“อาบป่า" บำบัด และเยียวยาหัวใจ ด้วยการใกล้ชิดธรรมชาติ

อาบป่า ให้ถึงหัวใจ ชินริน-โยคุ (SHINRIN-YOKU)

“อาบป่า” ผมเคยได้ยินคำนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่เคยเข้าใจความหมายของคำ ๆ นี้สักเท่าไหร่

จนกระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสพบกับป้าแอ๊ด ทิพวันถือคำ ตัวแทนกลุ่มอาบป่ากาญจนบุรี ด้วยความสงสัยในความหมาย และวิธีการของการ อาบป่า ว่า มันดีอย่างไร ทำอย่างไร และทำไมเราต้องอาบป่า ป้าแอ๊ดยินดีให้ความรู้กับเราอย่างเป็นกันเอง ด้วยการพาพวกเราเดินเล่นไป คุยไป ในพื้นที่ของ ”บ้านกลางป่า” สถานที่พักผ่อนในรูปแบบโฮมสเตย์ที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

ที่นี่รายล้อมไปด้วยพื้นที่ป่าหลายไร่ ที่ให้ความรู้สึกทั้งสงบและร่มรื่น ถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการพาครอบครัวมาพักผ่อนพร้อมกับได้เรียนรู้วิธีการอาบป่าไปด้วย

อาบป่า,
บริเวณจุดกางเต็นท์ของบ้านกลางป่าที่ดูสงบร่มรื่น ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะกับการมาพักผ่อนแบบเป็นครอบครัวมาก ๆ

ป้าแอ๊ดอธิบายให้พวกเราฟังเกี่ยวกับเรื่องของการอาบป่าว่า เป็นศาสตร์บำบัดชนิดหนึ่งที่เริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยสภาวะความตึงเครียดค่อนข้างสูงในประเทศ จึงส่งผลทำให้คนในสังคมมีภาวะของโรคซึมเศร้า จนนำไปสู่อัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจึงส่งเสริมให้มีการศึกษาและวิจัยการใช้ธรรมชาติบำบัด แทนการใช้สารเคมี ผลการวิจัยพบว่า นอกจากปริมาณออกซิเจนมากมายที่ต้นไม้ปล่อยออกมาแล้ว “ไฟทอนไซด์” (Phytoncide) น้ำมันหอมระเหยที่ต้นไม้ปล่อยออกมา เพื่อป้องกันตัวเองจากแมลง แบคทีเรีย และเชื้อราต่าง ๆ ยังมีกลิ่นเฉพาะที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียด เพิ่มความผ่อนคลายให้แก่มนุษย์ มีอารมณ์ที่ดีขึ้น นอนหลับสนิท และสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายไปพร้อมกัน นั่นหมายความว่า เราจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยจากอาบป่า นับว่าศาสตร์บำบัดด้วยธรรมชาติแขนงนี้ มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

อาบป่า, เดินเล่น, กาญจนบุรี
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นจากตรงนี้ครับ เราคุยกันพักหนึ่ง ก่อนที่ป้าแอ๊ดจะพาพวกเราไปเดินเล่น
อาบป่า, คุย, วิธีการ
ทุกเรื่องที่ป้าแอ๊ดเล่าให้ฟังเต็มไปด้วยความความน่าสนใจไปเสียหมด จนเริ่มรู้สึกว่าอยากจะลองเข้าป่าแล้ว

ป้าแอ๊ดชวนพวกเราเดินไป คุยไป และแนะนำถึงวิธีการอาบป่า ว่าระหว่างที่พวกเรากำลังเดินไปนั้น อยากให้ทุกคนเปิด “ผัสสะทั้ง5” ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รส และได้รู้สึก ใช้สมาธิอยู่กับตัวเอง พยายามสัมผัสถึงสิ่งที่อยู่รอบตัว ค่อย ๆ เดินไปอย่างช้า ๆ ผมลองทำตามดู และคอยสังเกตถึงสิ่งที่อยู่รอบข้างไปเรื่อย ๆ เสียงใบไม้แห้งที่เราเหยียบกลับชัดขึ้น รู้สึกถึงความเย็นของลมที่มาปะทะผิวเบา ๆ ได้กลิ่นดิน มองเห็นแมลงตัวเล็ก ๆ บินผ่านหน้า และผมก็รู้สึกว่ายังมีรสชาติของกาแฟที่ดื่มหมดไปสักพักวนเวียนอยู่ นั่นเป็นเพราะเราสังเกตตัวเองมากขึ้น เราเลยได้รับความรู้สึกเหล่านี้ชัดขึ้น ผมว่าเป็นการฝึกสมาธิได้อย่างดีทีเดียว

 

ธรรมชาติ, เดินเล่น, กาญจนบุรี
พวกเราได้สังเกตมากขึ้น ได้เห็นและสัมผัสทุกอย่างรอบข้างมากขึ้น

ในขณะที่เดินไปป้าแอ๊ดชวนพวกเราทำกิจกรรมเพิ่มความผ่อนคลาย แล้วก็ทำสมาธิไปพร้อมกัน ด้วยการสูดลมหายใจลึก ๆยืดแขนทั้งสองข้างอย่างช้า ๆ ประกบเข้าหากันเหนือศีรษะ จะว่าไปก็คล้ายกับการทำโยคะเหมือนกัน เราเดินกันต่อไปตามทางสักระยะ จนมาถึงใต้ต้นมะกอกป่าต้นใหญ่ต้นหนึ่ง ป้าแอ๊ดบอกให้พวกเราลองกอดดู ผมทำตาม แล้วพลันให้เกิดความรู้สึกสงบปนสุขแบบบอกไม่ถูก

