ขณะทั้งสองลอดผ่านทางแคบๆ เจาะและยิงหมุดเข้าไปในหินลื่นๆเพื่อขึงเชือกปีนเขา โอกาสในการประสบความสำเร็จของพวกเขาเรียกได้ว่าดูดีทีเดียว พวกเขารู้อยู่แล้วว่า ระบบถ้ำเคลียร์วอเตอร์มีความยาว 226 กิโลเมตร และถ้ำหลวงบางแห่งมีแม่น้ำเชี่ยวกรากอยู่ข้างใน ขณะที่ระบบถ้ำเรเซอร์-อีสเตอร์มีคูหาถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่งชนิดที่ว่า ถ้านำเครื่องบินโดยสารไอพ่นเข้าไปจอดแล้วยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก พูดอีกนัยหนึ่งคือชั้นหินปูนที่ทอดตัวอยู่ใต้ภูมิภาคแถบนี้ ลึกลงไปใต้อุทยานแห่งชาติกุหนุงมูลูบนเกาะบอร์เนียวของมาเลเซีย คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหลุมใหญ่ที่สุด อุโมงค์กว้างที่สุด และถ้ำหลวงขนาดมหึมาตระการตาที่สุดของโลกนั่นเอง ณ อีกจุดหนึ่งในโลกใต้พิภพ ลึกลงไปภายในถ้ำเรเซอร์ ทีมนักสำรวจอีกทีมกำลังคืบคลานอยู่ข้างในพร้อมค้อนและสว่านไฟฟ้า ไม่นานทั้งสองทีมจะเริ่มทุบและเจาะผนังถ้ำ คอยฟังเสียงจากอีกทีม และหวังว่าเสียงนั้นจะนำพาพวกเขา ไปพบจุดเชื่อมต่อ และสร้างสถิติโลกใหม่ขึ้นมาได้ ถัดขึ้นมาไม่ไกลจากพวกเขานัก […]

อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก

อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก หากคุณผู้อ่านมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศโรมาเนีย นอกเหนือจากปราสาทแดร็กคูล่าที่ว่ากันว่าไม่ไปเท่ากับไปไม่ถึงแล้ว อย่าลืมเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศของสวนสนุกที่ไม่เหมือนที่ใดบนโลก ขอต้อนรับเข้าสู่สวนสนุกสุดแปลกที่ความสนุกอยู่ใต้ดินลึกลงไปถึง 120 เมตร ในอดีตตั้งแต่ปี 1932 สวนสนุกแห่งนี้เคยเปิดเป็นเหมืองเกลือขนาดใหญ่มาก่อน เมื่อกิจการของเหมืองซบเซาและปิดลง ในปี 1992 ทางโรมาเนียตัดสินใจเปิดเหมืองใต้ดินแห่งนี้ขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ต่อมาในปี 2008 เหมืองแห่งนี้ก็ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ณ วันนี้ ถ้าคุณมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมภายในเหมือง จะได้สัมผัสกับบรรยากาศสุดล้ำราวกับสถานที่ในโลกอนาคต ภายในมีพิพิธภัณฑ์และสวนสนุก นอกจากนั้นยังมีลานกีฬาที่นักท่องเที่ยวสามารถตีกอล์ฟ, เล่นปิงปอง, โยนโบวลิ่ง ไปจนถึงพายเรืออีกด้วย ว่าแล้วก็รีบจองตั๋วไปโรมาเนียกัน!   อ่านเพิ่มเติม อลังการงานสร้าง ความงามของสถานีรถไฟใต้ดินในมอสโก

ชายหาดตะวันออกกลาง

สัมผัสทะเลสวยท่ามกลางพื้นที่ทะเลทรายที่ ชายหาดตะวันออกกลาง ภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถานที่ทางศาสนาซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน และภูมิภาคนี้ยังมี ชายหาดตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งความสวยงามตามธรรมชาติและชายฝั่งเพื่อการอาบแดดอีกด้วย ผืนน้ำที่ชวนหลงใหลช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับนานาชาติในภูมิภาคนี้ แม้ในอดีต พื้นที่นี้เต็มไปด้วยความไม่มั่นคงทางการเมือง แต่ด้วยสถานการณ์ที่เริ่มมั่นคงมากขึ้น นักท่องเที่ยวมากมายก็เริ่มเข้ามาเยือน ตามข้อมูลจากองค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization) ของสหประชาติ ระบุว่าการเติบโตของนักท่องเที่ยวนานาชาติที่เข้ามาในภูมิภาคนี้สูงขึ้นถึงร้อยละ 10 ในระหว่างปี 2017 ถึง 2018 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในระดับโลก จากชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อากาศปลอดโปร่ง ไปจนถึงอ่าวที่ประดับไปด้วยผืนทรายส่องประกาย นี่คือ ชายหาดตะวันออกกลาง ที่ควรค่าแก่การไปเยือน เรื่อง ABBY SEWELL KITE BEACH ดูไบ Kite Beach เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัว เนื่องจากมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเล่นว่าว วอลเลย์บอล ลานสเกต และฟู้ดทรัก PHOTOGRAPH BY MICHAEL AMME, REDUX NISSI ไซปรัส หาด Nissi Beach มีชื่อเสียงเรื่องการเป็นสถานที่จัดงานสังสรรค์ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว […]

ปิดตำนาน ตลาดซึกิจิ 

ปิดตำนานตลาดปลาชื่อดังแห่งมหาครโตเกียว ตลาดซึกิจิ เวลาร่วมร้อยปีที่ตลาดค้าส่งปลา ” ตลาดซึกิจิ ” เปิดให้บริการแก่ผู้บริโภค และต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลก มื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ได้ประกาศหยุดให้บริการ และได้ย้ายที่ทำการไปแห่งใหม่ ตลาดซึกิจิเปิดทำการครั้งแรกในปี 1935 และเคยเป็นตลาดปลาและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนตลาดปลาแห่งใหม่ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ชื่อว่า ตลาดปลาโทโยสึ และเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2018 ที่ผ่านมา ในช่วงที่เปิดให้บริการ ตลาดซึกิจิมีรายได้หมุนเวียนราวๆ วันละประมาณ 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังเกิดธุรกิจเกี่ยวกับการประมง และสัตว์น้ำ เกิดขึ้นมากมายรอบๆ พื้นที่ เมื่อเวลาล่วงผ่านไป ตลาดซึกิจิได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทาง ที่มาท่องเที่ยวกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา) เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลมีแผนจะย้ายตลาดซึกิจิ แต่ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน จนกระทั่งต้นปี 2010 เหตุผลหลักๆ ในการย้ายตลาดไปแห่งใหม่เนื่องมาจากโครงสร้างของตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ซึ่งตัวอาคารก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1935 และตั้งตระหง่านอยู่อย่างนั้น ผ่านวันเวลา และเหตุการณ์สำคัญๆ ของกรุงโตเกียว ตลาดโทโยสุเป็นตลาดปลาแห่งใหม่ที่จะเปิดทำการแทนตลาดซึกิจิ […]