ป้าแอ๊ดจะอธิบายวิธีการและประโยชน์ของกิจกรรมที่ให้พวกเราลองทำตาม
ก่อนทุกครั้ง เพื่อสร้างความเข้าใจและการปฏิบัติอย่างถูกต้อง
อาบป่า, โอบกอด, ต้นไม้, ความรู้สึก, อบอุ่น, กาญจนบุรี
เราสามารถกอดต้นไม้ได้ และสามารถรู้สึกดีได้เหมือนกอดสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ

น่าเสียดายที่พวกเรามีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ก็เลยซึมซับการอาบป่าในครั้งนี้ได้น้อยไปสักหน่อย ผมบอกป้าแอ๊ดไปแบบนั้น แกยิ้มตอบ แล้วบอกว่า “จริง ๆ แล้ว เราสามารถอาบป่าได้ตามสวนสาธารณะ หรือแม้กระทั่งสวนในบ้านของเราเองก็ได้ ถ้าหากเรารู้วิธีการ”

สำหรับผมการอาบป่าเหมือนกับการเดินเล่นเพลิน ๆ แล้วก็ทำสมาธิไปด้วย ดูสบาย ๆ ไม่เคร่งหรือเร่งรัดอะไรมากไป ไว้คราวหน้าคงต้องมาให้ป้าสอนการอาบป่าแบบเต็ม ๆ อีกสักทีก็ดีเหมือนกัน จะได้อาบป่าในสวนหน้าบ้านได้ ไม่ต้องไปไหนไกล ง่ายแล้วก็สบายใจดี ถึงแม้ว่าครั้งนี้เวลาอาจจะน้อยไปสักหน่อย แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ…

เรื่อง : บดินทร์ บำบัดนรภัย
ภาพถ่าย : ศุภกร ศรีสกุล

อ่านรายละเอียดการอาบป่าเพิ่มเติมได้ที่ https://ngthai.com/science/28136/shinrinyoku/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเรียนรู้วิธีการอาบป่าในรูปแบบของบ้านกลางป่าได้ที่

FACEBOOK / Forest Bathing Kanchanaburi

จัดทำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี

เรื่องแนะนำ

วันที่สมบูรณ์แบบบน เกาะฮิลตันเฮด

หากคุณอยากพักผ่อน ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขอแนะนำเกาะฮิลตันเฮด เกาะที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และร้านอาหารมากมายให้คุณไปลิ้มลองทั้งอาหารชั้นเลิศหรืออาหารแบบพื้นเมือง และการสัมผัสกับโลมาอย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมการผจญภัยมากมาย

ล่องเรือดูวาฬ ในดินแดนแห่งแสงเหนือที่ Skjervøy

ประสบการณ์ ล่องเรือดูวาฬ ในสภาพอากาศสุดขั้ว เป็นประสบการณ์ที่เราตราตรึงไม่รู้ลืม ย้อนไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน น้อยคนนักที่รู้จักหมู่บ้าน Skjervøy (แชร์วอย) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ประกอบอุตสาหกรรมประมง ทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานใดๆ สำหรับรองรับการท่องเที่ยวเลย แต่ทุกวันนี้ แชร์วอยเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นในสายตานักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นจุด ล่องเรือดูวาฬ ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในทะเลแถบอาร์กติก เรื่อง สุวิมล สงวนสัตย์ ภาพ สุวิมล สงวนสัตย์/ ชุตยาเวศ สินธุพันธ์ ทุกปีในช่วงฤดูหนาว Humpback Whale (วาฬหลังค่อม) และ Orca (วาฬเพชฌฆาต) มักเข้ามาหากินในฟยอร์ดของเมือง Tromsø (ทรมเซอ) จึงทำให้เมืองนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หวังมาชมวาฬและล่าแสงเหนือไปพร้อมกัน แต่เมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา พบว่า ไม่มีวาฬเข้ามาที่ทรมเซออีกเลย ทุกคนต่างตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ปกติฝูงวาฬมักล่าเหยื่อในแหล่งที่มีฝูงปลาเฮร์ริ่ง แต่เมื่อเฮร์ริ่งหายไปจากทรมเซอ นักวิจัยต่างก็ตั้งข้อสันนิษฐานไปต่างๆนานาว่า อาจเป็นเพราะอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น มลภาวะจากฟาร์มแซลมอน หรือหลายๆ ปัจจัยประกอบกัน แม้ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด แต่ในฤดูหนาวของปีเดียวกันนั้นเอง ชาวประมงในแชร์วอยรายงานมาว่า […]

โบสถ์ไม้รัสเซียสร้างโดยไม่ใช้ตะปู

โบสถ์ไม้รัสเซีย สร้างโดยไม่ใช้ตะปู ณ เกาะ Kizhi กลางทะเลสาบ Onega ทางตอนเหนือของรัสเซีย คือสถานที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างที่มีความงามเฉพาะตัว มันคือ โบสถ์ไม้ นิกายออร์โธด็อกซ์ที่สร้างในศตวรรษที่ 18 โดยมีจุดเด่นก็คือสถานที่สักการะบูชาขนาดใหญ่นี้ถูกสร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โบสถ์แห่งนี้ประกอบด้วยอาคารสองหลังและหอคอยความสูง 37 เมตร ด้านบนประกอบด้วยโดมทั้งหมด 22 โดม ซึ่งภายในมีบันไดวนที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปได้ถึงยอดเพื่อชมวิว แม้กาลเวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้ว แต่โบสถ์ไม้ยังคงมีสภาพดีอยู่ ซึ่งทางองค์กรยูเนสโกได้ประกาศให้โบสถ์แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1990   อ่านเพิ่มเติม อดีตเหมืองเกลือที่ปัจจุบันกลายเป็นสวนสนุก